กิจการของอัครสาวก 28:1-31

28  เมื่อ​ปลอด​ภัย​แล้ว พวก​เรา​ถึง​รู้​ว่า​เกาะ​นั้น​ชื่อ​มอลตา+  คน​พื้นเมือง​ที่​นั่น​ดี​กับ​พวก​เรา​มาก​จริง ๆ ตอน​นั้น​ฝน​ตก​และ​อากาศ​หนาว พวก​เขา​ก็​ก่อ​ไฟ​ต้อนรับ​พวก​เรา​ทุก​คน​อย่าง​อบอุ่น+  เปาโล​เก็บ​กิ่ง​ไม้​แห้ง​กอง​หนึ่ง​มา​สุม​ไฟ งู​พิษ​ตัว​หนึ่ง​ที่​โดน​ความ​ร้อน​ก็​เลื้อย​ออก​มา​กัด​ติด​อยู่​ที่​มือ​เปาโล  พอ​ชาว​พื้นเมือง​เห็น​งู​พิษ​ตัว​นั้น​ห้อย​อยู่​ที่​มือ​เปาโล พวก​เขา​ก็​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​ต้อง​เป็น​ฆาตกร​แน่ ๆ รอด​จาก​ทะเล​มา​ได้​ก็​ยัง​ต้อง​ตาย​อยู่​ดี ความ​ยุติธรรม​ไม่​ยอม​ให้​เขา​รอด​ไป​ได้”  แต่​เปาโล​สะบัด​งู​ตก​ลง​ไป​ใน​ไฟ​โดย​ที่​ตัว​เอง​ไม่​เป็น​อะไร​เลย  ชาว​พื้นเมือง​คิด​ว่า​ตัว​เปาโล​จะ​บวม​หรือ​ไม่​ก็​ล้ม​ลง​ตาย​ทันที แต่​เมื่อ​รอ​ดู​อยู่​นาน​ก็​ไม่​เห็น​ว่า​เป็น​อะไร พวก​เขา​จึง​เปลี่ยน​ความ​คิด​และ​พูด​กัน​ว่า​เปาโล​เป็น​เทพเจ้า+  บริเวณ​นั้น​เป็น​ที่​ดิน​ของ​ผู้​ปกครอง​เกาะ​ที่​ชื่อ​ปูบลิอัส เขา​แสดง​น้ำใจ​ต้อนรับ​และ​ให้​ที่​พัก​กับ​พวก​เรา 3 วัน  พอ​ดี​ตอน​นั้น​พ่อ​ของ​ปูบลิอัส​นอน​ป่วย​เป็น​ไข้​และ​เป็น​โรค​บิด เปาโล​จึง​เข้า​ไป​หา​แล้ว​อธิษฐาน​และ​วาง​มือ​รักษา​โรค​ให้​เขา+  พอ​ได้​ยิน​ข่าว​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น คน​ป่วย​คน​อื่น ๆ บน​เกาะ​ก็​พา​กัน​มา​ให้​เปาโล​รักษา​จน​หาย​ป่วย​กัน​หมด+ 10  ชาว​เกาะ​นับถือ​พวก​เรา​และ​พา​กัน​เอา​ของ​หลาย​อย่าง​มา​ให้ และ​ตอน​ที่​พวก​เรา​จะ​ออก​เรือ พวก​เขา​ก็​ยัง​เอา​สิ่ง​ของ​จำเป็น​มา​ให้​เรา​อีก​มาก​มาย 11  หลัง​จาก​อยู่​บน​เกาะ 3 เดือน พวก​เรา​ก็​ลง​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ที่​จอด​พัก​ที่​เกาะ​นี้​ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว เรือ​ลำ​นี้​มา​จาก​เมือง​อเล็กซานเดรีย และ​มี​สัญลักษณ์ “ลูก​แฝด​ของ​ซุส” อยู่​ที่​หัว​เรือ 12  เมื่อ​เรือ​เข้า​เทียบ​ท่า​ที่​เมือง​ไซราคิวส์ พวก​เรา​ก็​พัก​อยู่​ที่​นั่น 3 วัน 13  จาก​ที่​นั่น พวก​เรา​แล่น​เรือ​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เมือง​เรยีอูม วัน​ต่อ​มา​มี​ลม​พัด​มา​จาก​ทิศ​ใต้ พวก​เรา​จึง​ไป​ถึง​เมือง​โปทิโอลี​ได้​ใน​วัน​ถัด​จาก​นั้น 14  พวก​เรา​พบ​พี่​น้อง​ที่​นั่น พวก​เขา​อ้อน​วอน​เรา​ให้​พัก​อยู่​ด้วย 7 วัน แล้ว​พวก​เรา​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​โรม 15  เมื่อ​พี่​น้อง​ใน​กรุง​โรม​ได้​ยิน​ข่าว ก็​เดิน​ทาง​มา​เจอ​พวก​เรา​ที่​ตลาด​อัปปีอัส ส่วน​บาง​คน​มา​รอ​เจอ​ที่​บ้าน​สาม​โรงแรม พอ​เปาโล​เห็น​พี่​น้อง​ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​และ​มี​กำลังใจ+ 16  เมื่อ​พวก​เรา​มา​ถึง​กรุง​โรม เปาโล​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​พัก​อยู่​ใน​บ้าน​ส่วน​ตัว​โดย​มี​ทหาร​คน​หนึ่ง​คอย​เฝ้า​ไว้ 17  สาม​วัน​ต่อ​มา เปาโล​เชิญ​ชาว​ยิว​คน​สำคัญ​มา​ประชุม​กัน พอ​พวก​เขา​มา​พร้อม​หน้า​กัน​แล้ว เปาโล​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “พี่​น้อง​ครับ ผม​ถูก​จับ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​ถูก​ส่ง​ตัว​ไป​ให้​พวก​โรมัน​เหมือน​กับ​นัก​โทษ+ ทั้ง ๆ ที่​ผม​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด​ต่อ​คน​ร่วม​ชาติ​หรือ​ต่อ​ธรรมเนียม​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​เลย+ 18  เมื่อ​พวก​โรมัน​สอบสวน​ผม​แล้ว+ก็​จะ​ปล่อย​ตัว​ผม เพราะ​ไม่​เห็น​ว่า​ผม​มี​ความ​ผิด​ที่​สม​ควร​ตาย+ 19  แต่​พวก​ยิว​ไม่​ยอม ผม​จึง​ต้อง​ร้อง​เรียน​ต่อ​ซีซาร์+ แต่​ผม​ไม่​ได้​จะ​ฟ้อง​คน​ร่วม​ชาติ​ของ​ผม 20  เพราะ​อย่าง​นี้​แหละ​ผม​ถึง​ขอ​พบ​และ​คุย​กับ​พวก​คุณ ที่​ผม​ถูก​ล่าม​โซ่​อยู่​นี้​ก็​เพราะ​ความ​หวัง​ของ​ชาว​อิสราเอล”+ 21  พวก​ยิว​จึง​บอก​เปาโล​ว่า “พวก​เรา​ไม่​ได้​รับ​จดหมาย​เกี่ยว​กับ​คุณ​จาก​แคว้น​ยูเดีย และ​ไม่​มี​พี่​น้อง​จาก​ที่​นั่น​มา​เล่า​หรือ​ฟ้อง​อะไร​เรื่อง​คุณ​เลย 22  แต่​พวก​เรา​อยาก​จะ​ฟัง​จาก​ปาก​คุณ เพราะ​เรา​รู้​ว่า​มี​คน​พูด​ต่อ​ต้าน+นิกาย​นี้+ทั่ว​ไป​หมด” 23  พวก​เขา​จึง​นัด​วัน​มา​พบ​กับ​เปาโล​อีก และ​มี​คน​มา​หา​เปาโล​ที่​บ้าน​พัก​มาก​กว่า​เดิม เปาโล​จึง​อธิบาย​เรื่อง​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อย่าง​ละเอียด​ตั้ง​แต่​เช้า​ถึง​เย็น และ​พูด​โน้ม​น้าว​ให้​พวก​เขา​เชื่อ​เรื่อง​พระ​เยซู+โดย​อ้าง​จาก​กฎหมาย​ของ​โมเสส+และ​จาก​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์+ 24  บาง​คน​เชื่อ​ที่​เปาโล​พูด แต่​บาง​คน​ก็​ไม่​เชื่อ 25  เมื่อ​มี​ความ​เห็น​ไม่​ตรง​กัน บาง​คน​ก็​เริ่ม​เดิน​ออก​ไป เปาโล​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า​พูด​ไว้​ถูก​ต้อง​เลย​ตอน​ที่​ดล​ใจ​ผู้​พยากรณ์​อิสยาห์​ให้​บอก​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ​ว่า 26  ‘ไป​บอก​ชน​ชาติ​นี้​ว่า “พวก​คุณ​จะ​ได้​ยิน​แต่​ไม่​เข้าใจ​เลย และ​พวก​คุณ​จะ​มอง​แต่​ไม่​เห็น​อะไร​เลย+ 27  เพราะ​ใจ​ของ​ชน​ชาติ​นี้​ด้าน​ชา​ไป​แล้ว* พวก​เขา​ได้​ยิน​แต่​ทำ​เป็น​หู​ทวน​ลม​และ​ปิด​ตา​ตัว​เอง​ไว้ เพื่อ​จะ​ไม่​เห็น ไม่​ได้​ยิน ไม่​เข้าใจ และ​ไม่​หัน​กลับ​มา​ให้​เรา​รักษา​ให้​หาย”’+ 28  ดัง​นั้น ให้​รู้​ไว้​ว่า มี​การ​ประกาศ​ข่าว​เรื่อง​ความ​รอด​จาก​พระเจ้า​นี้​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​รู้​แล้ว+ และ​พวก​เขา​จะ​รับ​ฟัง​แน่ ๆ”+ 29  —— 30  เปาโล​จึง​อยู่​ใน​บ้าน​เช่า​ของ​เขา+ตลอด 2 ปี และ​ยินดี​ต้อนรับ​ทุก​คน​ที่​มา​หา 31  เปาโล​ประกาศ​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า+ให้​พวก​เขา​ฟัง​และ​สอน​เรื่อง​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้​เป็น​นาย​อย่าง​กล้า​หาญ​และ​มั่น​ใจ+โดย​ไม่​มี​ใคร​ขัด​ขวาง

เชิงอรรถ

หรือ “ราชอาณาจักร”
แปล​ตรง​ตัว​ว่า “หนา​ไป​แล้ว”

ข้อมูลสำหรับศึกษา

ทะเล​เอเดรียติก: ใน​สมัย​เปาโล คำ​นี้​ใช้​เพื่อ​หมาย​ถึง​พื้น​ที่​ที่​กว้าง​ใหญ่​กว่า​ทะเล​เอเดรียติก​ใน​ปัจจุบัน สตราโบ​นัก​ภูมิศาสตร์​ชาว​กรีก​บอก​ว่า​ชื่อ​นี้​มา​จาก​ชื่อ​เมือง​เอ​เท​รี​ย​ที่​ตั้ง​อยู่​ปาก​แม่น้ำ​โป ซึ่ง​ตอน​นี้​เรียก​ว่า​อ่าว​เวนิส (Geography, 5, I, 8) เมือง​เอเดรีย​ของ​ประเทศ​อิตาลี​ใน​ปัจจุบัน​อยู่​ค่อนข้าง​ไกล​จาก​ชายฝั่ง แต่​ใน​สมัย​ก่อน​มี​การ​ใช้​คำ​ว่า​เอเดรีย​เพื่อ​เรียก​แหล่ง​น้ำ​ใน​เขต​เมือง​เก่า และ​ต่อ​มา​ก็​รวม​ถึง​พื้น​ที่​ของ​ทะเล​เอเดรียติก​ใน​ปัจจุบัน​ทั้ง​หมด และ​ก็​ยัง​รวม​ถึง​ทะเล​ไอโอเนียน​และ​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน​ที่​อยู่​ฝั่ง​ตะวัน​ออก​ของ​เกาะ​ซิซิลี (และ​เกาะ​มอลตา) และ​ฝั่ง​ตะวัน​ตก​ของ​เกาะ​ครีต—ดูภาค​ผนวก ข​13

มอลตา: ข้อ​ความ​ภาษา​กรีก​ใช้​คำ​ว่า เมะลิเท ซึ่ง​เป็น​เวลา​หลาย​ร้อย​ปี​ที่​เชื่อ​กัน​ว่า​คำ​นี้​หมาย​ถึง​เกาะ​มอลตา​ใน​ปัจจุบัน เรือ​ที่​เปาโล​โดยสาร​ถูก​ลม​พายุ​พัด​ไป​ทาง​ใต้ จาก​เมือง​คนีดัส​ที่​อยู่​ปลาย​สุด​ทาง​ตะวัน​ตก​เฉียง​ใต้​ของ​เอเชีย​ไมเนอร์​ลง​ไป​ถึง​ใต้​เกาะ​ครีต (กจ 27:7, 12, 13, 21) บันทึก​ใน กจ 27:27 บอก​ว่า​เรือ “ถูก​คลื่น​ซัด​ไป​ซัด​มา​อยู่​ใน​ทะเล​เอเดรียติก” ซึ่ง​ใน​สมัย​ของ​เปาโล​คำ​ว่า​ทะเล​เอเดรียติก​กิน​พื้น​ที่​กว้าง​ใหญ่​กว่า​ทะเล​เอเดรียติก​ใน​สมัย​ปัจจุบัน ซึ่ง​รวม​ทะเล​ไอโอเนียน​และ​ทะเล​ที่​อยู่​ทาง​ตะวัน​ออก​ของ​เกาะ​ซิซิลี และ​ฝั่ง​ตะวัน​ตก​ของ​เกาะ​ครีต นี่​แสดง​ว่า​ทะเล​เอเดรียติก​ที่​พูด​ถึง​ใน​ข้อ​นี้​จึง​น่า​จะ​เป็น​ทะเล​ที่​อยู่​ใกล้​กับ​เกาะ​มอลตา​ใน​ปัจจุบัน (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 27:27) เนื่อง​จาก​เรือ​ที่​เปาโล​โดยสาร​มา​เจอ​กับ​พายุ​ยูราคีโลน (กจ 27:14) จึง​น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้​ที่​เรือ​ถูก​พัด​มา​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ตก​และ​ล่ม​ที่​เกาะ​มอลตา​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ทิศ​ใต้​ของ​เกาะ​ซิซิลี เป็น​เวลา​นาน​หลาย​ปี​ที่​ผู้​เชี่ยวชาญ​บาง​คน​เชื่อ​ว่า เมะลิเท ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​พูด​ถึง​เป็น​เกาะ​อื่น ทฤษฎี​หนึ่ง​บอก​ว่า​เกาะ​นี้​น่า​จะ​เป็น​เกาะ​หนึ่ง​ที่​อยู่​ใกล้​กับ​เกาะ​คอร์​ฟู​ซึ่ง​อยู่​นอก​ชายฝั่ง​ทาง​ตะวัน​ตก​ของ​ประเทศ​กรีซ อีก​ทฤษฎี​หนึ่ง​ก็​เชื่อ​ว่า​เมื่อ​ดู​จาก​คำ​กรีก เมะลิเท เกาะ​นั้น​น่า​จะ​เป็น​เกาะ​เมลีเต อิ​ลี​ริ​คา ซึ่ง​ปัจจุบัน​เป็น​ที่​รู้​จัก​กัน​ว่า​มัลเยต​ที่​อยู่​นอก​ชายฝั่ง​ของ​โครเอเชีย​ใน​ทะเล​เอเดรียติก แต่​เมื่อ​ดู​จาก​เส้น​ทาง​ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ไว้​ก็​ดู​เหมือน​ว่า​เรือ​ไม่​น่า​จะ​เปลี่ยน​ทิศ​ทาง​ขึ้น​เหนือ​ไป​ไกล​จน​ถึง​เกาะ​คอร์​ฟู​หรือ​มัลเยต—ดูภาค​ผนวก ข​13

คน​พื้นเมือง: หรือ “คน​ที่​พูด​ภาษา​ต่าง​ประเทศ” มา​จาก​คำ​กรีก บาร์บารอส คัมภีร์​ไบเบิล​ฉบับ​แปล​เก่าแก่​บาง​ฉบับ​แปล​คำ​นี้​ว่า “คน​ป่า” คำ​ว่า “บาร์บา” ทำ​ให้​คำ​กรีก​นี้​ถ่ายทอด​แนว​คิด​เกี่ยว​กับ​การ​พูด​แบบ​ติดอ่าง ตะกุกตะกัก ไม่​ชัดเจน หรือ​คำ​พูด​ที่​ฟัง​แล้ว​ไม่​เข้าใจ ดัง​นั้น ใน​ตอน​แรก​คน​กรีก​ใช้​คำ​นี้​เพื่อ​หมาย​ถึง​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​ไม่​ได้​พูด​ภาษา​เดียว​กับ​พวก​เขา ใน​ตอน​นั้น​คำ​นี้​ไม่​ได้​ใช้​เพื่อ​หมาย​ถึง​คน​ป่า​เถื่อน คน​ไม่​มี​อารยธรรม หรือ​ไม่​มี​มารยาท และ​ก็​ไม่​ได้​เป็น​คำ​ที่​ใช้​ใน​เชิง​ดูถูก​ด้วย คำ​ว่า บาร์บารอส แค่​ช่วย​แยก​คน​ต่าง​ชาติ​ออก​จาก​คน​กรีก นัก​เขียน​ชาว​ยิว​บาง​คน​รวม​ทั้ง​โยเซฟุส​ก็​เรียก​ตัว​เอง​ว่า​บาร์บารอส​ด้วย (Jewish Antiquities, XIV, 187 [x, 1]; Against Apion, I, 58 [11]) แม้​แต่​ชาว​โรมัน​ก็​เรียก​ตัว​เอง​แบบ​นี้​ก่อน​ที่​พวก​เขา​จะ​รับ​เอา​วัฒนธรรม​กรีก ดัง​นั้น คำ​ที่​ใช้​ใน​ข้อ​นี้​จึง​หมาย​ถึง​คน​พื้นเมือง​บน​เกาะ​มอลตา​ที่​คง​มี​ภาษา​ของ​ตัว​เอง​คือ​ภาษา​พิวนิก​ซึ่ง​ไม่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ภาษา​กรีก

ดี​กับ: คำ​กรีก ฟิลันธะโรเพีย แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ความ​รัก​ต่อ​เพื่อน​มนุษย์” ความ​กรุณา​แบบ​นี้​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​แสดง​ความ​สนใจ​คน​อื่น​อย่าง​แท้​จริง และ​แสดง​น้ำใจ​ต้อนรับ​โดย​การ​ดู​แล​เอา​ใจ​ใส่​ความ​จำเป็น​ของ​ผู้​อื่น อย่าง​ที่​เห็น​ใน​ข้อ​นี้ แม้​แต่​คน​ที่​ไม่​รู้​จัก​พระ​ยะโฮวา​ก็​อาจ​แสดง​คุณลักษณะ​ที่​ดี​แบบ​นี้​ได้ อีก​ตัว​อย่าง​ที่​คล้าย​กัน​อยู่​ใน กจ 27:3 ที่​นั่น​ใช้​คำ​กรีก​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กัน​กับ​คำ​นี้​คือ ฟลันธะโรโพส เพื่อ​พูด​ถึง​นาย​ร้อย​ยูเลียส​ที่​กรุณา​เปาโล​มาก และ​ที่ ทต 3:4 ก็​มี​การ​ใช้​คำ​กรีก ฟิลันธะโรเพีย เพื่อ​พูด​ถึง​ความ​รู้สึก​ของ​พระ​ยะโฮวา ซึ่ง​ใน​ข้อ​นั้น​บอก​ว่า​พระองค์​แสดง “ความ​รัก . . . ต่อ​มนุษย์”

งู​พิษ: ใน​ปัจจุบัน​นี้​ไม่​มี​งู​พิษ​บน​เกาะ​มอลตา แต่​อย่าง​ที่​เห็น​ใน​บันทึก​เหตุ​การณ์​นี้ ผู้​คน​บน​เกาะ​มอลตา​ใน​ศตวรรษ​แรก​รู้​จัก​งู​พวก​นี้ เนื่อง​จาก​เวลา​ผ่าน​มา​หลาย​ร้อย​ปี​แล้ว สภาพ​แวด​ล้อม​ก็​เปลี่ยน​แปลง และ​มี​คน​อาศัย​อยู่​บน​เกาะ​นั้น​มาก​ขึ้น​จึง​อาจ​ทำ​ให้​ไม่​มี​งู​เหล่า​นั้น​บน​เกาะ​มอลตา​อีก

ความ​ยุติธรรม: คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “ความ​ยุติธรรม” ใน​ข้อ​นี้​มา​จาก​คำ​ว่า ดิเค ซึ่ง​อาจ​หมาย​ถึง​เทพ​ธิดา​ที่​แก้แค้น​ตาม​ความ​ยุติธรรม​หรือ​อาจ​หมาย​ถึง​ความ​ยุติธรรม​ที่​เป็น​นามธรรม ใน​เทพนิยาย​กรีก ดิ​เค​หรือ​ไดคี​เป็น​ชื่อ​ของ​เทพ​ธิดา​แห่ง​ความ​ยุติธรรม เชื่อ​กัน​ว่า​เทพ​ธิดา​องค์​นี้​จะ​คอย​ควบคุม​ดู​แล​มนุษย์​และ​ถ้า​เห็น​ความ​ไม่​ยุติธรรม​ก็​จะ​รายงาน​ซุส​เพื่อ​คน​ที่​ทำ​ผิด​จะ​ถูก​ลง​โทษ คน​บน​เกาะ​มอลตา​อาจ​คิด​ว่า​ถึง​แม้​เปาโล​จะ​รอด​จาก​เรือ​แตก แต่​เขา​ก็​ถูก​เทพ​ธิดา​แห่ง​ความ​ยุติธรรม​ลง​โทษ​โดย​ใช้​งู

ลูก​แฝด​ของ​ซุส: ตาม​ตำนาน​ของ​กรีก​และ​โรมัน “ลูก​แฝด​ของ​ซุส” (คำ​กรีก ดิออสคูรอย) ก็​คือ​แคสเตอร์​กับ​พอลลักซ์ ซึ่ง​เป็น​ลูก​แฝด​ของ​เทพ​ซุส (จูปิเตอร์) กับ​ราชินี​ลี​ดา​แห่ง​สปาร์ตา ผู้​คน​เชื่อ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​เทพ​ที่​ปก​ป้อง​ใน​หลาย ๆ ด้าน รวม​ถึง​ปก​ป้อง​คน​เดิน​ทาง​ใน​ทะเล​ด้วย และ​สามารถ​ปก​ป้อง​ลูกเรือ​ที่​กำลัง​ตก​อยู่​ใน​อันตราย​ได้ การ​ที่​ลูกา​ให้​ราย​ละเอียด​เกี่ยว​กับ​สัญลักษณ์​ที่​หัว​เรือ​เป็น​หลักฐาน​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ที่​ทำ​ให้​รู้​ว่า​เขา​อยู่​ใน​เหตุ​การณ์​ด้วย

ไซราคิวส์: เมือง​ที่​มี​อ่าว​จอด​เรือ​ที่​ดี เมือง​นี้​ตั้ง​อยู่​บน​ชายฝั่ง​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ของ​เกาะ​ซิซิลี ซึ่ง​ใน​ทุก​วัน​นี้​มี​ชื่อ​ว่า​ซิ​รา​คูซา นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​กรีก​ทิว​ซิ​ดิ​ดี​สบ​อก​ว่า ชาว​เมือง​โครินท์​ตั้ง​เมือง​นี้​ขึ้น​ใน​ปี 734 ก่อน ค.ศ. เมือง​ไซราคิวส์​เป็น​สถาน​ที่​เกิด​ของ​ผู้​มี​ชื่อเสียง​บาง​คน​ใน​สมัย​โบราณ ตัว​อย่าง​เช่น นัก​คณิตศาสตร์​ชื่อ​อาร์คิมีดิส​ก็​เกิด​ที่​นั่น ใน​ปี 212 ก่อน ค.ศ. พวก​โรมัน​ได้​มา​ยึด​เมือง​ไซราคิวส์—ดูภาค​ผนวก ข​13

โปทิโอลี: ปัจจุบัน​คือ​เมือง​ปอซซูโอลี เมือง​นี้​เป็น​เมือง​ท่า​สำคัญ​ที่​อยู่​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ของ​โรม และ​อยู่​ห่าง​จาก​เมือง​เนเปิลส์​ไป​ทาง​ตะวัน​ตก​เฉียง​ใต้​ประมาณ 10 กม. ปัจจุบัน​ยัง​คง​มี​ซาก​เขื่อน​กั้น​น้ำ​ทะเล​อยู่​ที่​นั่น โยเซฟุส​เรียก​เมือง​นี้​ด้วย​ชื่อ​เก่า​ว่า​ดี​ซี​เคีย และ​บอก​ว่า​เคย​มี​ชุมชน​ชาว​ยิว​อยู่​ที่​นั่น (Jewish Antiquities, XVII, 328, xii, 1) ตอน​ที่​เปาโล​ต้อง​เดิน​ทาง​ไป​ให้​การ​ต่อ​หน้า​ซีซาร์​ที่​กรุง​โรม เขา​ก็​มา​ถึง​เมือง​โปทิโอลี​ประมาณ​ปี ค.ศ. 59 ก่อน​หน้า​นี้​เรือ​แวะ​ที่​เมือง​เรยีอูม (ปัจจุบัน​เรียก​ว่า เรกจิโอ ดิ กาลา​เบรี​ย) ซึ่ง​เป็น​เมือง​ท่า​ที่​ตั้ง​อยู่​ทาง​ใต้​สุด​ของ​อิตาลี ตรง​ข้าม​กับ​เกาะ​ซิซิลี เมือง​เรยีอูม​อยู่​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ของ​เมือง​โปทิโอลี​ห่าง​ออก​ไป​ประมาณ 320 กม. พี่​น้อง​คริสเตียน​ใน​เมือง​โปทิโอลี​อ้อน​วอน​เปาโล​กับ​เพื่อ​ร่วม​เดิน​ทาง​ของ​เขา​ให้​พัก​อยู่​ที่​นั่น​ต่อ​อีก 1 อาทิตย์ นี่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​ถึง​แม้​เปาโล​จะ​เป็น​นัก​โทษ แต่​เขา​ก็​ยัง​มี​อิสระ​อยู่​บ้าง—ดูภาค​ผนวก ข​13

แล้ว​พวก​เรา​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​โรม: การ​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​โปทิโอลี​ไป​กรุง​โรม​อาจ​ต้อง​ใช้​เวลา​นาน​ถึง 1 อาทิตย์ เพราะ​สอง​เมือง​นี้​อยู่​ห่าง​กัน 245 กม. เปาโล​กับ​เพื่อน​ของ​เขา​น่า​จะ​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​โปทิโอลี​ไป​เมือง​คาปัว​ก่อน แล้ว​จาก​นั้น​ก็​ค่อย​เดิน​ทาง​อีก 212 กม. ไป​ถึง​กรุง​โรม​โดย​ใช้​ทาง​หลวง​แอปเปียน (ภาษา​ละติน Via Appia) ทาง​หลวง​แอปเปียน​ตั้ง​ชื่อ​ตาม​อัปปีอัส คลาวดิอัส แคคัส รัฐบุรุษ​ชาว​โรมัน​ที่​เริ่ม​สร้าง​ถนน​สาย​นี้​ตั้ง​แต่​ปี 312 ก่อน ค.ศ. ทาง​หลวง​นี้​เชื่อม​ระหว่าง​โรม​กับ​เมือง​ท่า​บรุนดิเซียม (ปัจจุบัน​เรียก​ว่า​บรินดิซี) ซึ่ง​เป็น​ประตู​สู่​ทิศ​ตะวัน​ออก ถนน​นี้​ส่วน​ใหญ่​ปู​ด้วย​หิน​ภูเขา​ไฟ​ก้อน​ใหญ่ แต่​ละ​ช่วง​ของ​ถนน​สาย​นี้​มี​ความ​กว้าง​แตกต่าง​กัน บาง​ช่วง​กว้าง​ไม่​ถึง 3 เมตร และ​บาง​ช่วง​ก็​กว้าง​มาก​กว่า 6 เมตร แต่​มาตรฐาน​ทั่ว​ไป​ของ​ถนน​สาย​นี้​ก็​คือ ยาน​หนะ​ใน​สมัย​นั้น​ต้อง​สวน​ทาง​กัน​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​หลบ มี​บาง​ช่วง​ของ​ถนน​เส้น​นี้​ที่​สามารถ​เห็น​ทะเล​เมดิเตอร์เรเนียน​ได้ ถนน​นี้​ยัง​ตัด​ผ่าน​ที่​ลุ่ม​ชื้น​แฉะ​ที่​เรียก​ว่า​ปอนตีเน ซึ่ง​นัก​เขียน​ชาว​โรมัน​คน​หนึ่ง​บ่น​ว่า​มี​ยุง​เยอะ​และ​มี​กลิ่น​เหม็น และ​ตรง​ที่​ลุ่ม​ชื้น​แฉะ​ก็​มี​การ​ขุด​คลอง​เลียบ​ถนน​สาย​นี้​ด้วย ตอน​ที่​น้ำ​ท่วม​ถนน​นัก​เดิน​ทาง​ก็​จะ​ใช้​เรือ​ล่อง​ไป​ตาม​คลอง​แทน ไม่​ไหล​จาก​ที่​ลุ่ม​ชื้น​แฉะ​นี้​ไป​ทาง​เหนือ​ก็​มี​ตลาด​อัปปีอัส ซึ่ง​ตลาด​นี้​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​โรม​ประมาณ 65 กม. และ​มี​บ้าน​สาม​โรงแรม​ที่​เป็น​จุด​แวะ​พัก​ซึ่ง​ห่าง​จาก​โรม​ประมาณ 50 กม.

ตลาด​อัปปีอัส: ภาษา​ละติน Appii Forum ตลาด​นี้​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​โรม​ไป​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ประมาณ 65 กม. และ​เป็น​จุด​แวะ​พัก​บน​ทาง​หลวง​แอปเปียน​ที่​มี​ชื่อเสียง ซึ่ง​ทาง​หลวง​นี้​วิ่ง​จาก​กรุง​โรม​ไป​ถึง​เมือง​บรุนดิเซียม (ปัจจุบัน​เรียก​ว่า​บรินดิซี) โดย​ผ่าน​ทาง​เมือง​คาปัว ทั้ง​ถนน​และ​ตลาด​นี้​ตั้ง​ชื่อ​ตาม​อัปปีอัส คลาวดิอัส แคคัส ที่​สร้าง​ถนน​นี้​ใน​ศตวรรษ​ที่ 4 ก่อน ค.ศ. หลัง​จาก​เดิน​ทาง​เกือบ​ทั้ง​วัน​ออก​จาก​กรุง​โรม พวก​นัก​เดิน​ทาง​ก็​จะ​มา​แวะ​พัก​ที่​ตลาด​นี้​เป็น​ที่​แรก ที่​นี่​จึง​กลาย​มา​เป็น​ศูนย์กลาง​การ​ค้า​ที่​มี​คน​ขวักไขว่​และ​เป็น​ตลาด นอก​จาก​ตลาด​แล้ว​ที่​นั่น​ก็​ยัง​มี​คลอง​ที่​ขนาน​กับ​ถนน​ซึ่ง​ตัด​ผ่าน​ที่​ลุ่ม​ชื้น​แฉะ​ที่​เรียก​ว่า​ปอนตีเน ว่า​กัน​ว่า​พวก​นัก​เดิน​ทาง​จะ​นั่ง​เรือ​ไป​ตาม​คลอง​นี้​ใน​ตอน​กลางคืน​โดย​มี​ล่อ​ลาก​จูง ฮอเรซ​กวี​ชาว​โรมัน​ได้​กล่าว​ถึง​ความ​ไม่​สะดวก​สบาย​ของ​การ​เดิน​ทาง​แบบ​นั้น​ว่า​มี​แต่​กบ​กับ​ตัว​ริ้น​ที่​น่า​รำคาญ​และ​บอก​ว่า​ตลาด​อัปปีอัส “เต็ม​ไป​ด้วย​คน​พาย​เรือ​กับ​เจ้า​ของ​โรม​แรม​ขี้​เหนียว” (Satires, I, V, 1-6) ถึง​แม้​จะ​ไม่​สะดวก​สบาย​แบบ​นี้ แต่​พี่​น้อง​จาก​กรุง​โรม​ก็​ยินดี​มา​รอ​เปาโล​กับ​เพื่อน​ร่วม​เดิน​ทาง​ของ​เขา​ที่​นั่น​เพื่อ​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ส่ง​พวก​เขา​จน​ถึง​กรุง​โรม​อย่าง​ปลอด​ภัย ใน​ปัจจุบัน​ตลาด​นี้​มี​ชื่อ​ว่า​โฟโร อัปปิโอ และ​ที่​ตั้ง​ของ​ตลาด​นี้​มี​จุด​สังเกต​คือ​หมู่​บ้าน​เล็ก ๆ ที่​ชื่อ​ว่า​บอร์โก เฟติ ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​บน​ทาง​หลวง​แอปเปียน—ดูภาค​ผนวก ข​13

บ้าน​สาม​โรงแรม: คำ​ละติน​คือ Tres Tabernas มี​การ​พูด​ถึง​บ้าน​สาม​โรงแรม​ใน​งาน​เขียน​อื่น ๆ ใน​สมัย​โบราณ​ด้วย บ้าน​สาม​โรงแรม​ตั้ง​อยู่​บน​ทาง​หลวง​แอปเปียน และ​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​โรม​ไป​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้​ประมาณ 50 กม. และ​อยู่​ห่าง​จาก​ตลาด​อัปปีอัส​ประมาณ 15 กม. ปัจจุบัน​ยัง​มี​ซาก​ปรัก​หัก​พัง​จาก​ยุค​โรมัน​หลง​เหลือ​อยู่​ตรง​บริเวณ​นั้น—ดูภาค​ผนวก ข​13

ซีซาร์: หรือ “จักรพรรดิ” จักรพรรดิ​โรมัน​ที่​ปกครอง​ตอน​นั้น​คือ​เนโร เขา​ปกครอง​ตั้ง​แต่​ปี ค.ศ. 54 ถึง ค.ศ. 68 ซึ่ง​ใน​ปี ค.ศ. 68 เนโร​ฆ่า​ตัว​ตาย​ตอน​ที่​อายุ 31 ปี ใน​กิจการ​บท 25 ถึง 28 ทุก​ครั้ง​ที่​พูด​ถึง​ซีซาร์​ก็​จะ​หมาย​ถึง​เนโร—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 22:17; กจ 17:7 และส่วน​อธิบาย​ศัพท์

นิกาย: มา​จาก​คำ​กรีก ไฮเระซิส ซึ่ง​น่า​จะ​มี​ความ​หมาย​เดิม​ว่า “การ​เลือก” และ​ใน​ฉบับ​เซปตัวจินต์ ก็​ใช้​คำ​นี้​ใน​ความ​หมาย​นี้​ที่ ลนต 22:18 ที่​นั่น​พูด​ถึง​ชาว​อิสราเอล​ที่​ถวาย​เครื่อง​บูชา “ตาม​ที่​พวก​เขา​เลือก” ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก​ใช้​คำ​นี้​เพื่อ​หมาย​ถึง​กลุ่ม​คน​ที่​ยึด​ถือ​ความ​คิด​เห็น​หรือ​หลัก​คำ​สอน​บาง​อย่าง มี​การ​ใช้​คำ​นี้​กับ 2 นิกาย​ใหญ่ ๆ ของ​ศาสนา​ยิว​คือ​ฟาริสี​กับ​สะดูสี (กจ 5:17; 15:5; 26:5) คน​ที่​ไม่​ใช่​คริสเตียน​เรียก​ศาสนา​คริสต์​ว่า “นิกาย” หรือ “นิกาย​ของ​ชาว​นาซาเร็ธ” เพราะ​พวก​เขา​อาจ​มอง​ว่า​ศาสนา​คริสต์​แตก​ออก​มา​จาก​ศาสนา​ยิว (กจ 24:5, 14; 28:22) คำ​กรีก ไฮเระซิส ยัง​ใช้​เพื่อ​หมาย​ถึง​กลุ่ม​ต่าง ๆ ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ประชาคม​คริสเตียน พระ​เยซู​เน้น​ว่า​สาวก​ของ​ท่าน​ต้อง​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน​และ​ท่าน​อธิษฐาน​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​นี้ (ยน 17:21) และ​พวก​อัครสาวก​ก็​พยายาม​อย่าง​มาก​เพื่อ​ให้​ประชาคม​คริสเตียน​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน​ด้วย (1คร 1:10; ยด 17-19) ถ้า​พี่​น้อง​ใน​ประชาคม​แตก​แยก​กัน​เป็น​กลุ่ม ๆ พวก​เขา​ก็​จะ​ไม่​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน ดัง​นั้น คำ​กรีก ไฮเระซิส ที่​ใช้​ใน​พระ​คัมภีร์​จึง​มี​ความ​หมาย​ใน​แง่​ลบ​หมาย​ถึง​การ​แตก​เป็น​กลุ่ม ๆ หรือ​การ​แยก​ออก​เป็น​นิกาย​ต่าง ๆ การ​แตก​แยก​ทาง​ความ​เชื่อ​แบบ​นี้​ทำ​ให้​เกิด​การ​โต้​เถียง ความ​ขัด​แย้ง และ​การ​เป็น​ศัตรู​กัน (เทียบ​กับ กจ 23:7-10) ประชาคม​คริสเตียน​จึง​ต้อง​ไม่​แตก​แยก​เป็น​นิกาย​ต่าง ๆ เพราะ​นั่น​เป็น “การ​กระทำ​ที่​เกิด​จาก​ความ​ต้องการ​ของ​ร่าง​กาย​ที่​มี​บาป”—กท 5:19-21; 1คร 11:19; 2ปต 2:1

อธิบาย​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อย่าง​ละเอียด: มี​การ​พบ​คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “พยาน” (มาร์ทูส) “เป็น​พยาน​ยืน​ยัน” (มาร์ทูเระโอ) และ “ประกาศ . . . ให้​ทั่ว​ถึง” (เดียมาร์ทูรอไม) และ​คำ​อื่น ๆ ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​เป็น​พยาน​ใน​หนังสือ​กิจการ​มาก​เป็น​อันดับ​สอง​รอง​จาก​หนังสือ​ยอห์น (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 1:7; กจ 1:8) การ​เป็น​พยาน​และ​การ​ประกาศ​อย่าง​ทั่ว​ถึง​เกี่ยว​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​พระเจ้า ซึ่ง​รวม​ถึง​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระองค์​และ​บทบาท​ของ​พระ​เยซู​เป็น​เรื่อง​หลัก​ที่​อยู่​ใน​หนังสือ​กิจการ​ตลอด​ทั้ง​เล่ม—กจ 2:32, 40; 3:15; 4:33; 5:32; 8:25; 10:39; 13:31; 18:5; 20:21, 24; 22:20; 23:11; 26:16

เป็น​พยาน: เมื่อ​เทียบ​กับ​หนังสือ​ข่าว​ดี​เล่ม​อื่น​ ๆ ​รวม​กัน ยอห์น​ใช้​คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “พยาน” (มาร์ทูเรีย) มาก​กว่า 2 เท่า และ​เขา​ยัง​ใช้​คำ​กริยา​กรีก​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กัน​ซึ่ง​แปล​ว่า​ให้​หลักฐาน​ยืน​ยัน (มาร์ทูเระโอ) ถึง 39 ครั้ง ใน​ขณะ​ที่​หนังสือ​ข่าว​ดี​อีก 3 เล่ม​ใช้​แค่ 2 ครั้ง (มธ 23:31; ลก 4:22) มี​การ​ใช้​คำ​กริยา​กรีก​นี้​กับ​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพติศมา​บ่อย​ครั้ง​จน​ทำ​ให้​บาง​คน​คิด​ว่า​น่า​จะ​เรียก​เขา​ว่า “ยอห์น​ผู้​เป็น​พยาน” (ยน 1:8, 15, 32, 34; 3:26; 5:33) หนังสือ​ข่าว​ดี​ของ​ยอห์น​ยัง​ใช้​คำ​กริยา​กรีก​นี้​บ่อย​ ๆ ​ด้วย​เมื่อ​พูด​ถึง​งาน​รับใช้​ของ​พระ​เยซู​โดย​มัก​จะ​บอก​ว่า​ท่าน “เป็น​พยาน” (ยน 8:14, 17, 18) คำ​พูด​ที่​พระ​เยซู​พูด​กับ​ปอนทิอัส​ปีลาต​ก็​เน้น​เรื่อง​นี้​อย่าง​ชัดเจน ท่าน​บอก​ว่า “เหตุ​ผล​ที่​ผม​เกิด​มา​และ​เข้า​มา​ใน​โลก​ก็​เพื่อ​เป็น​พยาน​ยืน​ยัน​ความ​จริง” (ยน 18:37) ใน​วิวรณ์​ที่​ยอห์น​ได้​รับ มี​การ​เรียก​พระ​เยซู​ว่า “พยาน​ที่​ซื่อ​สัตย์” และ “พยาน​ที่​ซื่อ​สัตย์​และ​พูด​ความ​จริง​เสมอ”—วว 1:5; 3:14

พยาน​ของ​ผม: เนื่อง​จาก​สาวก​รุ่น​แรก​ของ​พระ​เยซู​เป็น​ชาว​ยิว​ที่​ซื่อ​สัตย์ พวก​เขา​จึง​เป็น​พยาน​ของ​พระ​ยะโฮวา​อยู่​แล้ว และ​พวก​เขา​ยืน​ยัน​ว่า​พระ​ยะโฮวา​เป็น​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​เดียว (อสย 43:10-12; 44:8) แต่​ตอน​นี้​พวก​เขา​ต้อง​เป็น​ทั้ง​พยาน​ของ​พระ​ยะโฮวา​และ ​ของ​พระ​เยซู พวก​เขา​ต้อง​ทำ​ให้​ผู้​คน​รู้​ว่า​พระ​เยซู​มี​บทบาท​สำคัญ​มาก​ใน​การ​ทำ​ให้​ชื่อ​ของ​พระ​ยะโฮวา​เป็น​ที่​เคารพ​นับถือ​โดย​ทาง​รัฐบาล​เมสสิยาห์ ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ใหม่​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​พระเจ้า มี​การ​พบ​คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “พยาน” (มา​ร์​ทู​ส) “เป็น​พยาน​ยืน​ยัน” (มาร์ทูเระโอ) และ “ประกาศ . . . ให้​ทั่ว​ถึง” (เดียมาร์ทูรอไม) และ​คำ​อื่น ๆ ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​เป็น​พยาน​ใน​หนังสือ​กิจการ​มาก​เป็น​อันดับ​สอง​รอง​จาก​หนังสือ​ยอห์น (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 1:7) การ​เป็น​พยาน​และ​การ​ประกาศ​อย่าง​ทั่ว​ถึง​เกี่ยว​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​พระเจ้า ซึ่ง​รวม​ถึง​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระองค์​และ​บทบาท​ของ​พระ​เยซู​เป็น​เรื่อง​หลัก​ที่​อยู่​ใน​หนังสือ​กิจการ​ตลอด​ทั้ง​เล่ม (กจ 2:32, 40; 3:15; 4:33; 5:32; 8:25; 10:39; 13:31; 18:5; 20:21, 24; 22:20; 23:11; 26:16; 28:23) คริสเตียน​บาง​คน​ใน​ศตวรรษ​แรก​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​เกี่ยว​กับ​ชีวิต ความ​ตาย และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู และ​พวก​เขา​ได้​ยืน​ยัน​ว่า​เรื่อง​ทั้ง​หมด​นี้​เป็น​ความ​จริง (กจ 1:21, 22; 10:40, 41) ส่วน​คน​ที่​เข้า​มา​เชื่อ​พระ​เยซู​ที​หลัง​ก็​เป็น​พยาน​ของ​พระ​เยซู​ใน​แง่​ที่​ว่า​พวก​เขา​ประกาศ​ให้​คน​อื่น​รู้​ว่า​ชีวิต ความ​ตาย และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู​สำคัญ​อย่าง​ไร—กจ 22:15; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 18:37

ข่าว​เรื่อง​ความ​รอด​จาก​พระเจ้า: หรือ “วิธี​ช่วย​ให้​รอด​ของ​พระเจ้า” คำ​กรีก โซเทริออน อาจ​ไม่​ได้​หมาย​ถึง​แค่​ความ​รอด แต่​หมาย​ถึง​วิธี​ช่วย​ให้​รอด​ด้วย (ลก 2:30; 3:6) นอก​จาก​นั้น ยัง​อาจ​หมาย​ถึง​ข่าวสาร​เกี่ยว​กับ​วิธี​ที่​พระเจ้า​จะ​ช่วย​มนุษย์​ให้​รอด

สำเนา​พระ​คัมภีร์​ภาษา​กรีก​ใน​ยุค​หลัง​บาง​ฉบับ​และ​ฉบับ​แปล​บาง​ฉบับ​มี​ข้อ​ความ​ว่า “เมื่อ​เปาโล​ได้​กล่าว​คำ​เหล่า​นี้​เสร็จ​แล้ว พวก​ยิว​ก็​ได้​จาก​ไป และ​ได้​เถียง​กัน​เป็น​การ​ใหญ่” แต่​ข้อ​ความ​นี้​ไม่​มี​ใน​สำเนา​พระ​คัมภีร์​ที่​เก่าแก่​ที่​สุด​และ​น่า​เชื่อถือ​ที่​สุด และ​ดู​เหมือน​ไม่​เคย​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ข้อ​ความ​ต้น​ฉบับ​ของ​หนังสือ​กิจการ—ดูภาค​ผนวก ก​3

เปาโล​จึง​อยู่​ใน​บ้าน​เช่า​ของ​เขา​ตลอด 2 ปี: ใน​ช่วง 2 ปี​นี้​เปาโล​เขียน​จดหมาย​ถึง​พี่​น้อง​ที่​เมือง​เอเฟซัส (อฟ 4:1; 6:20) พี่​น้อง​ที่​เมือง​ฟีลิปปี (ฟป 1:7, 12-14) ที่​เมือง​โคโลสี (คส 4:18) เขียน​ถึง​ฟีเลโมน (ฟม 9) และ​น่า​จะ​เขียน​ถึง​พี่​น้อง​ที่​เป็น​ชาว​ฮีบรู​ด้วย เปาโล​น่า​จะ​ถูก​ปล่อย​ตัว​ประมาณ​ปี ค.ศ. 61 ซึ่ง​น่า​จะ​เป็น​ตอน​ที่​เขา​ถูก​พิจารณา​คดี​ต่อ​หน้า​จักรพรรดิ​เนโร​หรือ​ตัว​แทน​ของ​จักรพรรดิ และ​ถูก​ตัดสิน​ว่า​ไม่​มี​ความ​ผิด หลัง​จาก​ถูก​ปล่อย​ตัว​เปาโล​ก็​ยัง​ทำ​งาน​รับใช้​อย่าง​ขยัน​ขันแข็ง และ​น่า​จะ​เป็น​ช่วง​นั้น​ที่​เขา​เดิน​ทาง​ไป​ประกาศ​ที่​สเปน​ตาม​ที่​วาง​แผน​ไว้ (รม 15:28) เคลเมนต์​แห่ง​โรม​ได้​เขียน​ไว้​ประมาณ​ปี ค.ศ. 95 ว่า​เปาโล​เดิน​ทาง​ถึง “สุด​เขต​แดน​ตะวัน​ตก” ซึ่ง​ก็​คือ​สุด​เขต​แดน​ของ​จักรวรรดิ​โรม จาก​จดหมาย 3 ฉบับ​ของ​เปาโล​ที่​เขียน​หลัง​จาก​ถูก​ปล่อย​ตัว (1 และ 2 ทิโมธี และ​ทิตัส) ทำ​ให้​รู้​ว่า​เขา​อาจ​ไป​ที่​เกาะ​ครีต เอเฟซัส มาซิโดเนีย มิเลทัส นิโคโปลิส และ​โตรอัส (1ทธ 1:3; 2ทธ 4:13; ทต 1:5; 3:12) นัก​วิชาการ​ด้าน​คัมภีร์​ไบเบิล​บาง​คน​คิด​ว่า​เปาโล​ถูก​จับ​ตัว​อีก​ครั้ง​ที่​เมือง​นิโคโปลิส​ประเทศ​กรีซ​และ​ถูก​ส่ง​ตัว​ไป​คุม​ขัง​ที่​กรุง​โรม​อีก​ครั้ง​ประมาณ​ปี ค.ศ. 65 แต่​ครั้ง​นี้​ดู​เหมือน​เนโร​ไม่​ได้​แสดง​ความ​เมตตา​เหมือน​ครั้ง​ก่อน ก่อน​หน้า​นั้น 1 ปี​มี​ไฟ​ไหม้​ครั้ง​ใหญ่​ใน​กรุง​โรม ทาซิทุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​โรมัน​บอก​ว่า​เนโร​กล่าวหา​ว่า​พวก​คริสเตียน​เป็น​คน​ทำ และ​เนโร​ก็​เริ่ม​ข่มเหง​คริสเตียน​อย่าง​เหี้ยม​โหด ตอน​ที่​เปา​เขียน​จดหมาย​ฉบับ​ที่ 2 ถึง​ทิโมธี​ซึ่ง​เป็น​ฉบับ​สุด​ท้าย เขา​ก็​รู้​ว่า​อีก​ไม่​นาน​เขา​จะ​ถูก​ประหาร เขา​เลย​ขอ​ให้​ทิโมธี​และ​มาระโก​รีบ​มา​หา ใน​ช่วง​นั้น​ลูกา​และ​โอเนสิโฟรัส​แสดง​ความ​กล้า​หาญ พวก​เขา​เสี่ยง​ชีวิต​ไป​เยี่ยม​เปาโล​และ​ให้​กำลังใจ​เขา (2ทธ 1:16, 17; 4:6-9, 11) เปาโล​น่า​จะ​ถูก​ประหาร​ประมาณ​ปี ค.ศ. 65 ไม่​ว่า​ตอน​ที่​มี​ชีวิต​อยู่​หรือ​ตอน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว เปาโล​ก็​เป็น​พยาน​เกี่ยว​กับ “สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​สอน​และ​ทำ​ทั้ง​หมด​ตั้ง​แต่​ต้น”—กจ 1:1

ประกาศ: คำ​กรีก​นี้​มี​ความ​หมาย​หลัก​ว่า “ป่าว​ประกาศ​ใน​ฐานะ​ผู้​ส่ง​ข่าว​อย่าง​เปิด​เผย” คำ​นี้​เน้น​ลักษณะ ​ของ​การ​ประกาศ​ว่า​มัก​เป็น​การ​พูด​อย่าง​เปิด​เผย​ให้​สาธารณชน​รู้ ไม่​ใช่​การ​เทศน์​ให้​คน​แค่​กลุ่ม​หนึ่ง​ฟัง หัวข้อ​หลัก​ของ​การ​ประกาศ​นี้​คือ​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า ใน​หนังสือ​กิจการ​มี​คำ​ว่า “รัฐบาล​ของ​พระเจ้า” อยู่ 6 ครั้ง ครั้ง​แรก​อยู่​ที่ กจ 1:3 ซึ่ง​ที่​นั่น​บอก​ว่า​พระ​เยซู​พูด​เกี่ยว​กับ​รัฐบาล​นี้​ใน​ช่วง 40 วัน​หลัง​จาก​ที่​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​ก่อน​ที่​จะ​กลับ​ไป​สวรรค์ รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​ก็​ยัง​เป็น​หัวเรื่อง​หลัก​ที่​พวก​อัครสาวก​ประกาศ​ด้วย—กจ 8:12; 14:22; 19:8; 28:23

อย่าง​กล้า​หาญ​และ​มั่น​ใจ: หรือ “อย่าง​ไม่​กลัว” มา​จาก​คำ​กรีก พาร์เรเซีย ซึ่ง​อาจ​แปล​ได้​ด้วย​ว่า “พูด​อย่าง​กล้า​หาญ” (กจ 4:13) คำ​นี้​และ​คำ​กริยา​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กัน​คือ พาร์เรซิอาศอไม มี​หลาย​ครั้ง​ใน​หนังสือ​กิจการ และ​มัก​แปล​ว่า “ประกาศ​อย่าง​กล้า​หาญ (ด้วย​ความ​กล้า​หาญ), พูด​อย่าง​กล้า​หาญ” หนังสือ​กิจการ​ที่​ลูกา​เขียน​ตลอด​ทั้ง​เล่ม​ทำ​ให้​เห็น​ว่า​ลักษณะ​เด่น​ของ​งาน​ประกาศ​ของ​คริสเตียน​ยุค​แรก​คือ​ความ​กล้า​หาญ—กจ 4:29, 31; 9:27, 28; 13:46; 14:3; 18:26; 19:8; 26:26

โดย​ไม่​มี​ใคร​ขัด​ขวาง: หรือ “อย่าง​อิสระ” หนังสือ​กิจการ​จบ​ลง​ด้วย​คำ​พูด​ที่​ให้​กำลังใจ​นี้ ถึง​แม้​จะ​ถูก​คุม​ขัง​อยู่​ใน​บ้าน​แต่​เปาโล​ก็​ประกาศ​และ​สอน​อย่าง​เปิด​เผย ไม่​มี​อะไร​มา​ขัด​ขวาง​การ​ประกาศ​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​ใน​กรุง​โรม​ได้ นี่​เป็น​ตอน​จบ​ที่​น่า​ประทับใจ​ของ​หนังสือ​กิจการ ซึ่ง​ทำ​ให้​เห็น​ว่า​พลัง​บริสุทธิ์​ได้​ช่วย​คริสเตียน​ใน​ศตวรรษ​แรก​อย่าง​ไร​ให้​เริ่ม​ต้น​งาน​ประกาศ​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ที่​สุด​ใน​ประวัติศาสตร์​เพื่อ​ให้​ข่าว​ดี​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า​แพร่​ออก​ไป “จน​ถึง​สุด​ขอบ​โลก”—กจ 1:8

วีดีโอและรูปภาพ

การ​สร้าง​ถนน​ของ​ชาว​โรมัน
การ​สร้าง​ถนน​ของ​ชาว​โรมัน

เครือข่าย​ถนน​ของ​โรมัน​ช่วย​คริสเตียน​ใน​ยุค​แรก​ให้​ประกาศ​ข่าว​ดี​ไป​ทั่ว​จักรวรรดิ อัครสาวก​เปาโล​คง​ต้อง​เดิน​ทาง​ไกล​โดย​ใช้​ถนน​เหล่า​นี้​แน่​ ๆ (คส 1:23) ภาพ​นี้​แสดง​ให้​เห็น​วิธี​ที่​ชาว​โรมัน​สร้าง​ถนน​ที่​ปู​ด้วย​หิน ก่อน​อื่น​จะ​มี​การ​กำหนด​แนว​ถนน จาก​นั้น​ก็​จะ​ขุด​ร่อง​ถนน​และ​ถม​ร่อง​เป็น​ชั้น​ ๆ ​ด้วย​หิน ปูน และ​ทราย จาก​นั้น คน​งาน​จะ​ปู​ผิว​ถนน​ด้วย​แผ่น​หิน​ขนาด​ใหญ่ แล้ว​จะ​ใส่​ขอบ​หิน​ด้าน​ข้าง​เพื่อ​ไม่​ให้​ผิว​ถนน​เคลื่อน​ที่​หรือ​หลุด ทั้ง​วัสดุ​ที่​ใช้​และ​ความ​โค้ง​ของ​ผิว​ถนน​ช่วย​ระบาย​น้ำ​ออก​จาก​ถนน มี​การ​เจาะ​ช่อง​ระบาย​น้ำ​เป็น​ระยะ​ ๆ ​เพื่อ​ให้​น้ำ​ไหล​ลง​ร่อง​ระบาย​น้ำ​ที่​อยู่​ด้าน​ข้าง ชาว​โรมัน​สร้าง​ถนน​ได้​ดี​มาก​จน​บาง​สาย​ยัง​อยู่​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้ แต่​ถนน​ส่วน​ใหญ่​ใน​จักรวรรดิ​โรมัน​ไม่​ได้​สร้าง​อย่าง​ดี​ขนาด​นี้ ถนน​ส่วน​ใหญ่​ทำ​มา​จาก​หิน​ก้อน​เล็ก​ ๆ ​ที่​อัด​แน่น

กรุง​โรม
กรุง​โรม

กรุง​โรม​ซึ่ง​เป็น​เมือง​หลวง​ของ​จักรวรรดิ​โรมัน​ตั้ง​อยู่​ริม​แม่น้ำ​ไทเบอร์ กรุง​นี้​สร้าง​ขึ้น​ใน​พื้น​ที่​ที่​มี​เนิน​เขา 7 ลูก เมื่อ​จักรวรรดิ​นี้​รุ่งเรือง​ขึ้น​เมือง​หลวง​ก็​ใหญ่​ขึ้น พอ​ถึง​ช่วง​กลาง​ศตวรรษ​แรก กรุง​โรม​น่า​จะ​มี​คน​อาศัย​อยู่​ประมาณ 1 ล้าน​คน​และ​มี​ชุมชน​ชาว​ยิว​ขนาด​ใหญ่​ด้วย คริสเตียน​กลุ่ม​แรก​ใน​กรุง​โรม​น่า​จะ​เป็น​ชาว​ยิว​และ​คน​ที่​เปลี่ยน​มา​นับถือ​ศาสนา​ยิว​ซึ่ง​เคย​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​ใน​ช่วง​เทศกาล​เพ็นเทคอสต์ ปี ค.ศ. 33 และ​ได้​ยิน​ข่าว​ดี​จาก​อัครสาวก​เปโตร​และ​สาวก​คน​อื่น​ ๆ สาวก​ใหม่​เหล่า​นี้​คง​ต้อง​นำ​ข่าว​ดี​กลับ​ไป​กรุง​โรม​ด้วย (กจ 2:10) ใน​จดหมาย​ที่​เปาโล​เขียน​ถึง​คริสเตียน​ใน​กรุง​โรม​ประมาณ​ปี ค.ศ. 56 เขา​บอก​ว่า​ความ​เชื่อ​ของ​สาวก​ที่​นั่น “เป็น​ที่​เลื่อง​ลือ​ไป​ทั่ว​โลก” (รม 1:7, 8) วีดีโอ​นี้​แสดง​ภาพ​จำลอง​อาคาร​สำคัญ​ต่าง​ ๆ ​ใน​กรุง​โรม​สมัย​เปาโล

1. ทาง​หลวง​แอปเปียน

2. เซอร์​คัส แม็ก​ซิ​มัส

3. เขา​พา​เล​ติ​เน และ​วัง​ของ​ซีซาร์

4. วิหาร​ของ​ซีซาร์

5. โรง​ละคร

6. วิหาร​ของ​เทพเจ้า

7. แม่น้ำ​ไทเบอร์

ทาง​หลวง​แอปเปียน
ทาง​หลวง​แอปเปียน

ภาพ​นี้​แสดง​ให้​เห็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ทาง​หลวง​แอปเปียน หรือ​เวีย อัป​เปีย​ที่​ยัง​หลง​เหลือ​อยู่​ใน​ประเทศ​อิตาลี ถึง​แม้​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ไม่​ได้​พูด​ถึง​ชื่อ​ถนน​นี้​ตรง​ ๆ แต่​ถนน​สาย​นี้​น่า​จะ​เป็น​ทาง​หลวง​ที่​เปาโล​ใช้​เพื่อ​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​โรม ถนน​ช่วง​แรก​สร้าง​ใน​ปี 312 ก่อน ค.ศ. และ​การ​ก่อ​สร้าง​ก็​ดำเนิน​ต่อ​ไป จน​พอ​ถึง​ปี 244 ก่อน ค.ศ. ทาง​หลวง​แอปเปียน​ก็​กลาย​เป็น​เส้น​ทาง​ระหว่าง​กรุง​โรม​กับ​บรุนดิเซียม (ดู​แผนที่) ตอน​พี่​น้อง​จาก​กรุง​โรม​เดิน​ทาง​ไป​ทาง​ใต้​เพื่อ​ไป​หา​เปาโล พวก​เขา​ไป​รอ​เจอ​เปาโล​ที่​บ้าน​สาม​โรงแรม​และ​ตลาด​อัปปีอัส​ที่​อยู่​บน​ทาง​หลวง​แอปเปียน (กจ 28:15) ตลาด​อัปปีอัส​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​โรม​ประมาณ 65 กม. และ​บ้าน​สาม​โรงแรม​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​โรม​ประมาณ 50 กม.

1. กรุง​โรม

2. บ้าน​สาม​โรงแรม

3. ตลาด​อัปปีอัส

4. ทาง​หลวง​แอปเปียน

5. บรุนดิเซียม (ปัจจุบัน​เรียก​ว่า​บ​ริน​ดิ​ซี)

เปาโลถูกกักขังอยู่ในบ้าน
เปาโลถูกกักขังอยู่ในบ้าน

ใน​ช่วง​ที่​ถูก​กัก​ขัง​ครั้ง​แรก​ใน​กรุง​โรม อัครสาวก​เปาโล​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​อยู่​ใน​บ้าน​เช่า​โดย​มี​ทหาร​ยาม​คน​หนึ่ง​คอย​เฝ้า (กจ 28:16, 30) ทหาร​โรมัน​มัก​เอา​โซ่​ล่าม​นัก​โทษ​ไว้ ปกติ​แล้ว​จะ​มี​การ​ล่าม​โซ่​ที่​ข้อ​มือ​ขวา​ของ​นัก​โทษ​เข้า​กับ​ข้อ​มือ​ซ้าย​ของ​ทหาร​ยาม นี่​ช่วย​ให้​ทหาร​ยาม​สามารถ​ใช้​มือ​ขวา​ได้​อย่าง​อิสระ เปาโล​พูด​ถึง​การ​ถูก​ล่าม​โซ่​หรือ​ถูก​กัก​ขัง​หลาย​ครั้ง​ใน​จดหมาย​ที่​ได้​รับ​การ​ดล​ใจ​ที่​เขา​เขียน​ใน​ช่วง​ที่​ถูก​กัก​ขัง​ใน​บ้าน​ที่​กรุง​โรม—อฟ 3:1; 4:1; 6:20; ฟป 1:7, 13, 14, 17; คส 4:3, 18; ฟม 1, 9, 10, 13

จักรพรรดิ​เนโร
จักรพรรดิ​เนโร

เหรียญ​ทองคำ​นี้​ทำ​ขึ้น​ประมาณ​ปี ค.ศ. 56-57 และ​มี​ภาพ​ของ​เนโร​ที่​เป็น​จักรพรรดิ​ของ​จักรวรรดิ​โรมัน​ตั้ง​แต่​ปี ค.ศ. 54-68 เนโร​เป็น​ซีซาร์​ที่​เปาโล​ร้อง​เรียน​หลัง​จาก​ที่​เขา​ถูก​จับ​อย่าง​ไม่​ยุติธรรม​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​ถูก​คุม​ขัง​ใน​เมือง​ซีซารียา​ตั้ง​แต่​ประมาณ​ปี ค.ศ. 56-58 ดู​เหมือน​หลัง​จาก​ที่​เปาโล​ติด​คุก​ใน​กรุง​โรม​ครั้ง​แรก​ประมาณ​ปี ค.ศ. 59 เขา​ก็​ถูก​ตัดสิน​ว่า​ไม่​มี​ความ​ผิด​และ​ถูก​ปล่อย​ตัว​ประมาณ​ปี ค.ศ. 61 แต่​ใน​ปี ค.ศ. 64 มี​ไฟ​ไหม้​ใหญ่​ใน​กรุง​โรม​ซึ่ง​กิน​พื้น​ที่ 1 ใน 4 ของ​กรุง​นั้น​และ​บาง​คน​ก็​บอก​ว่า​เนโร​เป็น​คน​ทำ แต่​เนโร​โยน​ความ​ผิด​ไป​ให้​คริสเตียน ทำ​ให้​พวก​เขา​ถูก​รัฐบาล​โรม​ข่มเหง​อย่าง​โหด​ร้าย และ​น่า​จะ​เป็น​ช่วง​เดียว​กัน​นั้น (ค.ศ. 65) ที่​เปาโล​ถูก​ขัง​คุก​ใน​กรุง​โรม​เป็น​ครั้ง​ที่ 2 และ​ถูก​ประหาร