ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

คุณถูกกระตุ้นให้ทำอย่างพระเยซูไหม?

คุณถูกกระตุ้นให้ทำอย่างพระเยซูไหม?

คุณ​ถูก​กระตุ้น​ให้​ทำ​อย่าง​พระ​เยซู​ไหม?

“พระองค์​ทรง​เห็น​ชน​ฝูง​ใหญ่ แต่​พระองค์​ทรง​รู้สึก​สงสาร​พวก​เขา เพราะ​พวก​เขา​เป็น​เหมือน​แกะ​ที่​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง. และ​พระองค์​ทรง​เริ่ม​สอน​เขา.”—มาระโก 6:34, ล.ม.

1. เหตุ​ใด​จึง​ไม่​แปลก​ที่​หลาย​คน​แสดง​คุณลักษณะ​อัน​น่า​ชมเชย?

ตลอด​มา​ใน​ประวัติศาสตร์ หลาย​คน​ได้​แสดง​คุณลักษณะ​อัน​น่า​ชมเชย. คุณ​สามารถ​เข้าใจ​ได้​ว่า​ทำไม​จึง​เป็น​เช่น​นั้น. พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ทรง​มี​และ​ทรง​สำแดง​ความ​รัก, ความ​กรุณา, ความ​มี​พระทัย​กว้าง, และ​คุณลักษณะ​อื่น ๆ ที่​เรา​ยกย่อง. มนุษย์​ถูก​สร้าง​ตาม​แบบ​พระ​ฉาย​ของ​พระเจ้า. ดัง​นั้น เรา​สามารถ​เข้าใจ​ได้​ว่า​ทำไม​หลาย​คน​จึง​แสดง​ความ​รัก, ความ​กรุณา, ความ​สงสาร, และ​คุณลักษณะ​อื่น ๆ แบบ​พระเจ้า​ใน​ระดับ​หนึ่ง เช่น​เดียว​กับ​ที่​คน​ส่วน​ใหญ่​แสดง​ออก​ซึ่ง​สติ​รู้สึก​ผิด​ชอบ. (เยเนซิศ 1:26; โรม 2:14, 15) อย่าง​ไร​ก็​ตาม คุณ​อาจ​ตระหนัก​ดี​ว่า​บาง​คน​พร้อม​จะ​แสดง​คุณลักษณะ​เหล่า​นี้​มาก​กว่า​คน​อื่น.

2. การ​ดี​อะไร​บ้าง​ที่​บาง​คน​อาจ​ได้​ทำ​โดย​คิด​ว่า​เขา​กำลัง​เลียน​แบบ​พระ​คริสต์?

2 อาจ​เป็น​ได้ คุณ​คุ้น​เคย​กับ​ชาย​หญิง​ที่​มัก​ไป​เยี่ยม​หรือ​ให้​ความ​ช่วยเหลือ​คน​ป่วย, แสดง​ความ​เมตตา​สงสาร​คน​พิการ, หรือ​บริจาค​ช่วยเหลือ​คน​จน​อย่าง​ใจ​กว้าง. นอก​จาก​นั้น คุณ​อาจ​คิด​ถึง​คน​ที่​ความ​เมตตา​กระตุ้น​เขา​ให้​ใช้​ชีวิต​ทำ​งาน​ใน​นิคม​โรค​เรื้อน​หรือ​สถาน​ดู​แล​เด็ก​กำพร้า, คน​ที่​ทำ​งาน​อาสา​สมัคร​ใน​โรง​พยาบาล​หรือ​สถาน​สงเคราะห์, หรือ​คน​ที่​พยายาม​ให้​ความ​ช่วยเหลือ​แก่​ผู้​ไร้​ที่​อยู่​อาศัย​หรือ​ผู้​ลี้​ภัย. คน​เหล่า​นี้​บาง​คน​คง​มี​ความ​รู้สึก​ว่า​เขา​กำลัง​เลียน​แบบ​พระ​เยซู ผู้​วาง​แบบ​อย่าง​ไว้​สำหรับ​คริสเตียน. เรา​อ่าน​ใน​พระ​ธรรม​กิตติคุณ​ว่า พระ​คริสต์​ทรง​รักษา​คน​ป่วย​และ​เลี้ยง​อาหาร​คน​หิวโหย. (มาระโก 1:34; 8:1-9; ลูกา 4:40) การ​ที่​พระ​เยซู​ทรง​แสดง​ความ​รัก, ความ​อ่อนโยน, และ​ความ​เมตตา​สงสาร​เป็น​การ​แสดง​ให้​เห็น​ถึง “พระทัย​ของ​พระ​คริสต์” ผู้​ทรง​เลียน​แบบ​พระ​บิดา​ฝ่าย​สวรรค์​ของ​พระองค์.—1 โกรินโธ 2:16.

3. เพื่อ​จะ​มี​ทัศนะ​ที่​สมดุล​เกี่ยว​กับ​การ​ดี​ของ​พระ​เยซู เรา​จำ​ต้อง​พิจารณา​อะไร?

3 อย่าง​ไร​ก็​ตาม คุณ​เคย​สังเกต​ไหม​ว่า​ใน​ปัจจุบัน​หลาย​คน​ที่​ถูก​กระตุ้น​ใจ​จาก​ความ​รัก​และ​ความ​เมตตา​ของ​พระ​เยซู​มอง​ข้าม​ลักษณะ​สำคัญ​อย่าง​หนึ่ง​ของ​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์? เรา​อาจ​ได้​ความ​หยั่ง​เห็น​เข้าใจ​ใน​เรื่อง​นี้​โดย​การ​พิจารณา​อย่าง​ถี่ถ้วน​ใน​มาระโก​บท 6. ที่​นั่น เรา​อ่าน​ว่า​ประชาชน​พา​คน​ป่วย​มา​ให้​พระ​เยซู​รักษา. จาก​บริบท เรา​ได้​ทราบ​ด้วย​ว่า​เมื่อ​ทรง​เห็น​ว่า​หลาย​พัน​คน​ที่​มา​หา​พระองค์​นั้น​หิว​โหย พระ​เยซู​ทรง​เลี้ยง​อาหาร​พวก​เขา​ด้วย​การ​อัศจรรย์. (มาระโก 6:35-44, 54-56) การ​รักษา​คน​ป่วย​และ​การ​เลี้ยง​อาหาร​คน​หิว​โหย​เป็น​การ​กระทำ​ที่​โดด​เด่น​ซึ่ง​แสดง​ถึง​ความ​เมตตา​สงสาร​อัน​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก แต่​นั่น​เป็น​วิธี​หลัก​ที่​พระ​เยซู​ทรง​ช่วย​ผู้​อื่น​ไหม? และ​เรา​จะ​เลียน​แบบ​อย่าง​อัน​สมบูรณ์​แบบ​แห่ง​ความ​รัก, ความ​กรุณา, และ​ความ​เมตตา​ของ​พระองค์​ให้​ดี​ที่​สุด​ได้​อย่าง​ไร เหมือน​กับ​ที่​พระองค์​ทรง​เลียน​แบบ​พระ​ยะโฮวา?

ถูก​กระตุ้น​ให้​ตอบ​สนอง​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ

4. ฉาก​ของ​เรื่อง​ที่​มาระโก 6:30-34 เป็น​เช่น​ไร?

4 พระ​เยซู​ทรง​รู้สึก​สงสาร​คน​ที่​อยู่​รอบ ๆ พระองค์ ใน​อันดับ​แรก​นั้น​เนื่อง​ด้วย​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​พวก​เขา. ความ​จำเป็น​ดัง​กล่าว​สำคัญ​ยิ่ง​กว่า​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​ร่าง​กาย. ขอ​พิจารณา​เรื่อง​ราว​ที่​มาระโก 6:30-34. เหตุ​การณ์​ซึ่ง​บันทึก​ไว้​ที่​นั่น​เกิด​ขึ้น​บน​ฝั่ง​ทะเล​ฆาลิลาย เมื่อ​ใกล้​จะ​ถึง​เทศกาล​ปัศคา ส.ศ. 32. พวก​อัครสาวก​รู้สึก​ตื่นเต้น ซึ่ง​ก็​นับ​ว่า​ชอบ​ด้วย​เหตุ​ผล. หลัง​จาก​เสร็จ​สิ้น​การ​เดิน​ทาง​อย่าง​กว้าง​ไกล​ไป​ใน​ที่​ต่าง ๆ พวก​เขา​เข้า​มา​หา​พระ​เยซู ไม่​ต้อง​สงสัย​เลย​ว่า​ด้วย​ความ​กระตือรือร้น​ที่​จะ​เล่า​ประสบการณ์​ของ​ตน​ให้​พระองค์​ฟัง. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ฝูง​ชน​เริ่ม​รวม​ตัว​กัน​เข้า​มา. ฝูง​ชน​มี​จำนวน​มาก​จน​พระ​เยซู​กับ​เหล่า​อัครสาวก​ไม่​มี​โอกาส​จะ​รับประทาน​อาหาร​และ​พักผ่อน. พระ​เยซู​ตรัส​แก่​อัครสาวก​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​ไป​หา​ที่​สงัด​หยุด​พัก​หาย​เหนื่อย​สัก​หน่อย​หนึ่ง.” (มาระโก 6:31) เมื่อ​ลง​เรือ​แล้ว อาจ​จะ​ที่​ใกล้ ๆ เมือง​กัปเรนาอูม พวก​เขา​แล่น​เรือ​ข้าม​ฟาก​ทะเล​ฆาลิลาย​ไป​ยัง​ที่​สงัด​แห่ง​หนึ่ง. แต่​ฝูง​ชน​วิ่ง​มา​ตาม​ชายฝั่ง​และ​มา​ถึง​ก่อน​เรือ​อีก. พระ​เยซู​จะ​ทรง​แสดง​ปฏิกิริยา​อย่าง​ไร? พระองค์​ทรง​หัวเสีย​เนื่อง​จาก​ถูก​รบกวน​จน​ไม่​มี​เวลา​ส่วน​ตัว​ไหม? ไม่​เลย!

5. พระ​เยซู​ทรง​รู้สึก​อย่าง​ไร​ต่อ​ฝูง​ชน​ที่​มา​หา​พระองค์ และ​พระองค์​ทรง​แสดง​ปฏิกิริยา​เช่น​ไร?

5 พระ​เยซู​ทรง​สะเทือน​พระทัย​เมื่อ​เห็น​ฝูง​ชน​หลาย​พัน​คน รวม​ทั้ง​คน​ป่วย คอย​พระองค์​อยู่​อย่าง​ใจจดใจจ่อ. (มัดธาย 14:14; มาระโก 6:44) โดย​สนใจ​เป็น​พิเศษ​ที่​ความ​เมตตา​สงสาร​ของ​พระ​เยซู​ซึ่ง​ถูก​เร้า​ให้​เกิด​ขึ้น​และ​วิธี​ที่​พระองค์​ทรง​ตอบ​สนอง มาระโก​เขียน​ว่า “พระองค์​ทรง​เห็น​ชน​ฝูง​ใหญ่ แต่​พระองค์​ทรง​รู้สึก​สงสาร​พวก​เขา เพราะ​พวก​เขา​เป็น​เหมือน​แกะ​ที่​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง. และ​พระองค์​ทรง​เริ่ม​สอน​เขา​หลาย​เรื่อง.” (มาระโก 6:34, ล.ม.) พระ​เยซู​ไม่​เพียง​แค่​เห็น​ฝูง​ชน​โดย​รวม. พระองค์​ทรง​มอง​เห็น​แต่​ละ​คน​ซึ่ง​มี​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ. พวก​เขา​เป็น​เหมือน​แกะ​พลัด​หลง​ซึ่ง​ปราศจาก​ที่​พึ่ง ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง​นำ​ทาง​ไป​ยัง​ทุ่ง​หญ้า​เขียว​สด​หรือ​ปก​ป้อง​พวก​เขา​ไว้. พระ​เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​พวก​หัวหน้า​ศาสนา​ที่​หัวใจ​เย็นชา ซึ่ง​น่า​จะ​เป็น​ผู้​บำรุง​เลี้ยง​ที่​คอย​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล โดย​แท้​แล้ว​เหยียด​หยาม​สามัญ​ชน​และ​ละเลย​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​พวก​เขา. (ยะเอศเคล 34:2-4; โยฮัน 7:47-49) พระ​เยซู​ทรง​ประสงค์​จะ​ปฏิบัติ​ต่อ​พวก​เขา​ใน​แบบ​ที่​ต่าง​ออก​ไป ทำ​ดี​ที่​สุด​เพื่อ​พวก​เขา​เท่า​ที่​จะ​ทรง​ทำ​ได้. พระองค์​เริ่ม​สอน​พวก​เขา​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า.

6, 7. (ก) พระ​ธรรม​กิตติคุณ​เปิด​เผย​อย่าง​ไร​ถึง​ลำดับ​ความ​สำคัญ​ที่​พระ​เยซู​ตอบ​สนอง​ความ​จำเป็น​ของ​ประชาชน? (ข) พระ​เยซู​ทรง​ประกาศ​และ​สั่ง​สอน​ด้วย​แรง​กระตุ้น​เช่น​ไร?

6 ขอ​ให้​สังเกต​ลำดับ​และ​ข้อ​บ่ง​ชี้​ถึง​ลำดับ​ความ​สำคัญ​ของ​การ​งาน​ซึ่ง​ปรากฏ​อยู่​ใน​บันทึก​เหตุ​การณ์​คล้าย ๆ กัน. เหตุ​การณ์​ตอน​นี้​บันทึก​โดย​ลูกา​ซึ่ง​เป็น​แพทย์​และ​เป็น​ผู้​ที่​สนใจ​อย่าง​ยิ่ง​ใน​สวัสดิภาพ​ทาง​กาย​ของ​ผู้​อื่น. “ประชาชน . . . ตาม [พระ​เยซู] ไป. พระองค์​ทรง​ต้อนรับ​เขา​ตรัส​สั่ง​สอน​เขา​ถึง​แผ่นดิน ของ​พระเจ้า. และ ทุก​คน​ที่​ต้องการ​ให้​หาย​โรค​พระองค์​ก็​ทรง​รักษา ให้.” (ลูกา 9:11; โกโลซาย 4:14) แม้​ว่า​ไม่​ได้​เป็น​อย่าง​นี้​ทุก​ครั้ง​ที่​มี​บันทึก​เกี่ยว​กับ​การ​อัศจรรย์ แต่​ใน​กรณี​นี้ บันทึก​ซึ่ง​ลูกา​เขียน​ภาย​ใต้​การ​ดล​ใจ​กล่าว​ถึง​อะไร​ก่อน? ข้อ​เท็จ​จริง​ที่​ว่า พระ​เยซู​ทรง​สอน​ประชาชน.

7 เรื่อง​นี้​สอดคล้อง​อย่าง​แท้​จริง​กับ​การ​เน้น​ที่​เรา​พบ​ใน​มาระโก 6:34. ข้อ​นั้น​แสดง​ไว้​ชัด​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​ถูก​กระตุ้น​พระทัย​ให้​แสดง​ความ​สงสาร​ใน​วิธี​ใด​เป็น​ประการ​สำคัญ. พระองค์​ทรง​สอน​ประชาชน ตอบ​สนอง​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​พวก​เขา. ก่อน​หน้า​นั้น​ใน​งาน​รับใช้​ของ​พระองค์ พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​ต้อง​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​แก่​เมือง​อื่น ๆ ด้วย เพราะ​เรา​ถูก​ใช้​มา​เพื่อ​การ​นี้.” (ลูกา 4:43, ล.ม.) อย่าง​ไร​ก็​ตาม เรา​คง​เข้าใจ​ผิด​แน่​หาก​จะ​คิด​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​ประกาศ​ข่าวสาร​เรื่อง​ราชอาณาจักร​ตาม​หน้า​ที่​เท่า​นั้น ราว​กับ​ว่า​พระองค์​ทรง​ทำ​เป็น​กิจวัตร​ตาม​พันธะ​หน้า​ที่​ซึ่ง​ต้อง​ทำ​ใน​งาน​ประกาศ. ความ​รัก​ความ​เมตตา​ต่อ​ประชาชน​ต่าง​หาก​เป็น​ปัจจัย​สำคัญ​ที่​กระตุ้น​ให้​พระองค์​แบ่ง​ปัน​ข่าว​ดี​แก่​พวก​เขา. คุณ​ความ​ดี​สุด​ยอด​ที่​พระ​เยซู​ทรง​สามารถ​ทำ—แม้​แต่​กับ​คน​ป่วย, คน​ถูก​ผี​ปิศาจ​รังควาน, คน​จน, หรือ​คน​หิว​โหย—คือ​การ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​รู้​จัก, ยอม​รับ, และ​รัก​ความ​จริง​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า. ความ​จริง​นั้น​สำคัญ​ที่​สุด​เนื่อง​จาก​ราชอาณาจักร​มี​บทบาท​ใน​การ​พิสูจน์​ความ​ถูก​ต้อง​แห่ง​พระ​บรม​เดชานุภาพ​ของ​พระ​ยะโฮวา​และ​จะ​อำนวย​พระ​พร​ถาวร​แก่​มนุษย์.

8. พระ​เยซู​ทรง​รู้สึก​อย่าง​ไร​เกี่ยว​กับ​การ​ประกาศ​และ​การ​สอน​ของ​พระองค์?

8 การ​ประกาศ​อย่าง​ขันแข็ง​ของ​พระ​เยซู​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร​เป็น​เหตุ​ผล​สำคัญ​ที่​พระองค์​เสด็จ​มา​ยัง​โลก​นี้. ขณะ​ใกล้​จะ​สิ้น​สุด​งาน​รับใช้​ทาง​แผ่นดิน​โลก พระ​เยซู​ตรัส​แก่​ปีลาต​ว่า “เพราะ​เหตุ​นี้​เรา​จึง​เกิด​มา และ​เพราะ​เหตุ​นี้​เรา​ได้​เข้า​มา​ใน​โลก เพื่อ​เรา​จะ​ให้​คำ​พยาน​ถึง​ความ​จริง. ทุก​คน​ที่​อยู่​ฝ่าย​ความ​จริง​ฟัง​เสียง​ของ​เรา.” (โยฮัน 18:37, ล.ม.) เรา​ได้​สังเกต​ใน​สอง​บทความ​ก่อน​หน้า​นี้​แล้ว​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​คน​ที่​มี​ความ​รู้สึก​อ่อน​ละมุน—เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล, เข้า​หา​ได้​ง่าย, คำนึง​ถึง​ผู้​อื่น, ไว้​วางใจ​ผู้​อื่น, และ​ที่​เหนือ​อื่น​ใด เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก. เรา​จำเป็น​ต้อง​เข้าใจ​แง่​มุม​เหล่า​นี้​แห่ง​บุคลิกภาพ​ของ​พระองค์ หาก​เรา​ต้องการ​อย่าง​แท้​จริง​ที่​จะ​เข้าใจ​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์. สำคัญ​พอ ๆ กัน​ด้วย​ที่​จะ​ตระหนัก​ว่า​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์​หมาย​รวม​ถึง​การ​ที่​พระองค์​ทรง​ให้​ความ​สำคัญ​ใน​อันดับ​แรก​แก่​การ​ประกาศ​และ​งาน​สั่ง​สอน.

พระองค์​ทรง​กระตุ้น​ผู้​อื่น​ให้​คำ​พยาน

9. การ​ประกาศ​และ​การ​สอน​มี​ความ​สำคัญ​เป็น​อันดับ​แรก​สำหรับ​ใคร?

9 การ​ให้​ความ​สำคัญ​เป็น​อันดับ​แรก​แก่​การ​ประกาศ​และ​สั่ง​สอน—อัน​เป็น​การ​แสดง​ออก​ซึ่ง​ความ​รัก​และ​ความ​เมตตา—ไม่​ได้​มี​ไว้​สำหรับ​พระ​เยซู​แต่​ผู้​เดียว. พระองค์​ทรง​กระตุ้น​สาวก​ให้​เลียน​แบบ​แรง​กระตุ้น, การ​จัด​ลำดับ​ความ​สำคัญ, และ​การ​กระทำ​ของ​พระองค์. ตัว​อย่าง​เช่น หลัง​จาก​พระ​เยซู​ทรง​เลือก​อัครสาวก 12 คน พวก​เขา​ต้อง​ทำ​อะไร? มาระโก 3:14-16 บอก​เรา​ว่า “พระองค์​จึง​ทรง​ตั้ง​ศิษย์​สิบ​สอง​คน​ไว้​ให้​อยู่​กับ​พระองค์ เพื่อ​จะ​ใช้​เขา​ไป​ประกาศ​สั่ง​สอน. และ​ให้​มี​อำนาจ​ขับ​ผี​ออก ได้.” คุณ​เห็น​ถึง​การ​จัด​ลำดับ​ความ​สำคัญ​สำหรับ​อัครสาวก​ไหม?

10, 11. (ก) เมื่อ​ทรง​ส่ง​อัครสาวก​ออก​ไป พระ​เยซู​ทรง​มี​พระ​บัญชา​ให้​พวก​เขา​ทำ​อะไร? (ข) ใน​การ​ส่ง​อัครสาวก​ออก​ไป มี​การ​เน้น​ถึง​เรื่อง​อะไร?

10 ต่อ​มา พระ​เยซู​ทรง​ให้​อำนาจ​แก่ 12 คน​นี้​ที่​จะ​รักษา​คน​ป่วย​และ​ขับ​ผี. (มัดธาย 10:1; ลูกา 9:1) จาก​นั้น พระองค์​ทรง​ส่ง​พวก​เขา​ให้​เที่ยว​ตาม​หา “แกะ​ที่​หลง​หาย​ของ​เรือน​ยิศราเอล.” เพื่อ​จะ​ทำ​อะไร? พระ​เยซู​ทรง​มี​พระ​บัญชา​แก่​พวก​เขา​ว่า “ขณะ​ที่​พวก​เจ้า​ไป จง​ประกาศ โดย​บอก​ว่า ‘ราชอาณาจักร​ฝ่าย​สวรรค์​มา​ใกล้​แล้ว.’ จง​รักษา​คน​ป่วย​ให้​หาย, ปลุก​คน​ตาย​ให้​ฟื้น, ทำ​ให้​คน​โรค​เรื้อน​หาย​สะอาด, ขับ​ผี​ปิศาจ​ออก.” (มัดธาย 10:5-8, ล.ม.; ลูกา 9:2) พวก​เขา​ทำ​อะไร​จริง ๆ? “ฝ่าย​เหล่า​สาวก​ก็​ออก​ไป [1] เทศนา​ประกาศ​ให้​กลับ​ใจ​เสีย​ใหม่. [2] เขา​ได้​ขับ​ผี​ให้​ออก​เสีย​หลาย​ผี, และ​ได้​เอา​น้ำมัน​ทา​คน​เจ็บ​ให้​หาย​โรค​หลาย​คน.”—มาระโก 6:12, 13.

11 เนื่อง​จาก​ไม่​ใช่​ทุก​กรณี​ที่​มี​การ​กล่าว​ถึง​การ​สอน​ก่อน ข้อ​สังเกต​ดัง​ข้าง​ต้น​ให้​ความ​สำคัญ​มาก​เกิน​ไป​ไหม​ต่อ​การ​จัด​ลำดับ​ความ​สำคัญ​หรือ​แรง​กระตุ้น​ที่​เกี่ยว​ข้อง? (ลูกา 10:1-8) จริง ๆ แล้ว เรา​ไม่​น่า​จะ​ให้​ความ​สำคัญ​น้อย​เกิน​ไป​ต่อ​ข้อ​เท็จ​จริง​ที่​ว่า​มัก​จะ​มี​การ​กล่าว​ถึง​การ​สอน​ก่อน​การ​รักษา​โรค. ขอ​ให้​พิจารณา​บริบท​ใน​กรณี​นี้. ก่อน​หน้า​ที่​จะ​ส่ง​อัครสาวก 12 คน​ออก​ไป พระ​เยซู​ทรง​รู้สึก​สะเทือน​พระทัย​เพราะ​สภาพ​ของ​ฝูง​ชน. เรา​อ่าน​ดัง​นี้: “พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​ดำเนิน​ไป​รอบ​บ้าน​รอบ​เมือง​ทรง​สั่ง​สอน​ใน​ธรรมศาลา​ของ​เขา, ประกาศ​กิตติคุณ​แห่ง​แผ่นดิน​ของ​พระเจ้า, และ​ได้​ทรง​รักษา​โรค​และ​ความ​ป่วย​ไข้​ของ​พลเมือง​ให้​หาย. แต่​เมื่อ​พระองค์​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ประชาชน​ก็​ทรง​พระ​กรุณา​เขา, ด้วย​เขา​อิดโรย​กระจัด​กระจาย​ไป​ดุจ​ฝูง​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง. แล้ว​พระองค์​ตรัส​แก่​พวก​ศิษย์​ของ​พระองค์​ว่า, ‘การ​เกี่ยว​นั้น​เป็น​การ​ใหญ่​นัก​หนา, แต่​คน​ทำ​การ​ยัง​น้อย​อยู่. เหตุ​ฉะนั้น​จง​อธิษฐาน​ขอ​ต่อ​เจ้าของ​ของ​การ​เกี่ยว​นั้น, ให้​ใช้​คน​ทำ​การ​หลาย​คน​ไป​ใน​การ​เกี่ยว​ของ​พระองค์.’ ”—มัดธาย 9:35-38.

12. การ​อัศจรรย์​ที่​พระ​เยซู​และ​อัครสาวก​ทำ​สามารถ​บรรลุ​จุด​ประสงค์​อะไร​อีก?

12 โดย​การ​อยู่​กับ​พระ​เยซู อัครสาวก​สามารถ​ซึมซับ​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์​ได้​บาง​ส่วน. พวก​เขา​ตระหนัก​ได้​ว่า​การ​แสดง​ความ​รัก​และ​ความ​เมตตา​อัน​แท้​จริง​ต่อ​ประชาชน​หมาย​รวม​ถึง​การ​ประกาศ​และ​สั่ง​สอน​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร—และ​นั่น​ต้อง​เป็น​แง่​หลัก​แห่ง​การ​ดี​ที่​พวก​เขา​ทำ. สอดคล้อง​กับ​การ​ทำ​ดัง​กล่าว การ​ทำ​ดี​ทาง​กาย เช่น การ​รักษา​คน​ป่วย ก่อ​ผล​ไม่​เพียง​แค่​ช่วย​คน​ที่​เดือดร้อน. ดัง​ที่​คุณ​อาจ​นึก​ภาพ​ออก บาง​คน​อาจ​ถูก​ชัก​นำ​เข้า​มา​โดย​การ​รักษา​โรค​และ​การ​เลี้ยง​อาหาร​ด้วย​การ​อัศจรรย์. (มัดธาย 4:24, 25; 8:16; 9:32, 33; 14:35, 36; โยฮัน 6:26) อย่าง​ไร​ก็​ตาม นอก​จาก​การ​ช่วยเหลือ​ทาง​กาย​แล้ว งาน​เหล่า​นั้น​ยัง​กระตุ้น​อย่าง​แท้​จริง​ให้​ผู้​ที่​สังเกต​ยอม​รับ​ว่า​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า​และ​เป็น “ผู้​พยากรณ์​คน​นั้น” ที่​โมเซ​ได้​บอก​ไว้​ล่วง​หน้า.—โยฮัน 6:14, ล.ม.; พระ​บัญญัติ 18:15.

13. คำ​พยากรณ์​ที่​พระ​บัญญัติ 18:18 เน้น​ถึง​บทบาท​อะไร​สำหรับ “ผู้​พยากรณ์​คน​นั้น” ที่​จะ​มา?

13 เหตุ​ใด​จึง​นับ​ว่า​สำคัญ​ที่​พระ​เยซู​ทรง​เป็น “ผู้​พยากรณ์​คน​นั้น”? เอา​ละ บทบาท​สำคัญ​ที่​มี​บอก​ไว้​ล่วง​หน้า​สำหรับ​ผู้​พยากรณ์​คน​นั้น​คือ​อะไร? “ผู้​พยากรณ์​คน​นั้น” จะ​มี​ชื่อเสียง​เพราะ​การ​รักษา​โรค​ด้วย​การ​อัศจรรย์​หรือ​การ​แสดง​ความ​เมตตา​ด้วย​การ​ผลิต​อาหาร​เลี้ยง​คน​หิว​โหย​ไหม? พระ​บัญญัติ 18:18 บอก​ล่วง​หน้า​ว่า “เรา​จะ​ให้​ผู้​พยากรณ์​บังเกิด​ขึ้น​สำหรับ​เขา​ทั้ง​หลาย​จาก​ใน​ท่ามกลาง​พี่​น้อง​เขา, เหมือน​อย่าง​ตัว​เจ้า [โมเซ]; และ​เรา​จะ​เอา​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​ใส่​ไว้​ใน​ปาก​ผู้​นั้น, และ​ผู้​นั้น​จะ​กล่าว​สำแดง​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย สิ่ง​สารพัตร​ที่​เรา​จะ​สั่ง​แก่​ผู้​นั้น.” ดัง​นั้น ใน​ขณะ​ที่​อัครสาวก​เรียน​รู้​ที่​จะ​มี​และ​แสดง​ความ​รู้สึก​อัน​อ่อน​ละมุน พวก​เขา​สามารถ​ลง​ความ​เห็น​ได้​ว่า พระทัย​ของ​พระ​คริสต์​ต้อง​ปรากฏ​ชัด​ด้วย​ใน​การ​ประกาศ​และ​การ​สอน​ของ​พวก​เขา. นั่น​ย่อม​เป็น​สิ่ง​ดี​ที่​สุด​ที่​พวก​เขา​จะ​ทำ​ได้​เพื่อ​ประชาชน. โดย​วิธี​นั้น คน​ป่วย​และ​คน​ยาก​จน​สามารถ​ได้​รับ​ผล​ประโยชน์​ถาวร ไม่​ใช่​ผล​ประโยชน์​ที่​จำกัด​ไว้​เพียง​ใน​ช่วง​ชีวิต​สั้น ๆ ของ​มนุษย์​หรือ​อาหาร​มื้อ​สอง​มื้อ.—โยฮัน 6:26-30.

จง​พัฒนา​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์ เสีย​แต่​วัน​นี้

14. การ​มี​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์​เกี่ยว​ข้อง​อย่าง​ไร​กับ​การ​ประกาศ​ของ​เรา?

14 ไม่​มี​ใคร​ใน​พวก​เรา​ที่​จะ​ถือ​ว่า​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์​เกี่ยว​ข้อง​เฉพาะ​แต่​ใน​ศตวรรษ​แรก—เฉพาะ​พระ​เยซู​และ​เหล่า​สาวก​สมัย​แรก​ที่​อัครสาวก​เปาโล​เขียน​ถึง​ว่า “เรา​มี​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์.” (1 โกรินโธ 2:16) และ​เรา​พร้อม​จะ​ยอม​รับ​ว่า เรา​มี​พันธะ​ที่​จะ​ประกาศ​ข่าว​ดี​และ​ทำ​ให้​คน​เป็น​สาวก. (มัดธาย 24:14; 28:19, 20) ถึง​กระนั้น นับ​ว่า​เป็น​ประโยชน์​ที่​จะ​ใคร่ครวญ​เกี่ยว​กับ​แรง​กระตุ้น​ของ​เรา​เอง​ใน​การ​ทำ​งาน​นั้น. ไม่​ควร​เป็น​การ​ทำ​เพียง​เพราะ​สำนึก​ใน​หน้า​ที่. ความ​รัก​ต่อ​พระเจ้า​เป็น​เหตุ​ผล​หลัก​ที่​ทำ​ให้​เรา​ร่วม​ใน​งาน​รับใช้ และ​การ​เป็น​เหมือน​พระ​เยซู​อย่าง​แท้​จริง​หมาย​รวม​ถึง​การ​ถูก​กระตุ้น​จาก​ความ​เมตตา​ให้​ประกาศ​และ​สั่ง​สอน.—มัดธาย 22:37-39.

15. เหตุ​ใด​ความ​เมตตา​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ที่​เหมาะ​สม​ใน​งาน​ประกาศ​ของ​เรา​ต่อ​สาธารณชน?

15 จริง​อยู่ ไม่​ง่าย​เสมอ​ไป​ที่​จะ​รู้สึก​เมตตา​คน​ที่​ไม่​มี​ความ​เชื่อ​เหมือน​เรา โดย​เฉพาะ​เมื่อ​เรา​เผชิญ​ความ​ไม่​แยแส, การ​ปฏิเสธ, หรือ​การ​ต่อ​ต้าน. กระนั้น หาก​เรา​สูญ​เสีย​ความ​รัก​และ​ความ​เมตตา​ต่อ​ประชาชน เรา​อาจ​สูญ​เสีย​แรง​กระตุ้น​สำคัญ​ที่​ทำ​ให้​เรา​เข้า​ร่วม​ใน​งาน​รับใช้​ของ​คริสเตียน. ดัง​นั้น เรา​จะ​ปลูกฝัง​ความ​เมตตา​ได้​อย่าง​ไร? เรา​อาจ​จะ​ทำ​ได้​ด้วย​การ​พยายาม​มอง​ประชาชน​เหมือน​ที่​พระ​เยซู​ทรง​มอง​พวก​เขา คือ “อิดโรย​กระจัด​กระจาย​ไป​ดุจ​ฝูง​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง.” (มัดธาย 9:36) นั่น​คือ​สภาพ​ของ​คน​จำนวน​มาก​ใน​ปัจจุบัน​นี้​มิ​ใช่​หรือ? พวก​เขา​ถูก​พวก​หัวหน้า​ศาสนา​เท็จ​ละเลย​และ​ทำ​ให้​เขา​ตา​บอด​ฝ่าย​วิญญาณ. ผล​ก็​คือ พวก​เขา​ไม่​รู้​จัก​เสียง​ชี้​นำ​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล อีก​ทั้ง​ไม่​ทราบ​เรื่อง​สภาพ​อุทยาน​ที่​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​นำ​มา​สู่​แผ่นดิน​โลก​ใน​อีก​ไม่​ช้า​นี้. พวก​เขา​เผชิญ​ปัญหา​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน—อย่าง​เช่น​ความ​ยาก​จน, ครอบครัว​แตก​แยก, ความ​เจ็บ​ป่วย, และ​ความ​ตาย—โดย​ปราศจาก​ความ​หวัง​ที่​ราชอาณาจักร​เสนอ​ให้. เรา​มี​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​จำเป็น​ต้อง​มี: ข่าว​ดี​ที่​ช่วย​ชีวิต​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ซึ่ง​บัด​นี้​ได้​รับ​การ​สถาปนา​แล้ว​ใน​สวรรค์!

16. เหตุ​ใด​เรา​ควร​ปรารถนา​จะ​แบ่ง​ปัน​ข่าว​ดี​แก่​คน​อื่น ๆ?

16 ดัง​นั้น เมื่อ​คุณ​ใคร่ครวญ​ถึง​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​อยู่​รอบ​ตัว​คุณ หัวใจ​คุณ​กระตุ้น​คุณ​ให้​ปรารถนา​จะ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​ทำ​ได้​เพื่อ​บอก​พวก​เขา​เกี่ยว​กับ​พระ​ประสงค์​อัน​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก​ของ​พระเจ้า​มิ​ใช่​หรือ? ใช่​แล้ว งาน​ของ​เรา​เป็น​งาน​ที่​เปี่ยม​ด้วย​ความ​เมตตา. เมื่อ​เรา​รู้สึก​ต่อ​ประชาชน​แบบ​เดียว​กับ​พระ​เยซู ความ​รู้สึก​นั้น​จะ​ปรากฏ​ให้​เห็น​ใน​น้ำ​เสียง​ของ​เรา, สี​หน้า​ของ​เรา, และ​ท่าที​ที่​เรา​สอน. ทั้ง​หมด​นี้​จะ​ทำ​ให้​ข่าวสาร​ของ​เรา​เป็น​ที่​ดึงดูด​ยิ่ง​ขึ้น​สำหรับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่ “มี​ความ​โน้ม​เอียง​อย่าง​ถูก​ต้อง​เพื่อ​ชีวิต​นิรันดร์.”—กิจการ 13:48, ล.ม.

17. (ก) เรา​สามารถ​แสดง​ความ​รัก​และ​ความ​เมตตา​ของ​เรา​ต่อ​ผู้​อื่น​ใน​ทาง​ใด​บ้าง? (ข) เหตุ​ใด​เรื่อง​นี้​จึง​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​การ​เลือก​ว่า​จะ​ทำ​การ​ดี​หรือ​การ​เข้า​ร่วม​ใน​งาน​ประกาศ​ต่อ​สาธารณชน?

17 แน่นอน ความ​รัก​และ​ความ​เมตตา​ของ​เรา​น่า​จะ​ปรากฏ​ชัด​ใน​วิถี​ชีวิต​ทั้ง​สิ้น​ของ​เรา. นี่​หมาย​รวม​ถึง​การ​ที่​เรา​แสดง​ความ​กรุณา​ต่อ​คน​ที่​เสีย​เปรียบ, คน​ป่วย, และ​คน​จน—ทำ​สิ่ง​ที่​เรา​สามารถ​ทำ​ได้​ตาม​ที่​สม​เหตุ​ผล​เพื่อ​ช่วย​บรรเทา​ความ​ทุกข์​ร้อน​ของ​เขา. ทั้ง​นี้​รวม​ไป​ถึง​ความ​พยายาม​ของ​เรา​ทั้ง​ใน​คำ​พูด​และ​การ​กระทำ​ที่​จะ​ปลอบโยน​คน​ทุกข์​โศก​เนื่อง​จาก​คน​ที่​เขา​รัก​เสีย​ชีวิต. (ลูกา 7:11-15; โยฮัน 11:33-35) กระนั้น การ​แสดง​ออก​ซึ่ง​ความ​รัก, ความ​กรุณา, และ​ความ​เมตตา​เช่น​นั้น​ต้อง​ไม่​กลาย​เป็น​เป้าหมาย​สำคัญ​แห่ง​การ​ดี​ของ​เรา เหมือน​กับ​ที่​ผู้​มี​มนุษยธรรม​บาง​คน​ทำ. งาน​ที่​มี​ความหมาย​ยั่งยืน​กว่า​มาก​ได้​แก่​ความ​พยายาม​ที่​ได้​รับ​แรง​กระตุ้น​จาก​คุณลักษณะ​แบบ​พระเจ้า​ดัง​ที่​กล่าว​ไป​แล้ว ซึ่ง​แสดง​ออก​โดย​การ​เข้า​ร่วม​ใน​งาน​ประกาศ​และ​สั่ง​สอน​ของ​คริสเตียน. ขอ​ให้​ระลึก​ถึง​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​ตรัส​ถึง​พวก​หัวหน้า​ศาสนา​ชาว​ยิว​ว่า “พวก​เจ้า​ถวาย​สะระแหน่​ยี่หร่า​และ​ขมิ้น​สิบ​ลด​หนึ่ง ส่วน​ข้อ​สำคัญ​แห่ง​พระ​บัญญัติ​คือ​ความ​ชอบธรรม​ความ​เมตตา​ความ​เชื่อ​นั้น​ได้​ละ​เว้น​เสีย การ​ถวาย​สิบ​ลด​พวก​เจ้า​ควร​ได้​กระทำ​อยู่​แล้ว, แต่​ข้อ​อื่น ๆ นั้น​ก็​ไม่​ควร​ละ​เว้น​ด้วย.” (มัดธาย 23:23) สำหรับ​พระ​เยซู​แล้ว นี่​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​การ​เลือก​สิ่ง​นี้​หรือ​สิ่ง​นั้น—เลือก​ที่​จะ​ช่วย​ประชาชน​ใน​ส่วน​ที่​พวก​เขา​จำเป็น​ต้อง​ได้​รับ​ทาง​กาย หรือ​เลือก​จะ​สอน​สิ่ง​ฝ่าย​วิญญาณ​ที่​ให้​ชีวิต​แก่​พวก​เขา. พระ​เยซู​ทรง​ทำ​ทั้ง​สอง​อย่าง. ถึง​กระนั้น เห็น​ได้​ชัด​ว่า​งาน​สอน​ของ​พระองค์​สำคัญ​เป็น​อันดับ​แรก เพราะ​ผล​ประโยชน์​ที่​เกิด​ขึ้น​นั้น​ให้​ความ​ช่วยเหลือ​ถาวร​ตลอด​ไป.—โยฮัน 20:16.

18. การ​พิจารณา​ถึง​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์​น่า​จะ​กระตุ้น​เรา​ให้​ทำ​อะไร?

18 เรา​สามารถ​ขอบคุณ​สัก​เพียง​ไร​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​เปิด​เผย​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์​แก่​เรา! โดย​ทาง​พระ​ธรรม​กิตติคุณ เรา​สามารถ​ได้​มา​รู้​จัก​ความ​คิด, ความ​รู้สึก, คุณลักษณะ, กิจการ​งาน, และ​งาน​ที่​สำคัญ​เป็น​อันดับ​แรก​ของ​บุรุษ​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ที่​สุด​เท่า​ที่​เคย​มี​มา. ทั้ง​นี้​ขึ้น​อยู่​กับ​เรา​ที่​จะ​อ่าน, คิด​รำพึง, และ​นำ​สิ่ง​ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​เปิด​เผย​แก่​เรา​เกี่ยว​กับ​พระ​เยซู​ไป​ใช้​ให้​เกิด​ประโยชน์. จำ​ไว้​ว่า เพื่อ​ที่​เรา​จะ​ทำ​ได้​เช่น​เดียว​กับ​พระ​เยซู​อย่าง​แท้​จริง ก่อน​อื่น​เรา​ต้อง​เรียน​ที่​จะ​คิด, รู้สึก, และ​ประเมิน​เรื่อง​ราว​เหมือน​กับ​พระองค์ เท่า​ที่​ความ​สามารถ​ของ​เรา​ใน​ฐานะ​มนุษย์​ไม่​สมบูรณ์​จะ​ทำ​ได้. ดัง​นั้น ให้​เรา​ตั้งใจ​แน่วแน่​จะ​ปลูกฝัง​และ​แสดง​ออก​ซึ่ง​พระทัย​ของ​พระ​คริสต์. ไม่​มี​ทาง​ชีวิต​อื่น​ใด​ที่​ดี​กว่า​นี้, ไม่​มี​วิธี​ช่วย​ประชาชน​วิธี​ใด​ที่​ดี​กว่า​นี้, และ​ไม่​มี​วิธี​อื่น​ใด​ที่​ดี​กว่า​สำหรับ​เรา​และ​คน​อื่น ๆ ที่​จะ​เข้า​ใกล้​ชิด​พระองค์​ผู้​นั้น​ที่​พระ​เยซู​ทรง​สะท้อน​คุณลักษณะ​ของ​พระองค์​ได้​อย่าง​สมบูรณ์​แบบ คือ​พระเจ้า​ของ​เรา​ผู้​อ่อน​ละมุน พระ​ยะโฮวา.—2 โกรินโธ 1:3; เฮ็บราย 1:3.

คุณ​จะ​ตอบ​อย่าง​ไร?

• คัมภีร์​ไบเบิล​ให้​ความ​หยั่ง​เห็น​เข้าใจ​เช่น​ไร​ถึง​วิธี​ที่​พระ​เยซู​มัก​จะ​ตอบ​สนอง​ต่อ​ประชาชน​ที่​เดือดร้อน?

• พระ​เยซู​ทรง​เน้น​ถึง​เรื่อง​อะไร​ใน​พระ​บัญชา​ที่​ให้​แก่​เหล่า​สาวก?

• เรา​จะ​แสดง​ออก​ซึ่ง “พระทัย​ของ​พระ​คริสต์” ได้​อย่าง​ไร​ใน​กิจการ​งาน​ของ​เรา?

[คำ​ถาม]

[ภาพ​เต็ม​หน้า 23]

[ภาพ​หน้า 24]

อะไร​คือ​การ​ดี​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ที่​สุด​ซึ่ง​คริสเตียน​สามารถ​ทำ​เพื่อ​ผู้​อื่น?