ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

 บท 27

“คุณความดีของพระองค์มีมากจริง ๆ!”

“คุณความดีของพระองค์มีมากจริง ๆ!”

1, 2. คุณความดีของพระเจ้าแผ่ไพศาลเพียงไร และคัมภีร์ไบเบิลเน้นคุณลักษณะนี้อย่างไร?

แสงอ่อน ๆ ของอาทิตย์อัสดงสาดส่องอยู่ทั่วบริเวณ เพื่อนที่คบหากันมานานสองสามคนเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารด้วยกันกลางแจ้ง หัวเราะและพูดคุยกันขณะที่ชื่นชมกับทัศนียภาพ. ไกลออกไปอีกที่หนึ่ง ชาวนาคนหนึ่งมองไปยังทุ่งนาอันแห้งแล้งของตนแล้วยิ้มออกมาด้วยความพอใจ เมื่อเห็นเมฆดำทะมึนรวมตัวกัน แล้วฝนห่าแรกก็โปรยปรายลงมา. ในอีกแห่งหนึ่ง สามีกับภรรยาดีใจที่เห็นลูกน้อยของตนเดินก้าวแรกอย่างโซเซ.

2 ไม่ว่าจะรู้หรือไม่ก็ตาม ผู้คนดังกล่าวล้วนได้รับประโยชน์จากสิ่งเดียวกัน นั่นคือคุณความดีของพระยะโฮวาพระเจ้า. บางคนที่เคร่งศาสนามักจะกล่าวซ้ำวลีที่ว่า “พระเจ้าทรงไว้ซึ่งความดี.” คัมภีร์ไบเบิลเน้นมากยิ่งกว่านั้นอีก. พระคัมภีร์กล่าวว่า “คุณความดีของพระองค์มีมากจริง ๆ!” (ซะคาระยา 9:17, ล.ม.) แต่ดูเหมือนว่ามีน้อยคนในทุกวันนี้ที่เข้าใจจริง ๆ ว่าถ้อยคำดังกล่าวหมายความอย่างไร. คุณความดีของพระยะโฮวาพระเจ้าเกี่ยวข้องกับอะไรอย่างแท้จริง และคุณลักษณะนี้ของพระเจ้ามีผลกระทบต่อเราแต่ละคนอย่างไร?

แง่มุมที่เด่นแห่งความรักของพระเจ้า

3, 4. ความดีคืออะไร และทำไมอาจพรรณนาความดีของพระยะโฮวาได้อย่างเหมาะที่สุดว่าเป็นการแสดงออกถึงความรักของพระเจ้า?

3 ในภาษาสมัยใหม่หลายภาษา “ความดี” ค่อนข้างเป็นคำธรรมดา. แต่ดังที่คัมภีร์ไบเบิลเผยให้เห็น ความดีไม่ใช่คำธรรมดาเลย. ประการแรก ความดีพาดพิงถึงคุณธรรม ความดีเลิศทางด้านศีลธรรม. ดังนั้นแล้ว ในแง่หนึ่ง เราอาจกล่าวได้ว่าความดีแผ่ซ่านอยู่ในพระยะโฮวา. คุณลักษณะทั้งสิ้นของพระองค์ รวมทั้งอำนาจ, ความยุติธรรม, และสติปัญญาของพระองค์ ล้วนแต่ดีพร้อมทุกประการ. กระนั้น อาจเหมาะที่สุดที่จะพรรณนาความดีว่าเป็นการแสดงออกถึงความรักของพระยะโฮวา. เพราะเหตุใด?

 4 ความดีเป็นคุณลักษณะที่กระตุ้นให้ลงมือปฏิบัติต่อผู้อื่น. อัครสาวกเปาโลได้ชี้แจงว่าในหมู่มนุษย์ ความดีเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจยิ่งกว่าความชอบธรรมเสียอีก. (โรม 5:7) อาจคาดหมายได้ว่าคนชอบธรรมจะยึดมั่นกับข้อเรียกร้องของกฎหมายอย่างซื่อสัตย์ แต่คนดีทำมากกว่านั้น. เขาริเริ่มหาวิธีต่าง ๆ อย่างแข็งขันเพื่อประโยชน์ของคนอื่น. ดังที่เราจะได้เห็น พระยะโฮวาทรงไว้ซึ่งความดีในความหมายเช่นนั้นอย่างแน่นอน. เป็นที่ชัดแจ้งว่า ความดีดังกล่าวเกิดจากความรักอันไม่มีขีดจำกัดของพระยะโฮวา.

5-7. ทำไมพระเยซูไม่ยอมให้เรียกพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ” และโดยวิธีนั้นพระองค์ทรงยืนยันความจริงที่สำคัญยิ่งอะไร?

5 นอกจากนั้น พระยะโฮวาทรงไว้ซึ่งความดีอย่างไม่มีใครเหมือน. ไม่นานก่อนพระเยซูสิ้นพระชนม์ ชายคนหนึ่งได้เข้าไปหาพระองค์เพื่อถามคำถามข้อหนึ่ง เขาเรียกพระองค์ด้วยคำว่า “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ [ตามตัวอักษร, “อาจารย์ที่ดี”].” พระเยซูตรัสตอบว่า “ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไม? ไม่มีใครประเสริฐ [ตามตัวอักษร, “ดี”] เว้นแต่พระเจ้าองค์เดียว.” (มาระโก 10:17, 18) คำตอบนี้อาจทำให้คุณงุนงง. ทำไมพระเยซูจึงว่ากล่าวแก้ไขชายผู้นี้? ที่จริง พระเยซูเป็น “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ” มิใช่หรือ?

6 เห็นได้ชัดว่า ชายคนนี้ใช้คำ “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ” เป็นคำเรียกอย่างป้อยอ. ด้วยความเจียมตัว พระเยซูทรงให้เกียรติดังกล่าวมุ่งไปยังพระบิดาของพระองค์ทางภาคสวรรค์ ผู้ทรงไว้ซึ่งความดีในขั้นสูงสุด. (สุภาษิต 11:2) แต่พระเยซูทรงยืนยันความจริงที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งด้วย. พระยะโฮวาผู้เดียวทรงเป็นมาตรฐานสำหรับสิ่งที่ดี. เฉพาะแต่พระองค์เท่านั้นที่มีสิทธิสูงสุดที่จะกำหนดว่าอะไรดีอะไรชั่ว. อาดามและฮาวาพยายามที่จะยึดสิทธินั้นมาเป็นของตน โดยขืนอำนาจด้วยการกินผลจากต้นไม้เกี่ยวกับความรู้เรื่องความดีและความชั่ว. ไม่เหมือนกับคนทั้งสอง พระเยซูแสดงความถ่อมใจให้พระบิดาของพระองค์เป็นผู้กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ.

7 นอกจากนี้ พระเยซูทราบว่าพระยะโฮวาทรงเป็นแหล่งที่มาของสรรพสิ่งที่ดีอย่างแท้จริง. พระองค์ทรงเป็นผู้ประทาน “ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่าง.” (ยาโกโบ 1:17) ให้เราพิจารณาดูว่าความดีของพระยะโฮวาปรากฏชัดอย่างไรในการที่พระองค์มีพระทัยเอื้อเฟื้อ.

 หลักฐานเกี่ยวกับความดีอันอุดมของพระยะโฮวา

8. พระยะโฮวาได้แสดงความดีต่อมวลมนุษยชาติโดยวิธีใด?

8 ทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ล้วนได้รับประโยชน์จากคุณความดีของพระยะโฮวา. บทเพลงสรรเสริญ 145:9 (ล.ม.) กล่าวว่า “พระยะโฮวาทรงดีต่อทุกคน.” มีตัวอย่างอะไรบ้างเกี่ยวกับความดีที่สมบูรณ์พร้อมของพระองค์? คัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า “พระองค์ไม่ได้ขาดพยาน, คือพระองค์ได้ทรงกระทำคุณให้ฝนตกและให้มีฤดูเกิดผล, ท่านทั้งหลายจึงอิ่มใจยินดีด้วยอาหารนั้น.” (กิจการ 14:17) คุณเคยรู้สึกเบิกบานยินดีเมื่อได้รับประทานอาหารมื้ออร่อยไหม? หากไม่ใช่เพราะความดีของพระยะโฮวาที่ได้ออกแบบแผ่นดินโลกนี้พร้อมด้วยแหล่งน้ำจืดที่มีการหมุนเวียนนำมาใช้ใหม่อยู่เรื่อย ๆ และ “ฤดูเกิดผล” เพื่อทำให้มีอาหารบริบูรณ์แล้ว เราก็คงจะไม่มีอาหารรับประทาน. พระยะโฮวาทรงสำแดงความดีดังกล่าวไม่เพียงเฉพาะต่อคนเหล่านั้นที่รักพระองค์ แต่ต่อทุกคน. พระเยซูตรัสว่า  “พระองค์ทรงบันดาลให้ดวงอาทิตย์ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่ว และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม.”—มัดธาย 5:45.

พระยะโฮวาทรง “ให้ฝนตกและให้มีฤดูเกิดผล”

9. แอปเปิลแสดงให้เห็นความดีของพระยะโฮวาอย่างไร?

9 หลายคนถือว่าความเอื้อเฟื้ออย่างอุดมบริบูรณ์ที่มนุษยชาติได้รับนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากดวงอาทิตย์, ฝน, และฤดูที่เกิดผลก็มีอยู่ตลอดเวลา. ตัวอย่างเช่น ขอพิจารณาดูแอปเปิล. ทั่วภูมิภาคที่อบอุ่นของแผ่นดินโลก แอปเปิลเป็นผลไม้ที่รู้จักกันทั่วไป. กระนั้น แอปเปิลก็งามน่ากิน, รสชาติอร่อย, มีน้ำฉ่ำชื่นใจและเต็มด้วยสารอาหารที่สำคัญ. คุณทราบไหมว่าตลอดทั่วโลกมีแอปเปิลพันธุ์ต่าง ๆ ประมาณ 7,500 พันธุ์ มีหลากหลายสีสันตั้งแต่สีแดงไปจนถึงสีทอง, เหลือง, เขียว, และตั้งแต่ขนาดที่ใหญ่กว่าผลองุ่นเล็กน้อยไปจนถึงขนาดเท่า ส้มโอ? หากคุณมีเมล็ดแอปเปิลที่เล็กจิ๋วอยู่ในมือ มองดูแล้วไม่สลักสำคัญอะไร. แต่จากเมล็ดนี้แหละซึ่งเติบโตเป็นต้นไม้ที่งามน่าดูที่สุดต้นหนึ่งในบรรดาต้นไม้ทั้งหลาย. (เพลงไพเราะของกษัตริย์ซะโลโม 2:3, ล.ม.) ทุกฤดูใบไม้ผลิต้นแอปเปิลจะเต็มไปด้วยช่อดอกที่งามตระการตา; และจะให้ผลทุก ๆ ฤดูใบไม้ร่วง. แต่ละปี—เป็นเวลาประมาณ 75 ปี—ต้นแอปเปิลขนาดธรรมดา ๆ จะให้ผลมากพอที่จะบรรจุลังได้ 19 ลังซึ่งแต่ละลังหนัก 20 กิโลกรัม!

ต้นไม้ต้นหนึ่งเติบโตมาจากเมล็ดเล็กจิ๋วนี้ซึ่งให้ผลที่รับประทานได้และยังความยินดีแก่มนุษย์เป็นเวลาหลายสิบปี

10, 11. ประสาทสัมผัสแสดงให้เห็นอย่างไรถึงความดีของพระเจ้า?

10 ด้วยความดีอันหาที่สุดมิได้ พระยะโฮวาได้ทรงประทานร่างกายที่ “ถูกสร้างอย่างน่าพิศวง” ให้เรา พร้อมด้วยประสาทสัมผัสที่ถูกออกแบบเพื่อช่วยเราให้รับรู้พระราชกิจของพระองค์และยินดีในสิ่งเหล่านั้น. (บทเพลงสรรเสริญ 139:14, ล.ม.) ขอให้คิดถึงเหตุการณ์ที่พรรณนาไว้ในตอนต้นของบทนี้อีกครั้ง. การมองเห็น อะไรบ้างที่ทำให้เกิดความยินดีในโอกาสต่าง ๆ เหล่านั้น? เด็กแก้มแดงที่ดีอกดีใจ. ห่าฝนที่เทลงมาบนท้องทุ่ง. แสงสีทอง, สีแดง, และสีม่วงของอาทิตย์ยามอัสดง. ตามนุษย์ถูกออกแบบให้เห็นสีต่าง ๆ มากกว่า 300,000 สี! และประสาทในการได้ยิน ของเราแยกแยะความแตกต่างกันของเสียงผู้ที่เรารัก, เสียงแผ่วเบาของลมที่พัดผ่านต้นไม้, เสียงหัวเราะด้วยความดีใจของเด็กที่หัดเดิน. ทำไมเราสามารถเพลิดเพลินกับภาพและเสียงดังกล่าวได้? คัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า “หูที่ได้ยิน, ตาที่แลเห็น, พระยะโฮวาได้ทรงสร้างทั้งสองอย่าง.” (สุภาษิต 20:12) แต่นั่นเป็นเพียงประสาทสัมผัสสองอย่างเท่านั้น.

11 ประสาทในการได้กลิ่น เป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับความดีของพระยะโฮวา. จมูกมนุษย์สามารถแยกกลิ่นต่าง ๆ ได้ประมาณ 10,000 กลิ่น. ขอให้คิดถึงเพียงบางกลิ่น: อาหารโปรดที่คุณกำลังปรุงอยู่, กลิ่นดอกไม้, กลิ่นใบไม้ที่ร่วงอยู่บนดิน, ควันบาง ๆ จากไฟในเตาผิงที่ทำให้อุ่นสบาย. และประสาทในการสัมผัส ทำให้คุณรู้สึกได้ถึงสายลมอ่อน ๆ ที่โชยผ่านใบหน้าคุณ, อ้อมกอดอันทำให้อบอุ่นใจของผู้เป็นที่รัก, ผลไม้ผิวเกลี้ยงเนียนมือ. เมื่อคุณกัดผลไม้นั้น ประสาทในการรับรส ของคุณเริ่มทำงาน. คุณรู้สึกถึงรสชาติอันกลมกล่อมขณะที่ปุ่มรับรสสัมผัสความละเอียดอ่อนที่เกิดจากส่วนประกอบทางเคมีอันซับซ้อนของผลไม้นั้น. ถูกแล้ว เรามีเหตุผลทุกประการที่จะร้องออกมาเกี่ยวกับพระยะโฮวาว่า  “ความดีของพระองค์มากยิ่งเท่าใด ที่พระองค์ได้สงวนไว้สำหรับเหล่าคนที่เกรงกลัวพระองค์!” (บทเพลงสรรเสริญ 31:19, ล.ม.) แต่พระยะโฮวาทรง “สงวน” ความดีไว้โดยวิธีใดสำหรับคนเหล่านั้นที่มีความเกรงกลัวพระเจ้า?

ความดีพร้อมกับผลประโยชน์ถาวร

12. การจัดเตรียมอะไรที่มาจากพระยะโฮวาซึ่งนับว่าสำคัญที่สุด และเพราะเหตุใด?

12 พระเยซูตรัสว่า “มีคำเขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารแต่อย่างเดียวไม่ได้ แต่ด้วยคำตรัสทุกคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระยะโฮวา.’ ” (มัดธาย 4:4, ล.ม.) ที่จริง สิ่งที่พระยะโฮวาทรงจัดเตรียมให้เราทางฝ่ายวิญญาณสามารถก่อประโยชน์แก่เรามากยิ่งกว่าสิ่งดีต่าง ๆ ฝ่ายร่างกายเสียอีก เพราะการจัดเตรียมฝ่ายวิญญาณนำไปสู่ชีวิตนิรันดร์. ในบท 8 ของหนังสือเล่มนี้ เราได้เห็นแล้วว่าพระยะโฮวาได้ทรงใช้อำนาจในการฟื้นฟูของพระองค์ระหว่างสมัยสุดท้ายนี้เพื่อทำให้เกิดอุทยานฝ่ายวิญญาณ. ลักษณะเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งของอุทยานนั้นคืออาหารฝ่ายวิญญาณที่มีอย่างอุดมบริบูรณ์.

13, 14. (ก) ผู้พยากรณ์ยะเอศเคลได้เห็นอะไรในนิมิต และมีความหมายเช่นไรสำหรับพวกเราในทุกวันนี้? (ข) พระยะโฮวาทรงทำการจัดเตรียมทางฝ่ายวิญญาณที่ให้ชีวิตเช่นไรบ้างสำหรับผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระองค์?

13 ในคำพยากรณ์เรื่องหนึ่งของคัมภีร์ไบเบิลว่าด้วยการฟื้นฟูครั้งยิ่งใหญ่ ผู้พยากรณ์ยะเอศเคลได้รับนิมิตเกี่ยวกับพระวิหารที่ได้รับการฟื้นฟูและเต็มไปด้วยสง่าราศี. กระแสน้ำที่ไหลมาจากพระวิหารนั้น ขยายกว้างขึ้นและลึกยิ่งขึ้นขณะที่น้ำนั้นไหลไปจนกระทั่งกลายเป็น “กระแสน้ำเชี่ยวที่ใหญ่เป็นสองเท่า.” น้ำนี้ไหลไปถึงที่ใด ก็เกิดผลดีที่นั่น. บนฝั่งแม่น้ำนั้นมีต้นไม้ที่ผลิดอกออกผลเจริญงอกงามอยู่ซึ่งใช้เป็นอาหารและยารักษาโรค. และแม่น้ำนี้ถึงกับนำชีวิตและการเกิดผลมาสู่ทะเลเดดซีที่เค็มและปราศจากชีวิต! (ยะเอศเคล 47:1-12, ล.ม.) แต่ทั้งหมดนี้หมายความอย่างไร?

14 นิมิตนั้นหมายความว่าพระยะโฮวาจะทรงฟื้นฟูการจัดเตรียมเพื่อการนมัสการอันบริสุทธิ์ของพระองค์ ดังที่มีภาพแสดงไว้โดยพระวิหารที่ยะเอศเคลได้เห็น. เช่นเดียวกับแม่น้ำในนิมิตนั้น ของประทานจากพระเจ้าเพื่อชีวิตจะหลั่งไหลไปสู่ไพร่พลของพระองค์อย่างบริบูรณ์มากยิ่งขึ้นทุกที. นับตั้งแต่การฟื้นฟูการนมัสการอันบริสุทธิ์ในปี 1919 เป็นต้นมา พระยะโฮวาได้ทรงทำให้ของ ประทานเพื่อชีวิตมีอยู่พร้อมสำหรับไพร่พลของพระองค์. โดยวิธีใด? คัมภีร์ไบเบิล, สิ่งพิมพ์เกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิล, การประชุมต่าง ๆ, และการประชุมใหญ่ล้วนแต่ช่วยนำความจริงที่สำคัญยิ่งมาสู่คนนับล้าน. โดยวิธีการดังกล่าวพระยะโฮวาได้ทรงสอนไพร่พลของพระองค์เกี่ยวกับของประทานอันสำคัญที่สุดที่พระองค์จัดให้สำหรับชีวิต นั่นคือเครื่องบูชาไถ่ของพระคริสต์ ซึ่งทำให้เป็นไปได้ที่บรรดาคนเหล่านั้นซึ่งรักและเกรงกลัวพระเจ้าอย่างแท้จริงจะมีฐานะสะอาดเฉพาะพระพักตร์พระยะโฮวาและมีความหวังเกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์. * ฉะนั้น ตลอดช่วงสมัยสุดท้ายนี้ ขณะที่โลกประสบความอดอยากฝ่ายวิญญาณ ไพร่พลของพระยะโฮวาเพลิดเพลินกับการเลี้ยงทางฝ่ายวิญญาณ.—ยะซายา 65:13.

15. ความดีของพระยะโฮวาจะแผ่ไปถึงมนุษยชาติที่ซื่อสัตย์ในช่วงรัชสมัยพันปีของพระคริสต์ในความหมายเช่นไร?

15 แต่แม่น้ำในนิมิตของยะเอศเคลมิได้หยุดไหลเมื่อระบบเก่านี้สิ้นสุดลง. ตรงกันข้าม แม่น้ำนี้จะไหลอย่างบริบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยซ้ำในช่วงรัชสมัยพันปีของพระคริสต์. เวลานั้น โดยทางราชอาณาจักรมาซีฮา พระยะโฮวาจะทรงนำคุณค่าที่ครบถ้วนแห่งเครื่องบูชาของพระเยซูมาใช้ ค่อย ๆ ยกระดับมนุษยชาติที่ซื่อสัตย์สู่ความสมบูรณ์. ในสมัยนั้นเราจะปีติยินดีในคุณความดีของพระยะโฮวาสักเพียงไร!

แง่มุมเพิ่มเติมเกี่ยวกับความดีของพระยะโฮวา

16. คัมภีร์ไบเบิลแสดงให้เห็นอย่างไรว่าคุณความดีของพระยะโฮวาครอบคลุมคุณลักษณะอื่น ๆ ด้วย และคุณลักษณะเหล่านี้มีอะไรบ้าง?

16 ความดีของพระยะโฮวาไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับความเอื้อเฟื้อ. พระเจ้าตรัสแก่โมเซว่า “เราจะบันดาลให้คุณความดีของเราประจักษ์แจ้งต่อหน้าเจ้า, และเราจะประกาศนามพระยะโฮวาให้ประจักษ์แจ้งต่อหน้าเจ้า.” ต่อมา เรื่องราวบอกไว้ว่า “พระยะโฮวาเสด็จผ่านข้างหน้าท่านและประกาศว่า ‘ยะโฮวา ยะโฮวา พระเจ้าผู้ทรงเมตตาและสุภาพอ่อนโยน ช้าในการโกรธและบริบูรณ์ด้วยความกรุณารักใคร่และความจริง.’ ” (เอ็กโซโด 33:19; 34:6, ล.ม.) ดังนั้น  ความดีของพระยะโฮวาจึงครอบคลุมคุณลักษณะที่ดีหลายอย่าง. ขอเราพิจารณาคุณลักษณะเหล่านี้สักสองอย่าง.

17. ความสุภาพอ่อนโยนคืออะไร และพระยะโฮวาได้แสดงคุณลักษณะนี้ต่อผู้ที่เป็นเพียงมนุษย์ไม่สมบูรณ์โดยวิธีใด?

17 “สุภาพอ่อนโยน.” คุณลักษณะนี้บอกเรามากมายเกี่ยวกับวิธีที่พระยะโฮวาปฏิบัติต่อผู้ที่พระองค์ทรงสร้าง. แทนที่จะทรงหยาบกระด้าง, เย็นชา, หรือกดขี่ ดังที่มักเป็นเช่นนั้นกับบุคคลที่ใช้อำนาจเหนือคนอื่น พระยะโฮวาทรงสุภาพและกรุณา. ตัวอย่างเช่น พระยะโฮวาตรัสแก่อับรามว่า “เจ้าจง [“โปรด,” ล.ม.] เงยหน้าแลดูที่ตั้งแต่เจ้าอยู่ไปข้างทิศเหนือทิศใต้ทิศตะวันออกทิศตะวันตก.” (เยเนซิศ 13:14) พระคัมภีร์ฉบับแปลหลายฉบับละเว้นคำว่า “โปรด.” แต่ผู้คงแก่เรียนด้านคัมภีร์ไบเบิลให้ข้อสังเกตว่า การใช้ถ้อยคำในภาษาฮีบรูดั้งเดิมมีการใช้ส่วนที่เติมหน้าหรือท้ายคำซึ่งทำให้ข้อความที่เป็นคำสั่งเปลี่ยนเป็นคำร้องขออย่างสุภาพ. มีกรณีอื่นที่คล้ายกัน. (เยเนซิศ 31:12, ล.ม.; ยะเอศเคล 8:5, ล.ม.) คิดดูสิ องค์บรมมหิศรแห่งเอกภพตรัสว่า “โปรด” ต่อผู้ที่เป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น! ในโลกที่ความหยาบกระด้าง, พฤติกรรมที่ก้าวร้าว, และการไร้ความปรานีเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งนี้ การไตร่ตรองถึงความสุภาพอ่อนโยนของพระยะโฮวาเป็นเรื่องที่ทำให้ชื่นใจจริง ๆ.

18. พระยะโฮวาทรง “บริบูรณ์ด้วย . . . ความจริง” ในความหมายเช่นไร และทำไมถ้อยคำดังกล่าวทำให้อบอุ่นใจ?

18 “บริบูรณ์ด้วย . . . ความจริง.” ความไม่ซื่อตรงกลายเป็นวิถีของโลกทุกวันนี้. แต่คัมภีร์ไบเบิลเตือนเราว่า “พระเจ้ามิได้เป็นมนุษย์จึงมิได้มุสา.” (อาฤธโม 23:19) ที่จริง ติโต 1:2 กล่าวว่า “พระเจ้า . . . ตรัสมุสาไม่ได้.” ความดีของพระองค์ไม่ยอมให้พระองค์ตรัสมุสา. ด้วยเหตุนี้ คำสัญญาของพระยะโฮวาจึงเชื่อถือได้อย่างเต็มที่; และคำตรัสของพระองค์ก็สำเร็จเป็นจริงอย่างแน่นอนเสมอ. ถึงกับมีการเรียกพระยะโฮวาว่า “พระเจ้าแห่งความสัตย์จริง.” (บทเพลงสรรเสริญ 31:5) พระองค์ไม่เพียงละเว้นจากการกล่าวเท็จเท่านั้น แต่พระองค์ทรงประทานความจริงอย่างบริบูรณ์. พระองค์ไม่ทรงปิดบัง, ยับยั้งข้อมูลไว้, หรือเก็บไว้เป็นความลับ; ตรงกันข้าม พระองค์ทรงให้ความกระจ่างอย่างเอื้อเฟื้อแก่ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระองค์จากคลังแห่งสติปัญญาอันไม่มีขีดจำกัดของ พระองค์. * พระองค์ถึงกับสั่งสอนพวกเขาให้รู้วิธีดำเนินชีวิตตามความจริงที่พระองค์ทรงประทานให้นั้นเพื่อพวกเขาจะ “ดำเนินอยู่ในความจริงต่อ ๆ ไป.” (3 โยฮัน 3, ล.ม.) โดยทั่วไปแล้ว ความดีของพระยะโฮวาควรมีผลกระทบต่อเราเป็นรายบุคคลอย่างไร?

‘ปลาบปลื้มในความดีของพระยะโฮวา’

19, 20. (ก) ซาตานพยายามจะบ่อนทำลายความมั่นใจที่ฮาวามีต่อความดีของพระยะโฮวาโดยวิธีใด และพร้อมกับผลเช่นไร? (ข) ความดีของพระยะโฮวาน่าจะมีผลกระทบต่อเราอย่างถูกต้องเช่นไร และเพราะเหตุใด?

19 เมื่อซาตานได้ล่อลวงฮาวาในสวนเอเดน มันเริ่มต้นอย่างแยบยลโดยการบ่อนทำลายความไว้วางใจที่เธอมีต่อความดีของพระยะโฮวา. พระยะโฮวาได้ทรงแจ้งแก่อาดามว่า “บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้เจ้ากินได้ทั้งหมด.” ในบรรดาต้นไม้มากมายซึ่งคงจะตกแต่งสวนนั้นให้สวยงาม มีต้นเดียวเท่านั้นที่พระยะโฮวาทรงห้ามมิให้มนุษย์รับประทาน. กระนั้น ขอสังเกตว่าในคำถามแรกของมัน ซาตานใช้คำพูดกับฮาวาอย่างไร: “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า, ‘เจ้าอย่ากินผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้’?” (เยเนซิศ 2:9, 16; 3:1) ซาตานได้บิดเบือนคำตรัสของพระยะโฮวาเพื่อทำให้ฮาวาคิดว่าพระยะโฮวาทรงหน่วงเหนี่ยวอะไรดี ๆ ไว้. น่าเศร้าใจ กลเม็ดนั้นใช้ได้ผล. ฮาวาเริ่มสงสัยความดีของพระเจ้า ผู้ทรงประทานทุกสิ่งที่เธอมีอยู่นั้น.

20 เราทราบว่าความสงสัยดังกล่าวทำให้เกิดความเศร้าและความทุกข์ยากแสนสาหัส. ดังนั้น ขอเราเอาใจใส่ฟังถ้อยคำในยิระมะยา 31:12 ที่ว่า “เขาทั้งปวงจะ . . . ไหลรวมกันมาถึงที่ [“เขาจะปลาบปลื้มเพราะ,” ฉบับแปลใหม่] ความดีแห่งพระยะโฮวา.” ความดีของพระยะโฮวาควรทำให้เราปลาบปลื้มด้วยความยินดีอย่างแท้จริง. เราไม่จำเป็นต้องสงสัยเจตนาของพระเจ้าของเรา ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความดีอย่างบริบูรณ์. เราไว้วางใจในพระองค์ได้อย่างเต็มที่ เพราะพระองค์ทรงประสงค์ให้คนเหล่านั้นที่รักพระองค์ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด.

21, 22. (ก) คุณปรารถนาจะตอบสนองความดีของพระยะโฮวาในทางใดบ้าง? (ข) เราจะพิจารณาคุณลักษณะอะไรในบทต่อไป และคุณลักษณะนั้นต่างจากความดีอย่างไร?

 21 นอกจากนี้ เมื่อเรามีโอกาสที่จะพูดคุยกับคนอื่นในเรื่องความดีของพระเจ้า เรารู้สึกยินดี. บทเพลงสรรเสริญ 145:7 (ล.ม.) กล่าวเกี่ยวกับไพร่พลของพระยะโฮวาว่า “พวกเขาจะพร่ำลือถึงคุณความดีอันอุดมมากมายของพระองค์.” ทุกวันที่เรามีชีวิตอยู่ เราได้รับประโยชน์จากความดีของพระยะโฮวาไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง. ไฉนไม่ทำให้เป็นนิสัยที่แต่ละวันจะขอบพระคุณพระยะโฮวาสำหรับความดีของพระองค์ และพูดอย่างเจาะจงเท่าที่เป็นไปได้? การคิดถึงคุณลักษณะดังกล่าว, การขอบพระคุณพระยะโฮวาสำหรับความดีนั้นทุก ๆ วัน, และการบอกคนอื่นถึงคุณลักษณะนั้นจะช่วยเราให้เลียนแบบพระเจ้าของเราผู้ทรงไว้ซึ่งความดี. และขณะที่เราเสาะหาวิธีต่าง ๆ ที่จะทำดี ดังที่พระยะโฮวาทรงกระทำ เราก็จะเข้าใกล้พระองค์มากขึ้น. อัครสาวกโยฮันผู้ชราได้เขียนว่า “ท่านที่รัก จงเป็นผู้เลียนแบบ ไม่ใช่สิ่งที่ชั่ว แต่สิ่งที่ดี. ผู้ที่ทำดีก็มาจากพระเจ้า.”—3 โยฮัน 11, ล.ม.

22 ความดีของพระยะโฮวายังเกี่ยวข้องกับคุณลักษณะอื่น ๆ ด้วย. ตัวอย่างเช่น พระเจ้าทรง “บริบูรณ์ด้วยความกรุณารักใคร่” หรือความรักภักดี. (เอ็กโซโด 34:6, ล.ม.) คุณลักษณะนี้นับว่าเฉพาะเจาะจงยิ่งกว่าความดี เพราะพระยะโฮวาทรงสำแดงคุณลักษณะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระองค์. ในบทต่อไป เราจะเรียนรู้วิธีที่พระองค์ทรงทำเช่นนั้น.

^ วรรค 14 ไม่มีตัวอย่างใดที่ทำให้เห็นความดีของพระยะโฮวาได้ยอดเยี่ยมไปกว่าเรื่องค่าไถ่. จากบรรดาสิ่งทรงสร้างที่เป็นกายวิญญาณนับล้าน ๆ องค์ซึ่งจะเลือกเอาได้ พระยะโฮวาทรงเลือกพระบุตรที่รักผู้ได้รับกำเนิดองค์เดียวของพระองค์ให้วายพระชนม์เพื่อประโยชน์ของพวกเรา.

^ วรรค 18 นับว่าเหมาะสมที่คัมภีร์ไบเบิลเชื่อมโยงความจริงกับความสว่าง. ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญได้ร้องเพลงว่า “ขอทรงโปรดใช้ความสว่างและความจริงของพระองค์ออกไป.” (บทเพลงสรรเสริญ 43:3, ฉบับแปลใหม่) พระยะโฮวาทรงฉายความสว่างฝ่ายวิญญาณอย่างล้นเหลือเหนือคนเหล่านั้นที่เต็มใจให้พระองค์สั่งสอน หรือทำให้รู้แจ้ง.—2 โกรินโธ 4:6; 1 โยฮัน 1:5.