เขียนโดยลูกา 7:1-50

7  เมื่อ​พระ​เยซู​สอน​ประชาชน​เสร็จ​แล้ว ก็​เข้า​ไป​ใน​เมือง​คาเปอร์นาอุม  ที่​นั่น​มี​นาย​ร้อย​คน​หนึ่ง​ที่​ทาส​ของ​เขา​ป่วย​หนัก​ใกล้​ตาย และ​เขา​รัก​ทาส​คน​นี้​มาก+  เมื่อ​นาย​ร้อย​ได้​ยิน​เรื่อง​พระ​เยซู เขา​ก็​ส่ง​ผู้​นำ​ชุมชน​ชาว​ยิว​บาง​คน​ไป​ขอ​ให้​พระ​เยซู​มา​ช่วย​รักษา​ทาส​ของ​เขา  พวก​เขา​มา​หา​พระ​เยซู​และ​อ้อน​วอน​ว่า “นาย​ท่าน ขอ​ไป​ช่วย​เขา​หน่อย​เถอะ​ครับ  เพราะ​เขา​รัก​คน​ใน​ชาติ​เรา​และ​สร้าง​ที่​ประชุม​ให้​พวก​เรา​ด้วย”  พระ​เยซู​จึง​ไป​กับ​พวก​เขา แต่​เมื่อ​เดิน​ทาง​เกือบ​จะ​ถึง​บ้าน​ของ​นาย​ร้อย เขา​ก็​ส่ง​เพื่อน ๆ มา​บอก​พระ​เยซู​ว่า “ท่าน​ครับ อย่า​ลำบาก​เลย ผม​ไม่​ดี​พอ​ที่​จะ​ให้​ท่าน​เข้า​มา​ใน​บ้าน​ผม​หรอก+  และ​ผม​ก็​คิด​ว่า​ตัว​เอง​ไม่​ดี​พอ​ที่​จะ​ไป​หา​ท่าน​ด้วย ขอ​ให้​ท่าน​สั่ง​มา​ก็​พอ แล้ว​คน​ใช้​ของ​ผม​ก็​จะ​หาย  อย่าง​ผม​เอง​ก็​มี​เจ้านาย​ที่​สั่ง​ผม​และ​มี​ลูก​น้อง​ที่​ผม​สั่ง​ได้​ด้วย ถ้า​ผม​สั่ง​คน​หนึ่ง​ว่า ‘ไป’ เขา​ก็​ไป หรือ​สั่ง​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า ‘มา’ เขา​ก็​มา หรือ​สั่ง​ทาส​ของ​ผม​ให้​ไป​ทำ​นั่น​ทำ​นี่ เขา​ก็​ทำ​ตาม”  เมื่อ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พระ​เยซู​ก็​แปลก​ใจ​มาก และ​หัน​ไป​พูด​กับ​ผู้​คน​ที่​ตาม​ท่าน​มา​ว่า “ผม​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ผม​ไม่​เคย​เจอ​ใคร​ที่​มี​ความ​เชื่อ​มาก​ขนาด​นี้​เลย+ แม้​แต่​คน​อิสราเอล​เอง​ก็​เถอะ” 10  เมื่อ​พวก​เพื่อน ๆ ที่​ถูก​ส่ง​มา​กลับ​ไป​ถึง​บ้าน​นาย​ร้อย ก็​เห็น​ว่า​ทาส​คน​นั้น​หาย​ดี​แล้ว+ 11  จาก​นั้น​ไม่​นาน พระ​เยซู​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​นาอิน พวก​สาวก​กับ​คน​กลุ่ม​ใหญ่​ก็​ตาม​ไป​ด้วย 12  เมื่อ​ใกล้​จะ​ถึง​ประตู​เมือง มี​คน​หาม​ศพ​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​สวน​ทาง​ออก​มา คน​ตาย​นั้น​เป็น​ลูก​ชาย​คน​เดียว​ของ​แม่​ม่าย+ มี​คน​มาก​มาย​จาก​เมือง​นั้น​มา​กับ​เธอ​ด้วย 13  เมื่อ​พระ​เยซู​เห็น​แม่​ม่าย​คน​นั้น​ก็​สงสาร+ จึง​พูด​กับ​เธอ​ว่า “อย่า​ร้องไห้​เลย”+ 14  แล้ว​ท่าน​เข้า​ไป​ใกล้​และ​แตะ​แคร่​นั้น คน​ที่​หาม​แคร่​ก็​หยุด และ​ท่าน​พูด​ว่า “หนุ่ม​น้อย ผม​ขอ​บอก​ให้​คุณ​ลุก​ขึ้น”*+ 15  คน​ตาย​นั้น​ก็​ลุก​ขึ้น​นั่ง​แล้ว​เริ่ม​พูด พระ​เยซู​จึง​มอบ​เขา​ให้​แม่+ 16  ทุก​คน​ก็​กลัว แล้ว​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า​ว่า “มี​ผู้​พยากรณ์​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​มา​อยู่​ใน​หมู่​พวก​เรา​แล้ว”+ และ​พูด​ว่า “พระเจ้า​หัน​มา​สนใจ​ประชาชน​ของ​พระองค์​แล้ว”+ 17  ชื่อเสียง​ของ​พระ​เยซู​ก็​เลื่อง​ลือ​ไป​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​ทั่ว​แถบ​นั้น 18  สาวก​ของ​ยอห์น​เล่า​เรื่อง​เกี่ยว​กับ​พระ​เยซู​ให้​เขา​ฟัง+ 19  ยอห์น​จึง​เรียก​สาวก​ของ​เขา​มา 2 คน​และ​ใช้​ให้​ไป​ถาม​พระ​เยซู​ว่า “ท่าน​คือ​คน​ที่​เรา​รอ​คอย​อยู่​ใช่​ไหม​ครับ+ หรือ​เรา​ยัง​ต้อง​รอ​คน​อื่น?” 20  เมื่อ​สอง​คน​นั้น​มา​หา​พระ​เยซู พวก​เขา​พูด​ว่า “ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา​ใช้​พวก​เรา​มา​ถาม​ท่าน​ว่า ‘ท่าน​คือ​คน​ที่​เรา​รอ​คอย​อยู่​ใช่​ไหม​ครับ หรือ​เรา​ยัง​ต้อง​รอ​อีก​คน​หนึ่ง?’” 21  ตอน​นั้น พระ​เยซู​กำลัง​รักษา​ผู้​คน​มาก​มาย​ให้​หาย​จาก​ความ​เจ็บ​ป่วย+และ​โรค​ร้าย​ต่าง ๆ ท่าน​ขับ​ไล่​ปีศาจ​ออก​จาก​พวก​เขา และ​รักษา​คน​ตา​บอด​หลาย​คน​ให้​มอง​เห็น 22  พระ​เยซู​ตอบ​ว่า “กลับ​ไป​บอก​ยอห์น​ว่า​พวก​คุณ​เห็น​และ​ได้​ยิน​อะไร​บ้าง บอก​เขา​ว่า คน​ตา​บอด​กลับ​มอง​เห็น​ได้+ คน​ง่อย​เดิน​ได้ คน​โรค​เรื้อน​หาย​เป็น​ปกติ คน​หู​หนวก​ได้​ยิน+ คน​ตาย​ฟื้น​ขึ้น​มา และ​คน​ยาก​จน​ได้​ยิน​ข่าว​ดี+ 23  คน​ที่​ไม่​สงสัย​ใน​ตัว​ผม*+ก็​มี​ความ​สุข” 24  เมื่อ​คน​ส่ง​ข่าว​ของ​ยอห์น​ไป​แล้ว พระ​เยซู​ก็​หัน​ไป​พูด​กับ​ผู้​คน​เรื่อง​ยอห์น​ว่า “ตอน​เข้า​ไป​ใน​ที่​กันดาร พวก​คุณ​อยาก​เห็น​อะไร? อยาก​เห็น​ต้น​อ้อ​ลู่​ตาม​ลม​อย่าง​นั้น​หรือ?+ 25  ถ้า​ไม่​ใช่ แล้ว​คุณ​อยาก​เห็น​อะไร​ล่ะ? อยาก​เห็น​คน​ใส่​เสื้อ​ผ้า​หรู ๆ ไหม?+ ไม่​ใช่​หรอก เพราะ​คน​ที่​แต่ง​ตัว​ดี​และ​อยู่​อย่าง​ภูมิ​ฐาน​ต้อง​อยู่​ใน​รั้ว​ใน​วัง 26  ถ้า​อย่าง​นั้น จริง ๆ แล้ว​คุณ​อยาก​เห็น​อะไร​ที่​นั่น? คุณ​อยาก​เห็น​ผู้​พยากรณ์​ใช่​ไหม​ล่ะ? ถูก​แล้ว และ​ผม​จะ​บอก​คุณ​ว่า เขา​เป็น​มาก​กว่า​ผู้​พยากรณ์​อีก+ 27  คน​นี้​แหละ​คือ​คน​ที่​พระ​คัมภีร์​บอก​ไว้​ว่า ‘คอย​ดู​นะ เรา​จะ​ส่ง​ทูต​ของ​เรา​ไป​ก่อน​เจ้า เขา​จะ​เตรียม​ทาง​ไว้​ให้​เจ้า’+ 28  ผม​จะ​บอก​ให้​รู้​ว่า ยอห์น​คน​นี้​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​ทุก​คน​ที่​เคย​เกิด​มา​ใน​โลก​นี้ แต่​คน​ที่​มี​ตำแหน่ง​ต่ำ​สุด​ใน​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า​ก็​ยัง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​ยอห์น​อีก”+ 29  (เมื่อ​ประชาชน​และ​คน​เก็บ​ภาษี​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น ก็​พูด​กัน​ว่า​พระเจ้า​ยุติธรรม​แล้ว ที่​พวก​เขา​พูด​อย่าง​นั้น​เพราะ​ได้​รับ​บัพติศมา​จาก​ยอห์น+ 30  แต่​พวก​ฟาริสี​และ​พวก​ที่​เชี่ยวชาญ​กฎหมาย​ของ​โมเสส​กลับ​ไม่​สนใจ​คำ​แนะ​นำ*ของ​พระเจ้า​ที่​ให้​กับ​พวก​เขา+ พวก​เขา​จึง​ไม่​ได้​รับ​บัพติศมา​จาก​ยอห์น) 31  “ผม​จะ​เปรียบ​คน​สมัย​นี้​กับ​ใคร​ดี? พวก​เขา​เป็น​เหมือน​ใคร?+ 32  พวก​เขา​เป็น​เหมือน​เด็ก ๆ ที่​นั่ง​ใน​ตลาด​และ​ตะโกน​บอก​เพื่อน​ว่า ‘พวก​ฉัน​เป่า​ขลุ่ย​ให้ พวก​เธอ​ก็​ไม่​ยอม​เต้น​ตาม พวก​ฉัน​ร้องไห้​คร่ำครวญ พวก​เธอ​ก็​ไม่​ร้องไห้​ตาม’ 33  เหมือน​ตอน​ที่​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา​มา​ถึง เขา​ไม่​กิน​ขนมปัง​และ​ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น+ พวก​คุณ​ก็​หา​ว่า ‘เขา​มี​ปีศาจ​สิง’ 34  ส่วน ‘ลูก​มนุษย์’ ทั้ง​กิน​ทั้ง​ดื่ม ผู้​คน​ก็​หา​ว่า ‘ดู​สิ คน​ตะกละ​และ​ขี้เมา* แถม​ยัง​ชอบ​คบ​กับ​คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป​ด้วย’+ 35  แต่​ถึง​อย่าง​ไร สติ​ปัญญา​ที่​แท้​จริง​ก็​เห็น​ได้​จาก​ผล​ที่​ปรากฏ​ออก​มา”+ 36  ฟาริสี​คน​หนึ่ง​ที่​ชื่อ​ซีโมน​รบเร้า​ให้​พระ​เยซู​ไป​กิน​อาหาร​กับ​เขา ท่าน​จึง​ไป​บ้าน​ของ​เขา​และ​นั่ง​เอน​ตัว​ที่​โต๊ะ​อาหาร+ 37  มี​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​คน​ใน​เมือง​นั้น​รู้​กัน​ว่า​เป็น​ผู้​หญิง​ไม่​ดี เธอ​ได้​ยิน​ข่าว​ว่า​พระ​เยซู​มา​กิน​อาหาร​ที่​บ้าน​ของ​ฟาริสี เธอ​จึง​ถือ​ขวด*ใส่​น้ำมัน​หอม​มา​ที่​นั่น​ด้วย+ 38  ผู้​หญิง​คน​นี้​มา​อยู่​ด้าน​หลัง​พระ​เยซู​และ​คุกเข่า​ลง​ตรง​เท้า​ท่าน เธอ​ร้องไห้​จน​น้ำตา​ไหล​รด​เท้า​ท่าน แล้ว​ใช้​ผม​ของ​ตัว​เอง​เช็ด​ให้ เธอ​จูบ​เท้า​ท่าน​อย่าง​นุ่มนวล​และ​เท​น้ำมัน​หอม​ชโลม​ที่​เท้า​ท่าน​ด้วย 39  เมื่อ​ฟาริสี​ที่​เชิญ​พระ​เยซู​มา​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ถ้า​คน​นี้​เป็น​ผู้​พยากรณ์​จริง เขา​ก็​น่า​จะ​รู้​ว่า​ผู้​หญิง​ที่​แตะ​ต้อง​เท้า​เขา​อยู่​นี้​เป็น​ใคร เขา​น่า​จะ​รู้​ว่า​เธอ​เป็น​ผู้​หญิง​ไม่​ดี”+ 40  แต่​พระ​เยซู​รู้​ว่า​ฟาริสี​คน​นั้น​คิด​อะไร​อยู่ จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า “ซีโมน ผม​มี​อะไร​จะ​บอก​คุณ” เขา​พูด​ว่า “อะไร​หรือ​ครับ อาจารย์” 41  “เจ้าหนี้​คน​หนึ่ง​มี​ลูกหนี้ 2 คน คน​หนึ่ง​เป็น​หนี้ 500 เดนาริอัน ส่วน​อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​หนี้ 50 เดนาริอัน 42  เมื่อ​พวก​เขา​ไม่​มี​เงิน​ใช้​หนี้ เจ้าหนี้​ก็​เต็ม​ใจ​ยก​หนี้​ให้​ทั้ง​สอง​คน คุณ​คิด​ว่า ลูกหนี้​คน​ไหน​จะ​รัก​เขา​มาก​กว่า​กัน?” 43  ซีโมน​ตอบ​ว่า “ผม​คิด​ว่า​น่า​จะ​เป็น​คน​ที่​เป็น​หนี้​มาก​กว่า​ครับ” ท่าน​พูด​กับ​เขา​ว่า “คุณ​คิด​ถูก​แล้ว” 44  แล้ว​พระ​เยซู​ก็​หัน​ไป​ทาง​ผู้​หญิง​คน​นั้น​และ​พูด​กับ​ซีโมน​ว่า “ดู​ผู้​หญิง​คน​นี้​สิ ตอน​ผม​เข้า​บ้าน​คุณ คุณ​ไม่​ได้​เอา​น้ำ​มา​ให้​ผม​ล้าง​เท้า แต่​ผู้​หญิง​คน​นี้​ใช้​น้ำตา​ล้าง​เท้า​ผม+ แถม​ยัง​เอา​ผม​ของ​เธอ​เช็ด​ให้ 45  คุณ​ไม่​ได้​จูบ​ต้อนรับ​ผม แต่​ผู้​หญิง​คน​นี้​จูบ​เท้า​ผม​อย่าง​นุ่มนวล​ไม่​หยุด​เลย​ตั้ง​แต่​ผม​มา 46  คุณ​ไม่​ได้​เท​น้ำมัน​ชโลม​หัว​ผม แต่​ผู้​หญิง​คน​นี้​เท​น้ำมัน​หอม​ชโลม​เท้า​ให้​ผม 47  ดัง​นั้น ผม​จะ​บอก​คุณ​ว่า ถึง​แม้​บาป​ของ​เธอ​มี​มาก แต่​เธอ​ก็​ได้​รับ​การ​อภัย+เพราะ​ได้​แสดง​ความ​รัก​มาก+ ส่วน​คน​ที่​ได้​รับ​การ​อภัย​น้อย ก็​แสดง​ความ​รัก​น้อย” 48  แล้ว​พระ​เยซู​บอก​ผู้​หญิง​คน​นั้น​ว่า “บาป​ของ​คุณ​ได้​รับ​การ​อภัย​แล้ว”+ 49  คน​ที่​ร่วม​โต๊ะ​กับ​ท่าน​จึง​ซุบซิบ​กัน​ว่า “คน​นี้​เป็น​ใคร ถึง​ให้​อภัย​บาป​คน​อื่น​ได้?”+ 50  แต่​พระ​เยซู​บอก​ผู้​หญิง​คน​นั้น​ว่า “พระเจ้า​ช่วย​คุณ​ให้​รอด​แล้ว​เพราะ​คุณ​มี​ความ​เชื่อ+ ขอ​ให้​สบาย​ใจ​เถอะ”

เชิงอรรถ

หรือ “ตื่น”
แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ไม่​สะดุด​เพราะ​ผม”
หรือ “ราชอาณาจักร”
หรือ “คำ​สั่ง”
หรือ “ดื่ม​เหล้า​องุ่น​มาก”
แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ขวด​อะลาบาสเตอร์”

ข้อมูลสำหรับศึกษา

คาเปอร์นาอุม: มา​จาก​ชื่อ​ฮีบรู​ที่​หมาย​ความ​ว่า “หมู่​บ้าน​ของ​นาฮูม” หรือ “หมู่​บ้าน​แห่ง​การ​ปลอบโยน” (นฮม 1:1, เชิงอรรถ) เป็น​เมือง​ที่​มี​ความ​สำคัญ​กับ​งาน​รับใช้​ของ​พระ​เยซู​ตอน​อยู่​บน​โลก เมือง​นี้​ตั้ง​อยู่​ริม​ชายฝั่ง​ทาง​ตะวัน​ตก​เฉียง​เหนือ​ของ​ทะเลสาบ​กาลิลี และ​ที่ มธ 9:1 เรียก​เมือง​นี้​ว่า “เมือง​ที่​ท่าน​อาศัย”

นาย​ร้อย: นาย​ทหาร​ใน​กองทัพ​โรมัน​ที่​มี​ทหาร​อยู่​ใต้​บังคับ​บัญชา 100 นาย

เขา​ก็​ส่ง​ผู้​นำ​ชุมชน​ชาว​ยิว​บาง​คน​ไป: บันทึก​เหตุ​การณ์​เดียว​กัน​ที่ มธ 8:5 บอก​ว่า “นาย​ร้อย​คน​หนึ่ง​มา​อ้อน​วอน​ท่าน [พระ​เยซู]” ดัง​นั้น ผู้​นำ​ชุมชน​ชาว​ยิว​เหล่า​นี้​น่า​จะ​ทำ​หน้า​ที่​เป็น​ตัว​แทน​ของ​นาย​ร้อย มี​แต่​บันทึก​ของ​ลูกา​เท่า​นั้น​ที่​ให้​ราย​ละเอียด​นี้

จาก​นั้น​ไม่​นาน: สำเนา​พระ​คัมภีร์​เก่าแก่​บาง​ฉบับ​ใช้​ข้อ​ความ​ว่า “ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น” แต่​ข้อ​ความ​ใน​พระ​คัมภีร์​ฉบับ​นี้​มา​จาก​สำเนา​พระ​คัมภีร์​ที่​เก่าแก่​กว่า

นาอิน: เมือง​หนึ่ง​ใน​แคว้น​กาลิลี อยู่​ห่าง​จาก​เมือง​คาเปอร์นาอุม​ไป​ทาง​ตะวัน​ตก​เฉียง​ใต้​ประมาณ 35 กม. พระ​เยซู​น่า​จะ​อยู่​ที่​เมือง​คาเปอร์นาอุม​ก่อน​จะ​มา​ที่​เมือง​นาอิน (ลก 7:1-10) ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก​มี​การ​พูด​ถึง​เมือง​นาอิน​ครั้ง​เดียว​คือ​ใน​ข้อ​นี้ ปัจจุบัน​คือ​หมู่​บ้าน​เน​อิน​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ตะวัน​ตก​เฉียง​เหนือ​ของ​เนิน​เขา​โมเรห์ ห่าง​จาก​เมือง​นาซาเร็ธ​ไป​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ประมาณ 10 กม. ทุก​วัน​นี้​หมู่​บ้าน​เน​อิน​มี​ขนาด​ค่อนข้าง​เล็ก แต่​ซาก​ปรัก​หัก​พัง​ใน​บริเวณ​นั้น​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​เมือง​นาอิน​เมื่อ​หลาย​ศตวรรษ​ก่อน​เคย​มี​ขนาด​ใหญ่​กว่า​นี้ ถ้า​มอง​จาก​เมือง​นาอิน​ลง​มา​จะ​เห็น​ที่​ราบ​ยิสเรเอล เมือง​นาอิน​นี้​ตั้ง​อยู่​ใน​เขต​ธรรมชาติ​ที่​สวย​งาม พระ​เยซู​ปลุก​คน​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ทั้ง​หมด 3 ครั้ง คือ​ที่​เมือง​นาอิน​เป็น​ที่​แรก ส่วน​อีก 2 ครั้ง​คือ​ที่​เมือง​คาเปอร์นาอุม​และ​เบธานี (ลก 8:49-56; ยน 11:1-44) ประมาณ 900 ปี​ก่อน​หน้า​นั้น​ใน​เมือง​ชูเนม​ที่​อยู่​ใกล้ ๆ เมือง​นาอิน ผู้​พยากรณ์​เอลีชา​ได้​ปลุก​ลูก​ชาย​ของ​ผู้​หญิง​ชาว​ชูเนม​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย—2พก 4:8-37

ลูก​คน​เดียว: คำ​กรีก มอนอเกะเนส ที่​แปล​ว่า “คน​เดียว” ใน​ข้อ​นี้​มี​ความ​หมาย​ว่า “มี​เพียง​หนึ่ง​เดียว, ไม่​มี​ใคร​เหมือน” คัมภีร์​ไบเบิล​ใช้​คำ​นี้​กับ​ทั้ง​ลูก​ชาย​และ​ลูก​สาว (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ลก 7:12; 8:42; 9:38) ใน​หนังสือ​ที่​อัครสาวก​ยอห์น​เขียน มี​การ​ใช้​คำ​นี้​กับ​พระ​เยซู​เท่า​นั้น (ยน 3:16, 18; 1ยน 4:9) แต่​ไม่​เคย​ใช้​กับ​ท่าน​ตอน​ที่​เป็น​มนุษย์ แทน​ที่​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น ยอห์น​ใช้​คำ​นี้​เมื่อ​พูด​ถึง​พระ​เยซู​ก่อน​ที่​ท่าน​จะ​มา​เกิด​เป็น​มนุษย์ ตอน​ที่​ท่าน​เป็น​ลอกอส​หรือ​โฆษก​ที่ “อยู่​กับ​พระเจ้า​ใน​ตอน​เริ่ม​ต้น” คือ “ก่อน​จะ​มี​โลก​นี้” ด้วย​ซ้ำ (ยน 1:1, 2; 17:5, 24) แม้​ทูตสวรรค์​อื่น​ ๆ ​ถูก​เรียก​ว่า “ลูก​ ๆ ​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้” หรือ “ลูก​ของ​พระเจ้า” (ปฐก 6:2, 4; โยบ 1:6; 2:1; 38:4-7) แต่​พระ​เยซู​เท่า​นั้น​ที่​ถูก​เรียก​ว่า “ลูก​คน​เดียว” เพราะ​ท่าน​เป็น​ลูก​คน​แรก​ของ​พระ​ยะโฮวา​และ​เป็น​ผู้​เดียว​ที่​พระเจ้า​สร้าง​เอง​โดย​ตรง พระ​ยะโฮวา​สร้าง​ทูตสวรรค์​ทั้ง​หมด​โดย​ทาง ​พระ​เยซู​ลูก​คน​แรก​ของ​พระองค์ (คส 1:15, 16) สรุป​คือ คำ​ว่า มอนอเกะเนส หมาย​ถึง​การ​ที่​พระ​เยซู “ไม่​เหมือน​ใคร” และ​ท่าน​เป็น​ลูก​คน​เดียว​ที่​พระเจ้า​สร้าง​โดย​ตรง—1​ยน 5:18

ลูก​คน​เดียว: คำ​กรีก มอนอเกะเนส ที่​มัก​จะ​แปล​ว่า “ที่​ได้​รับ​กำเนิด​เพียง​คน​เดียว” มี​ความ​หมาย​ว่า “มี​เพียง​หนึ่ง​เดียว, ไม่​มี​ใคร​เหมือน” ใน​หนังสือ​ที่​อัครสาวก​ยอห์น​เขียน มี​การ​ใช้​คำ​นี้​กับ​พระ​เยซู​เท่า​นั้น (ยน 1:14; 3:18; 1​ยน 4:9; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 1:14) แม้​ทูตสวรรค์​อื่น​ ๆ ​ถูก​เรียก​ว่า​ลูก​ของ​พระเจ้า​ด้วย แต่​พระ​เยซู​เท่า​นั้น​ที่​ถูก​เรียก​ว่า “ลูก​คน​เดียว” (ปฐก 6:2, 4; โยบ 1:6; 2:1; 38:4-7) เพราะ​ท่าน​เป็น​ลูก​คน​แรก​ของ​พระ​ยะโฮวา​และ​เป็น​ผู้​เดียว​ที่​พระเจ้า​สร้าง​เอง​โดย​ตรง ท่าน​จึง​ไม่​เหมือน​ลูก​คน​อื่น​ ๆ ​ของ​พระเจ้า พระ​ยะโฮวา​สร้าง​พวก​ทูตสวรรค์​โดย​ทาง ​พระ​เยซู​ลูก​คน​แรก​ของ​พระองค์ เปาโล​ก็​ใช้​คำ​กรีก มอนอเกะเนส ใน​ความ​หมาย​คล้าย​กัน​ตอน​ที่​บอก​ว่า​อิสอัค​เป็น “ลูก​ชาย​คน​เดียว” ของ​อับราฮัม (ฮบ 11:17) ถึง​แม้​อับราฮัม​จะ​มี​ลูก​กับ​ฮาการ์​ที่​ชื่อ​อิชมาเอล และ​ยัง​มี​ลูก​อีก​หลาย​คน​กับ​เคทูราห์​ด้วย (ปฐก 16:15; 25:1, 2; 1พศ 1:28, 32) แต่​อิสอัค​เป็น “ลูก​ชาย​คน​เดียว” ใน​ความ​หมาย​พิเศษ นั่น​คือ​เป็น​ลูก​ชาย​คน​เดียว​ที่​พระเจ้า​สัญญา​กับ​อับราฮัม และ​เป็น​ลูก​ชาย​คน​เดียว​ที่​เกิด​จาก​ซาราห์—ปฐก 17:16-19

ประตู​เมือง: มี​การ​ใช้​คำ​กรีก พอลิส (“เมือง”) 3 ครั้ง​เมื่อ​พูด​ถึง​เมือง​นาอิน ปกติ​แล้ว​มัก​จะ​มี​การ​ใช้​คำ​นี้​กับ​เมือง​ที่​มี​กำแพง​ล้อม​รอบ แต่​เรา​ไม่​รู้​แน่ชัด​ว่า​เมือง​นาอิน​มี​กำแพง​ล้อม​รอบ​หรือ​ไม่ ถ้า​เมือง​นี้​ไม่​มี​กำแพง คำ​ว่า “ประตู” อาจ​หมาย​ถึง​ทาง​เข้า​เมือง​นาอิน​ที่​มี​บ้าน​เรียง​ราย​อยู่​ด้าน​ข้าง แต่​นัก​โบราณคดี​บาง​คน​ก็​เชื่อ​ว่า​เมือง​นาอิน​มี​กำแพง​ล้อม​รอบ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​อย่าง​ไร พระ​เยซู​กับ​สาวก​อาจ​เจอ​ขบวน​แห่​ศพ​ที่ “ประตู” ทาง​เข้า​เมือง​นาอิน​ฝั่ง​ตะวัน​ออก ซึ่ง​เป็น​ทาง​ไป​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ที่​อยู่​บน​เนิน​เขา​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ของ​หมู่​บ้าน​เน​อิน​ใน​ปัจจุบัน

คน​เดียว: คำ​กรีก มอนอเกะเนส ที่​มัก​จะ​แปล​ว่า “ที่​ได้​รับ​กำเนิด​เพียง​คน​เดียว” มี​ความ​หมาย​ว่า “มี​เพียง​หนึ่ง​เดียว, ไม่​มี​ใคร​เหมือน” คำ​นี้​ใช้​ได้​กับ​ทั้ง​ลูก​ชาย​และ​ลูก​สาว ใน​ท้อง​เรื่อง​นี้​คำ​นี้​หมาย​ถึง​ลูก​คน​เดียว มี​การ​ใช้​คำ​กรีก​นี้​กับ​ลูก​สาว “คน​เดียว” ของ​ไยรอส และ​ลูก​ชาย “คน​เดียว” ของ​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ได้​รับ​การ​รักษา​จาก​พระ​เยซู (ลก 8:41, 42; 9:38) ฉบับ​กรีก​เซปตัวจินต์ ​ใช้​คำ มอนอเกะเนส เมื่อ​พูด​ถึง​ลูก​สาว​ของ​เยฟธาห์​ว่า “เธอ​เป็น​ลูก​คน​เดียว​ของ​เขา นอก​จาก​เธอ​แล้ว​เขา​ไม่​มี​ลูก​ชาย​หรือ​ลูก​สาว​อีก​เลย” (วนฉ 11:34) ใน​หนังสือ​ที่​อัครสาวก​ยอห์น​เขียน เขา​ใช้​คำ มอนอเกะเนส 5 ครั้ง​เมื่อ​พูด​ถึง​พระ​เยซู—สำหรับ​ความ​หมาย​ของ​คำ​นี้​เมื่อ​ใช้​กับ​พระ​เยซู ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 1:14; 3:16

สงสาร: คำ​กริยา​กรีก สะพลางค์นิศอไม ที่​ใช้​ใน​สำนวน​นี้​เกี่ยว​ข้อง​กับ​คำ​ว่า “ลำไส้” (สะพลางค์นา) คำ​นี้​แสดง​ถึง​ความ​รู้สึก​ที่​อยู่​ใน​ส่วน​ลึก​ของ​ตัว​เรา ซึ่ง​เป็น​อารมณ์​ความ​รู้สึก​ที่​ลึกซึ้ง นี่​เป็น​หนึ่ง​ใน​คำ​กรีก​ที่​แสดง​ถึง​ความ​รู้สึก​สงสาร​ที่​แรง​กล้า​ที่​สุด

สาวก​ของ​เขา . . . 2 คน: บันทึก​เหตุ​การณ์​เดียว​กัน​ที่ มธ 11:2, 3 บอก​แค่​ว่า​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา​ส่ง “สาวก​ของ​เขา” ไป​หา​พระ​เยซู ส่วน​ลูกา​เพิ่ม​เติม​ราย​ละเอียด​ว่า​สาวก​ที่​ถูก​ส่ง​ไป​นั้น​มี​กี่​คน

คน​โรค​เรื้อน: คน​ที่​เป็น​โรค​ผิวหนัง​ร้ายแรง​ชนิด​หนึ่ง คำ​ว่า​โรค​เรื้อน​ใน​พระ​คัมภีร์​มี​ความ​หมาย​กว้าง​กว่า​โรค​เรื้อน​ที่​รู้​จัก​กัน​ใน​ปัจจุบัน ใคร​ก็​ตาม​ที่​ถูก​ตรวจ​พบ​ว่า​เป็น​โรค​เรื้อน​จะ​ถูก​ไล่​ออก​จาก​ชุมชน​จน​กว่า​เขา​จะ​หาย​จาก​โรค—ลนต 13:2, เชิงอรรถ, 45, 46; ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “โรค​เรื้อน

คน​โรค​เรื้อน: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 8:2 และ​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “โรค​เรื้อน

ให้​บัพติศมา​พวก​คุณ: หรือ “จุ่ม​พวก​คุณ” คำ​กรีก บาพทิโศ มี​ความ​หมาย​ว่า “จุ่ม, จุ่ม​ทั้ง​ตัว” ข้อ​อื่น​ ๆ ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ก็​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​การ​บัพติศมา​คือ​การ​จุ่ม​ตัว​มิด​ใน​น้ำ ครั้ง​หนึ่ง​ยอห์น​ให้​บัพติศมา​ที่​หุบเขา​จอร์แดน​ใกล้​กับ​สาลิม “เพราะ​ที่​นั่น​มี​น้ำ​มาก” (ยน 3:23) ตอน​ที่​ฟีลิป​ให้​บัพติศมา​ข้าราชการ​ชาว​เอธิโอเปีย พวก​เขา​ทั้ง​สอง​คน​ก็ “ลง​ไป​ใน​น้ำ” (กจ 8:38) ฉบับ​เซปตัวจินต์ ก็​ใช้​คำ​กรีก​เดียว​กัน​นี้​ที่ 2พก 5:14 เมื่อ​พูด​ถึง​นาอามาน​ตอน​ที่​เขา “จุ่ม​ตัว​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน 7 ครั้ง”

รับ​บัพติศมา​เพื่อ​แสดง​การ​กลับ​ใจ: การ​บัพติศมา​ไม่​ได้​ชำระ​บาป​ให้​หมด​ไป แต่​การ​ที่​ผู้​คน​มา​รับ​บัพติศมา​จาก​ยอห์น​เป็น​การ​ยอม​รับ​อย่าง​เปิด​เผย​ว่า​พวก​เขา​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ของ​โมเสส​และ​ตั้งใจ​เปลี่ยน​แปลง​ตัว​เอง​จริง ๆ การ​กลับ​ใจ​แบบ​นี้​ช่วย​พา​พวก​เขา​ไป​หา​พระ​คริสต์ (กท 3:24) บัพติศมา​ของ​ยอห์น​จึง​เป็น​การ​เตรียม​ผู้​คน​ให้​เห็น “การ​ช่วย​ให้​รอด” จาก​พระเจ้า—ลก 3:3-6; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 3:2, 8, 11 และ​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “บัพติศมา”; “กลับ​ใจ

บัพติศมา: คำ​กรีก บาพทิสมา หมาย​ถึง “การ​จุ่ม”—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 3:11; มก 1:4

ไม่​กิน​ไม่​ดื่ม: ดู​เหมือน​หมาย​ถึง​การ​ใช้​ชีวิต​ของ​ยอห์น​ที่​ไม่​ได้​ทำ​ตาม​ความ​ต้องการ​ของ​ตัว​เอง การ​ใช้​ชีวิต​แบบ​นี้​รวม​ถึง​การ​อด​อาหาร​และ​ทำ​ตาม​ข้อ​เรียก​ร้อง​สำหรับ​คน​ที่​เป็น​นาศีร์​ที่​ให้​ละ​เว้น​จาก​เครื่อง​ดื่ม​มึน​เมา—กดว 6:2-4; มธ 9:14, 15; ลก 1:15; 7:33

ไม่​กิน​ขนมปัง​และ​ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 11:18

คน​เก็บ​ภาษี: ชาว​ยิว​หลาย​คน​เก็บ​ภาษี​ให้​รัฐบาล​โรมัน ผู้​คน​เลย​เกลียด​ชาว​ยิว​ที่​ทำ​งาน​นี้​เพราะ​คน​เหล่า​นี้​ไม่​เพียง​ให้​ความ​ร่วม​มือ​กับ​ชาติ​มหาอำนาจ​ที่​พวก​เขา​เกลียด​เท่า​นั้น แต่​ยัง​เก็บ​ภาษี​เกิน​กำหนด​ด้วย คน​เก็บ​ภาษี​ถูก​เพื่อน​ร่วม​ชาติ​ชาว​ยิว​รังเกียจ และ​ถูก​จัด​อยู่​ใน​ประเภท​เดียว​กับ​คน​บาป​และ​โสเภณี—มธ 11:19; 21:32

ผล​ที่​ปรากฏ​ออก​มา: เช่น​เดียว​กับ​ใน​บันทึก​เหตุ​การณ์​เดียว​กัน​ที่ มธ 11:19 ผล​ที่​ปรากฏ​ออก​มา​หมาย​ถึง​หลักฐาน​ที่​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา​และ​พระ​เยซู​ให้​ไว้​ซึ่ง​พิสูจน์​ว่า​เรื่อง​ที่​พวก​เขา​ถูก​กล่าวหา​ไม่​เป็น​ความ​จริง เหมือน​กับ​พระ​เยซู​กำลัง​บอก​ว่า ‘ดู​ที่​ผล​งาน​และ​การ​กระทำ​ที่​ดี​สิ แล้ว​คุณ​จะ​รู้​ว่า​ข้อ​กล่าวหา​นั้น​ไม่​เป็น​ความ​จริง’

ไป​บ้าน​ของ​เขา: ผู้​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ทั้ง 4 คน​บันทึก​เหตุ​การณ์​นี้ แต่​ลูกา​เป็น​คน​เดียว​ที่​บอก​ว่า​พวก​ฟาริสี​เชิญ​พระ​เยซู​ไป​กิน​อาหาร​ที่​บ้าน​หลาย​ครั้ง​และ​ท่าน​ก็​ไป โอกาส​อื่น ๆ ที่​พระ​เยซู​ตอบรับ​คำ​เชิญ​มี​บันทึก​ไว้​ที่ ลก 11:37; 14:1

รู้​กัน​ว่า​เป็น​ผู้​หญิง​ไม่​ดี: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “รู้​กัน​ว่า​เป็น​คน​บาป” คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​มนุษย์​ทุก​คน​เป็น​คน​บาป (2พศ 6:36; รม 3:23; 5:12) ดัง​นั้น คำ​ว่า “คน​บาป” ใน​ที่​นี้​จึง​ใช้​ใน​ความ​หมาย​ที่​เฉพาะ​เจาะจง​กว่า คือ​หมาย​ถึง​คน​ที่​มี​ชื่อเสียง​ว่า​ทำ​บาป​เป็น​นิสัย เช่น ทำ​ผิด​ศีลธรรม​หรือ​ทำ​ผิด​กฎหมาย (ลก 19:7, 8) มี​เฉพาะ​ลูกา​คน​เดียว​เท่า​นั้น​ที่​บันทึก​เกี่ยว​กับ​ผู้​หญิง​ไม่​ดี​คน​นี้​ที่​เท​น้ำมัน​หอม​ชโลม​เท้า​พระ​เยซู เธอ​อาจ​เป็น​โสเภณี คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “รู้​กัน​ว่า​เป็น” มี​ความ​หมาย​ตรง​ตัว​คือ “เป็น” แต่​ตาม​ที่​ใช้​ใน​ท้อง​เรื่อง​นี้​ดู​เหมือน​หมาย​ถึง​ลักษณะ​นิสัย​หรือ​ประเภท​ของ​คน

โทษ: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “หนี้” หมาย​ถึง​ความ​ผิด ถ้า​มี​การ​ทำ​ผิด​ต่อ​คน​อื่น คน​ที่​ทำ​ผิด​ก็​เหมือน​มี​หนี้​หรือ​มี​พันธะ​ที่​ต้อง​ชด​ใช้​และ​ต้อง​ขอ​ให้​คน​นั้น​ยก​โทษ​ให้ พระเจ้า​จะ​ยก​โทษ​ให้​เรา​ก็​ต่อ​เมื่อ​เรา​ยก​โทษ​ให้​คน​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​เรา—มธ 6:14, 15; 18:35; ลก 11:4

ยก​หนี้: คำ​ว่า “หนี้” ใน​ความ​เป็น​นัย​อาจ​หมาย​ถึง​ความ​ผิด—ดู​ข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 6:12

คน​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​พวก​เรา: หรือ “คน​ที่​ติด​หนี้​พวก​เรา” ถ้า​มี​การ​ทำ​ผิด​ต่อ​คน​อื่น คน​ที่​ทำ​ผิด​ก็​เหมือน​มี​หนี้​หรือ​มี​พันธะ​ที่​ต้อง​ชด​ใช้​และ​ต้อง​ขอ​ให้​คน​นั้น​ยก​โทษ​ให้ ตอน​ที่​พระ​เยซู​สอน​เรื่อง​การ​อธิษฐาน​ใน​คำ​บรรยาย​บน​ภูเขา ใน​ภาษา​เดิม​ท่าน​ใช้​คำ​ว่า “หนี้” แทน​คำ​ว่า​บาป (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 6:12) คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า​ยก​โทษ​มี​ความ​หมาย​ตรง​ตัว​ว่า “ปล่อย​ไป” ซึ่ง​ก็​คือ​การ​ปล่อย​หนี้​ไป​โดย​ไม่​เรียก​ร้อง​ให้​มี​การ​จ่าย​คืน

ลูกหนี้ 2 คน: ชาว​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​คุ้น​เคย​กับ​เรื่อง​ของ​เจ้าหนี้​และ​ลูกหนี้ บาง​ครั้ง​พระ​เยซู​จึง​ใช้​เรื่อง​นี้​ใน​ตัว​อย่าง​เปรียบ​เทียบ​ของ​ท่าน (มธ 18:23-35; ลก 16:1-8) เฉพาะ​บันทึก​ของ​ลูกา​เท่า​นั้น​ที่​มี​ตัว​อย่าง​เปรียบ​เทียบ​เรื่อง​ลูกหนี้ 2 คน ซึ่ง​คน​หนึ่ง​เป็น​หนี้​มาก​กว่า​อีก​คน​ถึง 10 เท่า พระ​เยซู​ยก​ตัว​อย่าง​นี้​เพราะ​ท่าน​เห็น​ความ​คิด​ที่​ไม่​ถูก​ต้อง​ของ​ซีโมน​ที่​มี​ต่อ​ผู้​หญิง​ที่​เท​น้ำมัน​หอม​ชโลม​เท้า​ท่าน (ลก 7:36-40) พระ​เยซู​เปรียบ​เทียบ​บาป​เหมือน​หนี้​ก้อน​โต​ที่​ไม่​มี​ทาง​ชด​ใช้​หมด และ​ท่าน​เน้น​หลักการ​สำคัญ​ที่​ว่า “คน​ที่​ได้​รับ​การ​อภัย​น้อย ก็​แสดง​ความ​รัก​น้อย”—ลก 7:47; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 6:12; 18:27; ลก 11:4

เดนาริอัน: เหรียญ​เงิน​ของ​โรมัน​ซึ่ง​หนัก​ประมาณ 3.85 กรัม และ​มี​รูป​ของ​ซีซาร์​อยู่​ด้าน​หนึ่ง อย่าง​ที่​เห็น​ใน มธ 20:2 คน​งาน​ใน​ไร่​นา​สมัย​พระ​เยซู​จะ​ได้​รับ​ค่า​จ้าง 1 เดนาริอัน​สำหรับ​การ​ทำ​งาน 1 วัน​ที่​ยาว 12 ชั่วโมง—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “เดนาริอัน” และภาค​ผนวก ข​14

เอา​น้ำ​มา​ให้​ผม​ล้าง​เท้า: ใน​สมัย​โบราณ​หรือ​แม้​แต่​ใน​หลาย​ส่วน​ของ​โลก​สมัย​ปัจจุบัน การ​เดิน​เป็น​วิธี​หลัก​ใน​การ​เดิน​ทาง บาง​คน​เดิน​เท้า​เปล่า แต่​หลาย​คน​มัก​ใส่​รอง​เท้า​สาน​ซึ่ง​มี​แค่​พื้น​รอง​เท้า​กับ​เชือก​หนัง เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​เขา​จะ​ต้อง​ถอด​รอง​เท้า วิธี​หนึ่ง​ที่​จะ​แสดง​น้ำใจ​ต้อนรับ​แขก​ใน​สมัย​นั้น​คือ​การ​ล้าง​เท้า เจ้า​ของ​บ้าน​หรือ​คน​รับใช้​อาจ​เป็น​คน​ล้าง​เท้า​ให้​แขก หรือ​อย่าง​น้อย​ที่​สุด​ก็​จะ​มี​การ​เตรียม​น้ำ​ไว้​ให้​แขก​ล้าง​เท้า—ปฐก 18:4; 24:32; 1ซม 25:41; ลก 7:37, 38

คุณ​ไม่​ได้​จูบ​ต้อนรับ​ผม: ใน​สมัย​คัมภีร์​ไบเบิล การ​จูบ​เป็น​การ​แสดง​ความ​รัก​หรือ​เคารพ​นับถือ ซึ่ง​อาจ​รวม​ถึง​การ​จูบ​ปาก (สภษ 24:26, เชิงอรรถ) จูบ​แก้ม หรือ​บาง​ครั้ง​ก็​ถึง​กับ​จูบ​เท้า (ลก 7:37, 38) ไม่​ใช่​เรื่อง​แปลก​ที่​ญาติ​ผู้​หญิง​และ​ผู้​ชาย​จะ​จูบ​กัน (ปฐก 29:11; 31:28) ญาติ​ที่​เป็น​ผู้​ชาย​กับ​ผู้​ชาย​ก็​ยัง​ทำ​แบบ​นั้น (ปฐก 27:26, 27; 45:15; อพย 18:7; 2ซม 14:33) นอก​จาก​นั้น ยัง​มี​การ​จูบ​กัน​ระหว่าง​เพื่อน​สนิท​ด้วย—1ซม 20:41, 42; 2ซม 19:39

วีดีโอและรูปภาพ

วัง
วัง

เมื่อ​พระ​เยซู​พูด​ถึง​คน​ที่​อยู่​ใน “วัง” (มธ 11:8; ลก 7:25) ผู้​ฟัง​ของ​ท่าน​คง​นึก​ถึง​วัง​ที่​ใหญ่​โต​หรูหรา​หลาย​แห่ง​ซึ่ง​เฮโรด​มหาราช​สร้าง​ไว้ ใน​ภาพ​นี้​คือ​ซาก​บาง​ส่วน​ของ​วัง​ฤดู​หนาว​ที่​เฮโรด​สร้าง​ใน​เมือง​เยรีโค ห้อง​โถง​ด้าน​หน้า​ของ​วัง​มี​ขนาด 29 x 19 เมตร และ​มี​ระเบียง​ที่​มี​เสา นอก​จาก​นั้น ยัง​มี​ลาน​หลาย​แห่ง​ที่​ล้อม​รอบ​ด้วย​เสา​ระเบียง​และ​ห้อง​หลาย​ห้อง รวม​ทั้ง​โรง​อาบ​น้ำ​ที่​มี​ระบบ​น้ำ​ร้อน​น้ำ​เย็น​ด้วย ติด​กับ​วัง​คือ​สวน​ที่​เล่น​ระดับ​หลาย​ชั้น ดู​เหมือน​ว่า​วัง​นี้​ถูก​เผา​ใน​ช่วง​ที่​เกิด​การ​จลาจล​ไม่​กี่​สิบ​ปี​ก่อน​ที่​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา​จะ​เริ่ม​งาน​รับใช้ และ​อาร์เคลาอัส​ลูก​ของ​เฮโรด​ได้​สร้าง​วัง​นี้​ขึ้น​ใหม่

ตลาด
ตลาด

ตลาด​บาง​แห่ง​ตั้ง​อยู่​ริม​ถนน​เหมือน​ใน​รูป​นี้ พ่อค้า​แม่​ค้า​มัก​จะ​เอา​สินค้า​มา​วาง​ริม​ถนน​จน​กีด​ขวาง​ทาง​เดิน ชาว​บ้าน​จะ​มา​ซื้อ​ข้าว​ของ​เครื่อง​ใช้ ถ้วย​ชาม​ดิน​เผา และ​เครื่อง​แก้ว​ราคา​แพง รวม​ทั้ง​ของ​สด​ต่าง ๆ ด้วย เนื่อง​จาก​ใน​สมัย​นั้น​ไม่​มี​ตู้​เย็น ผู้​คน​จึง​ต้อง​ไป​ซื้อ​อาหาร​ที่​ตลาด​ทุก​วัน คน​ที่​มา​ซื้อ​ของ​ที่​ตลาด​จะ​ได้​ยิน​ข่าว​ต่าง ๆ จาก​พวก​พ่อค้า​หรือ​คน​ที่​มา​จาก​เมือง​อื่น เด็ก ๆ จะ​เล่น​กัน​ที่​นั่น คน​ที่​ตก​งาน​ก็​จะ​มา​รอ​คน​จ้าง พระ​เยซู​เคย​รักษา​คน​ป่วย​และ​เปาโล​ก็​เคย​ประกาศ​ที่​ตลาด (กจ 17:17) แต่​พวก​ครู​สอน​ศาสนา​และ​ฟาริสี​ที่​เย่อหยิ่ง​ชอบ​เป็น​จุด​สนใจ​และ​ให้​คน​มา​ทักทาย​ใน​ที่​สาธารณะ​แบบ​นี้

ขลุ่ย​กระดูก
ขลุ่ย​กระดูก

ใน​สมัย​คัมภีร์​ไบเบิล ขลุ่ย​อาจ​ทำ​มา​จาก​ไม้​อ้อ ก้าน​ไม้ รวม​ทั้ง​กระดูก​หรือ​งา​ช้าง ขลุ่ย​เป็น​เครื่อง​ดนตรี​ชนิด​หนึ่ง​ที่​คน​นิยม​มาก​ที่​สุด มี​การ​เป่า​ขลุ่ย​ใน​งาน​รื่นเริง เช่น งาน​เลี้ยง​หรือ​งาน​แต่งงาน (1พก 1:40; อสย 5:12; 30:29) เด็ก ๆ ก็​ชอบ​เล่น​เป่า​ขลุ่ย​ใน​ที่​สาธารณะ นอก​จาก​นั้น ยัง​มี​การ​เป่า​ขลุ่ย​ใน​เวลา​ที่​โศก​เศร้า และ​ตอน​ที่​มี​การ​รับจ้าง​ร้องไห้​ก็​มัก​จะ​มี​การ​เป่า​ขลุ่ย​ใน​ทำนอง​ที่​โศก​เศร้า​คลอ​ไป​ด้วย ขลุ่ย​ใน​ภาพ​นี้​พบ​ใน​ซาก​ปรัก​หัก​พัง​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​ซึ่ง​มี​อายุ​อยู่​ใน​ช่วง​เดียว​กับ​ตอน​ที่​วิหาร​ถูก​กองทัพ​โรมัน​ทำลาย ขลุ่ย​นี้​มี​ความ​ยาว​ประมาณ 15 ซม. และ​น่า​จะ​ทำ​มา​จาก​กระดูก​ส่วน​ขา​ของ​วัว

ขวด​อะลาบาสเตอร์
ขวด​อะลาบาสเตอร์

แต่​เดิม​ขวด​ใส่​น้ำหอม​เล็ก ๆ คล้าย​แจกัน​นี้​ทำ​มา​จาก​หิน​ที่​พบ​ใกล้​เมือง​อะลาบาสตรอน​ใน​อียิปต์ ต่อ​มา​มี​การ​เรียก​หินปูน​หรือ​แคลเซียม​คาร์บอเนต​ที่​เอา​มา​ทำ​ขวด​ใส่​น้ำหอม​ว่า​อะลา​บาสต​รอน​ด้วย ขวด​ที่​เห็น​ใน​ภาพ​ถูก​พบ​ใน​อียิปต์ ซึ่ง​ทำ​ขึ้น​ระหว่าง​ปี 150 ก่อน ค.ศ. ถึง​ปี ค.ศ. 100 มี​การ​ทำ​ขวด​คล้าย ๆ กัน​จาก​วัสดุ​ที่​มี​ราคา​ถูก​กว่า เช่น ยิปซัม และ​เรียก​ว่า​ขวด​อะลาบาสเตอร์​ด้วย​เพราะ​ใช้​ใส่​น้ำหอม​เหมือน​กัน แต่​ขวด​อะลาบาสเตอร์​แท้​จะ​เอา​ไว้​ใส่​น้ำมัน​หอม​และ​น้ำหอม​ราคา​แพง​เท่า​นั้น เช่น น้ำมัน​หอม​ที่​มี​คน​มา​เท​ลง​บน​พระ​เยซู 2 ครั้ง ครั้ง​หนึ่ง​ที่​บ้าน​ฟาริสี​ใน​กาลิลี และ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​บ้าน​ซีโมน​ที่​เคย​เป็น​โรค​เรื้อน​ใน​หมู่​บ้าน​เบธานี