เขียนโดยยอห์น 19:1-42

19  ปีลาต​จึง​ให้​เอา​ตัว​พระ​เยซู​ไป​เฆี่ยน+  พวก​ทหาร​เอา​หนาม​สาน​เป็น​มงกุฎ​มา​สวม​หัว​พระ​เยซู และ​เอา​เสื้อ​คลุม​สี​ม่วง​ใส่​ให้​ท่าน+  แล้ว​พวก​เขา​ก็​เวียน​กัน​มา​เยาะเย้ย​พระ​เยซู​ว่า “ขอ​คำนับ​กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว” พวก​เขา​ยัง​ตบ​หน้า​ท่าน​ด้วย+  ปีลาต​ออก​ไป​พูด​กับ​พวก​ยิว​อีก​ว่า “ดู​นี่ ผม​พา​เขา​ออก​มา​ให้​ดู พวก​คุณ​จะ​ได้​รู้​ว่า​ผม​ไม่​เห็น​ว่า​เขา​มี​ความ​ผิด​อะไร”+  พระ​เยซู​ออก​มา​ทั้ง​ที่​สวม​มงกุฎ​หนาม​และ​เสื้อ​คลุม​สี​ม่วง ปีลาต​พูด​กับ​พวก​ยิว​ว่า “ดู​ผู้​ชาย​คน​นี้​สิ”  แต่​เมื่อ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​เจ้าหน้าที่​เห็น​พระ​เยซู พวก​เขา​ก็​ตะโกน​ว่า “ตรึง​เขา​บน​เสา! ตรึง​เขา​บน​เสา!”*+ ปีลาต​บอก​พวก​เขา​ว่า “พวก​คุณ​เอา​เขา​ไป​ตรึง​เอง​สิ* ผม​ไม่​เห็น​ว่า​เขา​มี​ความ​ผิด​อะไร”+  พวก​ยิว​พูด​ว่า “พวก​เรา​มี​กฎหมาย และ​ตาม​กฎหมาย​นั้น​เขา​สม​ควร​ตาย+ เพราะ​เขา​ตั้ง​ตัว​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า”+  พอ​ปีลาต​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​ยิ่ง​กลัว  จึง​กลับ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​และ​ถาม​พระ​เยซู​ว่า “คุณ​มา​จาก​ไหน​กัน​แน่?” แต่​พระ​เยซู​ไม่​ตอบ+ 10  ปีลาต​พูด​ว่า “ไม่​ยอม​พูด​กับ​ผม​หรือ? ไม่​รู้​หรือ​ว่า​ผม​มี​อำนาจ​จะ​ปล่อย​คุณ​หรือ​จะ​ประหาร​คุณ*ก็​ได้?” 11  พระ​เยซู​ตอบ​ว่า “คุณ​จะ​มี​อำนาจ​เหนือ​ผม​ไม่​ได้​หรอก​ถ้า​ไม่​ได้​รับ​อำนาจ​จาก​พระเจ้า+ เพราะ​อย่าง​นี้​แหละ คน​ที่​มอบ​ผม​ไว้​ใน​มือ​คุณ​ก็​มี​ความ​ผิด​มาก​กว่า​คุณ” 12  ปีลาต​จึง​พยายาม​หา​ทาง​ปล่อย​พระ​เยซู แต่​พวก​ยิว​ตะโกน​ว่า “ถ้า​ท่าน​ปล่อย​เขา ท่าน​ก็​เป็น​ศัตรู​กับ​ซีซาร์ ทุก​คน​ที่​ตั้ง​ตัว​เป็น​กษัตริย์​ก็​ต่อ​ต้าน​ซีซาร์”+ 13  เมื่อ​ปีลาต​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​พา​พระ​เยซู​ออก​มา แล้ว​เขา​ก็​นั่ง​บน​บัลลังก์​พิพากษา​ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​ตรง​ที่​ที่​เรียก​ว่า ลาน​หิน ภาษา​ฮีบรู​เรียก​ว่า​กับบาธา 14  ตอน​นั้น​เป็น​เวลา​ประมาณ​เที่ยง​วัน​ของ​วัน​เตรียม+สำหรับ​ปัสกา ปีลาต​พูด​กับ​พวก​ยิว​ว่า “ดู​สิ กษัตริย์​ของ​พวก​คุณ” 15  แต่​พวก​ยิว​ตะโกน​ว่า “ฆ่า​เขา​ซะ ฆ่า​เขา​ซะ ตรึง​เขา​บน​เสา!”* ปีลาต​ถาม​พวก​เขา​ว่า “จะ​ให้​ผม​ประหาร​กษัตริย์​ของ​พวก​คุณ​หรือ?” พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ไม่​มี​กษัตริย์​อื่น​นอก​จาก​ซีซาร์” 16  ปีลาต​จึง​มอบ​พระ​เยซู​ให้​พวก​เขา​เอา​ไป​ประหาร​บน​เสา+ พวก​ทหาร​ก็​คุม​ตัว​พระ​เยซู​ไป 17  พระ​เยซู​แบก​เสา​ทรมาน​ของ​ตัว​เอง และ​ท่าน​ออก​ไป​ถึง​ที่​แห่ง​หนึ่ง+ที่​มี​ชื่อ​ภาษา​ฮีบรู​ว่า​กลโกธา ซึ่ง​แปล​ว่า​กะโหลก+ 18  แล้ว​พวก​ทหาร​ก็​ตรึง​พระ​เยซู​บน​เสา+ มี​ผู้​ชาย​อีก 2 คน​ถูก​ตรึง​อยู่​ด้วย​ข้าง​ละ​คน พระ​เยซู​อยู่​ตรง​กลาง+ 19  ปีลาต​ให้​เขียน​ป้าย​ติด​ไว้​บน​เสา​ทรมาน​ด้วย ซึ่ง​อ่าน​ว่า “เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว”+ 20  คน​ยิว​หลาย​คน​ได้​อ่าน​ป้าย​นั้น เพราะ​ที่​ที่​พระ​เยซู​ถูก​ตรึง​บน​เสา​อยู่​ใกล้​เมือง และ​ป้าย​นั้น​เขียน​เป็น​ภาษา​ฮีบรู ละติน และ​กรีก 21  แต่​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​ของ​ชาว​ยิว​บอก​ปีลาต​ว่า “อย่า​เขียน​ว่า ‘กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว’ แต่​ให้​เขียน​ว่า ‘คน​นี้​อ้าง​ว่า​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว’” 22  ปีลาต​บอก​ว่า “ผม​จะ​เขียน​อย่าง​นี้​แหละ” 23  พอ​พวก​ทหาร​ตรึง​พระ​เยซู​บน​เสา​แล้ว ก็​เอา​เสื้อ​ชั้น​นอก​ของ​ท่าน​มา​แบ่ง​เป็น 4 ส่วน แล้ว​เอา​ไป​คน​ละ​ส่วน แต่​พอ​พวก​เขา​หยิบ​เสื้อ​ตัว​ใน​มา ก็​เห็น​ว่า​เสื้อ​นั้น​ไม่​มี​ตะเข็บ เป็น​แบบ​ที่​ทอ​เป็น​ชิ้น​เดียว​ตลอด​ทั้ง​ตัว 24  พวก​เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “อย่า​ฉีก​เลย มา​จับ​ฉลาก​กัน​ดี​กว่า​ว่า​ใคร​จะ​ได้”+ เรื่อง​นี้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์​ว่า “พวก​เขา​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​ผม​แบ่ง​กัน และ​เอา​เสื้อ​ผม​มา​จับ​ฉลาก​กัน”+ พวก​ทหาร​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​จริง ๆ 25  มี​คน​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ เสา​ทรมาน​ของ​พระ​เยซู คือ แม่+กับ​น้า​สาว​ของ​ท่าน รวม​ทั้ง​มารีย์​ภรรยา​ของ​โคลปัส และ​มารีย์​มักดาลา+ 26  เมื่อ​พระ​เยซู​เห็น​แม่​กับ​สาวก​ที่​ท่าน​รัก+ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ ท่าน​ก็​บอก​กับ​แม่​ว่า “แม่​ครับ ตั้ง​แต่​นี้​ไป​เขา​เป็น​ลูก​ของ​แม่​นะ” 27  แล้ว​บอก​สาวก​คน​นั้น​ว่า “นี่​คือ​แม่​ของ​คุณ” ตั้ง​แต่​นั้น​มา สาวก​คน​นั้น​ก็​รับ​มารีย์​ไป​อยู่​ด้วย 28  หลัง​จาก​นั้น เมื่อ​พระ​เยซู​รู้​ว่า​ทำ​ทุก​อย่าง​สำเร็จ​แล้ว และ​เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์ ท่าน​จึง​พูด​ว่า “หิว​น้ำ”+ 29  ที่​นั่น​มี​ไห​ใส่​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​วาง​อยู่​ไห​หนึ่ง พวก​เขา​จึง​เอา​ฟองน้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​เสียบ​ปลาย​กิ่ง​หุสบ แล้ว​ชู​ขึ้น​ให้​ถึง​ปาก​พระ​เยซู+ 30  พระ​เยซู​ชิม​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​แล้ว​พูด​ว่า “สำเร็จ​แล้ว”+ จาก​นั้น​ท่าน​ก็​คอ​พับ​และ​สิ้น​ใจ​ตาย+ 31  วัน​นั้น​เป็น​วัน​เตรียม+ พวก​ยิว​จึง​ขอ​ปีลาต​สั่ง​ให้​ทุบ​ขา​ของ​คน​ที่​ถูก​ตรึง​ให้​หัก​แล้ว​เอา​ศพ​ลง​มา เพื่อ​ไม่​ให้​ศพ​ค้าง​อยู่​บน​เสา​ทรมาน+ใน​วัน​สะบาโต (เพราะ​วัน​สะบาโต​นั้น​เป็น​วัน​สะบาโต​พิเศษ)+ 32  พวก​ทหาร​จึง​มา​ทุบ​ขา​ของ​สอง​คน​นั้น​ที่​ถูก​ตรึง​บน​เสา​ข้าง ๆ พระ​เยซู 33  แต่​พอ​มา​ถึง​พระ​เยซู พวก​เขา​เห็น​ว่า​ท่าน​ตาย​แล้ว จึง​ไม่​ได้​ทุบ​ขา​ของ​ท่าน​ให้​หัก 34  ทหาร​คน​หนึ่ง​เอา​หอก​แทง​สีข้าง​พระ​เยซู+ เลือด​กับ​น้ำ​ก็​ไหล​ออก​มา​ทันที 35  คน​ที่​เล่า​เรื่อง​นี้​เป็น​คน​ที่​เห็น​เหตุ​การณ์ คำ​บอก​เล่า​ของ​เขา​เป็น​ความ​จริง เขา​รู้​ว่า​เรื่อง​ที่​เขา​เล่า​เป็น​เรื่อง​จริง เพื่อ​พวก​คุณ​จะ​ได้​เชื่อ​ด้วย+ 36  เหตุ​การณ์​นี้​เกิด​ขึ้น​จริง​ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์​ว่า “กระดูก​ของ​เขา​จะ​ไม่​หัก​แม้​แต่​ท่อน​เดียว”+ 37  และ​ตาม​ที่​เขียน​ไว้​อีก​ข้อ​หนึ่ง​ว่า “พวก​เขา​จะ​มอง​ดู​คน​ที่​พวก​เขา​แทง”+ 38  หลัง​จาก​นั้น โยเซฟ​จาก​เมือง​อาริมาเธีย​ไป​หา​ปีลาต​เพื่อ​ขอ​ศพ​พระ​เยซู โยเซฟ​คน​นี้​เป็น​สาวก​คน​หนึ่ง​ของ​พระ​เยซู​ที่​ไม่​เปิด​เผย​ตัว​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว+ เมื่อ​ปีลาต​อนุญาต โยเซฟ​จึง​มา​เอา​ศพ​พระ​เยซู​ไป+ 39  นิโคเดมัส+ที่​เคย​ไป​หา​พระ​เยซู​ตอน​กลางคืน​ก็​มา และ​เอา​ผง​มดยอบ​ผสม​กฤษณา​หนัก​ประมาณ 30 กิโลกรัม​มา​ด้วย+ 40  พวก​เขา​จึง​เอา​ผ้า​ลินิน​มา​พัน​ศพ​พระ​เยซู พร้อม​กับ​ใส่​เครื่อง​หอม+ตาม​ธรรมเนียม​การ​ฝัง​ศพ​ของ​ชาว​ยิว+ 41  ใกล้ ๆ กับ​ที่​ที่​พระ​เยซู​ถูก​ตรึง*มี​สวน​แห่ง​หนึ่ง ใน​สวน​นั้น​มี​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ใหม่+ที่​ยัง​ไม่​เคย​ใช้​ฝัง​ศพ​ใคร​เลย 42  พวก​เขา​เอา​ศพ​พระ​เยซู​ไป​ไว้​ใน​อุโมงค์​นั้น​เพราะ​อยู่​ใกล้ และ​วัน​นั้น​เป็น​วัน​เตรียม+ของ​ชาว​ยิว

เชิงอรรถ

หรือ “ประหาร​เขา​บน​เสา! ประหาร​เขา​บน​เสา!”
หรือ “ไป​ประหาร​บน​เสา​เอง​สิ”
หรือ “ประหาร​คุณ​บน​เสา”
หรือ “ประหาร​เขา​บน​เสา!”
หรือ “ถูก​ประหาร​บน​เสา”

ข้อมูลสำหรับศึกษา

เฆี่ยน: ปกติ​แล้ว​จะ​มี​การ​ลง​โทษ​โดย​การ​เฆี่ยน​ก่อน​เอา​ไป​แขวน​ไว้​บน​เสา หลัง​จาก​ที่​พวก​ยิว​เรียก​ร้อง​ให้​ประหาร​พระ​เยซู​และ​ปล่อย​บารับบัส ปีลาต​จึง​ให้​เอา​ตัว​พระ​เยซู​ไป “เฆี่ยน” (มธ 20:19; 27:26) เป็น​ที่​รู้​กัน​ว่า​อุปกรณ์​ที่​ใช้​เฆี่ยน​ซึ่ง​สร้าง​ความ​เจ็บ​ปวด​มาก​ที่​สุด​คือ​ฟลาเกลลุม อุปกรณ์​นี้​เป็น​เหมือน​แส้​ทำ​จาก​เชือก​หรือ​หนัง​ถัก​ที่​มี​ด้าม​จับ บาง​ครั้ง​มี​การ​เอา​เศษ​กระดูก​หรือ​โลหะ​มัด​ติด​ไว้​กับ​เส้น​หนัง​เพื่อ​ให้​แส้​หนัก​ขึ้น​และ​ทำ​ให้​คน​ที่​ถูก​เฆี่ยน​เจ็บ​ปวด​มาก​ขึ้น

มงกุฎ: นอก​จาก​จะ​เอา​ผ้า​สี​ม่วง​มา​คลุม​ให้​พระ​เยซู (ตาม​ที่​พูด​ถึง​ก่อน​หน้า​นี้) พวก​เขา​ยัง​เยาะเย้ย​พระ​เยซู​ว่า​เป็น​กษัตริย์​โดย​เอา​หนาม​สาน​เป็น​มงกุฎ​มา​สวม​ให้​ท่าน และ​ตาม​ที่​บอก​ใน มธ 27:29 พวก​เขา​เอา “ไม้​อ้อ” มา​ให้​ท่าน​ถือ​เป็น​คทา​ด้วย

พวก​เขา​ก็​เอา​ผ้า​สี​ม่วง​มา​คลุม​ให้​ท่าน: พวก​เขา​ทำ​อย่าง​นี้​เพื่อ​เยาะเย้ย​และ​ล้อเลียน​พระ​เยซู​ว่า​เป็น​กษัตริย์ บันทึก​ของ​มัทธิว (27:28) บอก​ว่า​พวก​ทหาร​เอา “เสื้อ​คลุม​สี​แดง​เข้ม” มา​ใส่​ให้​พระ​เยซู​ซึ่ง​เป็น​เสื้อ​แบบ​ที่​กษัตริย์ เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง หรือ​นาย​ทหาร​ใส่​กัน ส่วน​บันทึก​ของ​มาระโก​และ​ยอห์น (19:2) บอก​ว่า​เสื้อ​คลุม​นี้​เป็น​สี​ม่วง แต่​ใน​สมัย​โบราณ “สี​ม่วง” อาจ​หมาย​ถึง​ทุก​เฉด​สี​ที่​เกิด​จาก​การ​ผสม​ระหว่าง​สี​แดง​และ​สี​น้ำเงิน นอก​จาก​นั้น มุม แสง​สะท้อน และ​พื้น​หลัง​อาจ​ทำ​ให้​คน​ดู​มอง​เห็น​เป็น​สี​ที่​แตกต่าง​กัน การ​ที่​พวก​ผู้​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​พูด​ถึง​สี​ที่​แตกต่าง​กัน​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พวก​เขา​ไม่​ได้​คัด​ลอก​เรื่อง​ราว​ของ​กัน​และ​กัน

มงกุฎ: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 15:17

เอา​เสื้อ​คลุม​สี​ม่วง​ใส่​ให้​ท่าน: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 15:17

คำนับ: หรือ “ยกย่อง” พวก​เขา​ทำ​เป็น​ยกย่อง​พระ​เยซู​เหมือน​ยกย่อง​ซีซาร์ ดู​เหมือน​เป็น​วิธี​ที่​พวก​เขา​เยาะเย้ย​ว่า​ท่าน​เป็น​กษัตริย์

ดู​ผู้​ชาย​คน​นี้​สิ: แม้​พระ​เยซู​จะ​มี​ร่าง​กาย​ที่​บอบช้ำ​และ​เต็ม​ไป​ด้วย​บาดแผล แต่​ท่าน​ก็​ยัง​สงบ​นิ่ง​และ​สง่า​งาม​จน​แม้​แต่​ปีลาต​ก็​ยัง​ยอม​รับ คำ​พูด​ของ​ปีลาต​ดู​เหมือน​แสดง​ความ​นับถือ​ปน​สงสาร ฉบับ​วัลเกต ​แปล​คำ​พูด​ของ​ปีลาต​ว่า เอกเค โฮโม (ecce homo) ซึ่ง​เป็น​คำ​ที่​ศิลปิน​หลาย​คน​ใช้​เป็น​ชื่อ​ผล​งาน​ของ​พวก​เขา คน​ที่​คุ้น​เคย​กับ​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​และ​ได้​ยิน​คำ​พูด​นี้​ของ​ปีลาต​อาจ​คิด​ถึง​คำ​พยากรณ์​เกี่ยว​กับ​เมสสิยาห์​ที่​บอก​ไว้​ใน ศคย 6:12

พวก​เรา​มี​กฎหมาย: เมื่อ​พวก​ยิว​เห็น​ว่า​การ​กล่าวหา​พระ​เยซู​โดย​ใช้​ประเด็น​ทาง​การ​เมือง​ไม่​ได้​ผล พวก​เขา​ก็​เปลี่ยน​มา​กล่าวหา​ท่าน​ว่า​หมิ่น​ประมาท​พระเจ้า​ซึ่ง​เป็น​เรื่อง​ทาง​ศาสนา นี่​ทำ​ให้​เห็น​เจตนา​ที่​แท้​จริง​ของ​พวก​เขา หลาย​ชั่วโมง​ก่อน​หน้า​นั้น​พวก​เขา​เคย​กล่าวหา​พระ​เยซู​เรื่อง​นี้​ต่อ​หน้า​ศาล​แซนเฮดริน​แล้ว แต่​พวก​เขา​ก็​ยก​ข้อ​กล่าวหา​นี้​ขึ้น​มา​อีก​ครั้ง​เพื่อ​ให้​ปีลาต​พิจารณา

เกิด​ใหม่: พระ​เยซู​บอก​นิโคเดมัส​ว่า​เพื่อ​จะ​เห็น​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า คน​เรา​ต้อง​เกิด​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง คำ​พูด​ของ​นิโคเดมัส​ในข้อ 4 แสดง​ให้​เห็น​ว่า เขา​คิด​ว่า​พระ​เยซู​หมาย​ถึง​การ​เกิด​จาก​ท้อง​แม่​จริง​ ๆ ​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง แต่​พระ​เยซู​บอก​ว่า​การ​เกิด​ครั้ง​ที่​สอง​นี้​เป็น​การ “เกิด​โดย . . . รับ​พลัง​ของ​พระเจ้า” (ยน 3:5) คน​ที่​จะ​เป็น “ลูก​ของ​พระเจ้า” ต้อง “ไม่​ได้​เกิด​จาก​พ่อ​แม่​ที่​เป็น​มนุษย์ หรือ​จาก​ความ​ต้องการ​ของ​มนุษย์ แต่​เกิด​จาก​พระเจ้า” (ยน 1:12, 13) และ​ที่ 1ปต 1:3, 23 เปโตร​ก็​ใช้​คำ​ว่า “เกิด​ใหม่” เหมือน​กัน โดย​บอก​ว่า​คริสเตียน​ผู้​ถูก​เจิม​ต้อง “เกิด​ใหม่” แม้​คัมภีร์​ไบเบิล​ส่วน​ใหญ่​ใช้​คำ​ว่า “เกิด​ใหม่” แต่​ก็​มี​บาง​ฉบับ​แปล​ที่​ใช้​คำ​ว่า “เกิด​จาก​เบื้อง​บน” ซึ่ง​เป็น​การ​แปล​ที่​ถูก​ต้อง​เหมือน​กัน​เพราะ​คำ​กรีก อาโนเธ็น ก็​แปล​ว่า “จาก​เบื้อง​บน” ได้​ด้วย (ยน 3:31; 19:11; ยก 1:17; 3:15, 17) การ​แปล​ทั้ง 2 อย่าง​นี้​สอดคล้อง​กับ​แนว​คิด​ที่​ว่า คน​ที่​จะ​เข้า​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​ได้​จะ​ต้อง​เกิด​ใหม่​หรือ​เกิด “จาก​พระเจ้า” ซึ่ง​ก็​คือ​จาก​เบื้อง​บน (1ยน 3:9) แต่​คำ​พูด​ของ​นิโคเดมัส​ใน​ข้อ​ถัด​ไป​ทำ​ให้​เห็น​ว่า​การ​แปล​คำ​กรีก​นี้​แบบ​ฉบับ​แปล​โลก​ใหม่ ​เข้า​กับ​ท้อง​เรื่อง​มาก​กว่า

จาก​พระเจ้า: หรือ “จาก​สวรรค์, จาก​เบื้อง​บน” มี​การ​ใช้​คำ​กรีก อาโนเธ็น ที่​แปล​ว่า “จาก​พระเจ้า” ใน​ข้อ​นี้​และ​ที่ ยก 1:17; 3:15, 17 นอก​จาก​นั้น ยน 3:3, 7 ยัง​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​คำ​กรีก​นี้​อาจ​แปล​ว่า “ใหม่” และ “จาก​เบื้อง​บน” ได้​ด้วย—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 3:3

คน​ที่: พระ​เยซู​ไม่​ได้​หมาย​ถึง​ยูดาส​อิสคาริโอท​หรือ​คน​ใด​คน​หนึ่ง แต่​ดู​เหมือน​ท่าน​คิด​ถึง​ทุก​คน​ที่​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​การ​ฆ่า​ท่าน ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ยูดาส หรือ “พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​สมาชิก​ทุก​คน​ของ​ศาล​แซนเฮดริน” และ​แม้​แต่ “ประชาชน” ที่​ถูก​ยุ​ให้​ไป​ขอ​ปีลาต​ปล่อย​ตัว​บารับบัส​แทน​พระ​เยซู—มธ 26:59-65; 27:1, 2, 20-22; ยน 18:30, 35

ซีซาร์: หรือ “จักรพรรดิ” จักรพรรดิ​โรมัน​ที่​ปกครอง​ช่วง​ที่​พระ​เยซู​ทำ​งาน​รับใช้​บน​โลก​คือ​ทิเบริอัส แต่​คำ​ว่า “ซีซาร์” ไม่​ได้​หมาย​ถึง​จักรพรรดิ​ที่​ปกครอง​เท่า​นั้น คำ​นี้​ยัง​หมาย​ถึง​รัฐบาล​โรมัน​และ​ตัว​แทน​ที่​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​ซึ่ง​เปาโล​เรียก​ว่า “คน​ที่​มี​อำนาจ​ปกครอง” และ​เปโตร​เรียก​ว่า “กษัตริย์” และ “ผู้​ว่า​ราชการ” ที่​กษัตริย์​ส่ง​มา—รม 13:1-7; 1ปต 2:13-17; ทต 3:1; ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์

ศัตรู​กับ​ซีซาร์: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ไม่​เป็น​เพื่อน​กับ​ซีซาร์” ตำแหน่ง “เพื่อน​ของ​ซีซาร์” เป็น​ตำแหน่ง​ที่​มัก​จะ​มอบ​ให้​กับ​ผู้​ว่า​ราชการ​แคว้น​ต่าง​ ๆ ​ใน​จักรวรรดิ​โรมัน แต่​ดู​เหมือน​ว่า​ท้อง​เรื่อง​นี้​ใช้​คำ​นี้​ใน​ความ​หมาย​กว้าง​ ๆ ​เพื่อ​บอก​ว่า​ปีลาต​กำลัง​ทำ​ให้​ตัว​เอง​เสี่ยง​ต่อ​การ​ถูก​กล่าวหา​ว่า​เป็น​กบฏ ซีซาร์​ใน​ตอน​นั้น​คือ​ทิเบริอัส​ซึ่ง​ขึ้น​ชื่อ​ว่า​ชอบ​สั่ง​ประหาร​ทุก​คน​ที่​เขา​สงสัย​ว่า​ไม่​ภักดี​แม้​แต่​คน​ที่​เป็น​เจ้าหน้าที่​ระดับ​สูง คน​หนึ่ง​ที่​เคย​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​ให้​เป็น “เพื่อน​ของ​ซีซาร์” คือ​ลูซิอัส เอลิอัส เซยานุส ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​องครักษ์​ของ​จักรพรรดิ ถือ​ได้​ว่า​เขา​มี​อำนาจ​มาก​เป็น​อันดับ 2 รอง​จาก​ทิเบริอัส​และ​ปีลาต​ก็​สนิท​กับ​เขา ตอน​ที่​เซยานุส​ยัง​มี​อำนาจ เขา​มัก​จะ​ปก​ป้อง​และ​สนับสนุน​ปีลาต แต่​พอ​ถึง​ปี ค.ศ. 31 เซยานุส​ก็​ถูก​ทิเบริอัส​สั่ง​ประหาร​พร้อม​กับ​ผู้​สนับสนุน​จำนวน​มาก​เพราะ​ทิเบริอัส​สงสัย​ว่า​เขา​ปลุกระดม​ประชาชน​ให้​ก่อ​กบฏ เหตุ​การณ์​นี้​เกิด​ขึ้น​ไม่​นาน​ก่อน​ที่​พระ​เยซู​จะ​ถูก​พา​มา​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​ปีลาต ดัง​นั้น ถ้า​พวก​สะดูสี​ไป​ฟ้อง​ทิเบริอัส​เรื่อง​ปีลาต​และ​บอก​ว่า​เขา​ตั้ง​ตัว​เป็น “ศัตรู​กับ​ซีซาร์” ปีลาต​ก็​อาจ​จะ​ถูก​ประหาร​ได้ ปีลาต​ทำ​ให้​ชาว​ยิว​ไม่​พอ​ใจ​มาก​พอ​อยู่​แล้ว เขา​จึง​ไม่​อยาก​สร้าง​ความ​ขัด​แย้ง​มาก​ไป​กว่า​นี้​เพื่อ​จะ​ไม่​ถูก​กล่าวหา​ว่า​ไม่​ภักดี​ต่อ​ซีซาร์ ดัง​นั้น ดู​เหมือน​ว่า​เป็น​เพราะ​ปีลาต​กลัว​จักรพรรดิ​ที่​ขี้​อิจฉา​นี้ เขา​เลย​ตัดสิน​ให้​ประหาร​ชีวิต​พระ​เยซู​ทั้ง​ ๆ ​ที่​เขา​รู้​ว่า​ท่าน​ไม่​มี​ความ​ผิด

ซีซาร์: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 22:17

บัลลังก์​พิพากษา: มัก​จะ​เป็น​เวที​กลางแจ้ง เจ้าหน้าที่​ที่​นั่ง​บน​บัลลังก์​นั้น​สามารถ​พูด​กับ​ประชาชน​และ​ประกาศ​คำ​ตัดสิน​คดี​ต่าง​ ๆ ได้

ภาษา​ฮีบรู: ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ฮีบรู” เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​ที่​ชาว​ยิว​พูด​กัน (ยน 19:13, 17, 20; กจ 21:40; 22:2; วว 9:11; 16:16) และ​เป็น​ภาษา​ที่​พระ​เยซู​พูด​กับ​เซาโล​ที่​มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส​หลัง​จาก​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​กลับ​ไป​สวรรค์​แล้ว (กจ 26:14, 15) และ​ที่ กจ 6:1 ก็​พูด​ถึง​สาวก 2 กลุ่ม​คือ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​ฮีบรู” และ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​กรีก” ถึง​แม้​ผู้​เชี่ยวชาญ​ด้าน​พระ​คัมภีร์​บาง​คน​บอก​ว่า​ข้อ​พระ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ควร​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​อาราเมอิก” ไม่​ใช่ “ภาษา​ฮีบรู” แต่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ดี​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า​การ​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” ถูก​ต้อง​กว่า ครั้ง​หนึ่ง​ลูกา​บอก​ว่า​เปาโล​พูด​กับ​ชาว​กรุง​เยรูซาเล็ม “เป็น​ภาษา​ฮีบรู” เพราะ​ตอน​นั้น​เปาโล​กำลัง​พูด​กับ​คน​ที่​ศึกษา​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​เขียน​เป็น​ภาษา​ฮีบรู นอก​จาก​นั้น เมื่อ​สำรวจ​ชิ้น​ส่วน​และ​เอกสาร​ใน​ม้วน​หนังสือ​ทะเล​ตาย​ทั้ง​ส่วน​ที่​เป็น​พระ​คัมภีร์​และ​ไม่​ใช่​พระ​คัมภีร์​ที่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ก็​พบ​ว่า เอกสาร​เหล่า​นั้น​ส่วน​ใหญ่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู แสดง​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เป็น​ภาษา​ที่​ใช้​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน นอก​จาก​นั้น เอกสาร​เหล่า​นั้น​บาง​ส่วน​ก็​เขียน​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​ด้วย แสดง​ว่า​ใน​ตอน​นั้น​มี​การ​ใช้​ทั้ง​ภาษา​ฮีบรู​และ​อาราเมอิก ดัง​นั้น ถ้า​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” เขา​ก็​ไม่​น่า​จะ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก​หรือ​ภาษา​ซีเรีย (กจ 21:40; 22:2; เทียบ​กับ กจ 26:14) พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​ที่ 2​พก 18:26 ก็​พูด​ถึง​ทั้ง “ภาษา​อาราเมอิก” และ “ภาษา​ของ​ชาว​ยิว” ซึ่ง​โยเซฟุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​คิด​ว่า​ข้อ​คัมภีร์​นี้​พูด​ถึง 2 ภาษา​ที่​แตกต่าง​กัน คือ​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ภาษา​ฮีบรู (Jewish Antiquities, X, 8 [i, 2]) จริง​อยู่​ที่​บาง​คำ​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ฮีบรู​มี​ความ​คล้ายคลึง​กัน​และ​มี​บาง​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​เอา​มา​จาก​ภาษา​อาราเมอิก แต่​ดู​เหมือน​ไม่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​กรีก​จะ​ใช้​คำ​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก

บัลลังก์​พิพากษา: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 27:19

ลาน​หิน: สถาน​ที่​นี้​ภาษา​ฮีบรู​เรียก​ว่า​กับบาธา ไม่​รู้​แน่ชัด​ว่า​มา​จาก​ภาษา​อะไร แต่​อาจ​มี​ความ​หมาย​ว่า “เนิน​เขา” “ที่​สูง” หรือ “ที่​โล่ง” คำ​กรีก​สำหรับ​คำ​ว่า​ลาน​หิน (ลิธอสทะโรทอส) อาจ​หมาย​ถึง​ลาน​ธรรมดา​ที่​ปู​ด้วย​หิน​หรือ​ลาน​หิน​ที่​ตกแต่ง​อย่าง​สวย​งาม​ก็​ได้ และ​ผู้​เชี่ยวชาญ​บาง​คน​คิด​ว่า​อาจ​เป็น​ลาน​ที่​มี​การ​ฝัง​หิน​เป็น​ลวด​ลาย ลาน​หิน​นี้​อาจ​เป็น​ที่​โล่ง​ซึ่ง​อยู่​หน้า​วัง​ของ​เฮโรด​มหาราช แต่​ก็​มี​ผู้​เชี่ยวชาญ​บาง​คน​คิด​ว่า​น่า​จะ​อยู่​ที่​อื่น ไม่​มี​ใคร​รู้​แน่ชัด​ว่า​ลาน​หิน​นี้​ตั้ง​อยู่​ที่​ไหน​จริง​ ๆ

ภาษา​ฮีบรู: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 5:2

วัน​เตรียม: เนื่อง​จาก​ดู​เหมือน​ว่า​มาระโก​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​เพื่อ​ผู้​อ่าน​ที่​ไม่​ใช่​ชาว​ยิว​เป็น​หลัก เขา​จึง​อธิบาย​คำ​นี้​ว่า​เป็น​วัน​ก่อน​สะบาโต ไม่​มี​คำ​อธิบาย​แบบ​นี้​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​เล่ม​อื่น ๆ (มธ 27:62; ลก 23:54; ยน 19:31) ใน​วัน​นี้​ชาว​ยิว​จะ​เตรียม​ตัว​สำหรับ​วัน​สะบาโต​โดย​ทำ​อาหาร​เพิ่ม​และ​ทำ​งาน​ต่าง ๆ ที่​ต้อง​ทำ​ให้​เสร็จ​ก่อน​วัน​สะบาโต วัน​เตรียม​ที่​พูด​ถึง​ใน​ข้อ​นี้​ตรง​กับ​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน—ดูส่วน​อธิบาย​ศัพท์

วัน​สะบาโต​นั้น​เป็น​วัน​สะบาโต​พิเศษ: หนึ่ง​วัน​หลัง​เทศกาล​ปัสกา​ซึ่ง​ก็​คือ​วัน​ที่ 15 เดือน​นิสาน​จะ​ถือ​ว่า​เป็น​วัน​สะบาโต​เสมอ​ไม่​ว่า​จะ​ตรง​กับ​วัน​ไหน​ของ​สัปดาห์ (ลนต 23:5-7) ถ้า​วัน​สะบาโต​นี้​ตรง​กับ​วัน​สะบาโต​ประจำ​สัปดาห์ (คือ​วัน​ที่ 7 ของ​สัปดาห์​แบบ​ชาว​ยิว​ซึ่ง​เริ่ม​ตั้ง​แต่​ดวง​อาทิตย์​ตก​ของ​วัน​ศุกร์​ถึง​ดวง​อาทิตย์​ตก​ของ​วัน​เสาร์) ก็​จะ​เป็น​วัน​สะบาโต “พิเศษ” ดัง​นั้น วัน​สะบาโต​หลัง​จาก​วัน​ที่​พระ​เยซู​ตาย​เป็น​วัน​สะบาโต​พิเศษ และ​ตั้ง​แต่​ปี ค.ศ. 31 ถึง ค.ศ. 33 มี​แค่​ปี​เดียว​ที่​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน​ตรง​กับ​วัน​ศุกร์ ซึ่ง​ก็​คือ​ปี ค.ศ. 33 ดัง​นั้น หลักฐาน​นี้​สนับสนุน​ว่า​พระ​เยซู​ตาย​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน​ปี ค.ศ. 33

9 โมง​เช้า: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ชั่วโมง​ที่ 3” บาง​คน​บอก​ว่า​บันทึก​ของ​มาระโก​ดู​เหมือน​ขัด​แย้ง​กับ ยน 19:14-16 ที่​บอก​ว่า “ตอน​นั้น​เป็น​เวลา​ประมาณ​เที่ยง​วัน” ที่​ปีลาต​สั่ง​ให้​ทหาร​เอา​พระ​เยซู​ไป​ประหาร แม้​พระ​คัมภีร์​ไม่​ได้​อธิบาย​ว่า​ทำไม​การ​บันทึก​เรื่อง​เวลา​จึง​แตกต่าง​กัน แต่​เรา​อาจ​เข้าใจ​เรื่อง​นี้​ได้​โดย​คิด​ถึง​ข้อ​เท็จ​จริง​ต่าง ๆ ดัง​นี้ ส่วน​ใหญ่​แล้ว​หนังสือ​ข่าว​ดี​ทั้ง 4 เล่ม​จะ​พูด​ตรง​กัน​เกี่ยว​กับ​เหตุ​การณ์​ใน​วัน​สุด​ท้าย​ที่​พระ​เยซู​มี​ชีวิต​บน​โลก​และ​เวลา​ที่​เกิด​เหตุ​การณ์​เหล่า​นั้น เช่น ทั้ง 4 เล่ม​บอก​ว่า​พวก​ปุโรหิต​และ​พวก​ผู้​นำ​ประชุม​กัน​ตอน​รุ่ง​เช้า แล้ว​จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​สั่ง​ให้​พา​พระ​เยซู​ไป​หา​ปอนทิอัส​ปีลาต​ผู้​ว่า​ราชการ​โรมัน (มธ 27:1, 2; มก 15:1; ลก 22:66-23:1; ยน 18:28) นอก​จาก​นั้น ทั้ง​มัทธิว มาระโก และ​ลูกา​บอก​ว่า​ตอน​ที่​พระ​เยซู​อยู่​บน​เสา​ทรมาน ท้องฟ้า​ก็​มืด​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​ตั้ง​แต่ “เที่ยง​วัน . . . จน​ถึง​เวลา​บ่าย 3 โมง” (มธ 27:45, 46; มก 15:33, 34; ลก 23:44) เหตุ​ผล​หนึ่ง​ที่​ทำ​ให้​การ​บอก​เวลา​ประหาร​พระ​เยซู​ต่าง​กัน​ก็​คือ การ​เฆี่ยน​อาจ​ถูก​มอง​ว่า​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​กระบวนการ​ประหาร เพราะ​บาง​ครั้ง​มี​การ​เฆี่ยน​อย่าง​รุนแรง​จน​ถึง​ตาย ใน​กรณี​ของ​พระ​เยซู ท่าน​ก็​น่า​จะ​ถูก​เฆี่ยน​หนัก​มาก​เพราะ​ต้อง​ให้​ผู้​ชาย​อีก​คน​หนึ่ง​ช่วย​แบก​เสา​ทรมาน​หลัง​จาก​ที่​ท่าน​แบก​คน​เดียว​ไป​ได้​สัก​พัก (ลก 23:26; ยน 19:17) ถ้า​มอง​ว่า​การ​เฆี่ยน​เป็น​ตอน​เริ่ม​ต้น​ของ​การ​ประหาร กว่า​พระ​เยซู​จะ​ถูก​ตรึง​บน​เสา​ทรมาน​จริง ๆ ก็​ผ่าน​ไป​ช่วง​หนึ่ง​หลัง​จาก​ถูก​เฆี่ยน​แล้ว บันทึก​ใน มธ 27:26 และ มก 15:15 สนับสนุน​จุด​นี้​เพราะ​ทั้ง​สอง​คน​พูด​ถึง​ทั้ง​การ​เฆี่ยน​และ​การ​ประหาร​บน​เสา ดัง​นั้น แต่​ละ​คน​อาจ​บอก​เวลา​การ​ประหาร​ต่าง​กัน ขึ้น​อยู่​กับ​ว่า​พวก​เขา​มอง​ว่า​การ​ประหาร​เริ่ม​ตอน​ไหน ตอน​ถูก​เฆี่ยน​หรือ​ตอน​ถูก​ตรึง และ​นี่​อาจ​เป็น​เหตุ​ผล​ที่​ปีลาต​แปลก​ใจ​เมื่อ​รู้​ว่า​พระ​เยซู​ตาย​แล้ว​หลัง​จาก​ถูก​ตรึง​บน​เสา​ได้​ไม่​นาน เพราะ​เขา​อาจ​มอง​ว่า​การ​ประหาร​เพิ่ง​เริ่ม​ต้น (มก 15:44) นอก​จาก​นั้น บ่อย​ครั้ง​ผู้​เขียน​คัมภีร์​ไบเบิล​สะท้อน​ให้​เห็น​ว่า​ใน​สมัย​นั้น​มี​การ​แบ่ง​เวลา​กลางวัน​ออก​เป็น 4 ช่วง ช่วง​ละ 3 ชั่วโมง​เหมือน​กับ​ตอน​กลางคืน การ​แบ่ง​วัน​แบบ​นี้​ทำ​ให้​รู้​ว่า​ทำไม​มี​การ​พูด​ถึง​เวลา 9 โมง​เช้า เที่ยง​วัน และ​บ่าย 3 โมง โดย​นับ​จาก​ตอน​ที่​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น​ประมาณ 6 โมง​เช้า (มธ 20:1-5; ยน 4:6; กจ 2:15; 3:1; 10:3, 9, 30) เหตุ​ผล​อีก​อย่าง​หนึ่ง​คือ ผู้​คน​ส่วน​ใหญ่​ใน​สมัย​นั้น​ไม่​มี​เครื่อง​บอก​เวลา​ที่​แน่นอน การ​บอก​เวลา​จึง​มัก​ใช้​คำ​ว่า “ประมาณ” เหมือน​ที่​เห็น​ใน ยน 19:14 (มธ 27:46; ลก 23:44; ยน 4:6; กจ 10:3, 9) สรุป​แล้ว มาระโก​อาจ​รวม​เวลา​ตั้ง​แต่​ตอน​ที่​พระ​เยซู​ถูก​เฆี่ยน​ไป​จน​ถึง​ถูก​ตรึง​บน​เสา ใน​ขณะ​ที่​ยอห์น​พูด​ถึง​เวลา​ตอน​ที่​ตรึง​บน​เสา​เท่า​นั้น นอก​จาก​นั้น ผู้​เขียน​ทั้ง​สอง​คน​อาจ​บอก​เวลา​แบบ​คร่าว ๆ โดย​เลือก​ช่วง​ที่​ใกล้​ที่​สุด​ของ​เวลา​แต่​ละ​ช่วง​ซึ่ง​นาน 3 ชั่วโมง และ​ยอห์น​ใช้​คำ​ว่า “ประมาณ” เมื่อ​พูด​ถึง​เวลา​ที่​พระ​เยซู​ถูก​ประหาร ทั้ง​หมด​นี้​อาจ​เป็น​เหตุ​ผล​ที่​หนังสือ​ข่าว​ดี​บอก​เวลา​แตกต่าง​กัน และ​สุด​ท้าย การ​ที่​ยอห์น​บอก​เวลา​ต่าง​จาก​มาระโก​เมื่อ​เขียน​หนังสือ​ของ​เขา​หลาย​สิบ​ปี​หลัง​จาก​นั้น​แสดง​ว่า​ยอห์น​ไม่​ได้​ลอก​ข้อ​ความ​จาก​บันทึก​ของ​มาระโก

วัน​เตรียม: หมาย​ถึง​วัน​ก่อน​หน้า​วัน​สะบาโต​ประจำ​สัปดาห์ ใน​วัน​นี้​ชาว​ยิว​จะ​เตรียม​ตัว​สำหรับ​วัน​สะบาโต (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 15:42) หนังสือ​ข่าว​ดี​ของ​ยอห์น​มี​คำ​ว่า​สำหรับ​ปัสกา​ด้วย วัน​เตรียม​ใน​ท้อง​เรื่อง​นี้​หมาย​ถึง​เช้า​ของ​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน​ซึ่ง​เป็น​วัน​ที่​พระ​เยซู​ถูก​สอบสวน​และ​ถูก​ประหาร วัน​ปัสกา​เริ่ม​ต้น​แล้ว​ใน​ตอน​เย็น​ก่อน​หน้า​นั้น และ​อย่าง​ที่​บอก​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​เล่ม​อื่น​ ๆ พระ​เยซู​กับ​อัครสาวก​ได้​กิน​อาหาร​ปัสกา​กัน​ไป​แล้ว (มธ 26:18-20; มก 14:14-17; ลก 22:15) พระ​เยซู​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ต่าง​ ๆ ​ของ​โมเสส​อย่าง​ครบ​ถ้วน​ซึ่ง​รวม​ถึง​ข้อ​เรียก​ร้อง​ที่​ให้​ฉลอง​ปัสกา​ใน​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน (อพย 12:6; ลนต 23:5) ใน​ปี ค.ศ. 33 วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน​อาจ​เรียก​ได้​ว่า​เป็น​วัน​เตรียม​สำหรับ ​ปัสกา เพราะ​ใน​วัน​นั้น​มี​การ​เตรียม​สำหรับ​เทศกาล​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ​ที่​จะ​เริ่ม​ใน​วัน​ถัด​ไป​และ​จะ​ฉลอง​กัน​นาน 7 วัน เนื่อง​จาก​มี​การ​ฉลอง​ปัสกา​กับ​เทศกาล​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ​ต่อ​เนื่อง​กัน บาง​ครั้ง​จึง​มี​การ​เรียก 2 เทศกาล​นี้​รวม​กัน​ว่า “ปัสกา” (ลก 22:1) ตาม​ปกติ​แล้ว วัน​ที่​ต่อ​จาก​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน​จะ​เป็น​วัน​สะบาโต​เสมอ​ไม่​ว่า​จะ​ตรง​กับ​วัน​ไหน​ของ​สัปดาห์ (ลนต 23:5-7) เนื่อง​จาก​วัน​ที่ 15 เดือน​นิสาน​ของ​ปี ค.ศ. 33 ตรง​กับ​วัน​สะบาโต​ประจำ​สัปดาห์ จึง​ทำ​ให้​วัน​นั้น​ถูก​เรียก​ว่า “วัน​สะบาโต​พิเศษ” หรือ​สะบาโต​ซ้อน​สะบาโต—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่​ยน 19:31

ประมาณ​เที่ยง​วัน: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ชั่วโมง​ที่ 6”—สำหรับ​คำ​อธิบาย​ว่า​ทำไม​บันทึก​ของ​ยอห์น​ใน​ข้อ​นี้​ดู​เหมือน​ขัด​แย้ง​กับ​บันทึก​ของ​มาระโก​ที่​บอก​ว่า​พระ​เยซู​ถูก​ตรึง​บน​เสา​ตอน “9 โมง​เช้า” ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 15:25

เสา​ทรมาน: หรือ “เสา​ประหาร”—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “เสา”; “เสา​ทรมาน”; และข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 10:38 และ 16:24 ซึ่ง​มี​การ​ใช้​คำ​นี้​ใน​ความ​หมาย​เป็น​นัย

ภาษา​ฮีบรู: ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ฮีบรู” เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​ที่​ชาว​ยิว​พูด​กัน (ยน 19:13, 17, 20; กจ 21:40; 22:2; วว 9:11; 16:16) และ​เป็น​ภาษา​ที่​พระ​เยซู​พูด​กับ​เซาโล​ที่​มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส​หลัง​จาก​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​กลับ​ไป​สวรรค์​แล้ว (กจ 26:14, 15) และ​ที่ กจ 6:1 ก็​พูด​ถึง​สาวก 2 กลุ่ม​คือ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​ฮีบรู” และ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​กรีก” ถึง​แม้​ผู้​เชี่ยวชาญ​ด้าน​พระ​คัมภีร์​บาง​คน​บอก​ว่า​ข้อ​พระ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ควร​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​อาราเมอิก” ไม่​ใช่ “ภาษา​ฮีบรู” แต่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ดี​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า​การ​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” ถูก​ต้อง​กว่า ครั้ง​หนึ่ง​ลูกา​บอก​ว่า​เปาโล​พูด​กับ​ชาว​กรุง​เยรูซาเล็ม “เป็น​ภาษา​ฮีบรู” เพราะ​ตอน​นั้น​เปาโล​กำลัง​พูด​กับ​คน​ที่​ศึกษา​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​เขียน​เป็น​ภาษา​ฮีบรู นอก​จาก​นั้น เมื่อ​สำรวจ​ชิ้น​ส่วน​และ​เอกสาร​ใน​ม้วน​หนังสือ​ทะเล​ตาย​ทั้ง​ส่วน​ที่​เป็น​พระ​คัมภีร์​และ​ไม่​ใช่​พระ​คัมภีร์​ที่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ก็​พบ​ว่า เอกสาร​เหล่า​นั้น​ส่วน​ใหญ่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู แสดง​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เป็น​ภาษา​ที่​ใช้​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน นอก​จาก​นั้น เอกสาร​เหล่า​นั้น​บาง​ส่วน​ก็​เขียน​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​ด้วย แสดง​ว่า​ใน​ตอน​นั้น​มี​การ​ใช้​ทั้ง​ภาษา​ฮีบรู​และ​อาราเมอิก ดัง​นั้น ถ้า​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” เขา​ก็​ไม่​น่า​จะ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก​หรือ​ภาษา​ซีเรีย (กจ 21:40; 22:2; เทียบ​กับ กจ 26:14) พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​ที่ 2​พก 18:26 ก็​พูด​ถึง​ทั้ง “ภาษา​อาราเมอิก” และ “ภาษา​ของ​ชาว​ยิว” ซึ่ง​โยเซฟุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​คิด​ว่า​ข้อ​คัมภีร์​นี้​พูด​ถึง 2 ภาษา​ที่​แตกต่าง​กัน คือ​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ภาษา​ฮีบรู (Jewish Antiquities, X, 8 [i, 2]) จริง​อยู่​ที่​บาง​คำ​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ฮีบรู​มี​ความ​คล้ายคลึง​กัน​และ​มี​บาง​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​เอา​มา​จาก​ภาษา​อาราเมอิก แต่​ดู​เหมือน​ไม่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​กรีก​จะ​ใช้​คำ​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก

แบก​เสา​ทรมาน​ของ​ตัว​เอง: จาก​บันทึก​ของ​ยอห์น พระ​เยซู​เป็น​คน​แบก​เสา​ทรมาน​ของ​ตัว​เอง แต่​ผู้​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​คน​อื่น​ ๆ (มธ 27:32; มก 15:21; ลก 23:26) บอก​ว่า​ซีโมน​ชาว​ไซรีน​ถูก​สั่ง​ให้​แบก​เสา​ทรมาน​ของ​พระ​เยซู​ไป​ยัง​สถาน​ที่​ประหาร บาง​ครั้ง​บันทึก​ของ​ยอห์น​มี​เนื้อหา​แน่น เขา​มัก​ไม่​ค่อย​พูด​ถึง​เรื่อง​ที่​ผู้​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​คน​อื่น​พูด​ไป​แล้ว ยอห์น​จึง​ไม่​ได้​ใส่​ราย​ละเอียด​ที่​บอก​ว่า​ซีโมน​เป็น​คน​แบก​เสา​ทรมาน​ให้​พระ​เยซู

เสา​ทรมาน: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 27:32

กะโหลก: คำ​กรีก ครานิอู ทอพอน แปล​จาก​คำ​ฮีบรู กลโกธา (ดู​ข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​คำ​ว่า กลโกธา ใน​ข้อ​นี้ และ​สำหรับ​ข้อมูล​เพิ่ม​เติม​เกี่ยว​กับ​คำ​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​ที่​ใช้​ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 5:2)

กลโกธา: มา​จาก​คำ​ภาษา​ฮีบรู​ที่​แปล​ว่า “กะโหลก” (เทียบ​กับ วนฉ 9:53; 2​พก 9:35 ซึ่ง​มี​คำ​ฮีบรู กัลโกเลท ที่​แปล​ว่า “กะโหลก”) ใน​สมัย​พระ​เยซู​บริเวณ​นี้​อยู่​นอก​กำแพง​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้​ก็​ยัง​ไม่​รู้​แน่ชัด​ว่า​กลโกธา​อยู่​ตรง​ไหน แต่​บาง​คน​เชื่อ​ว่า​น่า​จะ​เป็น​ที่​เดียว​กับ​โบสถ์​พระ​คูหา​ศักดิ์สิทธิ์ (Church of the Holy Sepulchre) ใน​ปัจจุบัน (ดูภาค​ผนวก ข​12) คัมภีร์​ไบเบิล​ไม่​ได้​บอก​ว่า​กลโกธา​อยู่​บน​เนิน แต่​ก็​บอก​ว่า​มี​บาง​คน​สามารถ​เห็น​การ​ประหาร​พระ​เยซู​ได้​จาก​ระยะ​ไกล—มก 15:40; ลก 23:49

เสา​ทรมาน: หรือ “เสา​ประหาร”—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “เสา”; “เสา​ทรมาน

ภาษา​ฮีบรู: ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ฮีบรู” เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​ที่​ชาว​ยิว​พูด​กัน (ยน 19:13, 17, 20; กจ 21:40; 22:2; วว 9:11; 16:16) และ​เป็น​ภาษา​ที่​พระ​เยซู​พูด​กับ​เซาโล​ที่​มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส​หลัง​จาก​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​กลับ​ไป​สวรรค์​แล้ว (กจ 26:14, 15) และ​ที่ กจ 6:1 ก็​พูด​ถึง​สาวก 2 กลุ่ม​คือ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​ฮีบรู” และ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​กรีก” ถึง​แม้​ผู้​เชี่ยวชาญ​ด้าน​พระ​คัมภีร์​บาง​คน​บอก​ว่า​ข้อ​พระ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ควร​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​อาราเมอิก” ไม่​ใช่ “ภาษา​ฮีบรู” แต่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ดี​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า​การ​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” ถูก​ต้อง​กว่า ครั้ง​หนึ่ง​ลูกา​บอก​ว่า​เปาโล​พูด​กับ​ชาว​กรุง​เยรูซาเล็ม “เป็น​ภาษา​ฮีบรู” เพราะ​ตอน​นั้น​เปาโล​กำลัง​พูด​กับ​คน​ที่​ศึกษา​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​เขียน​เป็น​ภาษา​ฮีบรู นอก​จาก​นั้น เมื่อ​สำรวจ​ชิ้น​ส่วน​และ​เอกสาร​ใน​ม้วน​หนังสือ​ทะเล​ตาย​ทั้ง​ส่วน​ที่​เป็น​พระ​คัมภีร์​และ​ไม่​ใช่​พระ​คัมภีร์​ที่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ก็​พบ​ว่า เอกสาร​เหล่า​นั้น​ส่วน​ใหญ่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู แสดง​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เป็น​ภาษา​ที่​ใช้​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน นอก​จาก​นั้น เอกสาร​เหล่า​นั้น​บาง​ส่วน​ก็​เขียน​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​ด้วย แสดง​ว่า​ใน​ตอน​นั้น​มี​การ​ใช้​ทั้ง​ภาษา​ฮีบรู​และ​อาราเมอิก ดัง​นั้น ถ้า​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” เขา​ก็​ไม่​น่า​จะ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก​หรือ​ภาษา​ซีเรีย (กจ 21:40; 22:2; เทียบ​กับ กจ 26:14) พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​ที่ 2​พก 18:26 ก็​พูด​ถึง​ทั้ง “ภาษา​อาราเมอิก” และ “ภาษา​ของ​ชาว​ยิว” ซึ่ง​โยเซฟุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​คิด​ว่า​ข้อ​คัมภีร์​นี้​พูด​ถึง 2 ภาษา​ที่​แตกต่าง​กัน คือ​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ภาษา​ฮีบรู (Jewish Antiquities, X, 8 [i, 2]) จริง​อยู่​ที่​บาง​คำ​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ฮีบรู​มี​ความ​คล้ายคลึง​กัน​และ​มี​บาง​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​เอา​มา​จาก​ภาษา​อาราเมอิก แต่​ดู​เหมือน​ไม่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​กรีก​จะ​ใช้​คำ​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก

ภาษา​ฮีบรู: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 5:2

ละติน: นี่​เป็น​ครั้ง​เดียว​ที่​มี​การ​พูด​ถึง​ภาษา​ละติน​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล ตอน​ที่​พระ​เยซู​อยู่​บน​โลก ภาษา​ละติน​เป็น​ภาษา​ที่​เจ้าหน้าที่​โรมัน​ใน​อิสราเอล​ใช้​กัน มี​การ​ใช้​ภาษา​นี้​ใน​ข้อ​ความ​จารึก​ของ​ทาง​การ แต่​ไม่​ได้​เป็น​ภาษา​ที่​คน​ทั่ว​ไป​ใช้ เนื่อง​จาก​ผู้​คน​ใน​อิสราเอล​ใช้​หลาย​ภาษา​จึง​ทำ​ให้​เข้าใจ​ได้​ว่า​ทำไม ยน 19:19 ถึง​บอก​ว่า​ปีลาต​ให้​เขียน​ป้าย​ติด​ไว้​บน​เสา​ทรมาน​ของ​พระ​เยซู​ใน 3 ภาษา คือ​ภาษา​ละติน​ที่​เป็น​ภาษา​ทาง​การ ภาษา​ฮีบรู และ​ภาษา​กรีก (คีนี) ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก​มี​คำ​และ​สำนวน​หลาย​อย่าง​มา​จาก​ภาษา​ละติน—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “ภาษา​ละติน”; “บท​นำ​ของ​หนังสือ​มาระโก

เอา​เสื้อ​ชั้น​นอก​ของ​ท่าน​มา . . . แบ่ง​กัน: บันทึก​ใน ยน 19:23, 24 ให้​ข้อมูล​เพิ่ม​เติม​ซึ่ง​ไม่​มี​ใน​บันทึก​ของ​มัทธิว มาระโก และ​ลูกา เมื่อ​เอา​เรื่อง​ราว​จาก​หนังสือ​ข่าว​ดี​ทั้ง 4 เล่ม​มา​รวม​กัน​ก็​จะ​ทำ​ให้​เห็น​ภาพ​ว่า ทหาร​โรมัน​น่า​จะ​จับ​ฉลาก​ทั้ง​เสื้อ​ชั้น​นอก​และ​เสื้อ​ตัว​ใน พวก​เขา​เอา​เสื้อ​ชั้น​นอก “มา​แบ่ง​เป็น 4 ส่วน แล้ว​เอา​ไป​คน​ละ​ส่วน” พวก​เขา​ไม่​อยาก​ฉีก​เสื้อ​ตัว​ใน​เลย​ใช้​วิธี​จับ​ฉลาก และ​การ​จับ​ฉลาก​แบ่ง​เสื้อ​ของ​เมสสิยาห์​ทำ​ให้​คำ​พยากรณ์​ใน สด 22:18 เป็น​จริง ดู​เหมือน​ว่า​ใน​สมัย​นั้น​มี​ธรรมเนียม​ที่​คน​ประหาร​จะ​เก็บ​เสื้อ​ผ้า​ของ​นัก​โทษ​ไว้ ดัง​นั้น ก่อน​ถูก​ประหาร นัก​โทษ​จะ​ถูก​ถอด​เสื้อ​ผ้า​และ​ถูก​ยึด​ของ​ที่​ติด​ตัว​มา ซึ่ง​ทำ​ให้​พวก​เขา​ยิ่ง​อับอาย​มาก​ขึ้น​ไป​อีก

เอา​เสื้อ​ชั้น​นอก​ของ​ท่าน​มา​แบ่ง: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 27:35

สะโลเม: น่า​จะ​มา​จาก​คำ​ฮีบรู​ที่​หมาย​ความ​ว่า “สันติ​สุข” สะโลเม​เป็น​สาวก​คน​หนึ่ง​ของ​พระ​เยซู เมื่อ​เทียบ​บันทึก​ใน มธ 27:56 กับ มก 3:17 และ 15:40 ก็​ทำ​ให้​รู้​ว่า​สะโลเม​น่า​จะ​เป็น​แม่​ของ​อัครสาวก​ยากอบ​กับ​ยอห์น เพราะ​มัทธิว​เรียก​เธอ​ว่า “แม่​ของ​ยากอบ​กับ​ยอห์น​ที่​เป็น​ภรรยา​ของ​เศเบดี” ส่วน​มาระโก​เรียก​เธอ​ว่า “สะโลเม” นอก​จาก​นั้น เมื่อ​เทียบ​กับ​บันทึก​ที่ ยน 19:25 ก็​ทำ​ให้​รู้​ว่า​สะโลเม​อาจ​เป็น​น้อง​สาว​ของ​มารีย์​แม่​พระ​เยซู และ​ถ้า​เป็น​อย่าง​นั้น ยากอบ​กับ​ยอห์น​ก็​เป็น​ลูก​พี่​ลูก​น้อง​ของ​พระ​เยซู นอก​จาก​นั้น บันทึก​ที่ มธ 27:55, 56, มก 15:41 และ ลก 8:3 ทำ​ให้​รู้​ว่า​สะโลเม​น่า​จะ​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​กลุ่ม​ผู้​หญิง​ที่​คอย​ติด​ตาม​รับใช้​พระ​เยซู​โดย​ใช้​ทรัพย์​สิน​ของ​ตัว​เอง

น้า​สาว​ของ​ท่าน: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 15:40

โคลปัส: ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​มี​ชื่อ​นี้​แค่​ครั้ง​เดียว​คือ​ใน​ข้อ​นี้ ผู้​เชี่ยวชาญ​หลาย​คน​เชื่อ​ว่า​โคลปัส​เป็น​คน​เดียว​กับ​อัลเฟอัส​ที่​พูด​ถึง​ใน มธ 10:3; มก 3:18; ลก 6:15 และ กจ 1:13 ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​มี​ตัว​อย่าง​อื่น​ ๆ ​ด้วย​ที่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​เป็น​เรื่อง​ปกติ​ที่​บาง​คน​จะ​มี 2 ชื่อ​และ​ใช้​สลับ​กัน—เทียบ​กับ มธ 9:9; 10:2, 3; มก 2:14

สาวก​คน​หนึ่ง​ที่​พระ​เยซู​รัก: คือ​สาวก​ที่​พระ​เยซู​รัก​เป็น​พิเศษ นี่​เป็น​ครั้ง​แรก​ใน​ทั้ง​หมด 5 ครั้ง​ที่​พระ​คัมภีร์​พูด​ถึง​สาวก​คน​นี้ ซึ่ง​ครั้ง​อื่น​ก็​พูด​ถึง​เขา​ว่า “สาวก​ที่​ท่าน [หรือ “พระ​เยซู”] รัก” “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” หรือ “สาวก​คน​นั้น​ที่​พระ​เยซู​รัก” (ยน 19:26; 20:2; 21:7, 20) เชื่อ​กัน​ว่า​สาวก​คน​นี้​คือ​อัครสาวก​ยอห์น​ลูก​ของ​เศเบดี และ​เป็น​พี่​น้อง​กับ​ยากอบ (มธ 4:21; มก 1:19; ลก 5:10) เหตุ​ผล​หนึ่ง​ที่​เชื่อ​อย่าง​นั้น​คือ อัครสาวก​ยอห์น​ไม่​เคย​พูด​ถึง​ชื่อ​ตัว​เอง​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ที่​เขา​เขียน และ​ที่ ยน 21:2 เขา​เรียก​ตัว​เอง​ว่า “ลูก​ของ​เศเบดี” อีก​เหตุ​ผล​หนึ่ง​อยู่​ที่ ยน 21:20-24 ซึ่ง​ใน​ข้อ​นั้น​พูด​ถึง “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” ว่า​เป็น​คน​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​เล่ม​นี้ นอก​จาก​นั้น พระ​เยซู​ยัง​พูด​ถึง​อัครสาวก​คน​นั้น​ว่า “ถ้า​ผม​อยาก​ให้​เขา​อยู่​จน​ถึง​ตอน​ที่​ผม​มา นั่น​ก็​ไม่​เกี่ยว​กับ​คุณ” ข้อ​นี้​ทำ​ให้​รู้​ว่า​อัครสาวก​คน​นั้น​จะ​อายุ​ยืน​กว่า​เปโตร​และ​อัครสาวก​คน​อื่น​ ๆ ซึ่ง​จะ​เป็น​ใคร​ไป​ไม่​ได้​นอก​จาก​อัครสาวก​ยอห์น—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่​ชื่อ​หนังสือ​ยอห์น และ ยน 1:6; 21:20

สาวก​ที่​ท่าน​รัก: คือ​สาวก​ที่​พระ​เยซู​รัก​เป็น​พิเศษ นี่​เป็น​ครั้ง​ที่ 2 ใน​ทั้ง​หมด 5 ครั้ง​ที่​พระ​คัมภีร์​พูด​ถึง​สาวก​คน​นี้ ซึ่ง​ครั้ง​อื่น​มี​การ​พูด​ถึง​เขา​ว่า “สาวก​คน​หนึ่ง​ที่​พระ​เยซู​รัก” “สาวก​คน​นั้น​ที่​พระ​เยซู​รัก” หรือ “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” (ยน 13:23; 20:2; 21:7, 20) เชื่อ​กัน​ว่า​สาวก​คน​นี้​คือ​อัครสาวก​ยอห์น—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 13:23

สาวก​คน​หนึ่ง​ที่​พระ​เยซู​รัก: คือ​สาวก​ที่​พระ​เยซู​รัก​เป็น​พิเศษ นี่​เป็น​ครั้ง​แรก​ใน​ทั้ง​หมด 5 ครั้ง​ที่​พระ​คัมภีร์​พูด​ถึง​สาวก​คน​นี้ ซึ่ง​ครั้ง​อื่น​ก็​พูด​ถึง​เขา​ว่า “สาวก​ที่​ท่าน [หรือ “พระ​เยซู”] รัก” “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” หรือ “สาวก​คน​นั้น​ที่​พระ​เยซู​รัก” (ยน 19:26; 20:2; 21:7, 20) เชื่อ​กัน​ว่า​สาวก​คน​นี้​คือ​อัครสาวก​ยอห์น​ลูก​ของ​เศเบดี และ​เป็น​พี่​น้อง​กับ​ยากอบ (มธ 4:21; มก 1:19; ลก 5:10) เหตุ​ผล​หนึ่ง​ที่​เชื่อ​อย่าง​นั้น​คือ อัครสาวก​ยอห์น​ไม่​เคย​พูด​ถึง​ชื่อ​ตัว​เอง​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ที่​เขา​เขียน และ​ที่ ยน 21:2 เขา​เรียก​ตัว​เอง​ว่า “ลูก​ของ​เศเบดี” อีก​เหตุ​ผล​หนึ่ง​อยู่​ที่ ยน 21:20-24 ซึ่ง​ใน​ข้อ​นั้น​พูด​ถึง “สาวก​คน​ที่​พระ​เยซู​รัก” ว่า​เป็น​คน​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​เล่ม​นี้ นอก​จาก​นั้น พระ​เยซู​ยัง​พูด​ถึง​อัครสาวก​คน​นั้น​ว่า “ถ้า​ผม​อยาก​ให้​เขา​อยู่​จน​ถึง​ตอน​ที่​ผม​มา นั่น​ก็​ไม่​เกี่ยว​กับ​คุณ” ข้อ​นี้​ทำ​ให้​รู้​ว่า​อัครสาวก​คน​นั้น​จะ​อายุ​ยืน​กว่า​เปโตร​และ​อัครสาวก​คน​อื่น​ ๆ ซึ่ง​จะ​เป็น​ใคร​ไป​ไม่​ได้​นอก​จาก​อัครสาวก​ยอห์น—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่​ชื่อ​หนังสือ​ยอห์น และ ยน 1:6; 21:20

บอก​สาวก​คน​นั้น​ว่า “นี่​คือ​แม่​ของ​คุณ”: พระ​เยซู​รัก​และ​เป็น​ห่วง​มารีย์​แม่​ของ​ท่าน​มาก ท่าน​จึง​ฝาก​ให้​อัครสาวก​ยอห์น​ที่​ท่าน​รัก​ดู​แล​แม่​ซึ่ง​ตอน​นั้น​อาจ​เป็น​ม่าย (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 13:23) เห็น​ได้​ชัด​ว่า​พระ​เยซู​ไม่​ได้​เป็น​ห่วง​เรื่อง​ความ​เป็น​อยู่​ของ​มารีย์​เท่า​นั้น แต่​เป็น​ห่วง​เรื่อง​ความ​เชื่อ​ของ​เธอ​มาก​กว่า ไม่​มี​หลักฐาน​แน่ชัด​ว่า​ตอน​นั้น​น้อง​ ๆ ​ของ​พระ​เยซู​เข้า​มา​เป็น​คริสเตียน​แล้ว​หรือ​ไม่ แต่​อัครสาวก​ยอห์น​ได้​พิสูจน์​ให้​เห็น​แล้ว​ว่า​เขา​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง—มธ 12:46-50; ยน 7:5

เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว: หรือ “น้ำ​ส้ม​สาย​ชู​ที่​ทำ​จาก​องุ่น” ดู​เหมือน​หมาย​ถึง​เหล้า​องุ่น​เจือ​จาง​ที่​มี​รส​เปรี้ยว​ซึ่ง​รู้​จัก​กัน​ใน​ชื่อ​ภาษา​ละติน​ว่า อะเซตุม (น้ำ​ส้ม​สาย​ชู) หรือ​เป็น​เหล้า​องุ่น​ผสม​น้ำ​ที่​เรียก​ว่า พอสก้า นี่​เป็น​เครื่อง​ดื่ม​ราคา​ถูก​สำหรับ​คน​ยาก​จน​ซึ่ง​รวม​ถึง​ทหาร​โรมัน​ที่​มัก​จะ​ดื่ม​ตอน​กระหาย​น้ำ นอก​จาก​นั้น ฉบับ​เซปตัวจินต์ ก็​ใช้​คำ​กรีก ออคซอส ที่ สด 69:21 ซึ่ง​เป็น​คำ​พยากรณ์​ว่า​จะ​มี​คน​เอา “น้ำ​ส้ม​สาย​ชู” มา​ให้​เมสสิยาห์​ดื่ม

เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 27:48

กิ่ง​หุสบ: ฉบับ​แปล​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก​ส่วน​ใหญ่​แปล​คำ​กรีก ฮูส์โซพ็อส ว่า “หุสบ” และ​มี​คำ​นี้ 2 ครั้ง​คือ​ใน​ข้อ​นี้​และ​ที่ ฮบ 9:19 พวก​ผู้​เชี่ยวชาญ​มี​ความ​เห็น​แตกต่าง​กัน​เกี่ยว​กับ​พืช​ที่​พูด​ถึง​ใน ยน 19:29 บาง​คน​คิด​ว่า​เป็น “หุสบ” ที่​พูด​ถึง​บ่อย​ ๆ ​ใน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​ซึ่ง​อาจ​เป็น​พืช​ชนิด​เดียว​กับ​มา​ร์​จอ​รัม หรือ​พืช​ตระกูล​มินต์ (Origanum maru; Origanum syriacum) (ลนต 14:2-7; กดว 19:6, 18; สด 51:7) ชาว​อิสราเอล​ใน​อียิปต์​ใช้​หุสบ​เพื่อ​ประพรม​เลือด​ของ​สัตว์​ปัสกา​ที่​คาน​ประตู​กับ​ที่​เสา​ประตู​บ้าน​ทั้ง 2 ข้าง (อพย 12:21, 22) ดัง​นั้น บาง​คน​จึง​เชื่อ​ว่า​ยัง​มี​พืช​ชนิด​นี้​อยู่​ตอน​ที่​พระ​เยซู​ถูก​ประหาร เพราะ​มี​การ​ใช้​พืช​ชนิด​นี้​ตอน​ที่​มี​การ​ฉลอง​ปัสกา ส่วน​คน​อื่น​ ๆ ​คิด​ว่า​กิ่ง​มา​ร์​จอ​รัม​ไม่​แข็ง​พอ​ที่​จะ​ใช้​เสียบ​ฟองน้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​และ​ไม่​ยาว​พอ​ที่​จะ​ชู​ขึ้น​ให้​ถึง​ปาก​พระ​เยซู นอก​จาก​นั้น บาง​คน​เชื่อ​ว่า​หุสบ​ที่​พูด​ถึง​ใน​ข้อ​นี้​คือ​ช่อ​มา​ร์​จอ​รัม​ที่​ผูก​ติด​กับ​ไม้​อ้อ​ซึ่ง​ทำ​ให้​ชู​ขึ้น​ไป​ถึง​ปาก​พระ​เยซู​ได้ ถ้า​เป็น​อย่าง​นั้น ก็​สอดคล้อง​กับ​บันทึก​เหตุ​การณ์​เดียว​กัน​ที่ มธ 27:48 และ มก 15:36 ที่​บอก​ว่า​ฟองน้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​ถูก​เสียบ​กับ “ไม้​อ้อ” แล้ว​ส่ง​ให้​พระ​เยซู

สิ้น​ใจ​ตาย: หรือ “หมด​ลม, หยุด​หายใจ” คำ​ว่า “ใจ” (คำ​กรีก พะนือมา) ใน​ข้อ​นี้​อาจ​หมาย​ถึง “ลม​หายใจ” หรือ “พลัง​ชีวิต” ที่​สรุป​ได้​แบบ​นั้น​เพราะ​บันทึก​เหตุ​การณ์​เดียว​กัน​ที่ มก 15:37 และ ลก 23:46 ตอน​ที่​พระ​เยซู​สิ้น​ใจ​ตาย​มี​การ​ใช้​คำ​กริยา​กรีก เอ็คพะเนะโอ ซึ่ง​แปล​ตรง​ตัว​ว่า “หายใจ​ออก” บาง​คน​คิด​ว่า​การ​ใช้​คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “สิ้น​ใจ” หมาย​ความ​ว่า​พระ​เยซู​ไม่​พยายาม​อีก​ต่อ​ไป​ที่​จะ​มี​ชีวิต​อยู่ เพราะ​ท่าน​ทำ​ทุก​อย่าง​สำเร็จ​แล้ว ท่าน​เต็ม​ใจ “ยอม​พลี​ชีวิต”—อสย 53:12; ยน 10:11

วัน​เตรียม: หมาย​ถึง​วัน​ก่อน​หน้า​วัน​สะบาโต​ประจำ​สัปดาห์ ใน​วัน​นี้​ชาว​ยิว​จะ​เตรียม​ตัว​สำหรับ​วัน​สะบาโต​โดย​ทำ​อาหาร​เพิ่ม​และ​ทำ​งาน​ต่าง​ ๆ ​ที่​ต้อง​ทำ​ให้​เสร็จ​ก่อน​วัน​สะบาโต วัน​เตรียม​ที่​พูด​ถึง​ใน​ข้อ​นี้​ตรง​กับ​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน (มก 15:42; ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “วัน​เตรียม”) กฎหมาย​ของ​โมเสส​บอก​ว่า​อย่า​ให้​ศพ “ค้าง​อยู่​บน​เสา​ตลอด​คืน” แต่​ให้​ฝัง “ใน​วัน​นั้น”—ฉธบ 21:22, 23; เทียบ​กับ ยชว 8:29; 10:26, 27

ทุบ​ขา: การ​ทำ​แบบ​นี้​ใน​ภาษา​ละติน​เรียก​ว่า ครูริฟราเกียม (crurifragium) เป็น​การ​ลง​โทษ​ที่​โหด​เหี้ยม​รูป​แบบ​หนึ่ง​โดย​อาจ​มี​จุด​ประสงค์​เพื่อ​เร่ง​ให้​คน​ที่​ถูก​ประหาร​บน​เสา​เสีย​ชีวิต​เร็ว​ขึ้น คน​ที่​ถูก​แขวน​บน​เสา​จะ​หายใจ​ลำบาก​อยู่​แล้ว แต่​พอ​ถูก​ทุบ​ขา เขา​จะ​ไม่​สามารถ​พยุง​ตัว​เอง​ได้ ทำ​ให้​ปอด​ถูก​กด​และ​หายใจ​ไม่​ออก

วัน​สะบาโต​นั้น​เป็น​วัน​สะบาโต​พิเศษ: หนึ่ง​วัน​หลัง​เทศกาล​ปัสกา​ซึ่ง​ก็​คือ​วัน​ที่ 15 เดือน​นิสาน​จะ​ถือ​ว่า​เป็น​วัน​สะบาโต​เสมอ​ไม่​ว่า​จะ​ตรง​กับ​วัน​ไหน​ของ​สัปดาห์ (ลนต 23:5-7) ถ้า​วัน​สะบาโต​นี้​ตรง​กับ​วัน​สะบาโต​ประจำ​สัปดาห์ (คือ​วัน​ที่ 7 ของ​สัปดาห์​แบบ​ชาว​ยิว​ซึ่ง​เริ่ม​ตั้ง​แต่​ดวง​อาทิตย์​ตก​ของ​วัน​ศุกร์​ถึง​ดวง​อาทิตย์​ตก​ของ​วัน​เสาร์) ก็​จะ​เป็น​วัน​สะบาโต “พิเศษ” ดัง​นั้น วัน​สะบาโต​หลัง​จาก​วัน​ที่​พระ​เยซู​ตาย​เป็น​วัน​สะบาโต​พิเศษ และ​ตั้ง​แต่​ปี ค.ศ. 31 ถึง ค.ศ. 33 มี​แค่​ปี​เดียว​ที่​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน​ตรง​กับ​วัน​ศุกร์ ซึ่ง​ก็​คือ​ปี ค.ศ. 33 ดัง​นั้น หลักฐาน​นี้​สนับสนุน​ว่า​พระ​เยซู​ตาย​วัน​ที่ 14 เดือน​นิสาน​ปี ค.ศ. 33

ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า: หลัง​จาก​พระ​เยซู​รับ​บัพติศมา​และ​ถูก​มาร​ซาตาน​ล่อ​ใจ​แล้ว ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา​แนะ​นำ​ให้​ทุก​คน​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น “ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า” นอก​จาก​ข้อ​นี้​และ ยน 1:36 ก็​ไม่​มี​ที่​อื่น​ที่​เรียก​พระ​เยซู​อย่าง​นี้ (ดูภาค​ผนวก ก​7) การ​เปรียบ​พระ​เยซู​เป็น​ลูก​แกะ​ถือ​ว่า​เหมาะ​สม เพราะ​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ตลอด​ทั้ง​เล่ม แกะ​ถูก​ใช้​เป็น​เครื่อง​บูชา​ที่​แสดง​ว่า​คน​ถวาย​สำนึก​ว่า​เขา​มี​บาป​และ​ต้องการ​มี​ความ​สัมพันธ์​ที่​ดี​กับ​พระเจ้า ซึ่ง​เป็น​ภาพ​ล่วง​หน้า​ถึง​เครื่อง​บูชา​ที่​พระ​เยซู​ถวาย​โดย​สละ​ชีวิต​มนุษย์​สมบูรณ์​แบบ​ของ​ท่าน​เพื่อ​มนุษย์​ทุก​คน คำ​ว่า “ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า” อาจ​ทำ​ให้​นึก​ถึง​บันทึก​หลาย​ตอน​ใน​พระ​คัมภีร์​ที่​ได้​รับ​การ​ดล​ใจ เนื่อง​จาก​ยอห์น​คุ้น​เคย​กับ​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​เป็น​อย่าง​ดี เมื่อ​เขา​พูด​ถึง​ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า เขา​อาจ​นึก​ถึง​หลาย​เหตุ​การณ์ เช่น แกะ​ตัว​ผู้​ที่​อับราฮัม​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​แทน​อิสอัค​ลูก​ชาย​ของ​เขา (ปฐก 22:13) หรือ​ลูก​แกะ​ปัสกา​ที่​ถูก​ฆ่า​ใน​อียิปต์​เพื่อ​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​การ​เป็น​ทาส (อพย 12:1-13) หรือ​ลูก​แกะ​ตัว​ผู้​ที่​ถูก​ถวาย​บน​แท่น​บูชา​ของ​พระเจ้า​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ทั้ง​ตอน​เช้า​และ​ตอน​เย็น​ของ​ทุก​วัน (อพย 29:38-42) นอก​จาก​นั้น ยอห์น​อาจ​จะ​คิด​ถึง​คำ​พยากรณ์​ของ​อิสยาห์​ที่​ว่า คน​ที่​พระ​ยะโฮวา​เรียก​ว่า “ผู้​รับใช้​ของ​เรา” จะ “ถูก​พา​ไป​เหมือน​แกะ​ที่​ถูก​พา​ไป​ฆ่า” (อสย 52:13; 53:5, 7, 11) และ​ตอน​ที่​อัครสาวก​เปาโล​เขียน​จดหมาย​ฉบับ​แรก​ไป​หา​พี่​น้อง​ใน​เมือง​โครินธ์ เขา​เรียก​พระ​เยซู​ว่า “ลูก​แกะ​ปัสกา​ของ​เรา” (1​คร 5:7) อัครสาวก​เปโตร​ก็​พูด​ถึง “เลือด​ที่​มี​ค่า​มาก​ของ​พระ​คริสต์​ซึ่ง​เป็น​เหมือน​เลือด​ของ​ลูก​แกะ​ที่​ไม่​มี​ตำหนิ​และ​ด่าง​พร้อย” (1​ปต 1:19) นอก​จาก​นั้น มี​มาก​กว่า 25 ครั้ง​ใน​หนังสือ​วิวรณ์​ที่​เรียก​พระ​เยซู​หลัง​จาก​ท่าน​กลับ​ไป​สวรรค์​ว่า “ลูก​แกะ​ของ​พระเจ้า”—ตัว​อย่าง​อื่น​ ๆ ​อยู่​ที่ วว 5:8; 6:1; 7:9; 12:11; 13:8; 14:1; 15:3; 17:14; 19:7; 21:9; 22:1

ทุบ​ขา: การ​ทำ​แบบ​นี้​ใน​ภาษา​ละติน​เรียก​ว่า ครูริฟราเกียม (crurifragium) เป็น​การ​ลง​โทษ​ที่​โหด​เหี้ยม​รูป​แบบ​หนึ่ง​โดย​อาจ​มี​จุด​ประสงค์​เพื่อ​เร่ง​ให้​คน​ที่​ถูก​ประหาร​บน​เสา​เสีย​ชีวิต​เร็ว​ขึ้น คน​ที่​ถูก​แขวน​บน​เสา​จะ​หายใจ​ลำบาก​อยู่​แล้ว แต่​พอ​ถูก​ทุบ​ขา เขา​จะ​ไม่​สามารถ​พยุง​ตัว​เอง​ได้ ทำ​ให้​ปอด​ถูก​กด​และ​หายใจ​ไม่​ออก

กระดูก​ของ​เขา​จะ​ไม่​หัก​แม้​แต่​ท่อน​เดียว: ข้อ​ความ​นี้​ยก​มา​จาก สด 34:20 ตอน​ตั้ง​การ​ฉลอง​ปัสกา​พระ​ยะโฮวา​มี​คำ​สั่ง​เกี่ยว​กับ​ลูก​แกะ (หรือ​แพะ) ที่​จะ​ถูก​ฆ่า​ใน​คืน​นั้น​ว่า “อย่า​หัก​กระดูก​สัตว์​ปัสกา​นั้น” (อพย 12:46; กดว 9:12) เปาโล​เรียก​พระ​เยซู​ว่า “ลูก​แกะ​ปัสกา​ของ​เรา” เพราะ​กระดูก​ของ​พระ​เยซู​ไม่​ถูก​หัก​เหมือน​ที่​ไม่​มี​การ​หัก​กระดูก​ของ​ลูก​แกะ​ใน​วัน​ปัสกา (1​คร 5:7; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 1:29) เรื่อง​นี้​เกิด​ขึ้น​จริง​ตาม​คำ​พยากรณ์​ใน สด 34:20 ถึง​แม้​ว่า​ตาม​ปกติ​แล้ว​ทหาร​โรมัน​มี​ธรรมเนียม​ที่​จะ​ทุบ​ขา​คน​ที่​ถูก​ประหาร​บน​เสา​เพื่อ​ทำ​ให้​ตาย​เร็ว​ขึ้น (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 19:31) พวก​ทหาร​ทุบ​ขา​ของ​ผู้​ร้าย 2 คน​ที่​ถูก​ตรึง​อยู่​ข้าง​พระ​เยซู แต่​พอ​เห็น​ว่า​ท่าน​ตาย​แล้ว​พวก​เขา​ก็​ไม่​ได้​ทุบ​ขา​ท่าน แต่​ทหาร​คน​หนึ่ง​ได้ “เอา​หอก​แทง​สีข้าง​พระ​เยซู”—ยน 19:33, 34

โยเซฟ: ผู้​เขียน​หนังสือ​ข่าว​ดี​แต่​ละ​คน​ให้​ราย​ละเอียด​เกี่ยว​กับ​โยเซฟ​คน​ละ​อย่าง มัทธิว​ซึ่ง​เป็น​คน​เก็บ​ภาษี​บอก​ว่า​โยเซฟ​เป็น “เศรษฐี” มาระโก​ซึ่ง​เขียน​สำหรับ​ชาว​โรมัน​บอก​ว่า​โยเซฟ​เป็น “สมาชิก​สภา​ผู้​มี​ชื่อเสียง” ที่​รอ​คอย​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า ส่วน​ลูกา​ซึ่ง​เป็น​หมอ​ที่​มี​ความ​เห็น​อก​เห็น​ใจ​บอก​ว่า​โยเซฟ “เป็น​คน​ดี​และ​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า” และ​ไม่​ได้​ออก​เสียง​สนับสนุน​ให้​สภา​ตัดสิน​ลง​โทษ​พระ​เยซู และ​มี​ยอห์น​คน​เดียว​ที่​บอก​ว่า​โยเซฟ​เป็น “สาวก​คน​หนึ่ง​ของ​พระ​เยซู​ที่​ไม่​เปิด​เผย​ตัว​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว”—มธ 27:57-60; มก 15:43-46; ลก 23:50-53; ยน 19:38-42

อาริมาเธีย: ชื่อ​ของ​เมือง​นี้​มา​จาก​คำ​ฮีบรู​ที่​แปล​ว่า “ความ​สูง” บันทึก​ใน ลก 23:51 เรียก​เมือง​นี้​ว่า “เมือง . . . ของ​ชาว​ยูเดีย”—ดู​ภาค​ผนวก ข​10

พวก​ผู้​นำ​ชาว​ยิว: แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ชาว​ยิว” ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ของ​ยอห์น คำ​นี้​ถ่ายทอด​ความ​หมาย​ได้​หลาย​อย่าง​ขึ้น​อยู่​กับ​ท้อง​เรื่อง คำ​นี้​อาจ​หมาย​ถึง​คน​ยิว​ทั่ว​ไป หมาย​ถึง​คน​ที่​อยู่​ใน​ยูเดีย หรือ​คน​ที่​อยู่​ใกล้​หรือ​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม นอก​จาก​นั้น คำ​นี้​ยัง​หมาย​ถึง​คน​ยิว​ที่​ยึด​ติด​กับ​ธรรมเนียม​ของ​มนุษย์​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​กฎหมาย​ของ​โมเสส และ​ธรรมเนียม​เหล่า​นี้​ก็​มัก​จะ​ไม่​สอดคล้อง​กับ​แนว​คิด​ใน​กฎหมาย​นั้น (มธ 15:3-6) ใน​กลุ่ม “ชาว​ยิว” เหล่า​นี้ พวก​ที่​มี​บทบาท​สำคัญ​ที่​สุด​ก็​คือ​พวก​หัวหน้า​ศาสนา​ที่​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​พระ​เยซู ดัง​นั้น ใน​ข้อ​นี้​และ​ใน​อีก​หลาย​ข้อ​ของ​หนังสือ​ยอห์น​บท 7 คำ​ว่า “ชาว​ยิว” จึง​หมาย​ถึง​พวก​ผู้​นำ​ศาสนา​ชาว​ยิว—ยน 7:13, 15, 35​ก—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “ยิว

โยเซฟ: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มก 15:43

อาริมาเธีย: ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 27:57

พวก​ยิว: น่า​จะ​หมาย​ถึง​พวก​ผู้​นำ​ศาสนา​ชาว​ยิว—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 7:1

นิโคเดมัส: ฟาริสี​และ​ผู้​นำ​ชาว​ยิว​ซึ่ง​เป็น​สมาชิก​ของ​ศาล​แซนเฮดริน (ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “แซนเฮดริน”) ชื่อ​นิโคเดมัส​มี​ความ​หมาย​ว่า “ผู้​พิชิต​ชาติ​ต่าง​ ๆ” ชื่อ​นี้​เป็น​ชื่อ​ที่​นิยม​ใน​หมู่​ชาว​กรีก และ​ชาว​ยิว​บาง​คน​ก็​เอา​ชื่อ​นี้​มา​ใช้​ด้วย มี​การ​พูด​ถึง​นิโคเดมัส​เฉพาะ​ใน​หนังสือ​ข่าว​ดี​ของ​ยอห์น (ยน 3:4, 9; 7:50; 19:39) และ​ที่ ยน 3:10 พระ​เยซู​เรียก​เขา​ว่า “อาจารย์​สอน​คน​อิสราเอล”—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 19:39

นิโคเดมัส: มี​แต่​ยอห์น​เท่า​นั้น​ที่​บันทึก​ว่า​นอก​จาก​โยเซฟ​จาก​เมือง​อาริมาเธีย​แล้ว ก็​มี​นิโคเดมัส​ที่​มา​ช่วย​เตรียม​การ​ฝัง​ศพ​ของ​พระ​เยซู​ด้วย—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 3:1

มดยอบ: ดูส่วน​อธิบาย​ศัพท์

กฤษณา: ชื่อ​ต้น​ไม้​ชนิด​หนึ่ง​ที่​มี​สาร​ให้​กลิ่น​หอม​ซึ่ง​ใช้​เป็น​น้ำหอม​ใน​สมัย​คัมภีร์​ไบเบิล (สด 45:8; สภษ 7:17; พซม 4:14) ดู​เหมือน​ว่า​กฤษณา​ที่​นิโคเดมัส​เอา​มา​เป็น​ชนิด​เดียว​กับ​กฤษณา​ที่​พูด​ถึง​ใน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู กฤษณา​ที่​ใช้​ใน​การ​เตรียม​ศพ​ก่อน​ฝัง​มี​ลักษณะ​เป็น​ผง​และ​ผสม​เข้า​กับ​มดยอบ​ซึ่ง​อาจ​ใช้​เพื่อ​กลบ​กลิ่น​เหม็น​ของ​ศพ​ที่​เริ่ม​เน่า นัก​วิจารณ์​คัมภีร์​ไบเบิล​ส่วน​ใหญ่​บอก​ว่า​กฤษณา​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​เป็น​พันธุ์​เดียว​กับ Aquilaria agallocha ที่​พบ​มาก​ใน​อินเดีย​และ​ประเทศ​ใกล้​เคียง ต้น​กฤษณา​อาจ​สูง​ถึง 30 เมตร แก่น​ของ​ลำ​ต้น​และ​กิ่ง​ของ​มัน​เต็ม​ไป​ด้วย​ยาง​และ​น้ำมัน​หอม​ซึ่ง​เอา​มา​ทำ​น้ำหอม​ราคา​แพง ดู​เหมือน​ว่า​กฤษณา​จะ​ให้​กลิ่น​หอม​มาก​ที่​สุด​ตอน​ที่​มัน​ผุ บาง​ครั้ง​จึง​มี​การ​นำ​ไม้​กฤษณา​ไป​ฝัง​ใน​ดิน​เพื่อ​เร่ง​ให้​ผุ​เร็ว​ขึ้น จาก​นั้น​ก็​เอา​มา​บด​ให้​เป็น​ผง​ละเอียด​เพื่อ​เอา​ไป​ขาย แต่​มี​ผู้​เชี่ยวชาญ​บาง​คน​คิด​ว่า “กฤษณา” ที่​พูด​ถึง​ใน​ข้อ​นี้​น่า​จะ​เป็น​พืช​อีก​ชนิด​หนึ่ง​ที่​ปัจจุบัน​เรียก​ว่า​ว่าน​หาง​จระเข้ ซึ่ง​ไม่​ได้​ให้​กลิ่น​หอม​แต่​มี​สรรพคุณ​ทาง​ยา

กิโลกรัม: คำ​กรีก ลิตรา โดย​ทั่ว​ไป​แล้ว​เท่า​กับ 1 ปอนด์​โรมัน (ภาษา​ละติน ลิบรา) ซึ่ง​หนัก​ประมาณ 327 กรัม ดัง​นั้น ส่วน​ผสม​ที่​พูด​ถึง​ใน​ข้อ​นี้​หนัก​ประมาณ 33 กิโลกรัม—ดูภาค​ผนวก ข​14

อุโมงค์​ฝัง​ศพ: หรือ “อุโมงค์​รำลึก” เป็น​ห้อง​หรือ​ช่อง​ที่​เจาะ​เข้า​ไป​ใน​หินปูน​เนื้อ​อ่อน ไม่​ได้​เป็น​ถ้ำ​ตาม​ธรรมชาติ ใน​อุโมงค์​แบบ​นี้​มัก​จะ​มี​ชั้น​ยาว​หรือ​ซอก​บน​ผนัง​ที่​ใช้​วาง​ศพ—ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “อุโมงค์​รำลึก

วีดีโอและรูปภาพ

ตะปู​ใน​กระดูก​ส้น​เท้า
ตะปู​ใน​กระดูก​ส้น​เท้า

นี่​เป็น​ภาพ​จำลอง​กระดูก​ส้น​เท้า​ของ​มนุษย์​ที่​ถูก​ตอก​ด้วย​ตะปู​เหล็ก​ยาว 11.5 ซม. มี​การ​ขุด​พบ​ชิ้น​ส่วน​จริง​จาก​ยุค​โรมัน​ใน​ปี ค.ศ. 1968 ทาง​ตอน​เหนือ​ของ​กรุง​เยรูซาเล็ม หลักฐาน​ทาง​โบราณคดี​ชิ้น​นี้​ทำ​ให้​รู้​ว่า​อาจ​มี​การ​ใช้​ตะปู​ใน​การ​ประหาร​ชีวิต​คน​ที่​ถูก​ตรึง​บน​เสา​ไม้ ตะปู​นี้​อาจ​คล้าย​กับ​ตะปู​ที่​ทหาร​โรมัน​ใช้​ตรึง​พระ​เยซู​คริสต์​บน​เสา ชิ้น​ส่วน​นี้​ถูก​พบ​ใน​หีบ​หิน​ซึ่ง​เป็น​กล่อง​เก็บ​กระดูก​ที่​แห้ง​แล้ว​ของ​คน​ตาย​หลัง​จาก​เนื้อหนัง​ย่อย​สลาย​ไป​หมด​แล้ว นี่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​คน​ที่​ถูก​ประหาร​ชีวิต​บน​เสา​อาจ​ได้​รับ​การ​ฝัง​ศพ​ด้วย

หุสบ​ที่​พูด​ถึง​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล
หุสบ​ที่​พูด​ถึง​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล

คำ​ฮีบรู​และ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “หุสบ” ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​หลาย​ฉบับ (คำ​ฮีบรู เอซอฟ และ​คำ​กรีก ฮูส์โซพ็อส) อาจ​หมาย​ถึง​พืช​หลาย​ชนิด ใน​ภาพ​นี้​คือ​ต้น​มาร์จอรัม (Origanum maru; Origanum syriacum) เป็น​พืช​ที่​ผู้​เชี่ยวชาญ​หลาย​คน​คิด​ว่า​เป็น​ชนิด​เดียว​กับ​ต้น​เอซอฟ ​ใน​ภาษา​ฮีบรู พืช​ชนิด​นี้​เป็น​พืช​ตระกูล​มินต์​ที่​พบ​ได้​ทั่ว​ไป​ใน​ตะวัน​ออก​กลาง เมื่อ​ปลูก​ใน​สภาพ​แวด​ล้อม​ที่​เหมาะ​สม พืช​นี้​สูง​ได้​ถึง 50-90 ซม. คัมภีร์​ไบเบิล​มัก​มี​การ​เชื่อม​โยง​ต้น​หุสบ​กับ​ความ​สะอาด (อพย 12:21, 22; ลนต 14:2-7; กดว 19:6, 9, 18; สด 51:7) พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก​พูด​ถึง “หุสบ” แค่ 2 ครั้ง คือ​ที่ ฮบ 9:19 ซึ่ง​พูด​ถึง​การ​เริ่ม​ใช้​สัญญา​เก่า​และ​ท้อง​เรื่อง​นั้น “หุสบ” น่า​จะ​เป็น​พืช​ชนิด​เดียว​กับ​ที่​พูด​ถึง​ใน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู และ​ที่ ยน 19:29 ก็​บอก​ว่า​มี​คน​เอา​ฟองน้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว “เสียบ​ปลาย​กิ่ง​หุสบ” แล้ว​ชู​ขึ้น​ถึง​ปาก​พระ​เยซู พวก​ผู้​เชี่ยวชาญ​มี​ความ​เห็น​ต่าง​กัน​ว่า​หุสบ​ใน​ข้อ​นี้​ซึ่ง​มา​จาก​คำ​กรีก ฮูส์โซพ็อส เป็น​พืช​ชนิด​ใด บาง​คน​คิด​ว่า​ต้น​มา​ร์​จอ​รัม​มี​ก้าน​ไม่​ยาว​พอ​ที่​จะ​ชู​ให้​ถึง​ปาก​ของ​พระ​เยซู​ได้ คำ​กรีก​นี้​จึง​น่า​จะ​หมาย​ถึง​พืช​ชนิด​อื่น​ที่​มี​ก้าน​ยาว​กว่า เช่น ข้าว​ฟ่าง (Sorghum vulgare) ส่วน​คน​อื่น​คิด​ว่า​หุสบ​นี้​น่า​จะ​เป็น​ช่อ​มา​ร์​จอ​รัม​ที่​ผูก​ติด​กับ “ไม้​อ้อ” เหมือน​ที่​มัทธิว​กับ​มาระโก​บอก​ไว้—มธ 27:48; มก 15:36

หอก​ของ​ทหาร​โรมัน
หอก​ของ​ทหาร​โรมัน

ปกติ​แล้ว​ทหาร​โรมัน​จะ​ถือ​อาวุธ​ที่​มี​ด้าม​ยาว​สำหรับ​ใช้​แทง​หรือ​พุ่ง​ใส่​ศัตรู หอก​ที่​เรียก​ว่า​ไพลัม (หมาย​เลข 1) มี​น้ำหนัก​มาก​จน​ไม่​สามารถ​พุ่ง​ได้​ไกล แต่​มัน​สามารถ​แทง​ทะลุ​เสื้อ​เกราะ​หรือ​โล่​ได้ มี​หลักฐาน​ว่า​ทหาร​ใน​กองทัพ​โรมัน​มัก​จะ​ถือ​ไพลัม เวลา​ออก​รบ ส่วน​หอก​ธรรมดา (หมาย​เลข 2) มี​ด้าม​เป็น​ไม้​และ​มี​ปลาย​แหลม​ทำ​จาก​เหล็ก​หล่อ บาง​ครั้ง​ทหาร​กองหนุน​ก็​ถือ​หอก​แบบ​นี้​หนึ่ง​อัน​หรือ​มาก​กว่า​นั้น ไม่​มี​ใคร​ทราบ​แน่ชัด​ว่า​หอก​ที่​ใช้​แทง​สีข้าง​ของ​พระ​เยซู​เป็น​หอก​แบบ​ไหน

อุโมงค์​ฝัง​ศพ
อุโมงค์​ฝัง​ศพ

ชาว​ยิว​มัก​จะ​ฝัง​ศพ​คน​ตาย​ไว้​ใน​ถ้ำ​หรือ​ห้อง​ที่​เจาะ​เข้า​ไป​ใน​หิน ปกติ​แล้ว​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​พวก​เขา​จะ​อยู่​นอก​เมือง ยก​เว้น​อุโมงค์​ของ​กษัตริย์ อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​ชาว​ยิว​มัก​เป็น​แบบ​เรียบ​ง่าย เพราะ​ชาว​ยิว​ไม่​นมัสการ​คน​ตาย​และ​ไม่​เชื่อ​ว่า​คน​ตาย​แล้ว​มี​วิญญาณ​ที่​เป็น​อมตะ