กิจการของอัครสาวก 22:1-30

22  “พี่​น้อง​ครับ ขอ​ฟัง​ผม​อธิบาย​หน่อย”+  เมื่อ​ฝูง​ชน​ได้​ยิน​เปาโล​พูด​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​ก็​เงียบ​ลง​อีก เปาโล​พูด​ว่า  “ผม​เป็น​คน​ยิว+ เกิด​ที่​เมือง​ทาร์ซัส​ใน​แคว้น​ซิลีเซีย+ แต่​ผม​มา​เรียน​กับ​กามาลิเอล+ใน​เมือง​นี้​แหละ ผม​ได้​รับ​การ​อบรม​ตาม​กฎ​ของ​บรรพบุรุษ​อย่าง​เคร่งครัด+ และ​ผม​เอง​ก็​กระตือรือร้น​ใน​การ​รับใช้​พระเจ้า​เหมือน​กับ​พวก​คุณ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นี่+  ผม​เคย​ข่มเหง​คน​ที่​ถือ​ทาง​นั้น​จน​ถึง​ตาย ผม​จับ​พวก​เขา​ทั้ง​ผู้​ชาย​ผู้​หญิง​มัด​แล้ว​ขัง​คุก​ไว้+  มหา​ปุโรหิต​และ​พวก​ผู้​นำ​ทั้ง​คณะ​เป็น​พยาน​ให้​ผม​ได้​ใน​เรื่อง​นี้ ผม​ยัง​เอา​จดหมาย​จาก​พวก​เขา​ที่​เขียน​ถึง​พวก​พี่​น้อง​ใน​กรุง​ดามัสกัส และ​เดิน​ทาง​ไป​ที่​นั่น​เพื่อ​จับ​คน​ที่​ถือ​ทาง​นั้น​มัด​และ​เอา​ตัว​มา​ลง​โทษ​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม  “ตอน​ที่​ผม​เดิน​ทาง​ใกล้​จะ​ถึง​กรุง​ดามัสกัส ตอน​นั้น​ประมาณ​เที่ยง​วัน อยู่​ดี ๆ ก็​มี​แสง​สว่าง​จ้า​จาก​ฟ้า​ส่อง​มา​ที่​ตัว​ผม+  ผม​ล้ม​ลง​กับ​พื้น​และ​ได้​ยิน​เสียง​พูด​ว่า ‘เซาโล เซาโล คุณ​ข่มเหง​ผม​ทำไม?’  ผม​ถาม​ว่า ‘นาย​ท่าน ท่าน​เป็น​ใคร?’ เสียง​นั้น​ตอบ​ว่า ‘ผม​คือ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​ผู้​ที่​คุณ​ข่มเหง’  คน​ที่​ไป​กับ​ผม​ก็​เห็น​แสง​นั้น​ด้วย​แต่​ไม่​ได้​ยิน​เสียง​ที่​พูด​กับ​ผม+ 10  ผม​ถาม​ว่า ‘นาย​ท่าน ผม​ต้อง​ทำ​อะไร?’ ผู้​เป็น​นาย​บอก​ผม​ว่า ‘ลุก​ขึ้น​และ​เข้า​ไป​ใน​กรุง​ดามัสกัส ที่​นั่น​จะ​มี​คน​บอก​คุณ​ว่า​ต้อง​ทำ​อะไร​บ้าง’+ 11  แสง​จ้า​นั้น​ทำ​ให้​ผม​มอง​อะไร​ไม่​เห็น คน​ที่​ไป​ด้วย​จึง​จูง​มือ​ผม​พา​ไป​กรุง​ดามัสกัส 12  “มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อานาเนีย+ เขา​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ของ​โมเสส​อย่าง​เคร่งครัด ชาว​ยิว​ทุก​คน​ที่​นั่น​พูด​ถึง​เขา​ใน​แง่​ดี 13  เขา​มา​หา​ผม​และ​ยืน​พูด​ข้าง ๆ ผม​ว่า ‘พี่​น้อง​เซาโล ขอ​ให้​คุณ​มอง​เห็น​ได้​อีก’ แล้ว​ใน​ตอน​นั้น​เอง ผม​ก็​มอง​เห็น​เขา+ 14  อานาเนีย​บอก​ว่า ‘พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​เลือก​คุณ​ให้​มา​รู้​ความ​ประสงค์​ของ​พระองค์ และ​ให้​คุณ​ได้​เห็น​ท่าน​ผู้​นั้น​ที่​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า*+ และ​ได้​ยิน​เสียง​จาก​ปาก​ของ​ท่าน​ผู้​นั้น 15  เพราะ​คุณ​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​ของ​ท่าน​ไป​บอก​ทุก​คน​ให้​รู้​เรื่อง​ที่​คุณ​ได้​เห็น​และ​ได้​ยิน+ 16  ตอน​นี้​คุณ​ยัง​รอ​อะไร​อีก? ให้​คุณ​รีบ​รับ​บัพติศมา และ​อธิษฐาน​อ้อน​วอน​ออก​ชื่อ​พระ​เยซู+เพื่อ​ลบ​ล้าง​บาป​ของ​คุณ’+ 17  “พอ​กลับ​กรุง​เยรูซาเล็ม+ ตอน​ที่​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ใน​วิหาร ผม​ก็​เคลิ้ม​ไป 18  และ​เห็น​พระ​เยซู​มา​บอก​ผม​ว่า ‘รีบ​ออก​ไป​จาก​กรุง​เยรูซาเล็ม​เร็ว ๆ เพราะ​ผู้​คน​จะ​ไม่​ยอม​รับ​เรื่อง​ที่​คุณ​ประกาศ​เกี่ยว​กับ​ผม’+ 19  ผม​บอก​ว่า ‘นาย​ท่าน คน​พวก​นี้​รู้​ดี​ว่า​ผม​เคย​จับ​คน​ที่​เชื่อ​ท่าน​ไป​ขัง​คุก​และ​เคย​เฆี่ยน​ตี​พวก​เขา​ตาม​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว+ 20  และ​ตอน​ที่​สเทเฟน​พยาน​ของ​ท่าน​ถูก​ฆ่า ผม​เอง​ก็​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ และ​เห็น​ด้วย​กับ​การ​ทำ​อย่าง​นั้น แถม​ยัง​เฝ้า​เสื้อ​ชั้น​นอก​ของ​คน​พวก​นั้น​ที่​ฆ่า​เขา​ด้วย’+ 21  แต่​ท่าน​บอก​ผม​ว่า ‘ไป​เถอะ ผม​จะ​ใช้​คุณ​ไป​หา​คน​ชาติ​ต่าง ๆ ใน​ดินแดน​ที่​อยู่​ห่าง​ไกล’”+ 22  พอ​ฝูง​ชน​ฟัง​เปาโล​มา​ถึง​ตอน​นี้ พวก​เขา​ก็​ร้อง​ตะโกน​เสียง​ดัง​ขึ้น​มา​ว่า “กำจัด​คน​แบบ​นี้​ไป​จาก​โลก​นี้​เถอะ เขา​สม​ควร​ตาย” 23  พวก​เขา​ร้อง​อื้ออึง โยน​เสื้อ​ชั้น​นอก และ​ซัด​ฝุ่น​ขึ้น​ไป​ใน​อากาศ+ 24  ผู้​บังคับ​กองพัน​จึง​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​เปาโล​เข้า​ไป​ใน​ค่าย​ทหาร​และ​บอก​ให้​สอบสวน​ด้วย​การ​เฆี่ยน​เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​ทำไม​คน​พวก​นี้​ถึง​ตะโกน​ว่า​เปาโล​อย่าง​นั้น 25  แต่​พอ​พวก​เขา​มัด​มือ​มัด​เท้า​เปาโล​ขึง​ไว้​เพื่อ​จะ​เฆี่ยน เปาโล​ถาม​นาย​ร้อย​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ว่า “พวก​คุณ​มี​สิทธิ์​เฆี่ยน​พลเมือง​โรมัน​ที่​ยัง​ไม่​ถูก​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด​หรือ?”+ 26  พอ​นาย​ร้อย​ได้​ยิน​แบบ​นั้น​จึง​ไป​รายงาน​ผู้​บังคับ​กองพัน​ว่า “จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี​ล่ะ​ท่าน? คน​นี้​เป็น​พลเมือง​โรมัน” 27  ผู้​บังคับ​กองพัน​จึง​มา​พูด​กับ​เปาโล​ว่า “บอก​ผม​มา​ซิ คุณ​เป็น​พลเมือง​โรมัน​หรือ?” เปาโล​ตอบ​ว่า “ใช่” 28  ผู้​บังคับ​กองพัน​พูด​ว่า “ผม​ต้อง​จ่าย​เงิน​ตั้ง​เยอะ​เพื่อ​ซื้อ​สิทธิ์​พลเมือง​โรมัน” เปาโล​พูด​ว่า “แต่​ผม​ได้​สิทธิ์​นี้​มา​ตั้ง​แต่​เกิด”+ 29  เมื่อ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น คน​ที่​กำลัง​จะ​สอบสวน​เปาโล​ด้วย​การ​ทรมาน​ก็​ผงะ​ถอย​จาก​เปาโล​ทันที ส่วน​ผู้​บังคับ​กองพัน​ก็​กลัว​เมื่อ​รู้​ว่า​เปาโล​เป็น​พลเมือง​โรมัน​เพราะ​เขา​เป็น​คน​สั่ง​ล่าม​โซ่​เปาโล+ 30  ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น ผู้​บังคับ​กองพัน​อยาก​รู้​ว่า​ทำไม​พวก​ยิว​ถึง​กล่าวหา​เปาโล จึง​ให้​ปลด​โซ่​เปาโล​และ​เรียก​ประชุม​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​สมาชิก​ศาล​แซนเฮดริน​ทุก​คน แล้ว​เอา​ตัว​เปาโล​ลง​ไป​และ​ให้​ยืน​อยู่​กลาง​ที่​ประชุม+

เชิงอรรถ

หรือ “ที่​มี​ความ​ถูก​ต้อง​ชอบธรรม”

ข้อมูลสำหรับศึกษา

ภาษา​ฮีบรู: ใน​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ฮีบรู” เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​ที่​ชาว​ยิว​พูด​กัน (ยน 19:13, 17, 20; กจ 21:40; 22:2; วว 9:11; 16:16) และ​เป็น​ภาษา​ที่​พระ​เยซู​พูด​กับ​เซาโล​ที่​มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส​หลัง​จาก​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​กลับ​ไป​สวรรค์​แล้ว (กจ 26:14, 15) และ​ที่ กจ 6:1 ก็​พูด​ถึง​สาวก 2 กลุ่ม​คือ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​ฮีบรู” และ “สาวก​ที่​พูด​ภาษา​กรีก” ถึง​แม้​ผู้​เชี่ยวชาญ​ด้าน​พระ​คัมภีร์​บาง​คน​บอก​ว่า​ข้อ​พระ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ควร​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​อาราเมอิก” ไม่​ใช่ “ภาษา​ฮีบรู” แต่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ดี​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า​การ​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” ถูก​ต้อง​กว่า ครั้ง​หนึ่ง​ลูกา​บอก​ว่า​เปาโล​พูด​กับ​ชาว​กรุง​เยรูซาเล็ม “เป็น​ภาษา​ฮีบรู” เพราะ​ตอน​นั้น​เปาโล​กำลัง​พูด​กับ​คน​ที่​ศึกษา​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​เขียน​เป็น​ภาษา​ฮีบรู นอก​จาก​นั้น เมื่อ​สำรวจ​ชิ้น​ส่วน​และ​เอกสาร​ใน​ม้วน​หนังสือ​ทะเล​ตาย​ทั้ง​ส่วน​ที่​เป็น​พระ​คัมภีร์​และ​ไม่​ใช่​พระ​คัมภีร์​ที่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู​ก็​พบ​ว่า เอกสาร​เหล่า​นั้น​ส่วน​ใหญ่​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู แสดง​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เป็น​ภาษา​ที่​ใช้​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน นอก​จาก​นั้น เอกสาร​เหล่า​นั้น​บาง​ส่วน​ก็​เขียน​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​ด้วย แสดง​ว่า​ใน​ตอน​นั้น​มี​การ​ใช้​ทั้ง​ภาษา​ฮีบรู​และ​อาราเมอิก ดัง​นั้น ถ้า​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ใช้​คำ​ว่า “ภาษา​ฮีบรู” เขา​ก็​ไม่​น่า​จะ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก​หรือ​ภาษา​ซีเรีย (กจ 21:40; 22:2; เทียบ​กับ กจ 26:14) พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​ที่ 2​พก 18:26 ก็​พูด​ถึง​ทั้ง “ภาษา​อาราเมอิก” และ “ภาษา​ของ​ชาว​ยิว” ซึ่ง​โยเซฟุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​คิด​ว่า​ข้อ​คัมภีร์​นี้​พูด​ถึง 2 ภาษา​ที่​แตกต่าง​กัน คือ​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ภาษา​ฮีบรู (Jewish Antiquities, X, 8 [i, 2]) จริง​อยู่​ที่​บาง​คำ​ใน​ภาษา​อาราเมอิก​และ​ฮีบรู​มี​ความ​คล้ายคลึง​กัน​และ​มี​บาง​คำ​ใน​ภาษา​ฮีบรู​เอา​มา​จาก​ภาษา​อาราเมอิก แต่​ดู​เหมือน​ไม่​มี​เหตุ​ผล​ที่​ผู้​เขียน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​กรีก​จะ​ใช้​คำ​ว่า​ภาษา​ฮีบรู​เพื่อ​หมาย​ถึง​ภาษา​อาราเมอิก

กามาลิเอล: เป็น​อาจารย์​สอน​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​มี​การ​พูด​ถึง 2 ครั้ง​ใน​หนังสือ​กิจการ คือ​ใน​ข้อ​นี้​และ​ที่ กจ 22:3 ผู้​คน​คิด​กัน​ว่า​เขา​เป็น​คน​เดียว​กับ​กามาลิเอล​ผู้​อาวุโส​ที่​พูด​ถึง​ใน​หนังสือ​ทั่ว​ไป​อื่น ๆ กามาลิเอล​เป็น​หลาน​หรือ​อาจ​เป็น​ลูก​ของ​ฮิลเลล​ผู้​อาวุโส​ที่​เป็น​ผู้​ก่อ​ตั้ง​สำนัก​หนึ่ง​ของ​ลัทธิ​ฟาริสี​ที่​มี​ความ​คิด​แบบ​เสรี​นิยม กามาลิเอล​ได้​รับ​ความ​เคารพ​นับถือ​อย่าง​สูง ว่า​กัน​ว่า​เขา​เป็น​คน​แรก​ที่​ได้​ตำแหน่ง​ที่​มี​เกียรติ​ว่า “รับ​บัน” ดัง​นั้น เขา​มี​อิทธิพล​ใน​หมู่​สังคม​ชาว​ยิว​อย่าง​มาก เขา​ได้​สอน​ลูก​หลาน​ของ​ฟาริสี​หลาย​คน เช่น เซาโล​ที่​มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส (กจ 22:3; 23:6; 26:4, 5; กท 1:13, 14) เขา​มัก​จะ​ตี​ความ​กฎหมาย​ของ​โมเสส​และ​ธรรมเนียม​ต่าง ๆ ใน​แบบ​ที่​ไม่​เคร่งครัด​มาก​เหมือน​กับ​พวก​ฟาริสี​คน​อื่น ๆ ตัว​อย่าง​เช่น ว่า​กัน​ว่า​กามาลิเอล​เป็น​คน​ตั้ง​กฎหมาย​ที่​ช่วย​ปก​ป้อง​ภรรยา​จาก​สามี​ที่​ไม่​มี​ศีลธรรม และ​ปก​ป้อง​แม่​ม่าย​จาก​ลูก​ที่​ทำ​ตัว​ไม่​ดี และ​ดู​เหมือน​เขา​จะ​เป็น​คน​สอน​ว่า​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​ยาก​จน​ควร​มี​สิทธิ์​ที่​จะ​เก็บ​ข้าว​ตก​ได้​เหมือน​กับ​ชาว​ยิว​ที่​ยาก​จน การ​เป็น​คน​ประนีประนอม​แบบ​นี้​เห็น​ได้​ชัด​จาก​สิ่ง​ที่​เขา​พูด​ปก​ป้อง​เปโตร​และ​อัครสาวก​คน​อื่น ๆ (กจ 5:35-39) แต่​บันทึก​ของ​พวก​รับบี​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​กามาลิเอล​­ให้​ความ​สำคัญ​กับ​ธรรมเนียม​ของ​รับบี​มาก​กว่า​พระ​คัมภีร์​บริสุทธิ์ ดัง​นั้น คำ​สอน​ของ​เขา​จึง​คล้าย​กับ​พวก​รับบี​ส่วน​ใหญ่​ที่​มี​ชีวิต​อยู่​ก่อน​หน้า​นั้น และ​คล้าย​กับ​พวก​ผู้​นำ​ศาสนา​ใน​สมัย​นั้น—มธ 15:3-9; 2ทธ 3:16, 17; ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “ฟาริสี”; “แซนเฮดริน

กามาลิเอล: เป็น​อาจารย์​สอน​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​มี​การ​พูด​ถึง 2 ครั้ง​ใน​หนังสือ​กิจการ คือ​ใน​ข้อ​นี้​และ​ที่ กจ 5:34—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 5:34

ศาล​แซนเฮดริน: คือ​ศาล​สูง​ของ​ชาว​ยิว​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “ศาล​แซนเฮดริน” หรือ “แซนเฮดริน” (ซูนเอ็ดริออน) มี​ความ​หมาย​ตรง​ตัว​ว่า “นั่ง​ลง​กับ” แม้​มี​การ​ใช้​คำ​นี้​ใน​ความ​หมาย​ทั่ว ๆ ไป​เพื่อ​หมาย​ถึง​ที่​ประชุม​หรือ​การ​ประชุม แต่​ใน​อิสราเอล​คำ​นี้​อาจ​หมาย​ถึง​คณะ​ผู้​พิพากษา​หรือ​ศาล​ที่​ตัดสิน​คดี​ทาง​ศาสนา​ด้วย และ​คำ​กรีก​นี้​ยัง​อาจ​หมาย​ถึง​กลุ่ม​คน​ที่​ประกอบ​กัน​เป็น​ศาล​หรือ​หมาย​ถึง​ตัว​อาคาร​หรือ​ที่​ตั้ง​ของ​ศาล​ก็​ได้—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 5:22 และ​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “แซนเฮดริน”; ดูภาค​ผนวก ข​12 เพื่อ​จะ​เห็น​ตำแหน่ง​ที่​น่า​จะ​เป็น​ศาล​แซนเฮดริน

ผู้​นำ​ทั้ง​คณะ: หรือ “สภา​ผู้​นำ​ทั้ง​คณะ” คำ​กรีก เพร็สบูเทะริออน ที่​ใช้​ใน​ข้อ​นี้​เกี่ยว​ข้อง​กับ​คำ​ว่า เพร็สบูเทะรอส (แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ผู้​ชาย​สูง​อายุ”) ซึ่ง​คัมภีร์​ไบเบิล​มัก​ใช้​เพื่อ​หมาย​ถึง​คน​ที่​มี​ตำแหน่ง​และ​หน้า​ที่​รับผิดชอบ​ใน​ชุมชน​หรือ​ใน​ชาติ ถึง​แม้​คำ​นี้​บาง​ครั้ง​หมาย​ถึง​คน​ที่​อายุ​มาก​กว่า​หรือ​คน​สูง​อายุ (เช่น​ที่ ลก 15:25 และ กจ 2:17) แต่​ก็​มี​ความ​หมาย​ใน​แง่​อื่น​ด้วย ใน​ข้อ​นี้​คำ​ว่า “ผู้​นำ​ทั้ง​คณะ” ดู​เหมือน​หมาย​ถึง​ศาล​แซนเฮดริน​ซึ่ง​เป็น​ศาล​สูง​ของ​ชาว​ยิว​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ศาล​นี้​ประกอบ​ด้วย​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่ ครู​สอน​ศาสนา และ​พวก​ผู้​นำ คัมภีร์​ไบเบิล​มัก​พูด​ถึง​คน 3 กลุ่ม​นี้​พร้อม ๆ กัน—มธ 16:21; 27:41; มก 8:31; 11:27; 14:43, 53; 15:1; ลก 9:22; 20:1; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ลก 22:66

ชาว​นาซาเร็ธ: เป็น​ฉายา​เรียก​พระ​เยซู และ​ต่อ​มา​ก็​ใช้​เรียก​สาวก​ของ​ท่าน​ด้วย (กจ 24:5) เนื่อง​จาก​ชาว​ยิว​หลาย​คน​มี​ชื่อ​ว่า​เยซู จึง​เป็น​เรื่อง​ปกติ​ที่​จะ​เพิ่ม​คำ​เพื่อ​ระบุ​ตัว​ตน ซึ่ง​ตาม​ธรรมเนียม​ใน​สมัย​คัมภีร์​ไบเบิล คำ​ที่​เพิ่ม​เข้า​ไป​ก็​มัก​จะ​เป็น​ถิ่น​เดิม​หรือ​บ้าน​เกิด​ของ​คน​นั้น (2ซม 3:2, 3; 17:27; 23:25-39; นฮม 1:1; กจ 13:1; 21:29) ตอน​พระ​เยซู​เป็น​เด็ก​ท่าน​ใช้​ชีวิต​ส่วน​ใหญ่​ที่​เมือง​นาซาเร็ธ​แคว้น​กาลิลี จึง​เป็น​เรื่อง​ปกติ​ที่​จะ​ใช้​คำ​นี้​ต่อ​ท้าย​ชื่อ​ของ​ท่าน พระ​เยซู​ถูก​เรียก​ว่า “ชาว​นาซาเร็ธ” ใน​หลาย​โอกาส และ​มี​หลาย​คน​เรียก​ท่าน​แบบ​นี้ (มก 1:23, 24; 10:46, 47; 14:66-69; 16:5, 6; ลก 24:13-19; ยน 18:1-7) พระ​เยซู​ก็​ยอม​รับ​ชื่อ​นี้​และ​เรียก​ตัว​เอง​แบบ​นี้​ด้วย (ยน 18:5-8; กจ 22:6-8) บน​ป้าย​ที่​ปีลาต​ให้​ติด​ไว้​บน​เสา​ทรมาน​ของ​พระ​เยซู เขา​เขียน​ใน​ภาษา​ฮีบรู ละติน และ​กรีก​ว่า “เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว” (ยน 19:19, 20) ตั้ง​แต่​วัน​เพ็นเทคอสต์​ปี ค.ศ. 33 พวก​อัครสาวก​และ​คน​อื่น ๆ ก็​มัก​พูด​ถึง​พระ​เยซู​ว่า​เป็น​ชาว​นาซาเร็ธ​ด้วย—กจ 2:22; 3:6; 4:10; 6:14; 10:38; 26:9; ดู​ข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ มธ 2:23 ด้วย

ได้​ยิน​เสียง​พูด​นั้น: ที่ กจ 22:6-11 เปาโล​ได้​เล่า​ว่า​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น​กับ​เขา​ตอน​ที่​เขา​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​ดามัสกัส ถึง​แม้​ใน​ข้อ​นั้น​บอก​ว่า​คน​ที่​เดิน​ทาง​ไป​กับ​เปาโล “ไม่​ได้​ยิน​เสียง​ที่​พูด” แต่​ใน กจ 9:7 บอก​ว่า​พวก​เขา “ได้​ยิน​เสียง​พูด” บันทึก​ใน 2 บท​นั้น​ใช้​คำ​กรีก​เดียว​กัน​คือ โฟเน แต่​มี​ไวยากรณ์​ที่​แตกต่าง​กัน ซึ่ง​คำ​กรีก​นี้​อาจ​หมาย​ถึง “แค่​ได้​ยิน​เสียง” หรือ “ได้​ยิน​ชัด​ว่า​พูด​อะไร” ไวยากรณ์​ที่​ใช้​ใน​บท​นี้​ทำ​ให้​รู้​ว่า​หมาย​ถึง “แค่​ได้​ยิน​เสียง” (ส่วน​ไวยากรณ์​ที่​ใช้​ใน กจ 22:9 หมาย​ถึง “พวก​เขา​ไม่​ได้​ยิน​ว่า​พูด​อะไร”) ดัง​นั้น พวก​คน​ที่​ไป​กับ​เปาโล​ได้​ยิน​เสียง​แต่​ไม่​เข้าใจ​ว่า​พูด​อะไร​เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้​ยิน​เสียง​นั้น​ชัดเจน หรือ​พูด​ง่าย ๆ ก็​คือ เขา​ไม่​ได้​ยิน​เสียง​พูด​เหมือน​กับ​ที่​เปาโล​ได้​ยิน—กจ 26:14; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 22:9

ไม่​ได้​ยิน​เสียง​ที่​พูด: หรือ “ได้​ยิน​เสียง​แต่​ไม่​เข้าใจ” ที่ กจ 9:3-9 ลูกา​ได้​เล่า​ว่า​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น​กับ​เปาโล​ตอน​ที่​เขา​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​ดามัสกัส ดัง​นั้น เพื่อ​จะ​เข้าใจ​เหตุ​การณ์​นี้​อย่าง​ชัดเจน​จะ​ต้อง​อ่าน​ทั้ง​บันทึก​ใน​กิจการ​บท 9 และ​กิจการ​บท 22 ประกอบ​กัน อย่าง​ที่​บอก​ไว้​ในข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 9:7 คน​ที่​เดิน​ทาง​ไป​กับ​เปาโล “ได้​ยิน​เสียง​พูด” แต่​ดู​เหมือน​ว่า​พวก​เขา​ไม่​ได้​ยิน​เสียง​เหมือน​กับ​ที่​เปาโล​ได้​ยิน พวก​เขา​เลย​ไม่​เข้าใจ แนว​คิด​นี้​สอดคล้อง​กับ​การ​ใช้​คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า“ได้​ยิน” ใน กจ 22:7 ที่​นั่น​เปาโล​บอก​ว่า​เขา “ได้​ยิน​เสียง​พูด” ซึ่ง​หมาย​ความ​ว่า​เขา​ทั้ง​ได้​ยิน ​และ​เข้าใจ ​เสียง​พูด​นั้น แต่​คน​ที่​ไป​กับ​เปาโล​ไม่​เข้าใจ​ว่า​เสียง​นั้น​พูด​ว่า​อะไร นี่​อาจ​เป็น​เพราะ​เสียง​นั้น​อู้​อี้​ไม่​ชัดเจน จึง​อาจ​บอก​ได้​ว่า​พวก​เขา “ไม่​ได้​ยิน​เสียง​ที่​พูด”—เทียบ​กับ มก 4:33; 1คร 14:2 ที่​ใช้​คำ​กรีก​เดียว​กัน​ที่​แปล​ว่า “ได้​ยิน” ซึ่ง​อาจ​แปล​ได้​ว่า “ฟัง” หรือ “เข้าใจ”

ขอ​ให้​คุณ​มอง​เห็น​ได้​อีก: คำ​กรีก​นี้​มี​ความ​หมาย​หลัก​ว่า “มอง​ขึ้น​ไป” (มธ 14:19; ลก 19:5) แต่​ก็​ยัง​หมาย​ถึง​การ​มอง​เห็น​ได้​เป็น​ครั้ง​แรก (ยน 9:11, 15, 18) หรือ​การ​มอง​เห็น​ได้​อีก​ครั้ง (มก 10:52; ลก 18:42; กจ 9:12)

อธิษฐาน​อ้อน​วอน​ออก​ชื่อ​พระ​เยซู​เพื่อ​ลบ​ล้าง​บาป​ของ​คุณ: คน​เรา​จะ​ลบ​ล้าง​บาป​ได้​ไม่​ใช่​โดย​การ​รับ​บัพติศมา​ด้วย​น้ำ แต่​โดย​การ​อ้อน​วอน​ออก​ชื่อ​พระ​เยซู ซึ่ง​หมาย​ถึง​การ​มี​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​และ​แสดง​ความ​เชื่อ​ออก​มา​โดย​ทำ​งาน​รับใช้​แบบ​คริสเตียน—กจ 10:43; กจ 2:14, 18

เคลิ้ม​ไป: หรือ “รู้สึก​ทึ่ง​มาก” คำ​กรีก เอ็คสะทาซิส (มา​จาก เอ็ค หมาย​ถึง “ออก​จาก” และ สะทาซิส หมาย​ถึง “การ​ยืน​อยู่”) หมาย​ถึง​การ​หลุด​ออก​จาก​สภาพ​ปกติ​ของ​ความ​คิด​จิตใจ​เพราะ​รู้สึก​ทึ่ง ประหลาด​ใจ หรือ​ได้​รับ​นิมิต​จาก​พระเจ้า คำ​กรีก​เดียว​กัน​นี้​ใน มก 5:42 แปล​ว่า “ตื่นเต้น​ดีใจ” ใน ลก 5:26 แปล​ว่า “ประหลาด​ใจ​มาก” และ​ใน มก 16:8 แปล​ว่า “ทั้ง​กลัว​ทั้ง​สับสน” ใน​หนังสือ​กิจการ​คำ​กรีก​นี้​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​กระทำ​ของ​พระเจ้า ดู​เหมือน​ว่า​บาง​ครั้ง​พลัง​บริสุทธิ์​จะ​ทำ​ให้​คน​เห็น​นิมิต​หรือ​ภาพ​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​พระเจ้า​ตอน​ที่​เขา​กำลัง​อยู่​ใน​ภวังค์​หรือ​อยู่​ใน​สภาพ​ที่​เหมือน​หลับ คน​ที่​กำลัง​เคลิ้ม​แบบ​นี้​จะ​สนใจ​แต่​นิมิต​ที่​เขา​เห็น​โดย​ไม่​รู้​เลย​ว่า​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น​รอบ​ตัว​เขา—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 22:17

ผม​ก็​เคลิ้ม​ไป: สำหรับ​คำ​กรีก เอ็คสะทาซิส ใน​ข้อ​นี้​ที่​แปล​ว่า “เคลิ้ม” ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 10:10 ฉบับ​แปล​บาง​ฉบับ​ที่​แปล​พระ​คัมภีร์​คริสเตียน​ภาค​ภาษา​กรีก​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​อ่าน​ว่า “มือ​ของ​พระ​ยะโฮวา​อยู่​บน​ผม” ฉบับ​แปล​อีก​ฉบับ​หนึ่ง​อ่าน​ว่า “พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ปก​คลุม​ตัว​ผม”

พยาน​ของ​ผม: เนื่อง​จาก​สาวก​รุ่น​แรก​ของ​พระ​เยซู​เป็น​ชาว​ยิว​ที่​ซื่อ​สัตย์ พวก​เขา​จึง​เป็น​พยาน​ของ​พระ​ยะโฮวา​อยู่​แล้ว และ​พวก​เขา​ยืน​ยัน​ว่า​พระ​ยะโฮวา​เป็น​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​เดียว (อสย 43:10-12; 44:8) แต่​ตอน​นี้​พวก​เขา​ต้อง​เป็น​ทั้ง​พยาน​ของ​พระ​ยะโฮวา​และ ​ของ​พระ​เยซู พวก​เขา​ต้อง​ทำ​ให้​ผู้​คน​รู้​ว่า​พระ​เยซู​มี​บทบาท​สำคัญ​มาก​ใน​การ​ทำ​ให้​ชื่อ​ของ​พระ​ยะโฮวา​เป็น​ที่​เคารพ​นับถือ​โดย​ทาง​รัฐบาล​เมสสิยาห์ ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ใหม่​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​พระเจ้า มี​การ​พบ​คำ​กรีก​ที่​แปล​ว่า “พยาน” (มา​ร์​ทู​ส) “เป็น​พยาน​ยืน​ยัน” (มาร์ทูเระโอ) และ “ประกาศ . . . ให้​ทั่ว​ถึง” (เดียมาร์ทูรอไม) และ​คำ​อื่น ๆ ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​เป็น​พยาน​ใน​หนังสือ​กิจการ​มาก​เป็น​อันดับ​สอง​รอง​จาก​หนังสือ​ยอห์น (ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 1:7) การ​เป็น​พยาน​และ​การ​ประกาศ​อย่าง​ทั่ว​ถึง​เกี่ยว​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​พระเจ้า ซึ่ง​รวม​ถึง​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระองค์​และ​บทบาท​ของ​พระ​เยซู​เป็น​เรื่อง​หลัก​ที่​อยู่​ใน​หนังสือ​กิจการ​ตลอด​ทั้ง​เล่ม (กจ 2:32, 40; 3:15; 4:33; 5:32; 8:25; 10:39; 13:31; 18:5; 20:21, 24; 22:20; 23:11; 26:16; 28:23) คริสเตียน​บาง​คน​ใน​ศตวรรษ​แรก​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​เกี่ยว​กับ​ชีวิต ความ​ตาย และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู และ​พวก​เขา​ได้​ยืน​ยัน​ว่า​เรื่อง​ทั้ง​หมด​นี้​เป็น​ความ​จริง (กจ 1:21, 22; 10:40, 41) ส่วน​คน​ที่​เข้า​มา​เชื่อ​พระ​เยซู​ที​หลัง​ก็​เป็น​พยาน​ของ​พระ​เยซู​ใน​แง่​ที่​ว่า​พวก​ประกาศ​ให้​คน​อื่น​รู้​ว่า​ชีวิต ความ​ตาย และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู​สำคัญ​อย่าง​ไร—กจ 22:15; ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 18:37

พยาน​ของ​ท่าน: คำ​ว่า “พยาน” (มาร์ทูส) หมาย​ถึง​คน​ที่​ได้​เห็น​การ​กระทำ​หรือ​เหตุ​การณ์​บาง​อย่าง คริสเตียน​บาง​คน​ใน​ศตวรรษ​แรก​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​เกี่ยว​กับ​ชีวิต ความ​ตาย และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู และ​พวก​เขา​ได้​ยืน​ยัน​ว่า​เรื่อง​ทั้ง​หมด​เป็น​ความ​จริง (กจ 1:21, 22; 10:40, 41) ส่วน​คน​ที่​เข้า​มา​เชื่อ​พระ​เยซู​ที​หลัง​ก็​เป็น​พยาน​ของ​พระ​เยซู​ใน​แง่​ที่​ว่า​พวก​เขา​ประกาศ​ให้​คน​อื่น​รู้​ว่า​ชีวิต ความ​ตาย และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู​สำคัญ​อย่าง​ไร (กจ 22:15) ตอน​เปาโล​พูด​กับ​พระ​เยซู​และ​เรียก​สเทเฟน​ว่า “พยาน​ของ​ท่าน” เขา​ก็​ใช้​คำ​ว่า​พยาน​ใน​ความ​หมาย​นี้ สเทเฟน​เป็น​พยาน​ยืน​ยัน​อย่าง​หนักแน่น​เกี่ยว​กับ​พระ​เยซู​ต่อ​หน้า​ศาล​แซนเฮดริน เขา​ยัง​เป็น​คน​แรก​ที่​ยืน​ยัน​ว่า​ได้​เห็น​นิมิต​ที่​พระ​เยซู​กลับ​ไป​สวรรค์​และ​ยืน​อยู่​ข้าง​ขวา​ของ​พระเจ้า​เหมือน​ที่​บอก​ไว้​ใน สด 110:1 (กจ 7:55, 56) คริสเตียน​ที่​เป็น​พยาน​ยืน​ยัน​มัก​ต้อง​เจอ​กับ​การ​ต่อ​ต้าน ถูก​จับ​กุม ทุก​ตี และ​แม้​แต่​ความ​ตาย เหมือน​ที่​สเทเฟน ยากอบ และ​คน​อื่น ๆ เจอ นี่​ทำ​ให้​ใน​ภาย​หลัง​คำ​กรีก มาร์ทูส จึง​มี​ความ​หมาย​ว่า “คน​ที่​เป็น​พยาน​จน​ยอม​เสีย​ชีวิต” หรือ​คน​ที่​ยอม​ตาย​แทน​ที่​จะ​ทิ้ง​ความ​เชื่อ สเทเฟน​เป็น​คริสเตียน​คน​แรก​ที่​ยอม​ตาย​ใน​ความ​หมาย​นี้ เขา​ถูก​ฆ่า​เพราะ​เป็น​พยาน​ยืน​ยัน​เกี่ยว​กับ​พระ​เยซู—ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 1:8

ผู้​บังคับ​บัญชา: คำ​กรีก ฆิลีอาร์ฆอส (ผู้​บังคับ​กองพัน) แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ผู้​ปกครอง​คน 1,000 คน” ซึ่ง​หมาย​ถึง​ทหาร 1,000 นาย คำ​กรีก​นี้​เป็น​ตำแหน่ง​หัวหน้า​หน่วย​ทหาร​โรมัน ทหาร​โรมัน 1 กองพัน​มี 6 หน่วย แต่​ทหาร 1 กองพัน​ไม่​ได้​มี​ผู้​บัญชา​การ 6 คน​ปกครอง​พร้อม​ ๆ ​กัน แทน​ที่​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น ผู้​บัญชา​การ​ของ​แต่​ละ​หน่วย​จะ​ผลัด​เปลี่ยน​กัน​ปกครอง​ทหาร​ทั้ง​กองพัน​เป็น​เวลา 1 ใน 6 ของ​ปี ผู้​บัญชา​การ​หน่วย​หรือ​นาย​ทหาร​ชั้น​ผู้​ใหญ่​แบบ​นี้​มี​อำนาจ​มาก รวม​ทั้ง​มี​สิทธิ์​จะ​แต่ง​ตั้ง​และ​มอบหมาย​งาน​ให้​กับ​นาย​ร้อย คำ​กรีก​นี้​ยัง​อาจ​หมาย​ถึง​นาย​ทหาร​ระดับ​สูง​ทั่ว​ ๆ ​ไป ตอน​ที่​จับ​พระ​เยซู​ผู้​บังคับ​บัญชา​ทหาร​โรมัน​ก็​ไป​กับ​พวก​ทหาร​ด้วย

ผู้​บังคับ​กองพัน: มา​จาก​คำ​กรีก ฆิลีอาร์ฆอส แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ผู้​ปกครอง​คน 1,000 คน” ซึ่ง​หมาย​ถึง​ทหาร 1,000 นาย คำ​กรีก​นี้​เป็น​ตำแหน่ง​หัวหน้า​หน่วย​ทหาร​โรมัน (ดู​ข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ ยน 18:12) ประมาณ​ปี ค.ศ. 56 คลาวดิอัส​ลีเซียส​เป็น​ผู้​บังคับ​บัญชา​กอง​ทหาร​รักษา​การณ์​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม (กจ 23:22, 26) บันทึก​ใน​กิจการ บท 21 ถึง บท 24 ทำ​ให้​รู้​ว่า​คลาวดิอัส​ลีเซียส​เป็น​คน​ที่​ช่วย​เปาโล​จาก​ฝูง​ชน​ที่​รอ​ดัก​ฆ่า​เขา​และ​จาก​ความ​วุ่นวาย​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ศาล​แซนเฮดริน และ​คลาวดิอัส​ลีเซียส​ยัง​เขียน​จดหมาย​อธิบาย​กับ​ผู้​ว่า​ราชการ​เฟลิกส์​ตอน​ที่​ส่ง​ตัว​เปาโล​ไป​ซีซารียา​อย่าง​ลับ ๆ

พวก​เรา​ที่​เป็น​พลเมือง​โรมัน: คือ​มี​สัญชาติ​โรมัน เปาโล​และ​น่า​จะ​รวม​ถึง​สิลาส​ด้วย​เป็น​พลเมือง​โรมัน และ​ตาม​กฎหมาย​โรมัน พลเมือง​มี​สิทธิ์​เรียก​ร้อง​ความ​ยุติธรรม​ต่อ​ศาล​และ​จะ​ไม่​ถูก​ลง​โทษ​ใน​ที่​สาธารณะ​ถ้า​ยัง​ไม่​ได้​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด พวก​เขา​ยัง​ได้​รับ​สิทธิ์​และ​สิทธิ​พิเศษ​บาง​อย่าง​ไม่​ว่า​เขา​จะ​ไป​ที่​ไหน​ใน​จักรวรรดิ พลเมือง​โรมัน​อยู่​ภาย​ใต้​กฎหมาย​โรมัน ไม่​ใช่​กฎหมาย​ท้องถิ่น​ประจำ​เมือง เมื่อ​ถูก​กล่าวหา​เขา​สามารถ​ขอ​ให้​มี​การ​พิจารณา​คดี​ตาม​กฎหมาย​ท้องถิ่น​ได้ แต่​ก็​ยัง​มี​สิทธิ์​ร้อง​เรียน​ต่อ​ศาล​ยุติธรรม​ของ​โรม และ​ใน​กรณี​ความ​ผิด​ร้ายแรง​ที่​อาจ​ทำ​ให้​ได้​รับ​โทษ​ถึง​ตาย เขา​มี​สิทธิ์​ร้อง​เรียน​ต่อ​องค์​จักรพรรดิ​ได้​ด้วย อัครสาวก​เปาโล​ประกาศ​อย่าง​กว้าง​ไกล​ใน​จักรวรรดิ​โรมัน และ​ตาม​ที่​บันทึก​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล เขา​ใช้​ประโยชน์​จาก​สิทธิ์​ของ​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน 3 ครั้ง ครั้ง​แรก​ก็​คือ​ที่​นี่​ใน​เมือง​ฟีลิปปี ตอน​ที่​เปาโล​บอก​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง​ชาว​ฟีลิปปี​ว่า​พวก​เขา​กำลัง​ละเมิด​สิทธิ์​ของ​เปาโล​โดย​การ​เฆี่ยน​เขา—อีก 2 ครั้ง ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 22:25; 25:11

ผม​ขอร้อง​เรียน​ต่อ​ซีซาร์: ใน​คัมภีร์​ไบเบิล นี่​เป็น​ครั้ง​ที่ 3 ที่​เปาโล​ใช้​ประโยชน์​จาก​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน (อีก 2 ครั้ง ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 16:37; 22:25) การ​ขอร้อง​เรียน​ต่อ​ซีซาร์​อาจ​ทำ​หลัง​จาก​มี​การ​ประกาศ​คำ​พิพากษา​แล้ว หรือ​ใน​ช่วง​ไหน​ก็​ได้​ระหว่าง​ที่​มี​การ​พิจารณา​คดี เฟสทัส​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​เขา​ไม่​อยาก​ตัดสิน​เรื่อง​นี้​ด้วย​ตัว​เอง และ​การ​ตัดสิน​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ก็​ดู​เหมือน​จะ​ไม่​มี​ความ​ยุติธรรม เปาโล​จึง​ขอ​อย่าง​เป็น​ทาง​การ​ที่​จะ​ให้​มี​การ​ตัดสิน​คดี​ของ​เขา​ใน​ศาล​สูง​สุด​ของ​จักรวรรดิ ดู​เหมือน​ว่า​บาง​ครั้ง​การ​ขอ​อุทธรณ์​อาจ​ถูก​ปฏิเสธ​ได้ เช่น ใน​กรณี​ของ​ขโมย โจร​สลัด หรือ​นัก​ปลุกระดม​ที่​ถูก​จับ​ได้​ตอน​ที่​กำลัง​ปลุกปั่น​ประชาชน นี่​อาจ​เป็น​เหตุ​ผล​ที่​เฟสทัส​คุย​กับ “คณะ​ที่​ปรึกษา” ก่อน​ที่​จะ​ส่ง​เรื่อง​ต่อ​ไป​ที่​ศาล​สูง (กจ 25:12) เฟสทัส​อาจ​อยาก​ได้​ข้อมูล​ที่​ชัดเจน​กว่า​นี้​ก่อน​จะ​ส่ง​ตัว​เปาโล​ไป​หา “องค์​จักรพรรดิ” เนโร เขา​จึง​จัด​ให้​มี​การ​สอบสวน​เปาโล​อีก​ครั้ง​ตอน​ที่​เฮโรด​อากริปปา​ที่ 2 มา​เยี่ยม (กจ 25:12-27; 26:32; 28:19) การ​ที่​เปาโล​ยื่น​อุทธรณ์​ก็​ยัง​ช่วย​ให้​เขา​ได้​ไป​ที่​กรุง​โรม​ตาม​ที่​เขา​ตั้งใจ​ไว้​ตั้ง​แต่​แรก (กจ 19:21) คำ​สัญญา​ที่​พระ​เยซู​ให้​กับ​เปาโล และ​ข่าวสาร​ที่​เขา​ได้​รับ​จาก​ทูตสวรรค์​หลัง​จาก​นั้น​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พระ​ยะโฮวา​อยู่​เบื้อง​หลัง​เรื่อง​ทั้ง​หมด​นี้—กจ 23:11; 27:23, 24

นาย​ร้อย: นาย​ทหาร​ใน​กองทัพ​โรมัน​ที่​มี​ทหาร​อยู่​ใต้​บังคับ​บัญชา 100 นาย

พลเมือง​โรมัน: คือ​มี​สัญชาติ​โรมัน ตาม​ที่​บันทึก​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​นี่​เป็น​ครั้ง​ที่ 2 ใน 3 ครั้ง​ที่​เปาโล​ใช้​ประโยชน์​จาก​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน ปกติ​แล้ว​เจ้าหน้าที่​โรมัน​จะ​ไม่​ยุ่ง​เกี่ยว​กับ​ปัญหา​ของ​ชาว​ยิว แต่​ที่​พวก​เขา​ยุ่ง​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ของ​เปาโล​ก็​ไม่​ใช่​แค่​เพราะ​เกิด​จลาจล​ตอน​ที่​เปาโล​ไป​วิหาร แต่​ยัง​เป็น​เพราะ​เปาโล​เป็น​พลเมือง​โรมัน​ด้วย การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน​ทำ​ให้​ผู้​คน​มี​สิทธิ​พิเศษ​หลาย​อย่าง​และ​เป็น​สิ่ง​ที่​ได้​รับ​การ​ยอม​รับ​ทั่ว​ทั้ง​จักรวรรดิ ตัว​อย่าง​เช่น เป็น​เรื่อง​ผิด​กฎหมาย​ที่​จะ​มัด​หรือ​เฆี่ยน​พลเมือง​โรมัน​ที่​ยัง​ไม่​ได้​ถูก​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด เพราะ​นี่​เป็น​สิ่ง​ที่​เขา​จะ​ทำ​เฉพาะ​กับ​คน​ที่​เป็น​ทาส​เท่า​นั้น—อีก 2 ครั้ง ดูข้อมูล​สำหรับ​ศึกษา​ที่ กจ 16:37; 25:11

ซื้อ​สิทธิ์​พลเมือง​โรมัน: หรือ “ซื้อ​สัญชาติ​โรมัน” จาก​บันทึก​เหตุ​การณ์​นี้​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​ถ้า​จ่าย​เงิน​มาก​พอ​ก็​เป็น​ไป​ได้​ที่​จะ​ซื้อ​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน เปาโล​บอก​คลาวดิอัส​ลีเซียส​ว่า​เขา​ได้​สิทธิ์​นี้​มา​ตั้ง​แต่​เกิด นี่​แสดง​ว่า​บรรพบุรุษ​ของ​เปาโล​คน​หนึ่ง​ที่​เป็น​ผู้​ชาย​ต้อง​ได้​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน ยัง​มี​วิธี​อื่น ๆ ที่​ทำ​ให้​คน​เรา​ได้​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน​ด้วย จักรพรรดิ​โรมัน​อาจ​ให้​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​เป็น​รางวัล​ให้​กับ​ใคร​คน​หนึ่ง หรือ​ให้​กับ​ประชาชน​ทั้ง​เมือง​หรือ​ทั้ง​แคว้น​ก็​ได้ ทาส​ที่​ได้​ซื้อ​อิสรภาพ​จาก​พลเมือง​โรมัน​หรือ​ทาส​ที่​ชาว​โรมัน​ได้​ปล่อย​ตัว​ให้​เป็น​อิสระ​ก็​จะ​ได้​รับ​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน​ด้วย คน​ที่​เคย​เป็น​ทหาร​ใน​กอง​กำลัง​เสริม​ของ​โรมัน​ก็​จะ​ได้​รับ​สิทธิ์​นี้​ด้วย​เหมือน​กัน และ​สิทธิ์​การ​เป็น​พลเมือง​โรมัน​ก็​สืบ​ทอด​กัน​ไป​ถึง​ลูก​หลาน​ได้ ดู​เหมือน​ใน​ศตวรรษ​แรก​ไม่​ค่อย​มี​พลเมือง​โรมัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย แต่​พอ​ถึง​ศตวรรษ​ที่ 3 ประชาชน​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ต่าง ๆ ของ​จักรวรรดิ​โรมัน​ก็​ได้​สิทธิ์​นี้

วีดีโอและรูปภาพ

เซาโล​และ​กรุง​ดามัสกัส
เซาโล​และ​กรุง​ดามัสกัส

กรุง​ดามัสกัส​ใน​ศตวรรษ​แรก​น่า​จะ​มี​ผัง​เมือง​เหมือน​ใน​ภาพ​นี้​และ​เป็น​ศูนย์กลาง​การ​ค้า​ที่​สำคัญ การ​มี​น้ำ​จาก​แม่น้ำ​บา​รา​ดา (แม่น้ำ​อาบานา​ที่​พูด​ถึง​ใน 2พก 5:12) หล่อ​เลี้ยง​อยู่​ทำ​ให้​กรุง​นี้​เป็น​เหมือน​โอเอซิส กรุง​ดามัสกัส​มี​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​หลาย​แห่ง เซาโล​มา​ที่​กรุง​นี้​เพื่อ “จะ​ได้​จับ​กุม​ใคร​ก็​ตาม​ที่​ถือ​ทาง​นั้น” ซึ่ง​ก็​คือ​สาวก​ของ​พระ​เยซู (กจ 9:2; 19:9, 23; 22:4; 24:22) แต่​ระหว่าง​ทาง​ไป​กรุง​ดามัสกัส พระ​เยซู​ที่​กลับ​ไป​สวรรค์​แล้ว​มา​ปรากฏ​ตัว​ต่อ​เซาโล หลัง​จาก​นั้น เซาโล​ก็​พัก​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​ยูดาส​ใน​กรุง​ดามัสกัส​ซึ่ง​อยู่​ที่​ถนน​ตรง (กจ 9:11) ใน​นิมิต พระ​เยซู​สั่ง​ให้​สาวก​อานาเนีย​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ยูดาส​เพื่อ​ช่วย​ให้​เซาโล​มอง​เห็น​อีก​ครั้ง แล้ว​เซาโล​ก็​รับ​บัพติศมา ดัง​นั้น แทน​ที่​เซาโล​จะ​ไป​จับ​คริสเตียน​ชาว​ยิว เขา​กลับ​เข้า​มา​เป็น​คริสเตียน​แทน เขา​เริ่ม​ประกาศ​ข่าว​ดี​เต็ม​เวลา​ใน​ที่​ประชุม​ต่าง​ ๆ ​ของ​ชาว​ยิว​ใน​กรุง​ดามัสกัส หลัง​จาก​นั้น เซาโล​ก็​เดิน​ทาง​ไป​แถบ​อาหรับ​และ​กลับ​มา​ที่​กรุง​ดามัสกัส จาก​นั้น​เขา​ก็​กลับ​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​ประมาณ​ปี ค.ศ. 36—กจ 9:1-6, 19-22; กท 1:16, 17

ก. กรุง​ดามัสกัส

1. ถนน​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม

2. ถนน​ที่​ชื่อ​ถนน​ตรง

3. อา​กอ​รา

4. วิหาร​จู​ปิเ​ตอ​ร์

5. โรง​ละคร

6. โรง​แสดง​ดนตรี (?)

ข. กรุง​เยรูซาเล็ม

ศาล​แซนเฮดริน
ศาล​แซนเฮดริน

ศาล​สูง​ของ​ชาว​ยิว​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ที่​เรียก​ว่า​ศาล​แซนเฮดริน​ใหญ่​ประกอบ​ด้วย​สมาชิก 71 คน (ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์​คำ​ว่า “แซนเฮดริน”) หนังสือ​มิชนาห์​บอก​ว่า​มี​การ​จัด​ที่​นั่ง​ใน​ศาล​เป็น​รูป​ครึ่ง​วง​กลม​ซ้อน​กัน 3 แถว และ​มี​ผู้​คัด​ลอก 2 คน​คอย​บันทึก​คำ​พิพากษา​ของ​ศาล ราย​ละเอียด​ทาง​สถาปัตยกรรม​บาง​อย่าง​ใน​ภาพ​นี้​วาด​ขึ้น​โดย​มี​ต้น​แบบ​จาก​ซาก​อาคาร​หลัง​หนึ่ง​ที่​พบ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ซึ่ง​บาง​คน​เชื่อ​ว่า​เคย​เป็น​ห้อง​พิจารณา​คดี​ของ​ศาล​แซนเฮดริน​ใน​ศตวรรษ​แรก—ดูภาค​ผนวก ข​12, แผนที่ “กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​บริเวณ​โดย​รอบ”

1. มหา​ปุโรหิต

2. สมาชิก​ศาล​แซนเฮดริน

3. จำเลย

4. เสมียน​ศาล