ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

คัมชัตกา—แดนมหัศจรรย์ในแปซิฟิกของรัสเซีย

คัมชัตกา—แดนมหัศจรรย์ในแปซิฟิกของรัสเซีย

คัมชัตกา—แดน​มหัศจรรย์​ใน​แปซิฟิก​ของ​รัสเซีย

โดย​ผู้​เขียน​ตื่นเถิด! ใน​รัสเซีย

เมื่อ​ประมาณ​สาม​ร้อย​กว่า​ปี​มา​แล้ว นัก​สำรวจ​ชาว​รัสเซีย​กลุ่ม​หนึ่ง​ได้​มุ่ง​หน้า​ไป​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​ผ่าน​เอเชีย​จน​มา​ถึง​คาบสมุทร​ที่​เป็น​เทือก​เขา​ยื่น​ยาว​ลง​มา​ทาง​ใต้​เข้า​สู่​มหาสมุทร​แปซิฟิก คั่น​ระหว่าง​ทะเล​โอคอตสก์​กับ​ทะเล​เบริง. ดินแดน​แห่ง​ความ​งาม​อัน​ลับ​ลึก​นี้​ซึ่ง​มี​ขนาด​ใหญ่​กว่า​ประเทศ​อิตาลี​เล็ก​น้อย ยัง​ไม่​ค่อย​เป็น​ที่​รู้​จัก​สำหรับ​คน​ภาย​นอก.

แม้​คัมชัตกา​อยู่​ใน​ละติจูด​เดียว​กัน​กับ​หมู่​เกาะ​บริติช แต่​มี​สภาพ​ภูมิอากาศ​ค่อนข้าง​หนาว. แถบ​ชายฝั่ง​อากาศ​ไม่​หนาว​มาก แต่​พื้น​ที่​บาง​แห่ง​ภาย​ใน​คาบสมุทร​มี​หิมะ​สูง​ถึง 6 เมตร​และ​บาง​ครั้ง​สูง​เกือบ 12 เมตร! ช่วง​ฤดู​ร้อน คาบสมุทร​แห่ง​นี้​มัก​จะ​มี​หมอก​ทะเล​ปก​คลุม​และ​มี​ลม​พัด​แรง. ฝน​มาก​มาย​ที่​ตก​ลง​มา​บน​ดิน​ภูเขา​ไฟ​ใน​คัมซัตกา​ทำ​ให้​เกิด​พืช​พรรณ​อุดม​สมบูรณ์ รวม​ทั้ง​ไม้​พุ่ม​จำพวก​เบอร์รี, หญ้า​ที่​สูง​ท่วม​หัว, และ​ดอกไม้​ป่า​งาม​สะพรั่ง เช่น ดอกไม้​ตระกูล​กุหลาบ​ซึ่ง​เรียก​กัน​ว่า​ราชินี​แห่ง​ท้อง​ทุ่ง.

สโตน​เบิร์ช​หรือ​เออร์แมน​เบิร์ช เป็น​ต้น​ไม้​ที่​ขึ้น​ปก​คลุม​พื้น​ที่​เกือบ​หนึ่ง​ใน​สาม​ส่วน​ของ​คาบสมุทร ลำ​ต้น​และ​กิ่ง​ก้าน​ของ​มัน​โค้ง​และ​บิด​เป็น​เกลียว​เนื่อง​จาก​ลม​ที่​พัด​แรง​จัด​และ​หิมะ​ที่​หนัก​อึ้ง. ต้น​ไม้​ที่​ทนทาน​และ​เติบโต​ช้า​เหล่า​นี้​มี​ความ​แข็งแรง​เป็น​พิเศษ และ​ราก​ของ​มัน​ก็​ยึด​เกาะ​แน่น​ทำ​ให้​มัน​สามารถ​ขึ้น​ได้​แทบ​ทุก​ที่ แม้​กระทั่ง​บน​หน้าผา​ที่​ตั้ง​ชัน! ต้น​ไม้​เหล่า​นี้​ผลิ​ใบ​ใน​เดือน​มิถุนายน​ซึ่ง​บ่อย​ครั้ง​ยัง​มี​หิมะ​ตก​อยู่ และ​ใน​เดือน​สิงหาคม​ใบ​ไม้​ก็​เปลี่ยน​เป็น​สี​เหลือง​ซึ่ง​เป็น​สัญญาณ​ว่า​ฤดู​หนาว​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว.

ภูเขา​ไฟ, พุ​น้ำ​ร้อน​กีย์เซอร์, และ​น้ำพุ​ร้อน

เนื่อง​จาก​ตั้ง​อยู่​ใน​เขต​วง​แหวน​แห่ง​ไฟ ซึ่ง​ก็​คือ​แนว​การ​ไหว​สะเทือน​ที่​เกิด​ขึ้น​บ่อย​ครั้ง​ที่​ริม​ขอบ​ของ​มหาสมุทร​แปซิฟิก จึง​ทำ​ให้​คัมชัตกา​มี​ภูเขา​ไฟ​ที่​ยัง​คุ​กรุ่น​อยู่​ประมาณ 30 ลูก. ภูเขา​ไฟ​คลูเชฟสกายา​ได้​รับ​การ​พรรณนา​ว่า​เป็น “ภูเขา​ไฟ​รูป​กรวย​ที่​สวย​สมบูรณ์​แบบ​ที่​สุด” โดย​มี​ความ​สูง 4,750 เมตร​เหนือ​ระดับ​น้ำ​ทะเล นับ​เป็น​ภูเขา​ไฟ​มี​พลัง​ที่​มี​ขนาด​ใหญ่​ที่​สุด​ใน​ยูเรเชีย. ตั้ง​แต่​ปี 1697 ที่​นัก​สำรวจ​ชาว​รัสเซีย​เหยียบ​ย่าง​เข้า​ไป​ใน​คัมชัตกา​เป็น​ครั้ง​แรก ก็​มี​การ​บันทึก​เรื่อง​ภูเขา​ไฟ​ระเบิด​ใน​คาบสมุทร​นี้​มาก​กว่า 600 ครั้ง.

ใน​ปี 1975/1976 การ​ระเบิด​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​แอ่ง​หรือ​รอย​แยก​ใน​เขต​โทบาชิค​ทำ​ให้​เกิด “คบเพลิง” ที่​มี​เปลว​ไฟ​ลุก​โชติช่วง​สูง​กว่า 2,500 เมตร! มี​ฟ้า​ผ่า​ลง​มา​ใน​กลุ่ม​เมฆ​เถ้า​ธุลี. การ​ระเบิด​ที่​เกิด​ขึ้น​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​เป็น​เวลา​เกือบ​หนึ่ง​ปี​ครึ่ง​ทำ​ให้​เกิด​ภูเขา​ไฟ​รูป​กรวย​ใหม่​สี่​ลูก. ทะเลสาบ​และ​แม่น้ำ​สาย​ต่าง ๆ อันตรธาน​ไป​สิ้น และ​เถ้า​ธุลี​ที่​ร้อน​ระอุ​ก็​เผา​ผลาญ​ป่า​ทั้ง​หมด​จน​ราบ​คาบ. พื้น​ที่​กว้าง​ใหญ่​ใน​เขต​ชนบท​กลาย​เป็น​ทะเล​ทราย.

น่า​ยินดี​ที่​การ​ระเบิด​ส่วน​ใหญ่​เกิด​ขึ้น​ไกล​จาก​ที่​อยู่​อาศัย​ของ​ประชาชน และ​มี​ผู้​เสีย​ชีวิต​น้อย​มาก. แต่​ผู้​มา​เยือน​มี​เหตุ​ผล​อื่น​ที่​ต้อง​ระวัง โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​เมื่อ​ไป​ที่​หุบเขา​มรณะ​ซึ่ง​อยู่​ที่​เชิง​ภูเขา​ไฟ​คิชพินนีช. เมื่อ​ลม​สงบ​และ​โดย​เฉพาะ​ใน​ช่วง​ฤดู​ใบ​ไม้​ผลิ​ที่​หิมะ​เริ่ม​ละลาย แก๊ส​พิษ​จาก​ภูเขา​ไฟ​ก็​จะ​มา​รวม​กัน​อยู่​ใน​หุบเขา ทำ​ให้​บริเวณ​นั้น​กลาย​เป็น​กับดัก​มรณะ​สำหรับ​สัตว์​ป่า. ครั้ง​หนึ่ง หุบเขา​นี้​เคย​เกลื่อน​กลาด​ไป​ด้วย​ซาก​หมี​สิบ​ตัว​และ​ซาก​สัตว์​ตัว​เล็ก ๆ อีก​เป็น​จำนวน​มาก.

แอ่ง​ขนาด​ใหญ่​ที่​เรียก​กัน​ว่า​แอ่ง​ภูเขา​ไฟ​อูซอน​มี​บึง​โคลน​ที่​มี​ฟอง​แก๊ส​ผุด​ขึ้น​มา และ​มี​ทะเลสาบ​ปล่อง​ภูเขา​ไฟ​ที่​น้ำ​ร้อน​จน​เป็น​ไอ​ซึ่ง​มี​สาหร่าย​สี​สัน​สดใส​ขึ้น​อยู่​เต็ม. ใน​บริเวณ​เดียว​กัน​มี​หุบเขา​แห่ง​พุ​น้ำ​ร้อน​กีย์เซอร์​ซึ่ง​มี​การ​ค้น​พบ​ใน​ปี 1941. พุ​น้ำ​ร้อน​กีย์เซอร์​บาง​แห่ง​มี​น้ำ​ร้อน​พุ่ง​ออก​มา​ทุก ๆ สอง​ถึง​สาม​นาที ส่วน​พุ​น้ำ​ร้อน​อื่น ๆ พุ​ออก​มา​ทุก ๆ สอง​สาม​วัน. เฮลิคอปเตอร์​จะ​พา​นัก​ท่อง​เที่ยว​ไป​ชม​สถาน​ที่​ที่​น่า​ทึ่ง​เหล่า​นี้​ซึ่ง​อยู่​ห่าง​จาก​เมือง​เปโทรพาฟลอฟค์-คัมชัตสกี​ไป​ทาง​เหนือ 180 กิโลเมตร. อย่าง​ไร​ก็​ตาม มี​การ​ควบคุม​จำนวน​นัก​ท่อง​เที่ยว​อย่าง​เข้มงวด​เพื่อ​จะ​ไม่​มี​การ​รบกวน​ความ​สมดุล​ทาง​นิเวศ​วิทยา​ที่​เปราะ​บาง. เพื่อ​บรรลุ​วัตถุ​ประสงค์​ดัง​กล่าว จึง​มี​การ​ประกาศ​ให้​หก​เขต​ใน​คัมชัตกา​เป็น​เขต​มรดก​โลก.

คัมชัตกา​มี​น้ำพุ​ร้อน​มาก​มาย ซึ่ง​หลาย​แห่ง​มี​อุณหภูมิ​ระหว่าง 30-40 องศา​เซลเซียส ทำ​ให้​ผู้​มา​เยือน​ต่าง​รู้สึก​ชอบ​ใจ​และ​ช่วย​ชดเชย​ช่วง​ฤดู​หนาว​ที่​ยาว​นาน​หลาย​เดือน​ไป​ได้​บ้าง. นอก​จาก​นี้ ยัง​มี​การ​นำ​ความ​ร้อน​ใต้​พิภพ​มา​ใช้​เพื่อ​ผลิต​กระแส​ไฟฟ้า. ที่​จริง โรง​ผลิต​ไฟฟ้า​ด้วย​ความ​ร้อน​ใต้​พิภพ​แห่ง​แรก​ของ​รัสเซีย​ถูก​สร้าง​ขึ้น​ใน​คาบสมุทร​แห่ง​นี้.

หมี, ปลา​แซล์มอน, และ​เหยี่ยว​ทะเล

หมี​สี​น้ำตาล​ประมาณ 10,000 ตัว​ยัง​คง​ท่อง​ไป​ทั่ว​คัมชัตกา. หมี​ชนิด​นี้​มี​น้ำหนัก​โดย​เฉลี่ย 150-200 กิโลกรัม แม้​ว่า​มัน​อาจ​ตัว​โต​กว่า​นี้​ได้​เกือบ​สาม​เท่า​ถ้า​มัน​ไม่​ถูก​ฆ่า​เสีย​ก่อน. ใน​นิทาน​ที่​ชน​พื้นเมือง​ชาว​อี​เจล​มัน​เล่า​สืบ​กัน​มา พวก​เขา​เชื่อ​ว่า​หมี​เป็น “พี่​น้อง” ของ​พวก​เขา และ​พวก​เขา​รู้สึก​เคารพ​ยำเกรง​สัตว์​ชนิด​นี้. ความ​สัมพันธ์​ฉัน​พี่​น้อง​นี้​เป็น​อัน​สิ้น​สุด​ลง​เมื่อ​อาวุธ​ปืน​เริ่ม​เข้า​มา​มี​บทบาท. ตอน​นี้​นัก​อนุรักษ์​ธรรมชาติ​ต่าง​ก็​รู้สึก​เป็น​ห่วง​อนาคต​ของ​สัตว์​เหล่า​นั้น.

หมี​ชนิด​นี้​ขี้อาย​และ​ด้วย​เหตุ​นี้​จึง​แทบ​ไม่​มี​โอกาส​ได้​เห็น​มัน​เลย. แต่​ใน​เดือน​มิถุนายน เมื่อ​ปลา​แซล์มอน​เริ่ม​วาง​ไข่​ใน​แม่น้ำ หมี​จำนวน​มาก​จะ​พา​กัน​มา​กิน​ปลา โดย​ที่​หมี​หนึ่ง​ตัว​สามารถ​กิน​ปลา​ได้​เป็น​จำนวน​มาก! เหตุ​ใด​มัน​จึง​กิน​จุ​เช่น​นี้? ใน​ช่วง​ฤดู​ร้อน หมี​จะ​ต้อง​สะสม​ไขมัน​ใน​ร่าง​กาย​ให้​มาก​พอ​เพื่อ​จะ​รอด​ชีวิต​ผ่าน​ช่วง​ฤดู​หนาว​ที่​เย็น​จัด​และ​ขาด​แคลน​อาหาร ซึ่ง​มัน​จะ​นอน​จำศีล​อยู่​ใน​ถ้ำ​เพื่อ​ประหยัด​พลัง​งาน.

สัตว์​อีก​ชนิด​หนึ่ง​ที่​โปรดปราน​ปลา​แซล์มอน​เป็น​พิเศษ​ก็​คือ​เหยี่ยว​ทะเล​สเตลเลอร์ นก​ที่​สง่า​งาม​ซึ่ง​มี​ระยะ​ระหว่าง​ปลาย​ปีก​ทั้ง​สอง​ข้าง​ถึง 2.5 เมตร. ขน​ของ​มัน​ส่วน​ใหญ่​เป็น​สี​ดำ​แต่​มี​หย่อม​สี​ขาว​อยู่​ที่​ไหล่​และ​มี​หาง​สี​ขาว​เป็น​รูป​ลิ่ม. ปัจจุบัน​นี้​มี​เหยี่ยว​อยู่​ประมาณ 5,000 ตัว​และ​มี​แนว​โน้ม​ลด​ลง​เรื่อย ๆ ซึ่ง​เหยี่ยว​ชนิด​นี้​พบ​ได้​เฉพาะ​ที่​นี่​ที่​เดียว​ใน​โลก​และ​บาง​ครั้ง​ก็​พบ​ได้​ที่​หมู่​เกาะ​อะลูเชียน​และ​พริบิลอฟ​ใน​อะแลสกา. นก​ชนิด​นี้​ใช้​รัง​เดิม​ปี​แล้ว​ปี​เล่า โดย​จะ​ซ่อมแซม​และ​ต่อ​เติม​อยู่​เสมอ. รัง​หนึ่ง​มี​เส้น​ผ่า​ศูนย์กลาง​ถึง 3 เมตร​และ​หนัก​ขึ้น​เรื่อย ๆ จน​ทำ​ให้​ต้น​ไม้​ซึ่ง​เป็น​ที่​ยึด​ของ​รัง​นี้​หัก​เลย​ที​เดียว!

ผู้​อยู่​อาศัย​ใน​คัมชัตกา

ใน​ทุก​วัน​นี้ ชาว​คัมชัตกา​ส่วน​ใหญ่​เป็น​ชาว​รัสเซีย แต่​ยัง​มี​ชน​พื้นเมือง​อยู่​หลาย​พัน​คน กลุ่ม​ใหญ่​ที่​สุด​เป็น​ชาว​เคอร์ยัค​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ทาง​เหนือ. ส่วน​กลุ่ม​อื่น ๆ ก็​มี​ชาว​ชุคชี​และ​ชาว​อี​เจล​มัน​ซึ่ง​ต่าง​ก็​มี​ภาษา​เป็น​ของ​ตน​เอง. ประชากร​ส่วน​ใหญ่​ใน​คัมชัตกา​อาศัย​อยู่​ใน​เปโทรพาฟลอฟค์-คัมชัตสกี ซึ่ง​เป็น​ศูนย์กลาง​ใน​การ​บริหาร​ชุมชน. พื้น​ที่​อื่น ๆ ใน​คาบสมุทร​นี้​ไม่​ค่อย​มี​ผู้​คน​อาศัย​อยู่ และ​การ​เข้า​ถึง​หมู่​บ้าน​แถบ​ชายฝั่ง​และ​ริม​แม่น้ำ​ส่วน​ใหญ่​ต้อง​อาศัย​เรือ​หรือ​อากาศยาน​เท่า​นั้น.

การ​จับ​ปลา​และ​ปู​เป็น​อาชีพ​หลัก​ของ​ผู้​คน​ที่​นี่. ปู​แดง​ยักษ์​ของ​คัมชัตกา​เป็น​ที่​นิยม​อย่าง​มาก. ปู​ชนิด​นี้​กว้าง​ประมาณ 1.7 เมตร​เมื่อ​วัด​จาก​ก้าม​หนึ่ง​ไป​อีก​ก้าม​หนึ่ง ทำ​ให้​แผง​ขาย​อาหาร​ทะเล​ยิ่ง​น่า​สนใจ​และ​ดู​มี​สี​สัน​มาก​ขึ้น.

นับ​ตั้ง​แต่​ปี 1989 พยาน​พระ​ยะโฮวา​ได้​ไป​เยือน​คัมชัตกา​โดย​ตั้งใจ​จะ​จับ​ปลา​ใน​อีก​รูป​แบบ​หนึ่ง. ใน​ฐานะ “ผู้​จับ​คน” พวก​เขา​กำลัง​นำ​ข่าว​ดี​เรื่อง​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ไป​ยัง​ผู้​คน​ที่​อยู่​ใน​คัมชัตกา​ดินแดน​อัน​ห่าง​ไกล. (มัดธาย 4:19; 24:14) บาง​คน​ตอบรับ​และ​ตอน​นี้​ยัง​คง​ช่วย​คน​อื่น ๆ ให้​รู้​จัก​และ​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​พระ​ผู้​สร้าง แทน​ที่​จะ​นมัสการ​สิ่ง​ที่​พระองค์​สร้าง​ขึ้น. ผล​ก็​คือ คน​ท้องถิ่น​หลาย​คน​หลุด​พ้น​จาก​ความ​กลัว​วิญญาณ​ร้าย​ซึ่ง​คน​ทั่ว​ไป​รู้สึก​กลัว. (ยาโกโบ 4:7) นอก​จาก​นี้ พวก​เขา​กำลัง​เรียน​รู้​เกี่ยว​กับ​อนาคต​ที่​ทั่ว​ทั้ง​โลก ซึ่ง​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​ปราศจาก​ความ​ชั่ว​ร้าย​และ​คน​ทำ​ชั่ว จะ “เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​รู้​ฝ่าย​พระ​ยะโฮวา​ดุจ​น้ำ​ท่วม​เต็ม​มหาสมุทร.”—ยะซายา 11:9.

[กรอบ/ภาพ​หน้า 18]

แอ่ง​ภูเขา​ไฟ​ที่​น่า​ประทับใจ

แอ่ง​ภูเขา​ไฟ​อูซอน แอ่ง​ภูเขา​ไฟ​โบราณ มี​เส้น​ผ่า​ศูนย์กลาง​ประมาณ 10 กิโลเมตร. แหล่ง​อ้างอิง​หนึ่ง​กล่าว​ว่า ผนัง​ที่​สูง​ชัน​ของ​แอ่ง​ภูเขา​ไฟ​แห่ง​นี้​โอบ​ล้อม “สิ่ง​ซึ่ง​มี​ชื่อเสียง​ของ​คัมชัตกา​ทุก​ชนิด.” ใน​แอ่ง​ภูเขา​ไฟ​นี้​มี​ทั้ง​น้ำพุ​ร้อน​และ​เย็น, แอ่ง​โคลน​ที่​มี​ฟอง​แก๊ส​ผุด​ขึ้น​มา, โคลน​ที่​ก่อ​ตัว​เป็น​รูป​กรวย, ทะเลสาบ​ที่​ใส​สะอาด​ซึ่ง​เต็ม​ไป​ด้วย​ปลา​และ​หงส์ รวม​ทั้ง​พืช​พรรณ​มาก​มาย.

หนังสือ​ดินแดน​มหัศจรรย์​คัมชัตกา (ภาษา​อังกฤษ) กล่าว​ว่า “แทบ​ไม่​มี​ที่​ไหน​ใน​โลก” ที่​ฤดู​ใบ​ไม้​ร่วง​จะ​งดงาม​และ​สั้น​เท่า​กับ​ที่​นี่. ที่​ราบ​ทุนดรา​สี​แดง​จัด​ตัด​กับ​ต้น​เบิร์ช​สี​เหลือง​อร่าม ขณะ​ที่​ฟอง​แก๊ส​บน​พื้น​ดิน​บาง​แห่ง​ปล่อย​ไอ​น้ำ​สี​ขาว​พวย​พุ่ง​ออก​มา​ซึ่ง​ตัด​กับ​ท้องฟ้า​สี​น้ำเงิน​เข้ม. และ​ใน​ตอน​เช้า​ตรู่ ป่า​ก็​จะ “ครวญ​เพลง” เมื่อ​ใบ​ไม้​ที่​มี​น้ำ​ค้าง​แข็ง​เกาะ ร่วง​หล่น​ลง​สู่​พื้น​พร้อม​กับ​ส่ง​เสียง​กรุ๊งกริ๊ง​เบา ๆ ป่าว​ร้อง​ว่า​เหมันต์​กำลัง​จะ​มา​เยือน.

[กรอบ/ภาพ​หน้า 19]

ทะเลสาบ​มรณะ!

ใน​ปี 1996 ภูเขา​ไฟ​ที่​เข้าใจ​กัน​ว่า​สงบ​ไป​แล้ว​ได้​เกิด​ระเบิด​ขึ้น​ใต้​ทะเลสาบ​คา​ริม​สกี ทำ​ให้​เกิด​คลื่น​สูง 10 เมตร​ซึ่ง​ซัด​ทำลาย​ป่า​ไม้​ที่​อยู่​รอบ ๆ บริเวณ​นั้น​จน​ราบ​คาบ. ไม่​กี่​นาที​ต่อ​มา น้ำ​ใน​ทะเลสาบ​ก็​กลาย​เป็น​กรด​จน​เกิน​กว่า​สิ่ง​มี​ชีวิต​จะ​ดำรง​ชีพ​อยู่​ได้. กระนั้น นัก​วิจัย​ชื่อ​แอนดริว โลแกน อธิบาย​ว่า แม้​จะ​มี​เถ้า​ธุลี​จาก​ภูเขา​ไฟ​และ​คลื่น​ได้​กวาด​ทำลาย​ชายฝั่ง​จน​ย่อยยับ แต่​ก็​ไม่​พบ​ซาก​สัตว์​ที่​ริม​ทะเลสาบ​เลย. เขา​กล่าว​ว่า “ก่อน​จะ​เกิด​การ​ระเบิด เป็น​ที่​รู้​กัน​ว่า​มี​ปลา​หลาย​ล้าน​ตัว (ส่วน​ใหญ่​เป็น​ปลา​แซล์มอน​และ​ปลา​เทราต์) อาศัย​อยู่​ใน​ทะเลสาบ​คา​ริม​สกี. หลัง​การ​ระเบิด​ไม่​มี​สิ่ง​มี​ชีวิต​ใน​ทะเลสาบ​ให้​เห็น​เลย.” อย่าง​ไร​ก็​ดี อาจ​มี​ปลา​จำนวน​หนึ่ง​ที่​รอด​ชีวิต. นัก​วิทยาศาสตร์​คาด​ว่า​มี​สัญญาณ​เตือน​บาง​อย่าง—บาง​ที​อาจ​เป็น​การ​เปลี่ยน​แปลง​ทาง​เคมี​ใน​น้ำ—ที่​ทำ​ให้​ปลา​รู้​ตัว​ก่อน​และ​หนี​ไป​ยัง​แม่น้ำ​คาริมสกี​ที่​อยู่​ใกล้​เคียง.

[แผนที่​หน้า 16]

(ราย​ละเอียด​ดู​จาก​วารสาร)

รัสเซีย

คัมชัตกา