เขียนโดยยอห์น 11:1-57

11  มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ป่วย​อยู่ เขา​ชื่อ​ลาซารัส​เป็น​คน​หมู่​บ้าน​เบธานี+ มารีย์​กับ​มาร์ธา+ที่​เป็น​พี่​น้อง​กัน​ก็​อยู่​ที่​หมู่​บ้าน​นี้  มารีย์​คน​นี้​คือ​ผู้​หญิง​ที่​เอา​น้ำมัน​หอม​ชโลม​ผู้​เป็น​นาย​และ​เอา​ผม​เช็ด​เท้า​ท่าน+ ลาซารัส​ที่​ป่วย​อยู่​นั้น​ก็​เป็น​พี่​น้อง​กับ​เธอ​ด้วย  มารีย์​กับ​มาร์ธา​จึง​ใช้​คน​ไป​บอก​พระ​เยซู​ว่า “นาย​ท่าน เพื่อน​รัก​ของ​ท่าน​ไม่​สบาย​มาก”+  แต่​เมื่อ​พระ​เยซู​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​พูด​ว่า “ที่​เขา​ป่วย​ครั้ง​นี้​ไม่​ใช่​เพื่อ​ให้​ตาย แต่​เพื่อ​ทำ​ให้​พระเจ้า​ได้​รับ​การ​ยกย่อง+ และ​ลูก​ของ​พระเจ้า​จะ​ได้​รับ​การ​ยกย่อง​เพราะ​เหตุ​การณ์​นี้​ด้วย”  พระ​เยซู​รัก​มาร์ธา​กับ​มารีย์​รวม​ทั้ง​ลาซารัส​ด้วย  แต่​เมื่อ​ได้​ยิน​ว่า​ลาซารัส​ป่วย ท่าน​ก็​ยัง​อยู่​ที่​เดิม​ต่อ​อีก 2 วัน  แล้ว​ท่าน​พูด​กับ​พวก​สาวก​ว่า “ไป​แคว้น​ยูเดีย​กัน​อีก​ครั้ง​เถอะ”  พวก​สาวก​บอก​ท่าน​ว่า “อาจารย์+ พวก​ยิว​ที่​นั่น​พยายาม​เอา​หิน​ขว้าง​ท่าน​ให้​ตาย​เมื่อ​ไม่​กี่​วัน​นี้​เอง+ ท่าน​ยัง​จะ​กลับ​ไป​อีก​หรือ?”  พระ​เยซู​ตอบ​ว่า “กลางวัน​มี 12 ชั่วโมง​ไม่​ใช่​หรือ?+ ถ้า​ใคร​เดิน​ตอน​กลางวัน เขา​จะ​ไม่​สะดุด​ไป​ชน​อะไร​เลย เพราะ​เขา​เห็น​แสง​สว่าง​ของ​โลก​นี้ 10  แต่​ถ้า​ใคร​เดิน​ตอน​กลางคืน​เขา​จะ​สะดุด เพราะ​เขา​ไม่​มี​แสง​สว่าง​นำ​ทาง” 11  เมื่อ​พูด​อย่าง​นั้น​แล้ว พระ​เยซู​ก็​บอก​พวก​เขา​ว่า “ลาซารัส​เพื่อน​ของ​พวก​เรา​หลับ​อยู่+ ผม​จะ​ไป​ปลุก​เขา” 12  พวก​สาวก​จึง​บอก​ท่าน​ว่า “นาย​ครับ ถ้า​เขา​หลับ​อยู่ เดี๋ยว​เขา​ก็​ดี​ขึ้น​เอง”* 13  ที่​จริง พระ​เยซู​หมาย​ความ​ว่า​ลาซารัส​ตาย​แล้ว แต่​พวก​เขา​คิด​ว่า​ท่าน​พูด​ถึง​การ​นอน​หลับ​พักผ่อน 14  พระ​เยซู​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ตรง ๆ ว่า “ลาซารัส​ตาย​แล้ว+ 15  และ​ก็​ดี​ที่​ผม​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นั่น เพราะ​สิ่ง​ที่​ผม​จะ​ไป​ทำ​นี้​จะ​เสริม​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​คุณ ไป​กัน​เถอะ” 16  โธมัส​ที่​เรียก​กัน​ว่า​ดิดุโมส​พูด​กับ​เพื่อน​สาวก​ว่า “ไป​กัน​เถอะ​พวก​เรา ไป​ตาย​ด้วย​กัน​กับ​อาจารย์”+ 17  เมื่อ​พระ​เยซู​ไป​ถึง​ที่​นั่น ก็​พบ​ว่า​เขา​เอา​ศพ​ลาซารัส​ไป​ฝัง​ใน​อุโมงค์​ได้ 4 วัน​แล้ว 18  หมู่​บ้าน​เบธานี​อยู่​ใกล้​กรุง​เยรูซาเล็ม ระยะ​ทาง​ประมาณ 3 กิโลเมตร 19  มี​คน​ยิว​หลาย​คน​มา​ปลอบ​ใจ​มาร์ธา​กับ​มารีย์​ที่​สูญ​เสีย​ลาซารัส​ไป 20  เมื่อ​มาร์ธา​ได้​ยิน​ว่า​พระ​เยซู​กำลัง​มา จึง​ออก​ไป​หา​ท่าน แต่​มารีย์+ยัง​อยู่​ที่​บ้าน 21  มาร์ธา​บอก​พระ​เยซู​ว่า “นาย​คะ ถ้า​ท่าน​อยู่​ที่​นี่ เขา​คง​ไม่​ตาย 22  แต่​ดิฉัน​ก็​ยัง​เชื่อ​ว่า​พระเจ้า​จะ​ให้​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​ท่าน​ขอ” 23  พระ​เยซู​บอก​เธอ​ว่า “เขา​จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย” 24  มาร์ธา​บอก​ท่าน​ว่า “ดิฉัน​เชื่อ​ค่ะ​ว่า เขา​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย+ใน​วัน​สุด​ท้าย” 25  พระ​เยซู​บอก​เธอ​ว่า “ผม​คือ​คน​ที่​ปลุก​คน​ตาย​ให้​ฟื้น​และ​ให้​เขา​มี​ชีวิต+ คน​ที่​แสดง​ความ​เชื่อ​ใน​ตัว​ผม ถึง​แม้​เขา​ตาย เขา​ก็​จะ​มี​ชีวิต​อีก 26  และ​ทุก​คน​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​และ​แสดง​ความ​เชื่อ​ใน​ตัว​ผม​จะ​ไม่​ตาย​เลย+ คุณ​เชื่อ​ไหม?” 27  เธอ​ตอบ​ว่า “เชื่อ​ค่ะ​ท่าน ดิฉัน​เชื่อ​ว่า​ท่าน​เป็น​พระ​คริสต์​ลูก​ของ​พระเจ้า​ที่​เข้า​มา​ใน​โลก​นี้” 28  พอ​พูด​จบ เธอ​ก็​ไป​เรียก​มารีย์​น้อง​สาว เธอ​กระซิบ​ว่า “อาจารย์+มา​แล้ว ท่าน​เรียก​เธอ​แน่ะ” 29  พอ​มารีย์​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​รีบ​ไป​หา​พระ​เยซู 30  พระ​เยซู​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​หมู่​บ้าน ท่าน​ยัง​อยู่​ตรง​ที่​ที่​มาร์ธา​ไป​หา 31  เมื่อ​คน​ยิว​ที่​ปลอบ​ใจ​มารีย์​อยู่​ใน​บ้าน​เห็น​เธอ​รีบ​ออก​ไป พวก​เขา​ก็​ตาม​ไป​ด้วย เพราะ​คิด​ว่า​เธอ​จะ​ไป​ร้องไห้​ที่​อุโมงค์​ฝัง​ศพ+ 32  เมื่อ​มารีย์​ได้​พบ​พระ​เยซู เธอ​ก็​หมอบ​ลง​แทบ​เท้า​ท่าน​แล้ว​พูด​ว่า “นาย​คะ ถ้า​ท่าน​อยู่​ที่​นี่ เขา​คง​ไม่​ตาย” 33  เมื่อ​พระ​เยซู​เห็น​เธอ​ร้องไห้ และ​พวก​ยิว​ที่​มา​กับ​เธอ​ก็​ร้องไห้​ด้วย ท่าน​ก็​เศร้า​และ​สะเทือน​ใจ 34  ท่าน​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​ฝัง​ศพ​เขา​ไว้​ที่​ไหน?” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ตาม​มา​ดู​สิ นาย​ท่าน” 35  แล้ว​พระ​เยซู​ก็​ร้องไห้​น้ำตา​ไหล+ 36  พวก​ยิว​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​พูด​กัน​ว่า “ดู​สิ เขา​รัก​ลาซารัส​มาก​จริง ๆ” 37  แต่​มี​บาง​คน​พูด​ว่า “ผู้​ชาย​คน​นี้​เคย​ทำ​ให้​คน​ตา​บอด​มอง​เห็น​ได้+ แล้ว​เขา​ทำ​ให้​คน​นี้​รอด​ตาย​ไม่​ได้​หรือ?” 38  เมื่อ​ใกล้​ถึง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ พระ​เยซู​ก็​รู้สึก​สะเทือน​ใจ​ขึ้น​มา​อีก อุโมงค์​นั้น​เป็น​ถ้ำ​และ​มี​หิน​ปิด​ปาก​ถ้ำ​ไว้ 39  พระ​เยซู​สั่ง​ว่า “เลื่อน​หิน​ออก​ไป​สิ” มาร์ธา​ซึ่ง​เป็น​พี่​น้อง​กับ​ผู้​ตาย​บอก​ท่าน​ว่า “นาย​คะ ป่าน​นี้​ศพ​คง​เหม็น​แย่​แล้ว เพราะ​ตาย​มา​ตั้ง 4 วัน​แล้ว” 40  พระ​เยซู​บอก​เธอ​ว่า “ผม​เคย​บอก​คุณ​แล้ว​ไม่​ใช่​หรือ​ว่า ถ้า​คุณ​เชื่อ คุณ​จะ​ได้​เห็น​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเจ้า?”+ 41  พวก​เขา​จึง​เลื่อน​หิน​ที่​ปิด​ปาก​ถ้ำ​ออก แล้ว​พระ​เยซู​ก็​แหงน​หน้า​มอง​ท้องฟ้า+และ​พูด​ว่า “พ่อ​ครับ ผม​ขอบคุณ​ที่​พระองค์​ฟัง​คำ​ขอร้อง​ของ​ผม 42  ผม​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า​พระองค์​ฟัง​ผม​เสมอ แต่​ที่​ผม​ขอ​คราว​นี้​ก็​เพื่อ​คน​ที่​ยืน​อยู่​รอบ ๆ พวก​เขา​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระองค์​ใช้​ผม​มา”+ 43  เมื่อ​พูด​จบ​แล้ว ท่าน​ก็​ร้อง​เรียก​เสียง​ดัง​ว่า “ลาซารัส ออก​มา”+ 44  ลาซารัส​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ก็​เดิน​ออก​มา​ทั้ง ๆ ที่​ยัง​มี​ผ้า​พัน​มือ​และ​เท้า​อยู่ และ​ที่​หน้า​ก็​มี​ผ้า​พัน​ไว้​ด้วย พระ​เยซู​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “เอา​ผ้า​พวก​นั้น​ออก​ให้​เขา​หน่อย เขา​จะ​ได้​เดิน​สะดวก” 45  คน​ยิว​หลาย​คน​ที่​มา​หา​มารีย์​และ​ได้​เห็น​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​ทำ​ก็​เชื่อ​ใน​ตัว​ท่าน+ 46  แต่​มี​บาง​คน​ไป​เล่า​เรื่อง​ที่​พระ​เยซู​ทำ​ให้​พวก​ฟาริสี​ฟัง 47  พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ฟาริสี​จึง​เรียก​ประชุม​ศาล​แซนเฮดริน​และ​พูด​กัน​ว่า “พวก​เรา​จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี? ผู้​ชาย​คน​นั้น​ทำ​การ​อัศจรรย์​หลาย​อย่าง+ 48  ถ้า​ขืน​ปล่อย​ไว้​อย่าง​นี้ ผู้​คน​จะ​แห่​กัน​ไป​เชื่อ​เขา​หมด แล้ว​พวก​โรมัน​ก็​จะ​มา​ยึด​ทั้ง​วิหาร​และ​ประเทศ​ของ​เรา​ด้วย” 49  มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เคยาฟาส+ซึ่ง​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ใน​ปี​นั้น เขา​พูด​ขึ้น​มา​ว่า “พวก​คุณ​ไม่​รู้​อะไร 50  พวก​คุณ​ไม่​เข้าใจ​เลย​หรือ​ว่า เพื่อ​ประโยชน์​ของ​คุณ​เอง ให้​คน​หนึ่ง​ตาย​แทน​ประชาชน​ก็​ดี​กว่า​ให้​คน​ทั้ง​ชาติ​ต้อง​พินาศ?”+ 51  เขา​ไม่​ได้​พูด​อย่าง​นี้​จาก​ความ​คิด​ของ​ตัว​เอง แต่​เพราะ​เขา​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ใน​ปี​นั้น พระเจ้า​จึง​ใช้​เขา​ให้​พยากรณ์​ว่า​พระ​เยซู​จะ​ต้อง​ตาย​เพื่อ​คน​ร่วม​ชาติ 52  และ​ไม่​ใช่​เพื่อ​คน​ร่วม​ชาติ​เท่า​นั้น แต่​เพื่อ​รวบ​รวม​ลูก ๆ ของ​พระเจ้า​ที่​กระจัด​กระจาย​กัน​อยู่​ให้​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน​ด้วย+ 53  ตั้ง​แต่​วัน​นั้น พวก​เขา​จึง​หา​ทาง​จะ​ฆ่า​พระ​เยซู+ 54  ดัง​นั้น พระ​เยซู​จึง​ไม่​ไป​ไหน​มา​ไหน​อย่าง​เปิด​เผย​ใน​หมู่​คน​ยิว​อีก​ต่อ​ไป แต่​ท่าน​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไป​เมือง​หนึ่ง​ชื่อ​เอฟราอิม+ซึ่ง​อยู่​ใกล้​ที่​กันดาร+ และ​อยู่​ที่​นั่น​กับ​พวก​สาวก 55  เมื่อ​ใกล้​จะ​ถึง​เทศกาล​ปัสกา+ของ​ชาว​ยิว มี​คน​มาก​มาย​จาก​ชนบท​หลั่งไหล​เข้า​มา​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ก่อน​เทศกาล​จะ​เริ่ม​เพื่อ​ชำระ​ตัว​ตาม​พิธีกรรม 56  พวก​เขา​มอง​หา​พระ​เยซู และ​ตอน​ที่​อยู่​ใน​บริเวณ​วิหาร​พวก​เขา​พูด​กัน​ว่า “คุณ​คิด​ยัง​ไง? เขา​จะ​มา​เทศกาล​นี้​หรือ​เปล่า?” 57  พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ฟาริสี​สั่ง​ไว้​ว่า ถ้า​ใคร​รู้​ว่า​พระ​เยซู​อยู่​ที่​ไหน​ก็​ให้​มา​บอก พวก​เขา​จะ​ได้​ไป​จับ​ท่าน

เชิงอรรถ

หรือ “เขา​ก็​จะ​รอด”

ข้อมูลสำหรับศึกษา

ลาซารัส: อาจ​เป็น​ชื่อ​ภาษา​กรีก​ที่​มา​จาก​ภาษา​ฮีบรู​เอเลอาซาร์ มี​ความ​หมาย​ว่า “พระเจ้า​ช่วย”

เบธานี: หมู่​บ้าน​บน​ไหล่​เขา​ด้าน​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ของ​ภูเขา​มะกอก​ห่าง​จาก​กรุง​เยรูซาเล็ม​ประมาณ 3 กม. (ยน 11:18) บ้าน​ของ​มาร์ธา มารีย์ และ​ลาซารัส​อยู่​ใน​หมู่​บ้าน​นี้ ดู​เหมือน​ว่า​พระ​เยซู​มัก​จะ​พัก​อยู่​กับ​พวก​เขา​ช่วง​ที่​ท่าน​ทำ​งาน​รับใช้​ใน​แคว้น​ยูเดีย (ยน 11:1) ปัจจุบัน ที่​นั่น​มี​หมู่​บ้าน​เล็ก​ ๆ ที่​มี​ชื่อ​ภาษา​อาหรับ​ซึ่ง​มี​ความ​หมาย​ว่า “ที่​อยู่​ของ​ลาซารัส”

ไม่​ได้​ตาย แต่​นอน​หลับ​อยู่: คัมภีร์​ไบเบิล​มัก​พูด​ถึง​ความ​ตาย​ว่า​เป็น​เหมือน​การ​นอน​หลับ (สด 13:3; ยน 11:11-14; กจ 7:60; 1คร 7:39; 15:51; 1ธส 4:13) พระ​เยซู​กำลัง​จะ​ปลุก​เด็ก​ผู้​หญิง​คน​นี้​ให้​ฟื้น​ขึ้น​ตาย ดัง​นั้น ท่าน​อาจ​พูด​แบบ​นี้​เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​คน​ตาย​แล้ว​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​มา​ได้​เหมือน​การ​ปลุก​คน​ที่​นอน​หลับ​สนิท​ให้​ตื่น​ขึ้น​มา พระ​เยซู​สามารถ​ปลุก​เด็ก​ผู้​หญิง​คน​นี้​ให้​ฟื้น​จาก​ตาย​เพราะ​ท่าน​ได้​รับ​อำนาจ​จาก​พ่อ​ของ​ท่าน​ซึ่ง​เป็น​พระเจ้า​ที่ ‘ทำ​ให้​คน​ตาย​มี​ชีวิต​อีก​ได้ และ​พูด​ถึง​สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่​มี​เหมือน​กับ​ว่า​มี​อยู่​แล้ว’—รม 4:17

สิ้น​ใจ​ตาย: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “หลับ​ไป” ใน​พระ​คัมภีร์​มี​การ​ใช้​คำ​ว่า “หลับ” เพื่อ​หมาย​ถึง​ทั้ง​การ​นอน​หลับ​จริง ๆ (มธ 28:13; ลก 22:45; ยน 11:12; กจ 12:6) และ​หมาย​ถึง​การ​หลับ​ไป​ใน​ความ​ตาย (ยน 11:11; กจ 7:60; 13:36; 1คร 7:39; 15:6, 51; 2ปต 3:4) ใน​ท้อง​เรื่อง​ที่​คำ​กรีก​นี้​หมาย​ถึง​ความ​ตาย ผู้​แปล​คัมภีร์​ไบเบิล​มัก​ใช้​คำ​ว่า “หลับ​ไป​ใน​ความ​ตาย” หรือ “ตาย” เพื่อ​ช่วย​ให้​ผู้​อ่าน​ไม่​สับสน ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​คำ​ว่า “หลับ​ไป” ใน​ความ​หมาย​เป็น​นัย​มัก​จะ​ใช้​กับ​คน​ที่​ตาย​เพราะ​บาป​ที่​ตก​ทอด​มา​จาก​อาดัม—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 5:39; ยน 11:11

หลับ​อยู่: คัมภีร์​ไบเบิล​มัก​พูด​ถึง​ความ​ตาย​ว่า​เป็น​เหมือน​การ​นอน​หลับ (สด 13:3; มก 5:39; กจ 7:60; 1คร 7:39; 15:51; 1ธส 4:13) พระ​เยซู​กำลัง​จะ​ปลุก​ลาซารัส​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย ดัง​นั้น ท่าน​คง​จะ​พูด​แบบ​นี้​เพื่อ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​คน​ตาย​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​เหมือน​กับ​การ​ปลุก​คน​ที่​หลับ​สนิท​ให้​ตื่น​ขึ้น​มา และ​พระ​เยซู​ได้​อำนาจ​ที่​จะ​ปลุก​ลาซารัส​มา​จาก​พ่อ​ของ​ท่าน​ผู้ “ทำ​ให้​คน​ตาย​มี​ชีวิต​อีก​ได้”—รม 4:17; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 5:39; กจ 7:60

โธมัส: ชื่อ​กรีก​นี้​มา​จาก​คำ​ภาษา​อาราเมอิก​ที่​แปล​ว่า “แฝด” อัครสาวก​โธมัส​มี​ชื่อ​กรีก​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า ดิดุโมส (พระ​คัมภีร์​บาง​ฉบับ​ใช้​คำ​ว่า “ดิดุมัส”) ซึ่ง​ก็​แปล​ว่า​แฝด​เหมือน​กัน

ฝัง​ใน​อุโมงค์​ได้ 4 วัน​แล้ว: ตอน​ที่​ลาซารัส​ป่วย​หนัก มารีย์​กับ​มาร์ธา​ส่ง​คน​ไป​บอก​พระ​เยซู (ยน 11:1-3) ตอน​นั้น​พระ​เยซู​อยู่​อีก​ที่​หนึ่ง​ซึ่ง​ห่าง​จาก​หมู่​บ้าน​เบธานี​ประมาณ 2 วัน และ​ลาซารัส​คง​ตาย​ใน​ช่วง​ที่​มี​คน​ไป​บอก​ท่าน (ยน 10:40) แต่​พระ​เยซู “ก็​ยัง​อยู่​ที่​เดิม​ต่อ​อีก 2 วัน” แล้ว​ค่อย​เดิน​ทาง​ไป​หมู่​บ้าน​เบธานี (ยน 11:6, 7) เนื่อง​จาก​พระ​เยซู​รอ​อยู่ 2 วัน​และ​ใช้​เวลา​เดิน​ทาง​อีก 2 วัน ท่าน​จึง​มา​ถึง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​ลาซารัส​หลัง​จาก​เขา​ตาย​ไป​ได้ 4 วัน​แล้ว ก่อน​หน้า​นั้น​พระ​เยซู​เคย​ปลุก​คน​ตาย​มา​แล้ว​อย่าง​น้อย 2 คน คน​หนึ่ง​ถูก​ปลุก​ทันที​หลัง​จาก​ตาย ส่วน​อีก​คน​หนึ่ง​ถูก​ปลุก​ใน​วัน​เดียว​กับ​ที่​เขา​ตาย (ลก 7:11-17; 8:49-55; เทียบ​กับ มธ 11:5) แต่​พระ​เยซู​ยัง​ไม่​เคย​ปลุก​ใคร​ที่​ตาย​มา​ได้ 4 วัน​ซึ่ง​ศพ​เริ่ม​เน่า​แล้ว (ยน 11:39) พวก​ยิว​มี​ความ​เชื่อ​ผิด​ ๆ ​อย่าง​หนึ่ง​ว่า​หลัง​จาก​ตาย 3 วัน​แล้ว​วิญญาณ​จะ​ออก​จาก​ร่าง แต่​พอ​เห็น​พระ​เยซู​ปลุก​ลาซารัส​ขึ้น​มา​อย่าง​อัศจรรย์ คน​ที่​เชื่อ​แบบ​นี้​ก็​อาจ​มั่น​ใจ​ว่า​พระ​เยซู​สามารถ​ปลุก​คน​ตาย​ได้​จริง—ยน 12:9, 10, 17

อุโมงค์: หรือ “อุโมงค์​รำลึก”—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “อุโมงค์​รำลึก

ประมาณ 3 กิโลเมตร: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ประมาณ 15 ส​ทา​ดิอ็อน” ซึ่ง 1 ส​ทา​ดิอ็อน เท่า​กับ 185 เมตร หรือ 1/8 ไมล์​ของ​โรมัน—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “ไมล์” และ​ภาค​ผนวก ข​14

ให้​ผม​ปลุก​พวก​เขา​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​สุด​ท้าย: พระ​เยซู​บอก 4 ครั้ง​ว่า​ท่าน​จะ​ปลุก​คน​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​สุด​ท้าย (ยน 6:40, 44, 54) ที่ ยน 11:24 มาร์ธา​ก็​พูด​ถึง​การ “ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​สุด​ท้าย” (เทียบ​กับ ดนล 12:13; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 11:24) และ​ที่ ยน 12:48 คำ​ว่า “วัน​สุด​ท้าย” เกี่ยว​ข้อง​กับ​เวลา​ที่​พระ​เยซู​พิพากษา​ตัดสิน​ซึ่ง​ก็​คือ​ช่วง​พัน​ปี​ที่​ท่าน​ปกครอง ใน​ตอน​นั้น​ท่าน​จะ​พิพากษา​มนุษย์​ทุก​คน​รวม​ทั้ง​คน​ที่​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ด้วย—วว 20:4-6

ดิฉัน​เชื่อ​ค่ะ​ว่า เขา​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​ฟื้น: มาร์ธา​คิด​ว่า​พระ​เยซู​พูด​ถึง​การ​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​ใน​อนาคต​หรือ​ใน​วัน​สุด​ท้าย (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 6:39) ความ​เชื่อ​ที่​เธอ​มี​ต่อ​คำ​สอน​นี้​น่า​ประทับใจ​จริง​ ๆ ผู้​นำ​ศาสนา​บาง​คน​ใน​สมัย​ของ​เธอ​ที่​เรียก​ว่า​พวก​สะดูสี​ไม่​เชื่อ​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แม้​พระ​คัมภีร์​พูด​ถึง​คำ​สอน​นี้​ไว้​ชัดเจน (ดนล 12:13; มก 12:18) ส่วน​พวก​ฟาริสี​ก็​เชื่อ​เรื่อง​วิญญาณ​อมตะ ถึง​อย่าง​นั้น​มาร์ธา​รู้​ว่า​พระ​เยซู​สอน​เรื่อง​ความ​หวัง​เกี่ยว​กับ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย และ​ท่าน​ถึง​กับ​ปลุก​คน​ตาย​ให้​ฟื้น​ด้วย แม้​ท่าน​ยัง​ไม่​เคย​ปลุก​ใคร​ที่​ตาย​ไป​นาน​เท่า​ลาซารัส

มี​อำนาจ​ให้​ชีวิต: หรือ “มี​ชีวิต​ใน​ตัว​เอง” พระ​เยซู “มี​อำนาจ​ให้​ชีวิต” เพราะ​พระเจ้า​ผู้​เป็น​พ่อ​ให้​อำนาจ​นี้​กับ​ท่าน ซึ่ง​อำนาจ​นี้​ที่​จริง​เป็น​ของ​พระองค์​เท่า​นั้น อำนาจ​นี้​รวม​ถึง​อำนาจ​ที่​จะ​ช่วย​ให้​มนุษย์​มี​โอกาส​ได้​รับ​ความ​โปรดปราน​จาก​พระเจ้า​และ​ได้​ชีวิต อำนาจ​นี้​ยัง​รวม​ถึง​อำนาจ​ที่​จะ​ปลุก​คน​ตาย​ให้​ฟื้น ประมาณ 1 ปี​ต่อ​มา​พระ​เยซู​ก็​บอก​ว่า​สาวก​ของ​ท่าน​สามารถ​มี​ชีวิต​ใน​ตัว​เอง​ได้—สำหรับ​ความ​หมาย​ของ​คำ​ว่า “มี​ชีวิต​ใน​ตัว​เอง” ที่​ใช้​กับ​สาวก​ของ​พระ​เยซู ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 6:53

ผม​คือ​คน​ที่​ปลุก​คน​ตาย​ให้​ฟื้น​และ​ให้​เขา​มี​ชีวิต: ความ​ตาย​ของ​พระ​เยซู​และ​การ​ที่​ท่าน​ถูก​ปลุก​ให้​ฟื้น​เปิด​ทาง​ให้​คน​ตาย​กลับ​มา​มี​ชีวิต​อีก หลัง​จาก​ที่​พระ​ยะโฮวา​ปลุก​พระ​เยซู​ให้​ฟื้น พระองค์​ก็​ให้​ท่าน​มี​อำนาจ​ใน​การ​ปลุก​คน​ตาย​และ​ให้​ชีวิต​ตลอด​ไป​ได้ (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 5:26) ใน วว 1:18 พระ​เยซู​เรียก​ตัว​เอง​ว่า “ผู้​มี​ชีวิต​อยู่” ซึ่ง​มี “ลูก​กุญแจ​ที่​ปลด​ปล่อย​คน​จาก​ความ​ตาย​และ​หลุม​ศพ” ดัง​นั้น พระ​เยซู​จึง​เป็น​ความ​หวัง​สำหรับ​คน​ที่​มี​ชีวิต​อยู่​และ​คน​ตาย ท่าน​สัญญา​ว่า​จะ​เปิด​หลุม​ฝัง​ศพ​และ​ให้​ชีวิต​กับ​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ชีวิต​ใน​สวรรค์​เพื่อ​จะ​ปกครอง​ร่วม​กับ​ท่าน หรือ​ชีวิต​ใน​โลก​ใหม่​ภาย​ใต้​การ​ปกครอง​ของ​รัฐบาล​สวรรค์—ยน 5:28, 29

จะ​ไม่​ตาย​เลย: ตอน​ที่​พระ​เยซู​บอก​ว่า​จะ​ไม่​ตาย​หรือ​จะ​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป ท่าน​ไม่​ได้​หมาย​ความ​ว่า​คน​ที่​ฟัง​ท่าน​ใน​ตอน​นั้น​จะ​ไม่​ต้อง​ตาย​เลย แต่​พระ​เยซู​กำลัง​บอก​ว่า​การ​เชื่อ​ใน​ตัว​ท่าน​จะ​ทำ​ให้​ได้​ชีวิต​ตลอด​ไป เรา​สรุป​ได้​แบบ​นี้​โดย​ดู​จาก​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​พูด​ก่อน​หน้า​นี้​ใน​ยอห์น​บท 6 ที่​ท่าน​บอก​ว่า​คน​ที่​แสดง​ความ​เชื่อ​จะ​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป—ยน 6:39-44, 54

อุโมงค์​ฝัง​ศพ: หรือ “อุโมงค์​รำลึก”—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “อุโมงค์​รำลึก

ร้องไห้​น้ำตา​ไหล: คำ​ที่​ใช้​ใน​ข้อ​นี้ (ดาครูโอ) เป็น​คำ​กริยา​ที่​มา​จาก​คำ​นาม​กรีก​ซึ่ง​แปล​ว่า “น้ำตา” คำ​นาม​นี้​มี​อยู่​ใน ลก 7:38; กจ 20:19, 31; ฮบ 5:7; วว 7:17; 21:4 ดู​เหมือน​คำ​นี้​เน้น​ที่​น้ำตา​มาก​กว่า​การ​ร้องไห้​แบบ​มี​เสียง ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก คำ​กริยา​นี้​ใช้​เฉพาะ​ใน​ข้อ​นี้​เท่า​นั้น​และ​ต่าง​จาก​ที่​ใช้​ใน ยน 11:33 (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา) ใน ยน 11:33 ใช้​อีก​คำ​หนึ่ง​เมื่อ​บอก​ว่า​มารีย์​กับ​พวก​ยิว​ร้องไห้ ถึง​แม้​พระ​เยซู​รู้​ว่า​ท่าน​กำลัง​จะ​ปลุก​ลาซารัส​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว แต่​พอ​เห็น​เพื่อน​ ๆ ​ที่​ท่าน​รัก​โศก​เศร้า​มาก ท่าน​ก็​เศร้า​ไป​ด้วย พระ​เยซู​รัก​และ​สงสาร​เพื่อน​ของ​ท่าน​จน​น้ำตา​ไหล​ออก​มา เรื่อง​นี้​ทำ​ให้​เห็น​ชัด​ว่า​พระ​เยซู​เห็น​อก​เห็น​ใจ​คน​ที่​สูญ​เสีย​คน​ที่​เขา​รัก​เพราะ​ความ​ตาย​ที่​ตก​ทอด​มา​จาก​อาดัม

ร้องไห้: คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “ร้องไห้” มัก​หมาย​ถึง​การ​ร้องไห้​เสียง​ดัง​จน​คน​ได้​ยิน และ​มี​การ​ใช้​คำ​กริยา​เดียว​กัน​นี้​ตอน​ที่​พระ​เยซู​บอก​ล่วง​หน้า​เกี่ยว​กับ​การ​ทำลาย​กรุง​เยรูซาเล็ม—ลก 19:41

เศร้า​และ​สะเทือน​ใจ: สอง​คำ​นี้​ใน​ภาษา​เดิม​ใช้​เพื่อ​อธิบาย​ความ​รู้สึก​ที่​ท่วมท้น​ของ​พระ​เยซู​ต่อ​เหตุ​การณ์​นี้ คำ​กริยา​กรีก​ที่​แปล​ว่า “เศร้า” (เอ็มบะริมอาออไม) ปกติ​หมาย​ถึง​ความ​รู้สึก​ที่​แรง​กล้า แต่​ใน​ท้อง​เรื่อง​นี้​เน้น​ไป​ที่​ความ​รู้สึก​ของ​พระ​เยซู​ที่​เศร้า​มาก และ​คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “สะเทือน​ใจ” (ทาราโซส์) มี​ความ​หมาย​ตรง​ตัว​ว่า​กระวนกระวาย​ใจ ผู้​เชี่ยวชาญ​คน​หนึ่ง​บอก​ว่า​คำ​นี้​เมื่อ​ใช้​ใน​ท้อง​เรื่อง​นี้​มี​ความ​หมาย​ว่า “วุ่นวาย​ใจ​มาก, เจ็บ​ปวด​หรือ​เศร้า​ใจ​มาก” คำ​กริยา​เดียว​กัน​นี้​มี​อยู่​ใน ยน 13:21 ด้วย​ซึ่ง​อธิบาย​ความ​รู้สึก​ของ​พระ​เยซู​เมื่อ​คิด​ว่า​ท่าน​จะ​ถูก​ยูดาส​ทรยศ—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 11:35

ร้องไห้: คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “ร้องไห้” มัก​หมาย​ถึง​การ​ร้องไห้​เสียง​ดัง​จน​คน​ได้​ยิน และ​มี​การ​ใช้​คำ​กริยา​เดียว​กัน​นี้​ตอน​ที่​พระ​เยซู​บอก​ล่วง​หน้า​เกี่ยว​กับ​การ​ทำลาย​กรุง​เยรูซาเล็ม—ลก 19:41

ร้องไห้​น้ำตา​ไหล: คำ​ที่​ใช้​ใน​ข้อ​นี้ (ดาครูโอ) เป็น​คำ​กริยา​ที่​มา​จาก​คำ​นาม​กรีก​ซึ่ง​แปล​ว่า “น้ำตา” คำ​นาม​นี้​มี​อยู่​ใน ลก 7:38; กจ 20:19, 31; ฮบ 5:7; วว 7:17; 21:4 ดู​เหมือน​คำ​นี้​เน้น​ที่​น้ำตา​มาก​กว่า​การ​ร้องไห้​แบบ​มี​เสียง ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก คำ​กริยา​นี้​ใช้​เฉพาะ​ใน​ข้อ​นี้​เท่า​นั้น​และ​ต่าง​จาก​ที่​ใช้​ใน ยน 11:33 (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา) ใน ยน 11:33 ใช้​อีก​คำ​หนึ่ง​เมื่อ​บอก​ว่า​มารีย์​กับ​พวก​ยิว​ร้องไห้ ถึง​แม้​พระ​เยซู​รู้​ว่า​ท่าน​กำลัง​จะ​ปลุก​ลาซารัส​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว แต่​พอ​เห็น​เพื่อน​ ๆ ​ที่​ท่าน​รัก​โศก​เศร้า​มาก ท่าน​ก็​เศร้า​ไป​ด้วย พระ​เยซู​รัก​และ​สงสาร​เพื่อน​ของ​ท่าน​จน​น้ำตา​ไหล​ออก​มา เรื่อง​นี้​ทำ​ให้​เห็น​ชัด​ว่า​พระ​เยซู​เห็น​อก​เห็น​ใจ​คน​ที่​สูญ​เสีย​คน​ที่​เขา​รัก​เพราะ​ความ​ตาย​ที่​ตก​ทอด​มา​จาก​อาดัม

อุโมงค์​ฝัง​ศพ: หรือ “อุโมงค์​รำลึก”—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “อุโมงค์​รำลึก

ป่าน​นี้​ศพ​คง​เหม็น​แย่​แล้ว: คำ​พูด​ของ​มาร์ธา​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​ชาว​ยิว​ไม่​มี​ธรรมเนียม​การ​อาบ​ยา​รักษา​ศพ​เพื่อ​จะ​เก็บ​ศพ​ไว้​ได้​นาน​ ๆ ถ้า​มี​การ​อาบ​ศพ​ลาซารัส​แบบ​นั้น มาร์ธา​คง​ไม่​บอก​ว่า​ป่าน​นี้​ศพ​เหม็น​แล้ว และ​ถึง​แม้​มือ​กับ​เท้า​รวม​ทั้ง ‘หน้า​ของ​ลาซารัส​มี​ผ้า​พัน​ไว้’ แต่​ดู​เหมือน​ไม่​ได้​ทำ​เพื่อ​รักษา​ศพ​ไม่​ให้​เน่า​เปื่อย—ยน 11:44

ตั้ง 4 วัน​แล้ว: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เป็น​ที่ 4” คำ​กรีก​ที่​ใช้​ใน​ข้อ​นี้​บอก​แค่​ตัว​เลข ส่วน​คำ​ว่า “วัน” เพิ่ม​เข้า​มา​ตาม​ท้อง​เรื่อง ดู​เหมือน​ว่า​ตอน​นั้น​ผ่าน​ไป 3 วัน​เต็ม​แล้ว และ​อยู่​ใน​ช่วง​ใด​ช่วง​หนึ่ง​ของ​วัน​ที่ 4

ลาซารัส: อาจ​เป็น​ชื่อ​ภาษา​กรีก​ที่​มา​จาก​ภาษา​ฮีบรู​เอเลอาซาร์ มี​ความ​หมาย​ว่า “พระเจ้า​ช่วย”

หน้า​ก็​มี​ผ้า​พัน​ไว้: ชาว​ยิว​มี​ธรรมเนียม​เตรียม​ศพ​ก่อน​จะ​นำ​ไป​ฝัง​โดย​ชโลม​ศพ​ด้วย​เครื่อง​หอม​และ​พัน​ด้วย​ผ้า​ลินิน​ที่​สะอาด แต่​นี่​ไม่​ได้​เป็น​การ​อาบ​ยา​รักษา​ศพ​เหมือน​ที่​ชาว​อียิปต์​ทำ​กัน (ปฐก 50:3; มธ 27:59; มก 16:1; ยน 19:39, 40) ตอน​ที่​ลาซารัส​ถูก​ปลุก​และ​เดิน​ออก​มา​จาก​อุโมงค์ เขา​ยัง​มี​ผ้า​พัน​อยู่​ที่​หัว​และ​ใบ​หน้า คำ​กรีก ซู่ดาริออน ที่​แปล​ว่า “ผ้า” ใน​ข้อ​นี้​หมาย​ถึง​ผ้า​ชิ้น​เล็ก​ ๆ เช่น ผ้า​เช็ด​ตัว ผ้า​เช็ด​ปาก หรือ​ผ้า​เช็ด​หน้า มี​การ​ใช้​คำ​กรีก​เดียว​กัน​นี้​ที่ ยน 20:7 เมื่อ​พูด​ถึง “ผ้า​ที่​ใช้​คลุม​ส่วน​หัว [ของ​พระ​เยซู]”

วิหาร: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ที่​ของ​เรา” คือ​ที่​นมัสการ​หรือ​สถาน​บริสุทธิ์​ของ​เรา ซึ่ง​น่า​จะ​หมาย​ถึง​วิหาร​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม—เทียบ​กับ กจ 6:13, 14

มหา​ปุโรหิต: ตอน​ที่​ชาติ​อิสราเอล​เป็น​เอกราช มหา​ปุโรหิต​จะ​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ตลอด​ชีวิต (กดว 35:25) แต่​ตอน​ที่​ชาติ​อิสราเอล​อยู่​ภาย​ใต้​การ​ปกครอง​ของ​โรม ผู้​ปกครอง​ที่​ได้​รับ​อำนาจ​จาก​โรม​มี​สิทธิ์​แต่ง​ตั้ง​หรือ​ปลด​มหา​ปุโรหิต​ได้ (ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “มหา​ปุโรหิต”) เคยาฟาส​มี​ความ​สามารถ​ด้าน​การ​ทูต เขา​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​มหา​ปุโรหิต​นาน​กว่า​คน​อื่น​ ๆ ​ก่อน​หน้า​เขา เคยาฟาส​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​จาก​โรม​ประมาณ​ปี ค.ศ. 18 และ​ดำรง​ตำแหน่ง​จน​ถึง​ประมาณ​ปี ค.ศ. 36 การ​ที่​ยอห์น​พูด​ถึง​เคยาฟาส​ว่า​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ใน​ปี​นั้น​ซึ่ง​ก็​คือ​ปี ค.ศ. 33 เขา​คง​อยาก​จะ​เน้น​ว่า​เคยาฟาส​เป็น​มหา​ปุโรหิต​ใน​ปี​ที่​พระ​เยซู​ถูก​ประหาร—ดูภาค​ผนวก ข​12 เพื่อ​จะ​เห็น​ตำแหน่ง​ที่​น่า​จะ​เป็น​บ้าน​ของ​เคยาฟาส

เอฟราอิม: เชื่อ​กัน​ว่า​เมือง​นี้​เป็น​เมือง​เดียว​กับ​เอฟราอิน​ที่​อาบียาห์​กษัตริย์​ยูดาห์​ยึด​มา​จาก​เยโรโบอัม​กษัตริย์​อิสราเอล (2​พศ 13:19) ดู​เหมือน​ว่า​ที่​ตั้ง​ของ​เมือง​นี้​ใน​ปัจจุบัน​คือ​หมู่​บ้าน​เอด​ไท​ยี​บาห์ (หรือ​เอด​ไท​ยี​เบห์) ซึ่ง​อยู่​ห่าง​จาก​เมือง​เบธเอล​ไป​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​เหนือ​ประมาณ 6 กม. และ​ห่าง​จาก​บริเวณ​ที่​น่า​จะ​เป็น​ที่​ตั้ง​ของ​บาอัลฮาโซร์​ไป​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ประมาณ 3 กม. (2​ซม 13:23) เมือง​เอฟราอิม​อยู่​ใกล้​ที่​กันดาร และ​เมื่อ​มอง​ลง​ไป​จาก​เมือง​นี้​ก็​จะ​เห็น​ที่​ราบ​กันดาร​เยรีโค​กับ​ทะเล​เดดซี​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้ โยเซฟุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ยิว​บอ​กว่า​นาย​พล​เวสปาเชียน​ของ​โรม​ยึด​เมือง​นี้​ได้​ตอน​ที่​เขา​นำ​ทัพ​มา​โจมตี​กรุง​เยรูซาเล็ม—The Jewish War, IV, 551 (ix, 9)

เทศกาล​ปัสกา: พระ​เยซู​เริ่ม​ทำ​งาน​ประกาศ​หลัง​จาก​ท่าน​รับ​บัพติศมา​ใน​ฤดู​ใบ​ไม้​ร่วง​ปี ค.ศ. 29 ดัง​นั้น ใน​ข้อ​นี้​จึง​ต้อง​พูด​ถึง​เทศกาล​ปัสกา​ที่​พระ​เยซู​ฉลอง​หลัง​จาก​นั้น​ไม่​นาน​ซึ่ง​เกิด​ขึ้น​ใน​ฤดู​ใบ​ไม้​ผลิ​ปี ค.ศ. 30 (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ลก 3:1 และภาค​ผนวก ก​7) การ​เปรียบ​เทียบ​บันทึก​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ทั้ง 4 เล่ม​ทำ​ให้​รู้​ว่า​ช่วง​ที่​พระ​เยซู​ทำ​งาน​รับใช้​บน​โลก ท่าน​ได้​ฉลอง​ปัสกา 4 ครั้ง และ​ทำ​ให้​ได้​ข้อ​สรุป​ว่า​งาน​รับใช้​ของ​ท่าน​กิน​เวลา 3 ปี​ครึ่ง หนังสือ​ข่าว​ดี 3 เล่ม​คือ มัทธิว มาระโก และ​ลูกา พูด​ถึง​เทศกาล​ปัสกา​แค่​ครั้ง​เดียว​คือ​ครั้ง​สุด​ท้าย​ที่​พระ​เยซู​ฉลอง​ก่อน​จะ​เสีย​ชีวิต แต่​ยอห์น​พูด​ถึง​เทศกาล​ปัสกา 4 ครั้ง โดย 3 ครั้ง​เขา​ใช้​คำ​ว่า​ปัสกา (ยน 2:13; 6:4; 11:55) และ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ซึ่ง​อยู่​ใน ยน 5:1 เขา​ใช้​คำ​ว่า “เทศกาล​ของ​ชาว​ยิว” ตัว​อย่าง​นี้​ทำ​ให้​เห็น​ว่า​การ​เปรียบ​เทียบ​บันทึก​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ทั้ง 4 เล่ม​ช่วย​ให้​เรา​เห็น​ภาพ​ชีวิต​ของ​พระ​เยซู​ได้​ครบ​ถ้วน​มาก​ขึ้น—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 5:1; 6:4; 11:55

เทศกาล​ของ​ชาว​ยิว: ถึง​แม้​ยอห์น​ไม่​ได้​บอก​ว่า​เทศกาล​นี้​คือ​เทศกาล​อะไร แต่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ดี​หลาย​อย่าง​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า​เทศกาล​นี้​น่า​จะ​เป็น​เทศกาล​ปัสกา​ปี ค.ศ. 31 ปกติ​แล้ว​ยอห์น​จะ​บันทึก​เหตุ​การณ์​ต่าง​ ๆ ​เรียง​ตาม​ลำดับ​เวลา ใน​ท้อง​เรื่อง​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​มี​การ​ฉลอง​เทศกาล​นี้​ไม่​นาน​หลัง​จาก​ที่​พระ​เยซู​บอก​ว่า “อีก 4 เดือน​จะ​ถึง​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว” (ยน 4:35) ฤดู​เกี่ยว​ข้าว​โดย​เฉพาะ​ข้าว​บาร์เลย์​เป็น​ช่วง​เดียว​กับ​เทศกาล​ปัสกา (วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน) ดัง​นั้น ดู​เหมือน​พระ​เยซู​พูด​ประโยค​นี้​ประมาณ 4 เดือน​ก่อน​หน้า​นั้น ก็​คือ​ช่วง​เดือน​คิสเลฟ (พฤศจิกายน/ธันวาคม) จริง​ ๆ ​แล้ว​ใน​ช่วง​เดือน​คิสเลฟ​ถึง​เดือน​นิสาน​ยัง​มี​เทศกาล​อีก 2 อย่าง​ที่​ฉลอง​กัน คือ​เทศกาล​ฉลอง​การ​อุทิศ​วิหาร​และ​เทศกาล​ปูริม แต่​กฎหมาย​ของ​พระเจ้า​ไม่​ได้​กำหนด​ให้​ชาว​อิสราเอล​ต้อง​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ฉลอง​เทศกาล 2 อย่าง​นี้ ดัง​นั้น คำ​ว่า “เทศกาล​ของ​ชาว​ยิว” ใน​ข้อ​นี้​จึง​น่า​จะ​หมาย​ถึง​เทศกาล​ปัสกา​ซึ่ง​เป็น​เทศกาล​ที่​พระ​เยซู​ต้อง​ไป​เข้า​ร่วม​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม (ฉธบ 16:16) จริง​ที่​ยอห์น​บันทึก​อีก​แค่​ไม่​กี่​เหตุ​การณ์​ก่อน​ที่​จะ​พูด​ถึง​เทศกาล​ปัสกา (ยน 6:4) แต่​เมื่อ​ดูภาค​ผนวก ก​7 ก็​จะ​เห็น​ว่า​ยอห์น​พูด​ถึง​การ​รับใช้​ช่วง​แรก​ ๆ ​ของ​พระ​เยซู​ไม่​มาก และ​เขา​ไม่​ได้​พูด​ถึง​หลาย​เหตุ​การณ์​ที่​ผู้​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​อีก 3 คน​ได้​พูด​ถึง​แล้ว ที่​จริง เรื่อง​ราว​ของ​พระ​เยซู​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​อีก 3 เล่ม​ก็​สนับสนุน​ข้อ​สรุป​ที่​ว่า เทศกาล​ปัสกา​ประจำ​ปี​ที่​ยอห์น​พูด​ถึง​ใน​ข้อ​นี้​เกิด​ขึ้น​ใน​ช่วง​เหตุ​การณ์​ที่​บันทึก​ใน ยน 2:13 และ ยน 6:4—ดูภาค​ผนวก ก​7 และข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่​ยน 2:13

เทศกาล​ปัสกา: ดู​เหมือน​เป็น​เทศกาล​ปัสกา​ปี ค.ศ. 32 ซึ่ง​เป็น​ปัสกา​ครั้ง​ที่ 3 ของ​พระ​เยซู​ตอน​ที่​ท่าน​รับใช้​อยู่​บน​โลก—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 2:13; 5:1; 11:55 และภาค​ผนวก ก​7

เทศกาล​ปัสกา: คือ​เทศกาล​ปัสกา​ปี ค.ศ. 33 ดู​เหมือน​เป็น​ปัสกา​ครั้ง​ที่ 4 ซึ่ง​มี​การ​พูด​ถึง​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ของ​ยอห์น—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 2:13; 5:1; 6:4

วีดีโอและรูปภาพ

พระ​เยซู​ปลุก​ลาซารัส​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย
พระ​เยซู​ปลุก​ลาซารัส​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย

พระ​เยซู​สั่ง​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ว่า “ลาซารัส ออก​มา” (ยน 11:43) ทันใด​นั้น ลาซารัส​ก็​รู้สึก​ตัว ลุก​ขึ้น​ยืน​และ​เริ่ม​เดิน​ทั้ง​ ๆ ​ที่​มี​ผ้า​พัน​ตัว​เขา​ไว้ มาร์ธา​กับ​มารีย์​พี่​น้อง​ของ​เขา​แทบ​ไม่​เชื่อ​สายตา​ตัว​เอง แต่​มัน​คือ​ความ​จริง! การ​อัศจรรย์​นี้​ทำ​ให้​หลาย​คน​ที่​เห็น​เริ่ม​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู บันทึก​เรื่อง​นี้​ทำ​ให้​เรา​เห็น​ความ​รัก​ที่​ไม่​เห็น​แก่​ตัว​ของ​พระ​เยซู และ​เป็น​ตัว​อย่าง​ให้​เห็น​ว่า​ท่าน​จะ​ทำ​การ​อัศจรรย์​ใน​ขอบ​เขต​ที่​ใหญ่​กว่า​มาก​ใน​โลก​ใหม่ (ยน 5:28) บันทึก​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​ลาซารัส​มี​อยู่​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ของ​ยอห์น​เท่า​นั้น

ศาล​แซนเฮดริน
ศาล​แซนเฮดริน

ศาล​สูง​ของ​ชาว​ยิว​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ที่​เรียก​ว่า​ศาล​แซนเฮดริน​ใหญ่​ประกอบ​ด้วย​สมาชิก 71 คน (ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “แซนเฮดริน”) หนังสือ​มิชนาห์​บอก​ว่า​มี​การ​จัด​ที่​นั่ง​ใน​ศาล​เป็น​รูป​ครึ่ง​วง​กลม​ซ้อน​กัน 3 แถว และ​มี​ผู้​คัด​ลอก 2 คน​คอย​บันทึก​คำ​พิพากษา​ของ​ศาล ราย​ละเอียด​ทาง​สถาปัตยกรรม​บาง​อย่าง​ใน​ภาพ​นี้​วาด​ขึ้น​โดย​มี​ต้น​แบบ​จาก​ซาก​อาคาร​หลัง​หนึ่ง​ที่​พบ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ซึ่ง​บาง​คน​เชื่อ​ว่า​เคย​เป็น​ห้อง​พิจารณา​คดี​ของ​ศาล​แซนเฮดริน​ใน​ศตวรรษ​แรก—ดูภาค​ผนวก ข​12, แผนที่ “กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​บริเวณ​โดย​รอบ”

1. มหา​ปุโรหิต

2. สมาชิก​ศาล​แซนเฮดริน

3. จำเลย

4. เสมียน​ศาล