เขียนโดยยอห์น 20:1-31

20  ตอน​เช้า​มืด​วัน​แรก​ของ​สัปดาห์ มารีย์​มักดาลา​ก็​ไป​ที่​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​พระ​เยซู+ และ​เห็น​ว่า​หิน​ที่​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ถูก​กลิ้ง​ออก​ไป​แล้ว+  มารีย์​จึง​วิ่ง​ไป​หา​ซีโมน​เปโตร​กับ​สาวก​คน​นั้น​ที่​พระ​เยซู​รัก+ และ​บอก​ว่า “มี​คน​เอา​ศพ​นาย​ของ​พวก​เรา​ไป​จาก​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​แล้ว+ ไม่​รู้​พวก​เขา​เอา​ท่าน​ไป​ไว้​ที่​ไหน”  เปโตร​กับ​สาวก​คน​นั้น​จึง​ไป​ที่​อุโมงค์​ฝัง​ศพ  ทั้ง​สอง​คน​วิ่ง​ไป แต่​สาวก​คน​นั้น​วิ่ง​เร็ว​กว่า​เปโตร จึง​ไป​ถึง​อุโมงค์​ก่อน  แต่​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ข้าง​ใน พอ​เขา​ชะโงก​มอง​ดู​ก็​เห็น​ผ้า​ลินิน​ที่​ใช้​พัน​ศพ​วาง​อยู่+  เมื่อ​ซีโมน​เปโตร​วิ่ง​มา​ถึง​ก็​เข้า​ไป​ใน​อุโมงค์ และ​เห็น​ผ้า​ลินิน​วาง​อยู่​เหมือน​กัน  แต่​ผ้า​ที่​ใช้​คลุม​ส่วน​หัว​ถูก​ม้วน​วาง​ไว้​ต่าง​หาก ไม่​ได้​วาง​อยู่​กับ​ผ้า​พัน​ศพ​ส่วน​อื่น ๆ  แล้ว​สาวก​คน​ที่​มา​ถึง​อุโมงค์​ก่อน​ก็​ตาม​เข้า​ไป เขา​จึง​เห็น​และ​เชื่อ  แต่​พวก​เขา​ยัง​ไม่​เข้าใจ​ข้อ​คัมภีร์​ที่​บอก​ว่า พระ​เยซู​จะ​ต้อง​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย+ 10  สาวก​ทั้ง​สอง​จึง​พา​กัน​กลับ​บ้าน 11  แต่​มารีย์​ยัง​ยืน​ร้องไห้​อยู่​ข้าง​นอก​ใกล้ ๆ กับ​อุโมงค์​ฝัง​ศพ ตอน​ที่​ร้องไห้​อยู่ เธอ​ชะโงก​มอง​เข้า​ไป​ใน​อุโมงค์ 12  และ​เห็น​ทูตสวรรค์ 2 องค์+ใส่​ชุด​ขาว​นั่ง​อยู่​ตรง​ที่​ที่​ศพ​พระ​เยซู​เคย​วาง​อยู่ องค์​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​ทาง​หัว อีก​องค์​หนึ่ง​นั่ง​อยู่​ทาง​เท้า 13  ทูตสวรรค์​พูด​กับ​มารีย์​ว่า “คุณ​ร้องไห้​ทำไม?” เธอ​ตอบ​ว่า “มี​คน​เอา​ศพ​นาย​ของ​ดิฉัน​ไป ไม่​รู้​พวก​เขา​เอา​ท่าน​ไป​ไว้​ที่​ไหน” 14  พอ​พูด​จบ มารีย์​ก็​หัน​กลับ​มา​และ​เห็น​พระ​เยซู​ยืน​อยู่ แต่​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​ท่าน+ 15  พระ​เยซู​ถาม​มารีย์​ว่า “คุณ​ร้องไห้​ทำไม? มอง​หา​ใคร​อยู่?” มารีย์​คิด​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​คน​สวน จึง​บอก​ว่า “คุณ​คะ ถ้า​คุณ​เอา​ศพ​ท่าน​ไป ช่วย​บอก​ดิฉัน​หน่อย​ว่า​คุณ​เอา​ท่าน​ไป​ไว้​ที่​ไหน ดิฉัน​จะ​ได้​ไป​รับ​ศพ​มา” 16  พระ​เยซู​พูด​กับ​เธอ​ว่า “มารีย์” เธอ​มอง​พระ​เยซู​และ​อุทาน​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​ว่า “รับโบนี!” (ซึ่ง​แปล​ว่า “อาจารย์”) 17  พระ​เยซู​บอก​มารีย์​ว่า “อย่า​รั้ง​ผม​ไว้​เลย ผม​ยัง​ไม่​ได้​ขึ้น​ไป​หา​พ่อ​ของ​ผม ไป​บอก​พี่​น้อง​ของ​ผม+ว่า ‘ผม​กำลัง​จะ​ขึ้น​ไป​หา​พ่อ​ของ​ผม+ซึ่ง​เป็น​พ่อ​ของ​พวก​คุณ และ​ไป​หา​พระเจ้า​ของ​ผม+ซึ่ง​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​คุณ’” 18  แล้ว​มารีย์​มักดาลา​ก็​ไป​หา​พวก​สาวก​และ​บอก​ว่า “ฉัน​ได้​เจอ​นาย​ของ​พวก​เรา​ด้วย!” และ​เล่า​ว่า​พระ​เยซู​สั่ง​อะไร​เธอ​บ้าง+ 19  ตอน​เย็น​วัน​นั้น​ซึ่ง​เป็น​วัน​แรก​ของ​สัปดาห์ พวก​สาวก​มา​อยู่​รวม​กัน​ที่​บ้าน​หลัง​หนึ่ง และ​ใส่​กลอน​ประตู​ไว้​แน่น​หนา​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว แล้ว​พระ​เยซู​ก็​มา​ยืน​อยู่​ใน​หมู่​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “สวัสดี​ทุก​คน”*+ 20  พอ​พูด​จบ พระ​เยซู​ก็​ให้​พวก​เขา​ดู​มือ​และ​สีข้าง​ของ​ท่าน+ พวก​สาวก​ดีใจ​มาก​ที่​ได้​เจอ​ผู้​เป็น​นาย+ 21  พระ​เยซู​พูด​กับ​พวก​เขา​อีก​ว่า “ขอ​ให้​มี​ความ​สงบ​สุข+ ผม​จะ​ใช้​พวก​คุณ​ไป+เหมือน​ที่​พ่อ​ของ​ผม​ใช้​ผม​มา”+ 22  พอ​พูด​จบ พระ​เยซู​ก็​เป่า​ลม​ใส่​พวก​เขา​และ​บอก​ว่า “รับ​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า​ไป+ 23  ถ้า​พวก​คุณ​อภัย​บาป​ให้​ใคร บาป​ของ​เขา​ก็​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย แต่​ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​อภัย​บาป​ให้​ใคร บาป​ของ​เขา​ก็​จะ​ไม่​ได้​รับ​การ​อภัย” 24  แต่​โธมัส​ดิดุโมส+ คน​หนึ่ง​ใน​อัครสาวก 12 คน+ ไม่​ได้​อยู่​ด้วย​ตอน​ที่​พระ​เยซู​มา​หา 25  สาวก​คน​อื่น ๆ จึง​บอก​เขา​ว่า “พวก​เรา​ได้​เจอ​นาย​ของ​เรา​ด้วย” แต่​โธมัส​พูด​ว่า “ผม​ไม่​เชื่อ​เด็ดขาด+จน​กว่า​จะ​ได้​เห็น​และ​เอา​นิ้ว​แยง​รอย​ตะปู​ที่​มือ​ท่าน และ​ได้​จับ​ดู​สีข้าง​ของ​ท่าน+ด้วย​มือ​ผม​เอง” 26  แปด​วัน​ต่อ​มา สาวก​ของ​พระ​เยซู​อยู่​ใน​บ้าน​ด้วย​กัน​อีก​ครั้ง โธมัส​ก็​อยู่​ด้วย พระ​เยซู​เข้า​มา​ยืน​อยู่​ใน​หมู่​พวก​เขา​ถึง​แม้​ประตู​ใส่​กลอน​ไว้​แล้ว ท่าน​พูด​ว่า “สวัสดี​ทุก​คน”+ 27  แล้ว​ท่าน​ก็​พูด​กับ​โธมัส​ว่า “เอา​นิ้ว​แยง​มือ​ผม​ดู และ​เอา​มือ​จับ​สีข้าง​ของ​ผม​สิ ขอ​ให้​เชื่อ​และ​เลิก​สงสัย​เถอะ” 28  โธมัส​อุทาน​ว่า “นาย​ของ​ผม​และ​พระเจ้า​ของ​ผม!”+ 29  พระ​เยซู​ถาม​เขา​ว่า “คุณ​เชื่อ​เพราะ​ได้​เห็น​ผม​อย่าง​นั้น​หรือ? คน​ที่​เชื่อ​ทั้ง​ที่​ไม่​ได้​เห็น​ก็​มี​ความ​สุข”+ 30  จริง ๆ แล้ว พระ​เยซู​ทำ​การ​อัศจรรย์​อีก​หลาย​อย่าง​ให้​พวก​สาวก​เห็น แต่​ไม่​ได้​เขียน​ไว้​ใน​ม้วน​หนังสือ​นี้+ 31  ส่วน​เรื่อง​ราว​ที่​เขียน​ไว้​นี้​ก็​เพื่อ​พวก​คุณ​จะ​เชื่อ​ได้​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​พระ​คริสต์ ลูก​ของ​พระเจ้า และ​ถ้า​พวก​คุณ​เชื่อ พวก​คุณ​จะ​ได้​ชีวิต​เพราะ​ชื่อ​ของ​พระ​เยซู+

เชิงอรรถ

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ขอ​ให้​พวก​คุณ​มี​ความ​สงบ​สุข” นี่​เป็น​คำ​ทักทาย​ปกติ​ของ​ชาว​ยิว

ข้อมูลสำหรับศึกษา

วัน​แรก​ของ​สัปดาห์: คือ​วัน​ที่ 16 เดือน​นิสาน สำหรับ​ชาว​ยิว​วัน​ถัด​จาก​วัน​สะบาโต​จะ​นับ​เป็น​วัน​แรก​ของ​สัปดาห์

วัน​แรก​ของ​สัปดาห์: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 28:1

อุโมงค์​ฝัง​ศพ: หรือ “อุโมงค์​รำลึก”—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “อุโมงค์​รำลึก

สาวก​คน​หนึ่ง​ที่​พระ​เยซู​รัก: คือ​สาวก​ที่​พระ​เยซู​รัก​เป็น​พิเศษ นี่​เป็น​ครั้ง​แรก​ใน​ทั้ง​หมด 5 ครั้ง​ที่​พระ​คัมภีร์​พูด​ถึง​สาวก​คน​นี้ ซึ่ง​ครั้ง​อื่น​ก็​พูด​ถึง​เขา​ว่า “สาวก​ที่​ท่าน [หรือ “พระ​เยซู”] รัก” “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” หรือ “สาวก​คน​นั้น​ที่​พระ​เยซู​รัก” (ยน 19:26; 20:2; 21:7, 20) เชื่อ​กัน​ว่า​สาวก​คน​นี้​คือ​อัครสาวก​ยอห์น​ลูก​ของ​เศเบดี และ​เป็น​พี่​น้อง​กับ​ยากอบ (มธ 4:21; มก 1:19; ลก 5:10) เหตุ​ผล​หนึ่ง​ที่​เชื่อ​อย่าง​นั้น​คือ อัครสาวก​ยอห์น​ไม่​เคย​พูด​ถึง​ชื่อ​ตัว​เอง​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ที่​เขา​เขียน และ​ที่ ยน 21:2 เขา​เรียก​ตัว​เอง​ว่า “ลูก​ของ​เศเบดี” อีก​เหตุ​ผล​หนึ่ง​อยู่​ที่ ยน 21:20-24 ซึ่ง​ใน​ข้อ​นั้น​พูด​ถึง “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” ว่า​เป็น​คน​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​เล่ม​นี้ นอก​จาก​นั้น พระ​เยซู​ยัง​พูด​ถึง​อัครสาวก​คน​นั้น​ว่า “ถ้า​ผม​อยาก​ให้​เขา​อยู่​จน​ถึง​ตอน​ที่​ผม​มา นั่น​ก็​ไม่​เกี่ยว​กับ​คุณ” ข้อ​นี้​ทำ​ให้​รู้​ว่า​อัครสาวก​คน​นั้น​จะ​อายุ​ยืน​กว่า​เปโตร​และ​อัครสาวก​คน​อื่น​ ๆ ซึ่ง​จะ​เป็น​ใคร​ไป​ไม่​ได้​นอก​จาก​อัครสาวก​ยอห์น—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่​ชื่อ​หนังสือ​ยอห์น และ ยน 1:6; 21:20

สาวก​อีก​คน​หนึ่ง: น่า​จะ​เป็น​อัครสาวก​ยอห์น ดู​ได้​จาก​สไตล์​การ​เขียน​ของ​เขา​ที่​ไม่​บอก​ชื่อ​ของ​ตัว​เอง​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ที่​เขา​เขียน (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 13:23; 19:26; 20:2; 21:7; 21:20) นอก​จาก​นั้น ใน​บันทึก​ที่ ยน 20:2-8 ซึ่ง​เป็น​เหตุ​การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​หลัง​พระ​เยซู​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​มี​การ​พูด​ถึง​ยอห์น​กับ​เปโตร​คู่​กัน คัมภีร์​ไบเบิล​ไม่​ได้​บอ​กว่า​ยอห์น​ซึ่ง​เป็น​สาวก​จาก​แคว้น​กาลิลี​มา​รู้​จัก​กับ​มหา​ปุโรหิต​ได้​อย่าง​ไร แต่​การ​ที่​ยอห์น​คุ้น​เคย​กับ​คน​ใน​บ้าน​ของ​มหา​ปุโรหิต​ทำ​ให้​เขา​สามารถ​คุย​กับ​คน​เฝ้า​ประตู​เพื่อ​จะ​เข้า​ไป​ที่​ลาน​บ้าน​ของ​มหา​ปุโรหิต​ได้ และ​ยัง​สามารถ​พา​เปโตร​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​ได้​ด้วย—ยน 18:16

พระองค์​รัก​ลูก​ของ​พระองค์​มาก: ใน​ข้อ​นี้​พระ​เยซู​พูด​ถึง​สาย​สัมพันธ์​ที่​อบอุ่น เป็น​เพื่อน และ​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน​ระหว่าง​ท่าน​กับ​พระเจ้า​ผู้​เป็น​พ่อ​ตั้ง​แต่​ตอน​ที่​พระองค์​ทั้ง​สอง​เริ่ม​สร้าง​สิ่ง​ต่าง​ ๆ (สภษ 8:30) ตอน​ที่​ยอห์น​บันทึก​คำ​พูด​นี้​ของ​พระ​เยซู เขา​ใช้​คำ​กริยา​กรีก ฟิเละโอ (“รัก​อย่าง​อบอุ่น”) คำ​กริยา​นี้​มัก​ใช้​เพื่อ​พูด​ถึง​ความ​สัมพันธ์​ที่​ใกล้​ชิด​มาก​ระหว่าง​เพื่อน​สนิท ตัว​อย่าง​เช่น มี​การ​ใช้​คำ​นี้​พูด​ถึง​ความ​สนิทสนม​ระหว่าง​พระ​เยซู​กับ​ลาซารัส (ยน 11:3, 36) และ​ยัง​ใช้​คำ​นี้​เพื่อ​พูด​ถึง​ความ​สัมพันธ์​ใน​ครอบครัว​ระหว่าง​พ่อ​แม่​ลูก (มธ 10:37) นอก​จาก​นั้น ยัง​มี​การ​ใช้​คำ​กริยา ฟิเละโอ เพื่อ​แสดง​ถึง​ความ​รู้สึก​อบอุ่น​และ​ใกล้​ชิด​มาก​ที่​พระ​ยะโฮวา​มี​ต่อ​คน​ที่​ติด​ตาม​พระ​เยซู และ​ความ​รู้สึก​สนิทสนม​ที่​สาวก​มี​ต่อ​พระ​เยซู​ด้วย—ยน 16:27

รัก​พวก​คุณ: มี​การ​แปล​คำ​กริยา​กรีก ฟิเละโอ ว่า “รัก” “ชอบ” และ “จูบ” (มธ 23:6; ยน 12:25; มก 14:44) คำ​นี้​อาจ​ใช้​เพื่อ​พูด​ถึง​ความ​สัมพันธ์​ที่​ใกล้​ชิด​มาก เช่น ความ​สัมพันธ์​ระหว่าง​เพื่อน​สนิท ตอน​ที่​พระ​เยซู​เดิน​ไป​ที่​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​ลาซารัส ท่าน “ร้องไห้​น้ำตา​ไหล” จน​คน​ที่​เห็น​บอก​ว่า “ดู​สิ เขา​รัก [รูป​คำ​หนึ่ง​ของ​คำ​กริยา​กรีก ฟิเละโอ] ลาซารัส​มาก​จริง​ ๆ” (ยน 11:35, 36) นอก​จาก​นั้น ยัง​มี​การ​ใช้​คำ​นี้​เพื่อ​พูด​ถึง​ความ​สัมพันธ์​ใน​ครอบครัว​ระหว่าง​พ่อ​แม่​ลูก (มธ 10:37) อย่าง​ที่​เห็น​ใน​ข้อ​นี้ มี​การ​ใช้​คำ​กริยา ฟิเละโอ เพื่อ​แสดง​ถึง​ความ​รู้สึก​อบอุ่น​และ​ใกล้​ชิด​มาก​ที่​พระ​ยะโฮวา​มี​ต่อ​สาวก​ของ​พระ​เยซู รวม​ทั้ง​ความ​รู้สึก​สนิทสนม​ที่​สาวก​มี​ต่อ​พระ​เยซู​ด้วย นอก​จาก​นั้น ที่ ยน 5:20 ยัง​มี​การ​ใช้​คำ​กริยา​กรีก​เดียว​กัน​นี้​เพื่อ​พูด​ถึง​ความ​สัมพันธ์​ที่​ใกล้​ชิด​ระหว่าง​พระ​ยะโฮวา​และ​พระ​เยซู

พระ​เยซู​ถาม​ซีโมน​เปโตร: การ​คุย​กัน​ระหว่าง​พระ​เยซู​กับ​เปโตร​ครั้ง​นี้​เกิด​ขึ้น​ไม่​นาน​หลัง​จาก​เปโตร​ปฏิเสธ​พระ​เยซู 3 ครั้ง ใน​ท้อง​เรื่อง​นี้​พระ​เยซู​ถาม​ย้ำ​ถึง 3 ครั้ง​ว่า​เปโตร​รู้สึก​อย่าง​ไร​กับ​ท่าน​จน “เปโตร​รู้สึก​ทุกข์​ใจ” (ยน 21:17) บันทึก​ของ​ยอห์น​ที่ ยน 21:15-17 ใช้​คำ​กริยา​กรีก 2 คำ​ที่​แตกต่าง​กัน​คือ อากาพาโอ และ ฟิเละโอ แต่​ทั้ง 2 คำ​ก็​แปล​ว่า​รัก พระ​เยซู​ถาม​เปโตร 2 ครั้ง​ว่า “คุณ​รัก (อากาพาโอ) ผม​ไหม?” และ​ทั้ง​สอง​ครั้ง​เปโตร​ก็​ยืน​ยัน​อย่าง​มั่น​ใจ​ว่า​เขา “รัก” พระ​เยซู แล้ว​พระ​เยซู​ก็​ถาม​เป็น​ครั้ง​ที่ 3 ว่า “คุณ​รัก (ฟิเละโอ) ผม​ไหม?” และ​เปโตร​ก็​ยืน​ยัน​อีก​ครั้ง​ว่า​เขา​รัก​ท่าน ทุก​ครั้ง​ที่​เปโตร​ตอบ​กลับ​มา​พระ​เยซู​เน้น​ว่า​ความ​รัก​นั้น​ควร​กระตุ้น​เปโตร​ให้​เลี้ยง​และ “ดู​แล” สาวก​ของ​ท่าน​ด้าน​ความ​เชื่อ ซึ่ง​ใน​ข้อ​นี้​พระ​เยซู​เรียก​พวก​สาวก​ว่า​ลูก​แกะ​หรือ “แกะ​ตัว​เล็ก​ ๆ” ของ​ท่าน (ยน 21:16, 17; 1​ปต 5:1-3) พระ​เยซู​ให้​โอกาส​เปโตร​ยืน​ยัน​ความ​รัก​ที่​มี​ต่อ​ท่าน​ถึง 3 ครั้ง แล้ว​ท่าน​ก็​มอบหมาย​ให้​เขา​ดู​แล​แกะ​หรือ​สาวก​ของ​ท่าน การ​ที่​พระ​เยซู​ทำ​อย่าง​นี้​ทำ​ให้​เห็น​ชัด​ว่า​ท่าน​ให้​อภัย​เปโตร​ที่​เคย​ปฏิเสธ​ท่าน 3 ครั้ง

สาวก​คน​นั้น​ที่​พระ​เยซู​รัก: คือ​สาวก​ที่​พระ​เยซู​รัก​เป็น​พิเศษ นี่​เป็น​ครั้ง​ที่ 3 ใน​ทั้ง​หมด 5 ครั้ง​ที่​พระ​คัมภีร์​พูด​ถึง​สาวก​คน​นี้ ซึ่ง​ครั้ง​อื่น​พูด​ถึง​เขา​ว่า “สาวก​คน​หนึ่ง​ที่​พระ​เยซู​รัก” “สาวก​ที่​ท่าน [พระ​เยซู] รัก” หรือ “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” (ยน 13:23; 19:26; 20:2; 21:7, 20) เชื่อ​กัน​ว่า​สาวก​คน​นี้​คือ​อัครสาวก​ยอห์น (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 13:23; 18:15) ใน​ข้อ​อื่น​ ๆ ​อีก 4 ข้อ​ที่​พูด​ถึง​สาวก​คน​นี้​มี​การ​ใช้​คำ​กรีก อากาพาโอ แต่​ใน​ข้อ​นี้​ใช้​คำ​กรีก ฟิเละโอ ที่​มี​ความ​หมาย​เหมือน​กัน และ​มี​การ​ใช้​คำ​กรีก ฟิเละโอ ใน​พระ​คัมภีร์​อีก​หลาย​ข้อ​ด้วย—มธ 10:37; ยน 11:3, 36; 16:27; 21:15-17; 1​คร 16:22; ทต 3:15; วว 3:19; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 5:20; 16:27; 21:15

ข้อ​คัมภีร์: อาจ​หมาย​ถึง สด 16:10 หรือ อสย 53:10 ใน​ตอน​นั้น​แม้​แต่​คน​ที่​เป็น​สาวก​ของ​พระ​เยซู​ก็​ยัง​ไม่​เข้าใจ​คำ​พยากรณ์​บาง​ข้อ​เกี่ยว​กับ​เมสสิยาห์ โดย​เฉพาะ​คำ​พยากรณ์​ที่​บอก​ว่า​เมสสิยาห์​จะ​ถูก​ปฏิเสธ ต้อง​ทน​ทุกข์ ตาย และ​ถูก​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย—อสย 53:3, 5, 12; มธ 16:21-23; 17:22, 23; ลก 24:21; ยน 12:34

ภาษา​ฮีบรู: ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ฮีบรู” เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​ที่​ชาว​ยิว​พูด​กัน (ยน 19:13, 17, 20; กจ 21:40; 22:2; วว 9:11; 16:16) และ​เป็น​ภาษา​ที่​พระ​เยซู​พูด​กับ​เซาโล​ที่​มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส​หลัง​จาก​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​กลับ​ไป​สวรรค์​แล้ว (กจ 26:14, 15) และ​ที่ กจ 6:1 ก็​พูด​ถึง​สาวก 2 กลุ่ม​คือ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​ฮีบรู” และ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​กรีก” ถึง​แม้​ผู้​เชี่ยวชาญ​ด้าน​พระ​คัมภีร์​บาง​คน​บอก​ว่า​ข้อ​พระ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ควร​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​อาราเมอิก” ไม่​ใช่ “ภาษา​ฮีบรู” แต่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ดี​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า​การ​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” ถูก​ต้อง​กว่า ครั้ง​หนึ่ง​ลูกา​บอก​ว่า​เปาโล​พูด​กับ​ชาว​กรุง​เยรูซาเล็ม “เป็น​ภาษา​ฮีบรู” เพราะ​ตอน​นั้น​เปาโล​กำลัง​พูด​กับ​คน​ที่​ศึกษา​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​เขียน​เป็น​ภาษา​ฮีบรู นอก​จาก​นั้น เมื่อ​สำรวจ​ชิ้น​ส่วน​และ​เอกสาร​ใน​ม้วน​หนังสือ​ทะเล​ตาย​ทั้ง​ส่วน​ที่​เป็น​พระ​คัมภีร์​และ​ไม่​ใช่​พระ​คัมภีร์​ที่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ก็​พบ​ว่า เอกสาร​เหล่า​นั้น​ส่วน​ใหญ่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู แสดง​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เป็น​ภาษา​ที่​ใช้​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน นอก​จาก​นั้น เอกสาร​เหล่า​นั้น​บาง​ส่วน​ก็​เขียน​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​ด้วย แสดง​ว่า​ใน​ตอน​นั้น​มี​การ​ใช้​ทั้ง​ภาษา​ฮีบรู​และ​อาราเมอิก ดัง​นั้น ถ้า​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” เขา​ก็​ไม่​น่า​จะ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก​หรือ​ภาษา​ซีเรีย (กจ 21:40; 22:2; เทียบ​กับ กจ 26:14) พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​ที่ 2​พก 18:26 ก็​พูด​ถึง​ทั้ง “ภาษา​อาราเมอิก” และ “ภาษา​ของ​ชาว​ยิว” ซึ่ง​โยเซฟุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​คิด​ว่า​ข้อ​คัมภีร์​นี้​พูด​ถึง 2 ภาษา​ที่​แตกต่าง​กัน คือ​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ภาษา​ฮีบรู (Jewish Antiquities, X, 8 [i, 2]) จริง​อยู่​ที่​บาง​คำ​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ฮีบรู​มี​ความ​คล้ายคลึง​กัน​และ​มี​บาง​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​เอา​มา​จาก​ภาษา​อาราเมอิก แต่​ดู​เหมือน​ไม่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​กรีก​จะ​ใช้​คำ​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก

ภาษา​ฮีบรู: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 5:2

รับโบนี!: เป็น​คำ​ภาษา​ฮีบรู​ที่​แปล​ว่า “ครู​ของ​ฉัน” บาง​คน​คิด​ว่า​ตอน​แรก​คำ​ว่า “รับโบนี” แสดง​ถึง​ความ​เคารพ​มาก​กว่า​หรือ​ถ่ายทอด​ความ​รู้สึก​ที่​อบอุ่น​กว่า​คำ​ว่า “รับบี” ที่​อยู่​ใน ยน 1:38 แต่​ยอห์น​แปล​ทั้ง 2 คำ​นี้​ว่า​อาจารย์ อาจ​เป็น​ได้​ว่า​สมัย​ที่​ยอห์น​เขียน​พระ​คัมภีร์ คำ​ที่​ต่อ​ท้าย​คำ​นี้ (ซึ่ง​มี​ความ​หมาย​ว่า “ของ​ฉัน”) ไม่​มี​ความ​หมาย​พิเศษ​เหมือน​แต่​ก่อน

อย่า​รั้ง​ผม​ไว้​เลย: คำ​กริยา​กรีก ฮาพทอไม อาจ​แปล​ว่า “แตะ​ต้อง” หรือ “รั้ง, หน่วง​เหนี่ยว” พระ​คัมภีร์​บาง​ฉบับ​ใช้​คำ​ว่า “อย่า​แตะ​ต้อง​ผม” แต่​ที่​จริง​พระ​เยซู​ไม่​ได้​ห้าม​มารีย์​มักดาลา​จับ​ตัว​ท่าน เพราะ​ท่าน​ไม่​ได้​ห้าม​ผู้​หญิง​คน​อื่น​ที่ “จับ​เท้า​ท่าน” ตอน​ที่​พวก​เธอ​เห็น​ท่าน​หลัง​จาก​ถูก​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย (มธ 28:9) ดู​เหมือน​ว่า​มารีย์​มักดาลา​กลัว​ว่า​พระ​เยซู​กำลัง​จะ​กลับ​ขึ้น​ไป​สวรรค์​และ​เธอ​อยาก​จะ​อยู่​กับ​นาย​ของ​เธอ เลย​ทำ​ให้​เธอ​รั้ง​พระ​เยซู​ไว้​ไม่​ให้​ท่าน​ไป แต่​พระ​เยซู​ก็​ทำ​ให้​เธอ​มั่น​ใจ​ว่า​ท่าน​ยัง​ไม่​ไป​ไหน โดย​บอก​ว่า​อย่า​รั้ง​ท่าน​ไว้​เลย แต่​ให้​ไป​หา​พวก​สาวก​และ​บอก​ข่าว​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​ท่าน

พระเจ้า​ของ​ผม​ซึ่ง​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​คุณ: บท​สนทนา​ที่​พระ​เยซู​คุย​กับ​มารีย์​มักดาลา​ใน​วัน​ที่ 16 เดือน​นิสาน ปี ค.ศ. 33 แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พระ​เยซู​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว​มอง​พ่อ​ของ​ท่าน​ว่า​เป็น​พระเจ้า เหมือน​ที่​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ของ​มารีย์​มักดาลา ก่อน​หน้า​นั้น 2 วัน​ตอน​ที่​พระ​เยซู​ถูก​ตรึง​บน​เสา​ทรมาน ท่าน​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “พระเจ้า พระเจ้า​ของ​ผม” ซึ่ง​เป็น​การ​ทำ​ให้​คำ​พยากรณ์​ที่ สด 22:1 เป็น​จริง​และ​เป็น​การ​ยอม​รับ​ว่า​พ่อ​ของ​ท่าน​เป็น​พระเจ้า (มธ 27:46; มก 15:34; ลก 23:46) ใน​หนังสือ​วิวรณ์ พระ​เยซู​ก็​เรียก​พ่อ​ของ​ท่าน​ว่า “พระเจ้า” (วว 3:2, 12) ข้อ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ยืน​ยัน​ว่า​หลัง​จาก​พระ​เยซู​คริสต์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​ได้​สง่า​ราศี​ใน​สวรรค์​แล้ว ท่าน​ก็​ยัง​นมัสการ​พ่อ​ของ​ท่าน​และ​มอง​ว่า​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​เหมือน​กับ​สาวก​คน​อื่น​ ๆ

พวก​ผู้​นำ​ชาว​ยิว: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ชาว​ยิว” ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ของ​ยอห์น คำ​นี้​ถ่ายทอด​ความ​หมาย​ได้​หลาย​อย่าง​ขึ้น​อยู่​กับ​ท้อง​เรื่อง คำ​นี้​อาจ​หมาย​ถึง​คน​ยิว​ทั่ว​ไป หมาย​ถึง​คน​ที่​อยู่​ใน​ยูเดีย หรือ​คน​ที่​อยู่​ใกล้​หรือ​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม นอก​จาก​นั้น คำ​นี้​ยัง​หมาย​ถึง​คน​ยิว​ที่​ยึด​ติด​กับ​ธรรมเนียม​ของ​มนุษย์​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​กฎหมาย​ของ​โมเสส และ​ธรรมเนียม​เหล่า​นี้​ก็​มัก​จะ​ไม่​สอดคล้อง​กับ​แนว​คิด​ใน​กฎหมาย​นั้น (มธ 15:3-6) ใน​กลุ่ม “ชาว​ยิว” เหล่า​นี้ พวก​ที่​มี​บทบาท​สำคัญ​ที่​สุด​ก็​คือ​พวก​หัวหน้า​ศาสนา​ที่​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​พระ​เยซู ดัง​นั้น ใน​ข้อ​นี้​และ​ใน​อีก​หลาย​ข้อ​ของ​หนังสือ​ยอห์น​บท 7 คำ​ว่า “ชาว​ยิว” จึง​หมาย​ถึง​พวก​ผู้​นำ​ศาสนา​ชาว​ยิว—ยน 7:13, 15, 35​ก—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “ยิว

พวก​ยิว: น่า​จะ​หมาย​ถึง​พวก​ผู้​นำ​ศาสนา​ชาว​ยิว—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 7:1

โธมัส: ชื่อ​กรีก​นี้​มา​จาก​คำ​ภาษา​อาราเมอิก​ที่​แปล​ว่า “แฝด” อัครสาวก​โธมัส​มี​ชื่อ​กรีก​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า ดิดุโมส (พระ​คัมภีร์​บาง​ฉบับ​ใช้​คำ​ว่า “ดิดุมัส”) ซึ่ง​ก็​แปล​ว่า​แฝด​เหมือน​กัน

พระเจ้า​ของ​ผม​ซึ่ง​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​คุณ: บท​สนทนา​ที่​พระ​เยซู​คุย​กับ​มารีย์​มักดาลา​ใน​วัน​ที่ 16 เดือน​นิสาน ปี ค.ศ. 33 แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พระ​เยซู​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว​มอง​พ่อ​ของ​ท่าน​ว่า​เป็น​พระเจ้า เหมือน​ที่​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ของ​มารีย์​มักดาลา ก่อน​หน้า​นั้น 2 วัน​ตอน​ที่​พระ​เยซู​ถูก​ตรึง​บน​เสา​ทรมาน ท่าน​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “พระเจ้า พระเจ้า​ของ​ผม” ซึ่ง​เป็น​การ​ทำ​ให้​คำ​พยากรณ์​ที่ สด 22:1 เป็น​จริง​และ​เป็น​การ​ยอม​รับ​ว่า​พ่อ​ของ​ท่าน​เป็น​พระเจ้า (มธ 27:46; มก 15:34; ลก 23:46) ใน​หนังสือ​วิวรณ์ พระ​เยซู​ก็​เรียก​พ่อ​ของ​ท่าน​ว่า “พระเจ้า” (วว 3:2, 12) ข้อ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ยืน​ยัน​ว่า​หลัง​จาก​พระ​เยซู​คริสต์​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​ได้​สง่า​ราศี​ใน​สวรรค์​แล้ว ท่าน​ก็​ยัง​นมัสการ​พ่อ​ของ​ท่าน​และ​มอง​ว่า​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​เหมือน​กับ​สาวก​คน​อื่น​ ๆ

ท่าน​เป็น​พระเจ้า​องค์​หนึ่ง: หรือ “มี​ลักษณะ​อย่าง​พระเจ้า [หรือ “เป็น​อย่าง​พระเจ้า”]” ยอห์น​กำลัง​อธิบาย​บุคลิก​ลักษณะ​ของ “โฆษก” (คำ​กรีก ฮอ ลอกอส ดู​ข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​คำ​ว่า​โฆษก​ใน​ข้อ​นี้) ซึ่ง​ก็​คือ​พระ​เยซู​คริสต์ เหตุ​ผล​หนึ่ง​ที่​มี​การ​พูด​ถึง​พระ​เยซู​ว่า​เป็น “พระเจ้า​องค์​หนึ่ง” หรือ “มี​ลักษณะ​อย่าง​พระเจ้า” ก็​เพราะ​ท่าน​มี​ตำแหน่ง​สูง​กว่า​ทูตสวรรค์​องค์​อื่น​ ๆ ท่าน​เป็น​ลูก​คน​แรก​ของ​พระเจ้า​ที่​พระองค์​ใช้​ให้​สร้าง​ทุก​สิ่ง ผู้​แปล​หลาย​คน​มัก​จะ​แปล​ว่า “พระ​วาทะ (โฆษก) เป็น​พระเจ้า” ซึ่ง​ทำ​ให้​พระ​เยซู​เท่า​เทียม​กับ​พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด แต่​มี​เหตุ​ผล​หนักแน่น​หลาย​อย่าง​ที่​ทำ​ให้​เชื่อ​ว่า​ยอห์น​ไม่​ได้​บอก​ว่า “โฆษก” นี้​เป็น​บุคคล​เดียว​กัน​กับ​พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด เช่น ข้อ​ความ​ทั้ง​ข้าง​หน้า​และ​ข้าง​หลัง​ของ​ประโยค “ท่าน​เป็น​พระเจ้า​องค์​หนึ่ง” บอก​ชัด​ว่า “โฆษก” ผู้​นี้​อยู่ “กับ ​พระเจ้า” นอก​จาก​นั้น ใน ยน 1:1, 2 ใช้​คำ​กรีก เธะออส รวม 3 ครั้ง ซึ่ง​ใน​ครั้ง​ที่ 1 และ 3 คำ​ว่า เธะออส มี​คำนำ​หน้า​นาม​ที่​เฉพาะ​เจาะจง แต่​ครั้ง​ที่ 2 ไม่​มี​คำนำ​หน้า​นาม ผู้​เชี่ยวชาญ​หลาย​คน​เห็น​ตรง​กัน​ว่า​การ​ไม่​มี​คำนำ​หน้า​นาม​ที่​เฉพาะ​เจาะจง​เป็น​จุด​ที่​น่า​สังเกต เมื่อ​มี​คำนำ​หน้า​นาม​ที่​เฉพาะ​เจาะจง เธะออส จะ​หมาย​ถึง​พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด แต่​ถ้า​ไม่​มี เธะออส จะ​กลาย​เป็น​คำ​ที่​อธิบาย​ลักษณะ​ของ “โฆษก” ดัง​นั้น คัมภีร์​ไบเบิล​หลาย​ฉบับ​ใน​ภาษา​อังกฤษ ฝรั่งเศส และ​เยอรมัน จึง​แปล​ข้อ​นี้​คล้าย​ ๆ ​กับ​ฉบับ​แปล​โลก​ใหม่​โดย​ถ่ายทอด​แนว​คิด​ที่​ว่า “โฆษก (พระ​วาทะ) เป็น​พระเจ้า​องค์​หนึ่ง หรือ​มี​ลักษณะ​แบบ​พระเจ้า” ฉบับ​แปล​เก่าแก่​ภาษา​ซาฮิดิก​กับ​ภาษา​โบ​ไฮ​ริก​ซึ่ง​อยู่​ใน​กลุ่ม​ภาษา​คอปติก​ที่​อาจ​ทำ​ขึ้น​ใน​ช่วง​ศตวรรษ​ที่ 3 และ 4 ก็​สนับสนุน​ความ​เห็น​นี้ ฉบับ​แปล​เหล่า​นี้​แปล​คำ​ว่า เธะออส ที่​ปรากฏ​ครั้ง​แรก​ใน ยน 1:1 ต่าง​จาก​ครั้ง​ที่ 2 ใน​ข้อ​เดียว​กัน การ​แปล​แบบ​นี้​ทำ​ให้​เห็น​ชัด​ว่า “โฆษก” มี​บุคลิก​ลักษณะ​คล้าย​กับ​พระเจ้า แต่​ไม่​เท่า​เทียม​กับ​พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด​ซึ่ง​เป็น​พ่อ​ของ​ท่าน ทำ​ให้​ข้อ​นี้​สอดคล้อง​กับ คส 2:9 ที่​บอก​ว่า​พระ​คริสต์ “แสดง​คุณลักษณะ​ของ​พระเจ้า​ได้​อย่าง​ครบ​ถ้วน” และ 2​ปต 1:4 บอก​ว่า แม้​แต่​คน​ที่​ร่วม​ปกครอง​กับ​พระ​คริสต์​ก็​จะ “ได้​รับ​สภาพ​อย่าง​พระเจ้า” นอก​จาก​นั้น ใน​ฉบับ​เซปตัวจินต์ คำ​กรีก เธะออส มัก​จะ​แปล​จาก​คำ​ว่า เอล และ เอโลฮิม ใน​ภาษา​ฮีบรู ซึ่ง​มี​ความ​หมาย​ว่า “พระเจ้า” และ​ทั้ง​สอง​คำ​มี​ความ​หมาย​พื้น​ฐาน​ว่า “ผู้​มี​พลัง​อำนาจ” หรือ “ผู้​มี​กำลัง​มาก” สอง​คำ​นี้​เป็น​คำ​ที่​ใช้​กับ​พระเจ้า​องค์​สูง​สุด กับ​พระ​อื่น​ ๆ หรือ​กับ​มนุษย์​ทั่ว​ไป​ก็​ได้ (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 10:34) การ​เรียก​โฆษก​ว่า “พระเจ้า​องค์​หนึ่ง” หรือ “ผู้​มี​พลัง​อำนาจ” ก็​สอดคล้อง​กับ​คำ​พยากรณ์​ใน อสย 9:6 ที่​บอก​ล่วง​หน้า​ว่า​เมสสิยาห์​จะ​ถูก​เรียก​ว่า “พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ” (ไม่​ใช่ “พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด”) และ​ท่าน​จะ​เป็น “บิดา​ถาวร” ของ​ทุก​คน​ที่​ได้​เป็น​ประชาชน​ใน​รัฐบาล​ของ​ท่าน พ่อ​ของ​ท่าน​ซึ่ง​ก็​คือ “พระ​ยะโฮวา​ผู้​เป็น​จอม​ทัพ” ตั้งใจ​จะ​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ให้​สำเร็จ—อสย 9:7

นาย​ของ​ผม​และ​พระเจ้า​ของ​ผม!: นัก​วิชาการ​บาง​คน​มอง​ว่า​วลี​นี้​เป็น​คำ​อุทาน​ด้วย​ความ​ตื่นเต้น​ดีใจ​ที่​ถึง​แม้​จะ​พูด​กับ​พระ​เยซู แต่​จริง​ ๆ ​แล้ว​เป็น​การ​พูด​กับ​พระเจ้า​พ่อ​ของ​ท่าน ส่วน​คน​อื่น​อ้าง​ว่า​วลี​นี้​ใน​ภาษา​กรีก​เป็น​ข้อ​ความ​ที่​พูด​กับ​พระ​เยซู แต่​เพื่อ​จะ​เข้าใจ​จุด​มุ่ง​หมาย​ของ​การ​ใช้​วลี “นาย​ของ​ผม​และ​พระเจ้า​ของ​ผม” เรา​น่า​จะ​ดู​จาก​ท้อง​เรื่อง​ทั้ง​หมด​ของ​พระ​คัมภีร์​ที่​ได้​รับ​การ​ดล​ใจ เนื่อง​จาก​มี​การ​บันทึก​ว่า​ก่อน​หน้า​นี้​พระ​เยซู​ส่ง​ข่าว​ไป​ถึง​สาวก​ของ​ท่าน​ว่า “ผม​กำลัง​จะ​ขึ้น​ไป​หา​พ่อ​ของ​ผม​ซึ่ง​เป็น​พ่อ​ของ​พวก​คุณ และ​ไป​หา​พระเจ้า​ของ​ผม ​ซึ่ง​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​คุณ” จึง​ไม่​มี​เหตุ​ผล​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า โธมัส​คิด​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 20:17) นอก​จาก​นั้น โธมัส​เคย​ได้​ยิน​พระ​เยซู​อธิษฐาน​ถึง “พ่อ” ของ​ท่าน​โดย​เรียก​ว่า “พระเจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​เดียว” (ยน 17:1-3) ดัง​นั้น ที่​โธมัส​เรียก​พระ​เยซู​ว่า “พระเจ้า​ของ​ผม” อาจ​เพราะ​เหตุ​ผล​ต่อ​ไป​นี้ (1) เขา​มอง​ว่า​พระ​เยซู​เป็น “พระเจ้า​องค์​หนึ่ง” แต่​ไม่​ใช่​พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 1:1) หรือ (2) เขา​อาจ​เรียก​พระ​เยซู​เหมือน​ที่​ผู้​รับใช้​คน​อื่น​ ๆ ​ของ​พระเจ้า​เรียก​ทูตสวรรค์​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ส่ง​ข่าว​ของ​พระองค์ โธมัส​น่า​จะ​คุ้น​เคย​กับ​เรื่อง​ราว​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ที่​หลาย​คน​รวม​ทั้ง​ผู้​เขียน​คัมภีร์​ไบเบิล​พูด​กับ​ทูตสวรรค์​ที่​เป็น​ผู้​ส่ง​ข่าว​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​ว่า​พูด​อยู่​กับ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า (เทียบ​กับ ปฐก 16:7-11, 13; 18:1-5, 22-33; 32:24-30; วนฉ 6:11-15; 13:20-22) ดัง​นั้น โธมัส​อาจ​เรียก​พระ​เยซู​ว่า “พระเจ้า​ของ​ผม” เพื่อ​ยอม​รับ​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​ตัว​แทน​และ​เป็น​โฆษก​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้

บาง​คน​บอก​ว่า​ใน​ภาษา​กรีก หน้า​คำ​ที่​แปล​ว่า “นาย” และ “พระเจ้า” มี​คำนำ​หน้า​นาม​ที่​เฉพาะ​เจาะจง​ซึ่ง​ทำ​ให้​เข้าใจ​ว่า​คำ​นี้​หมาย​ถึง​พระเจ้า​ผู้​มี​พลัง​อำนาจ​สูง​สุด แต่​ที่​จริง​ใน​ท้อง​เรื่อง​นี้​อาจ​ใช้​คำนำ​หน้า​นาม​แบบ​นี้​เพื่อ​ให้​ถูก​ต้อง​ตาม​หลัก​ไวยากรณ์​กรีก​เท่า​นั้น ดัง​นั้น คำนำ​หน้า​นาม​ที่​เฉพาะ​เจาะจง​อาจ​ไม่​ได้​ช่วย​ให้​รู้​ชัดเจน​ว่า​โธมัส​คิด​อย่าง​ไร​ตอน​ที่​พูด​ว่า “พระเจ้า​ของ​ผม”

วีดีโอและรูปภาพ