ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

 บท​ยี่​สิบ

“ข้าพเจ้าเชื่อ”

“ข้าพเจ้าเชื่อ”

1. จง​พรรณนา​ว่า​มาร์ทา​รู้สึก​อย่าง​ไร และ​ทำไม.

มาร์ทา​ไม่​อาจ​ลืม​ภาพ​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​น้อง​ชาย​ได้. อุโมงค์​นั้น​เป็น​ถ้ำ​ที่​มี​หิน​ก้อน​ใหญ่​ปิด​ไว้. ความ​ทุกข์​ของ​เธอ​หนัก​อึ้ง​ราว​กับ​หิน​ก้อน​นั้น. เธอ​ไม่​อยาก​เชื่อ​เลย​ว่า​ลาซะโร​น้อง​ชาย​ที่​รัก​ของ​เธอ​ได้​จาก​ไป​แล้ว. ตลอด​สี่​วัน​ที่​ผ่าน​มา​หลัง​จาก​ลาซะโร​สิ้น​ใจ เธอ​แทบ​ไม่​รู้​เลย​ว่า​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น​บ้าง. เธอ​รู้​แต่​ว่า​ตัว​เอง​จม​อยู่​ใน​ความ​ทุกข์​โศก​เศร้า และ​มี​คน​มาก​มาย​มา​เยี่ยม​เพื่อ​ปลอบโยน​เธอ.

2, 3. (ก) มาร์ทา​รู้สึก​อย่าง​ไร​เมื่อ​เห็น​พระ​เยซู? (ข) คำ​พูด​ของ​มาร์ทา​ใน​โยฮัน 11:27 แสดง​ว่า​เธอ​เป็น​คน​แบบ​ไหน?

2 ตอน​นี้​บุรุษ​ผู้​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​เพื่อน​ที่​ลาซะโร​รัก​ที่​สุด​กำลัง​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า​เธอ. เมื่อ​เห็น​พระ​เยซู หัวใจ​เธอ​ก็​เจ็บ​แปลบ​ด้วย​ความ​ทุกข์​อีก​ครั้ง เพราะ​พระองค์​คือ​ผู้​เดียว​ที่​น่า​จะ​ช่วย​ชีวิต​น้อง​ชาย​เธอ​ได้. แต่​มาร์ทา​ก็​สบาย​ใจ​ขึ้น​เมื่อ​ได้​พูด​คุย​กับ​พระ​เยซู​นอก​เมือง​เบทาเนีย​ซึ่ง​เป็น​เมือง​เล็ก ๆ บน​เชิง​เขา. แม้​จะ​คุย​กัน​เพียง​สั้น ๆ แต่​ความ​กรุณา​และ​ความ​เห็น​อก​เห็น​ใจ​ของ​พระ​เยซู​ก็​ทำ​ให้​เธอ​รู้สึก​อุ่น​ใจ​และ​มี​กำลังใจ​ขึ้น. พระองค์​ใช้​คำ​ถาม​ต่าง ๆ เพื่อ​ช่วย​เธอ​ให้​คิด​ถึง​ความ​เชื่อ​และ​ความ​หวัง​เรื่อง​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย. การ​สนทนา​ครั้ง​นั้น​ทำ​ให้​มาร์ทา​เอ่ย​ถ้อย​คำ​หนึ่ง​ที่​สำคัญ​ที่​สุด​เท่า​ที่​เธอ​เคย​พูด​ออก​มา. เธอ​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​เชื่อ​ว่า​พระองค์​ทรง​เป็น​พระ​คริสต์​พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า​ผู้​เสด็จ​เข้า​มา​ใน​โลก.”—โย. 11:27

3 คำ​พูด​ดัง​กล่าว​แสดง​ว่า​มาร์ทา​เป็น​สตรี​ที่​มี​ความ​เชื่อ​โดด​เด่น​มาก. สิ่ง​ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​เรา​เกี่ยว​กับ​มาร์ทา​แม้​จะ​ไม่​มาก​นัก แต่​ก็​ให้​บทเรียน​สำคัญ​และ​ช่วย​เรา​ให้​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง​ขึ้น. เพื่อ​จะ​เข้าใจ​บทเรียน​นี้ ให้​เรา​พิจารณา​บันทึก​ใน​พระ​คัมภีร์​ที่​กล่าว​ถึง​มาร์ทา​เป็น​ครั้ง​แรก.

 “กังวล​และ​พะวง​อยู่​กับ​หลาย​สิ่ง”

4. ครอบครัว​ของ​มาร์ทา​ต่าง​จาก​ครอบครัว​ทั่ว ๆ ไป​อย่าง​ไร และ​พวก​เขา​มี​ความ​สัมพันธ์​เช่น​ไร​กับ​พระ​เยซู?

4 หลาย​เดือน​ก่อน​หน้า​นั้น ลาซะโร​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​และ​แข็งแรง​ดี. เขา​กำลัง​จะ​ได้​ต้อนรับ​แขก​คน​สำคัญ​คือ พระ​เยซู​คริสต์ ที่​บ้าน​ของ​เขา​ใน​เบทาเนีย. ครอบครัว​นี้​ต่าง​จาก​ครอบครัว​ทั่ว ๆ ไป เพราะ​ทั้ง​ลาซะโร มาร์ทา และ​มาเรีย​แม้​จะ​เป็น​ผู้​ใหญ่​แล้ว​แต่​ก็​ยัง​อาศัย​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​เดียว​กัน. ผู้​เชี่ยวชาญ​ด้าน​คัมภีร์​ไบเบิล​บาง​คน​คิด​ว่า​ใน 3 คน​นี้​มาร์ทา​น่า​จะ​เป็น​พี่​สาว​คน​โต เพราะ​เธอ​มัก​ทำ​หน้า​ที่​เป็น​เจ้าบ้าน​และ​มัก​มี​การ​กล่าว​ถึง​ชื่อ​เธอ​เป็น​คน​แรก. (โย. 11:5) ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​พี่​น้อง 3 คน​นี้​เคย​แต่งงาน​หรือ​ไม่. ถึง​อย่าง​ไร​พวก​เขา​ก็​เป็น​เพื่อน​สนิท​ของ​พระ​เยซู. ช่วง​ที่​พระ​เยซู​ทำ​งาน​ประกาศ​ใน​แคว้น​ยูเดีย พระองค์​อาศัย​บ้าน​ของ​พวก​เขา​เป็น​ที่​พักพิง. หลาย​คน​ที่​นั่น​เกลียด​ชัง​และ​ต่อ​ต้าน​พระองค์​อย่าง​หนัก พระองค์​คง​รู้สึก​ซาบซึ้ง​ใจ​ที่​ได้​รับ​การ​ดู​แล​เอา​ใจ​ใส่​เป็น​อย่าง​ดี​ใน​บ้าน​อัน​สงบ​สุข​นี้.

5, 6. (ก) ทำไม​มาร์ทา​ยุ่ง​มาก​ตอน​ที่​พระ​เยซู​มา​เยี่ยม? (ข) มาเรีย​รู้สึก​อย่าง​ไร​ตอน​ที่​พระ​เยซู​มา​ที่​บ้าน?

5 มาร์ทา​มี​น้ำใจ​รับรอง​แขก​และ​ทำ​หลาย​สิ่ง​เพื่อ​ให้​บ้าน​เป็น​ที่​พัก​ที่​สะดวก​สบาย. เธอ​เป็น​คน​ขยัน​ขันแข็ง เอา​การ​เอา​งาน และ​ดู​เหมือน​จะ​มี​งาน​ยุ่ง​อยู่​ตลอด​เวลา. ตอน​ที่​พระ​เยซู​มา​เยี่ยม​ก็​เป็น​เช่น​นั้น​ด้วย. เธอ​ตระเตรียม​อาหาร​พิเศษ​หลาย​อย่าง​สำหรับ​แขก​คน​สำคัญ​ของ​เธอ​กับ​คน​ที่​เดิน​ทาง​มา​ด้วย. ใน​สมัย​นั้น การ​รับรอง​แขก​ถือ​เป็น​เรื่อง​สำคัญ​มาก. เมื่อ​แขก​มา​ถึง เจ้าบ้าน​จะ​ต้อนรับ​ด้วย​การ​จูบ จะ​ถอด​รอง​เท้า​และ​ล้าง​เท้า​ให้​แขก จาก​นั้น​ก็​เอา​น้ำมัน​หอม​ชโลม​ศีรษะ​ให้​เพื่อ​แขก​จะ​รู้สึก​สดชื่น. (อ่าน​ลูกา 7:44-47 ) แขก​จะ​ได้​รับ​การ​ดู​แล​อย่าง​ดี​ที่​สุด​ทั้ง​ใน​เรื่อง​อาหาร​และ​ที่​พัก.

6 เพื่อ​ต้อนรับ​แขก​กลุ่ม​นี้ มาร์ทา​กับ​มาเรีย​มี​งาน​มาก​มาย​ต้อง​ทำ. ตอน​แรก​มาเรีย​คง​ช่วย​พี่​สาว​เตรียม​งาน บาง​คน​คิด​ว่า​มาเรีย​เป็น​คน​ละเอียดอ่อน​และ​สนใจ​ใคร่​รู้​มาก​กว่า​มาร์ทา. แต่​พอ​พระ​เยซู​มา​ถึง เหตุ​การณ์​ก็​เปลี่ยน​ไป.  พระ​เยซู​มอง​ว่า​นี่​เป็น​โอกาส​ดี​ที่​จะ​สอน และ​พระองค์​ก็​สอน. พระ​เยซู​ไม่​เหมือน​ผู้​นำ​ศาสนา​ใน​สมัย​นั้น พระองค์​ให้​เกียรติ​ผู้​หญิง​และ​ยินดี​สอน​พวก​เธอ​เรื่อง​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ซึ่ง​เป็น​สาระ​สำคัญ​ของ​ข่าวสาร​ที่​พระองค์​ประกาศ. มาเรีย​ตื่นเต้น​มาก​ที่​มี​โอกาส​ฟัง​พระ​เยซู เธอ​จึง​ไป​นั่ง​อยู่​แทบ​พระ​บาท​พระ​เยซู​และ​ตั้งใจ​ฟัง​ทุก​คำ.

7, 8. ทำไม​มาร์ทา​รู้สึก​เครียด​และ​กระวนกระวาย​ใจ และ​เธอ​โพล่ง​อะไร​ออก​มา?

7 เรา​นึก​ภาพ​ออก​ว่า​มาร์ทา​คง​เริ่ม​รู้สึก​เครียด​และ​กระวนกระวาย​ใจ. เธอ​ต้อง​ทำ​อาหาร​หลาย​อย่าง ทั้ง​ยัง​ต้อง​เตรียม​โน่น​เตรียม​นี่​ให้​แขก เธอ​จึง​กังวล​และ​ว้าวุ่น​ใจ​มาก​ขึ้น​เรื่อย ๆ. เธอ​อาจ​เริ่ม​โกรธ​และ​ถอน​หายใจ​ดัง ๆ หรือ​ไม่​ก็​ทำ​หน้า​นิ่ว​คิ้ว​ขมวด​เมื่อ​เดิน​เข้า​เดิน​ออก​และ​เห็น​น้อง​สาว​นั่ง​อยู่​เฉย ๆ โดย​ไม่​ช่วย​อะไร​เลย. ไม่​แปลก​ถ้า​เธอ​จะ​แสดง​อาการ​เช่น​นั้น. เธอ​ไม่​สามารถ​ทำ​งาน​ทั้ง​หมด​ได้​โดย​ไม่​มี​ใคร​ช่วย.

8 ใน​ที่​สุด มาร์ทา​ก็​ทน​ไม่​ไหว. เธอ​เข้า​มา​ขัด​จังหวะ​ระหว่าง​ที่​พระ​เยซู​สอน แล้ว​โพล่ง​ออก​มา​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า พระองค์​ไม่​สน​พระทัย​หรือ​ที่​น้อง​สาว​ปล่อย​ให้​ข้าพเจ้า​ทำ​งาน​อยู่​คน​เดียว? ขอ​ทรง​บอก​เธอ​ให้​มา​ช่วย​ข้าพเจ้า​เถิด.” (ลูกา 10:40) นี่​เป็น​คำ​พูด​ที่​แรง​ที​เดียว. คัมภีร์​ไบเบิล​บาง​ฉบับ​แปล​คำ​พูด​ของ​เธอ​ใน​ทำนอง​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ไม่​เห็น​หรือ​ว่า . . . ?” แล้ว​เธอ​ก็​ขอ​ให้​พระ​เยซู​ตักเตือน​มาเรีย​และ​สั่ง​ให้​มา​เรียก​ลับ​มา​ช่วย​เธอ​ทำ​งาน.

9, 10. (ก) พระ​เยซู​ตอบ​มาร์ทา​อย่าง​ไร? (ข) จาก​คำ​พูด​ของ​พระ​เยซู​แสดง​ว่า​พระองค์​ไม่​เห็น​ค่า​สิ่ง​ที่​มาร์ทา​อุตส่าห์​ทำ​ไหม?

9 คำ​ตอบ​ของ​พระ​เยซู​คง​ทำ​ให้​มาร์ทา​ประหลาด​ใจ​เหมือน​กับ​ที่​ผู้​อ่าน​พระ​คัมภีร์​หลาย​คน​รู้สึก​เช่น​นั้น. พระองค์​พูด​ด้วย​น้ำ​เสียง​อ่อนโยน​ว่า “มาร์ทา มาร์ทา เจ้า​กังวล​และ​พะวง​อยู่​กับ​หลาย​สิ่ง​หลาย​อย่าง. แต่​ที่​จำเป็น​นั้น​มี​ไม่​กี่​อย่าง​หรือ​ไม่​ก็​เพียง​อย่าง​เดียว. มาเรีย​นั้น​เลือก​เอา​ส่วน​ดี​และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​เอา​ส่วน​นี้​ไป​จาก​เธอ​ได้.”  (ลูกา 10:41, 42) พระ​เยซู​หมาย​ความ​อย่าง​ไร? พระองค์​กำลัง​บอก​ว่า​มาร์ทา​สนใจ​เรื่อง​การ​กิน​การ​อยู่​มาก​กว่า​สนใจ​พระเจ้า​ไหม? พระองค์​ไม่​เห็น​ค่า​ที่​เธอ​อุตส่าห์​เตรียม​อาหาร​ดี ๆ หลาย​อย่าง​ไหม?

แม้​มาร์ทา​จะ​รู้สึก “กังวล​และ​พะวง” แต่​เธอ​ก็​ถ่อม​ใจ​ยอม​รับ​การ​แก้ไข

10 ไม่​ใช่​เช่น​นั้น. พระ​เยซู​รู้​ว่า​มาร์ทา​มี​เจตนา​ดี​และ​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ด้วย​ความ​รัก. พระองค์​ไม่​ได้​คิด​ว่า​การ​ต้อนรับ​แขก​ด้วย​การ​จัด​เลี้ยง​อย่าง​ใหญ่​โต​เป็น​เรื่อง​ผิด​เสมอ. ก่อน​หน้า​นี้ พระองค์​ยินดี​ไป​ร่วม “งาน​เลี้ยง​ใหญ่” ที่​มัดธาย​จัด​ขึ้น​เพื่อ​ต้อนรับ​พระองค์. (ลูกา 5:29) การ​ที่​มาร์ทา​จัด​เตรียม​อาหาร​มาก​มาย​ไม่​ใช่​ประเด็น แต่​พระ​เยซู​กำลัง​เน้น​เรื่อง​การ​จัด​ลำดับ​ความ​สำคัญ​ของ​สิ่ง​ ต่าง ๆ. มาร์ทา​เป็น​ห่วง​มาก​เกิน​ไป​ว่า​ต้อง​เตรียม​อาหาร​อย่าง​ประณีต​จึง​มอง​ข้าม​สิ่ง​ที่​สำคัญ​ที่​สุด. สิ่ง​นั้น​คือ​อะไร?

พระ​เยซู​ทรง​เห็น​ค่า​น้ำใจ​รับรอง​แขก​ของ​มาร์ทา และ​พระ​เยซู​รู้​ว่า​มาร์ทา​มี​เจตนา​ดี​และ​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นี้​ด้วย​ความ​รัก

11, 12. พระ​เยซู​แก้ไข​ความ​คิด​ของ​มาร์ทา​อย่าง​ผ่อน​หนัก​ผ่อน​เบา​อย่าง​ไร?

11 พระ​เยซู​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​กำลัง​สอน​ความ​จริง​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​มาร์ทา. ไม่​มี​สิ่ง​ใด​สำคัญ​ไป​กว่า​นี้ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​อาหาร​ที่​น่า​รับประทาน​หรือ​การ​ต้อนรับ​อย่าง​ดี​เยี่ยม. พระ​เยซู​คง​รู้สึก​เสียดาย​ที่​มาร์ทา​พลาด​โอกาส​ที่​พิเศษ​สุด​นี้​ใน​การ​เสริม​สร้าง​ความ​เชื่อ​ของ​ตน แต่​พระองค์​ก็​ปล่อย​ให้​เธอ​เลือก​เอง. * อย่าง​ไร​ก็​ตาม มาร์ทา​ไม่​มี​สิทธิ์​ขอร้อง​พระ​เยซู​ให้​สั่ง​น้อง​สาว​ให้​เลือก​อย่าง​เดียว​กับ​เธอ.

12 พระ​เยซู​แก้ไข​ความ​คิด​ของ​มาร์ทา​อย่าง​ผ่อน​หนัก​ผ่อน​เบา. พระองค์​เรียก​ชื่อ​เธอ​ซ้ำ 2 ครั้ง​เพื่อ​ให้​เธอ​ใจ​เย็น และ​บอก​เธอ​ว่า​ไม่​ต้อง “กังวล​และ​พะวง​อยู่​กับ​หลาย​สิ่ง​หลาย​อย่าง.” อาหาร​ธรรมดา​แค่​หนึ่ง​หรือ​สอง​อย่าง​ก็​เพียง​พอ​แล้ว โดย​เฉพาะ​เมื่อ​มี​โอกาส​ได้​รับ​ความ​รู้​มาก​มาย​จาก​พระ​เยซู​ซึ่ง​เป็น​อาหาร​ฝ่าย​วิญญาณ. พระ​เยซู​จะ​ไม่​สั่ง​มาเรีย​ให้​ทิ้ง​โอกาส​ที่​จะ​ได้​รับ​การ​สอน​จาก​พระองค์ นั่น​เป็น “ส่วน​ดี” ที่​เธอ​เลือก​แล้ว.

13. การ​ที่​พระ​เยซู​แก้ไข​มาร์ทา​สอน​อะไร​เรา?

13 เรื่อง​ราว​สั้น ๆ ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​บ้าน​หลัง​นี้​ให้​บทเรียน​อัน​มี​ค่า​แก่​เรา​ทุก​คน. เรา​ต้อง​ไม่​ปล่อย​ให้​สิ่ง​ใด​มา​ขัด​ขวาง​โอกาส​ที่​จะ​ได้​รับ​ความ​รู้​จาก​พระเจ้า​ซึ่ง​เป็น​การ​ตอบ​สนอง “ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ” ของ​เรา. (มัด. 5:3) ถึง​แม้​เรา​ต้องการ​เลียน​แบบ​มาร์ทา​ใน​เรื่อง​การ​แสดง​น้ำใจ​เอื้อเฟื้อ​และ​ความ​ขยัน​ขันแข็ง แต่​เรา​ไม่​ควร “กังวล​และ​พะวง” กับ​การ​รับรอง​แขก​มาก​เกิน​ไป​จน​พลาด​สิ่ง​ที่​สำคัญ​ที่​สุด. เมื่อ​เรา​สังสรรค์​กับ​เพื่อน​ร่วม​ความ​เชื่อ สิ่ง​สำคัญ​อันดับ​แรก​ไม่​ใช่​เรื่อง​การ​จัด​เลี้ยง​หรือ​กิน​เลี้ยง​อย่าง​หรูหรา แต่​เรา​ไป​เพื่อ​หนุน​กำลังใจ​กัน​และ​เสริม​สร้าง​กัน​ใน​ด้าน​ความ​เชื่อ. (อ่าน​โรม 1:11, 12 ) แม้​จะ​เป็น​การ​รับประทาน​อาหาร​ง่าย ๆ เรา​ก็​หนุน​ใจ​กัน​ได้.

 เสีย​น้อง​ชาย​ที่​รัก​ไป​และ​ได้​กลับ​คืน​มา

14. ทำไม​อาจ​กล่าว​ได้​ว่า​มาร์ทา​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​เยี่ยม​สำหรับ​เรา?

14 มาร์ทา​ยอม​รับ​การ​เตือน​สติ​อย่าง​ผ่อน​หนัก​ผ่อน​เบา​จาก​พระ​เยซู​และ​เรียน​รู้​จาก​เหตุ​การณ์​นั้น​ไหม? แน่นอน. ก่อน​ที่​อัครสาวก​โยฮัน​จะ​เล่า​เหตุ​การณ์​ที่​น่า​ตื่นเต้น​เกี่ยว​กับ​น้อง​ชาย​ของ​มาร์ทา เขา​บอก​ว่า “พระ​เยซู​ทรง​รัก​มาร์ทา​กับ​น้อง​สาว​และ​ลาซะโร​ด้วย.” (โย. 11:5) ใน​ตอน​นั้น เวลา​ได้​ผ่าน​ไป​หลาย​เดือน​แล้ว​ตั้ง​แต่​พระ​เยซู​เสด็จ​มา​ที่​เบทาเนีย. เห็น​ชัด​ว่า​มาร์ทา​ไม่​ได้​ผูก​ใจ​เจ็บ. เธอ​ไม่​ได้​แค้น​เคือง​พระ​เยซู​ที่​ให้​คำ​แนะ​นำ​เธอ​ด้วย​ความ​รัก. เธอ​เต็ม​ใจ​ยอม​รับ​การ​แก้ไข​นั้น. มาร์ทา​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​เยี่ยม​สำหรับ​เรา​ใน​เรื่อง​นี้. เรา​ทุก​คน​จำเป็น​ต้อง​ได้​รับ​คำ​แนะ​นำ​เป็น​ครั้ง​คราว​มิ​ใช่​หรือ?

15, 16. (ก) มาร์ทา​อาจ​ทำ​อะไร​บ้าง​ตอน​น้อง​ชาย​ป่วย? (ข) ทำไม​มาร์ทา​กับ​มาเรีย​ต้อง​ผิด​หวัง?

15 เมื่อ​น้อง​ชาย​ป่วย มาร์ทา​คง​คอย​ดู​แล​เขา​อย่าง​ใกล้​ชิด. เธอ​อาจ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​ทำ​ได้​เพื่อ​ช่วย​ให้​น้อง​ชาย​เจ็บ​ปวด​น้อย​ลง​และ​รู้สึก​ดี​ขึ้น. แม้​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น แต่​อาการ​ของ​ลาซะโร​ก็​ทรุด​หนัก​ลง​เรื่อย ๆ. มาร์ทา​คง​มอง​ดู​ใบ​หน้า​ที่​ซูบ​ซีด​ของ​น้อง​ชาย​แล้ว​นึก​ถึง​ช่วง​เวลา​หลาย​ปี​ที่​พวก​เขา​ได้​ร่วม​ทุกข์​ร่วม​สุข​กัน.

16 เมื่อ​มาร์ทา​กับ​มาเรีย​เห็น​ว่า​ลาซะโร​ป่วย​หนัก​เกิน​กว่า​จะ​ช่วย​ได้ พวก​เธอ​ส่ง​คน​ไป​แจ้ง​ข่าว​แก่​พระ​เยซู. พระองค์​กำลัง​ประกาศ​ใน​เมือง​ที่​อยู่​ไกล​ซึ่ง​ต้อง​ใช้​เวลา​เดิน​ทาง​ถึง 2 วัน. พวก​เธอ​ส่ง​ข่าว​ไป​สั้น ๆ ว่า “พระองค์​เจ้าข้า สหาย​ที่​พระองค์​ทรง​รัก​ป่วย​อยู่.” (โย. 11:1, 3) มาร์ทา​กับ​มาเรีย​รู้​ว่า​พระ​เยซู​รัก​น้อง​ชาย​ของ​พวก​เธอ และ​เชื่อ​ว่า​พระองค์​จะ​ทำ​ทุก​สิ่ง​เพื่อ​ช่วย​สหาย​คน​นี้. พวก​เธอ​อาจ​หวัง​ว่า​พระ​เยซู​จะ​มา​ทัน​เวลา แต่​แล้ว​พวก​เธอ​ก็​ต้อง​ผิด​หวัง. ลาซะโร​ตาย​แล้ว.

17. มาร์ทา​อาจ​สงสัย​เรื่อง​ใด และ​เธอ​ทำ​อะไร​เมื่อ​ได้​ยิน​ว่า​พระ​เยซู​เดิน​ทาง​มา​ใกล้​ถึง​เบทาเนีย?

17 ทั้ง​มาร์ทา​และ​มาเรีย​ต่าง​ก็​โศก​เศร้า​อาลัย​ถึง​น้อง​ชาย. พวก​เธอ​ช่วย​กัน​เตรียม​งาน​ศพ​และ​ต้อนรับ​แขก​มาก​มาย​ที่​มา​จาก​เบทาเนีย​และ​ละแวก​ใกล้​ เคียง. ถึง​ตอน​นี้​ก็​ยัง​ไม่​ได้​ข่าว​จาก​พระ​เยซู. เมื่อ​เวลา​ผ่าน​ไป มาร์ทา​คง​ยิ่ง​สงสัย​ว่า​ทำไม​พระ​เยซู​ยัง​ไม่​เสด็จ​มา. ใน​ที่​สุด หลัง​จาก​ลาซะโร​ตาย​ไป​ได้​สี่​วัน มาร์ทา​ก็​ได้​ยิน​ว่า​พระ​เยซู​เดิน​ทาง​มา​ใกล้​ถึง​เบทาเนีย​แล้ว. แม้​มาร์ทา​จะ​ยัง​ทุกข์​โศก​อยู่ แต่​เนื่อง​จาก​เธอ​เป็น​คน​แคล่วคล่อง​ว่องไว เธอ​จึง​รีบ​ออก​ไป​หา​พระ​เยซู​ทันที​โดย​ไม่​ทัน​บอก​มาเรีย.—อ่าน​โยฮัน 11:18-20

18, 19. มาร์ทา​พูด​อะไร​ที่​แสดง​ว่า​เธอ​มี​ความ​หวัง และ​ทำไม​ความ​เชื่อ​ของ​เธอ​จึง​โดด​เด่น?

18 ทันที​ที่​เห็น​นาย​ของ​เธอ มาร์ทา​ก็​ระบาย​ความ​ทุกข์​ที่​อัดอั้น​อยู่​ใน​ใจ​เธอ​กับ​มาเรีย​มา​หลาย​วัน. เธอ​กล่าว​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ถ้า​ตอน​นั้น​พระองค์​อยู่​ที่​นี่ น้อง​ชาย​ข้าพเจ้า​คง​ไม่​ตาย.” แม้​จะ​พูด​เช่น​นี้ แต่​มาร์ทา​ก็​ยัง​มี​ความ​เชื่อ​และ​ความ​หวัง. เธอ​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “ถึง​อย่าง​นั้น ข้าพเจ้า​ก็​รู้​อยู่​ว่า​ทุก​สิ่ง​ที่​พระองค์​ทูล​ขอ​จาก​พระเจ้า พระเจ้า​จะ​ทรง​ประทาน​แก่​พระองค์.” พระ​เยซู​ช่วย​ให้​เธอ​มั่น​ใจ​ใน​ความ​หวัง​นั้น​โดย​ตอบ​ทันที​ว่า “น้อง​ชาย​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย.”—โย. 11:21-23

19 มาร์ทา​คิด​ว่า​พระ​เยซู​กำลัง​พูด​ถึง​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ที่​จะ​เกิด​ใน​อนาคต เธอ​จึง​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​รู้​ว่า​เขา​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​สุด​ท้าย.” (โย. 11:24) การ​ที่​เธอ​มี​ความ​เชื่อ​ใน​คำ​สอน​นี้​เป็น​เรื่อง​ที่​โดด​เด่น​มาก. ผู้​นำ​ศาสนา​ชาว​ยิว​บาง​คน​ที่​เป็น​พวก​ซาดูกาย​ไม่​เชื่อ​ว่า​มี​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย ทั้ง ๆ ที่​คำ​สอน​นี้​มี​บอก​ไว้​ชัดเจน​ใน​พระ​คัมภีร์​ที่​มี​ขึ้น​โดย​การ​ดล​ใจ. (ดานิ. 12:13; มโก. 12:18) แต่​มาร์ทา​รู้​ว่า​พระ​เยซู​สอน​เรื่อง​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย และ​พระองค์​เคย​ปลุก​บาง​คน​ให้​กลับ​มา​มี​ชีวิต​แล้ว​แม้​ว่า​คน​เหล่า​นั้น​จะ​ตาย​ไป​ไม่​นาน​เท่า​ลาซะโร. เธอ​ไม่​รู้​เลย​ว่า​กำลัง​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น.

20. จง​อธิบาย​ถ้อย​คำ​ที่​ไม่​อาจ​ลืม​เลือน​ของ​พระ​เยซู​ดัง​บันทึก​ใน​โยฮัน 11:25-27 รวม​ทั้ง​คำ​ตอบ​ของ​มาร์ทา.

20 แล้ว​พระ​เยซู​ก็​ตรัส​ถ้อย​คำ​ที่​ไม่​อาจ​ลืม​เลือน​ดัง​นี้: “เรา​เป็น​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​เป็น​ชีวิต.” จริง​ที​เดียว พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​มอบ​อำนาจ​ให้​พระ​บุตร​สามารถ​ปลุก​ทุก​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​ให้​กลับ​มา​มี​ชีวิต​อีก​ใน​อนาคต. พระ​ เยซู​ถาม​มาร์ทา​ว่า “เจ้า​เชื่อ​เรื่อง​นี้​ไหม?” มาร์ทา​ตอบ​อย่าง​ที่​กล่าว​ไป​แล้ว​ใน​ตอน​ต้น​ของ​บท​นี้. เธอ​เชื่อ​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​พระ​คริสต์​หรือ​พระ​มาซีฮา เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า และ​เป็น​บุคคล​ที่​พวก​ผู้​พยากรณ์​กล่าว​ถึง​ว่า​จะ​เสด็จ​เข้า​มา​ใน​โลก.—โย. 5:28, 29; อ่าน​โยฮัน 11:25-27

21, 22. (ก) พระ​เยซู​รู้สึก​อย่าง​ไร​เมื่อ​เห็น​ผู้​คน​โศก​เศร้า? (ข) จง​พรรณนา​เหตุ​การณ์​ตอน​ที่​พระ​เยซู​ปลุก​ลาซะโร.

21 พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​และ​พระ​เยซู​คริสต์​พระ​บุตร​ของ​พระองค์​ทรง​เห็น​ค่า​ความ​เชื่อ​เช่น​นั้น​ไหม? เหตุ​การณ์​ต่อ​จาก​นี้​ที่​มาร์ทา​จะ​ได้​เห็น​ด้วย​ตา​ตัว​เอง​ช่วย​ตอบ​คำ​ถาม​นี้​ได้​อย่าง​ชัดเจน. ตอน​แรก​เธอ​รีบ​วิ่ง​ไป​เรียก​น้อง​สาว. หลัง​จาก​นั้น เธอ​ได้​เห็น​ว่า​พระ​เยซู​รู้สึก​เศร้า​พระทัย​อย่าง​ยิ่ง​ขณะ​ที่​พูด​คุย​กับ​มาเรีย​ และ​คน​อื่น ๆ ที่​กำลัง​โศก​เศร้า. เธอ​เห็น​พระ​เยซู​สะเทือน​พระทัย​และ​หลั่ง​น้ำตา​เมื่อ​เห็น​ว่า​ความ​ตาย​ก่อ​ความ​ทุกข์​มาก​เพียง​ไร. เธอ​ได้​ยิน​พระ​เยซู​สั่ง​คน​ให้​กลิ้ง​หิน​ออก​จาก​ปาก​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​น้อง​ชาย.—โย. 11:28-39

22 เนื่อง​จาก​มาร์ทา​เป็น​คน​รอบคอบ เธอ​ทัก​ท้วง​ว่า​ตอน​นี้​ศพ​คง​มี​กลิ่น​เหม็น​เพราะ​ตาย​มา​สี่​วัน​แล้ว. พระ​เยซู​บอก​เธอ​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​แล้ว​มิ​ใช่​หรือ​ว่า ถ้า​เจ้า​เชื่อ เจ้า​จะ​เห็น​ฤทธิ์​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระเจ้า?” เธอ​เชื่อ และ​เธอ​ก็​ได้​เห็น​ฤทธิ์​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า. ทันใด​นั้น พระ​ยะโฮวา​ได้​มอบ​อำนาจ​ให้​พระ​บุตร​สามารถ​ปลุก​ลาซะโร​ให้​กลับ​มา​มี​ชีวิต​อีก​ครั้ง! ลอง​นึก​ภาพ​เหตุ​การณ์​ต่อ​ไป​นี้​ซึ่ง​คง​จะ​ตราตรึง​อยู่​ใน​ความ​ทรง​จำ​ของ​มาร์ทา​ไป​ตลอด​ชีวิต. พระ​เยซู​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “ลาซะโร ออก​มา​เถิด!” จาก​นั้น​ก็​มี​เสียง​อะไร​บาง​อย่าง​แว่ว​มา​จาก​ด้าน​ใน​อุโมงค์ ขณะ​ที่​ลาซะโร​ลุก​ขึ้น​และ​ค่อย ๆ คลำ​หา​ทาง​ออก​จาก​อุโมงค์​โดย​ที่​ยัง​มี​ผ้า​พัน​ตัว​อยู่. พระ​เยซู​สั่ง​ว่า “จง​เอา​ผ้า​ที่​พัน​เขา​ไว้​ออก​เสีย เขา​จะ​ได้​ไป.” มาร์ทา​กับ​มาเรีย​คง​ต้อง​โผ​เข้า​ไป​กอด​น้อง​ชาย​ด้วย​ความ​ตื่นเต้น​ดีใจ​อย่าง​ยิ่ง. (อ่าน​โยฮัน 11:40-44 ) ความ​ทุกข์​ใน​ใจ​ของ​มาร์ทา​ที่​หนัก​อึ้ง​ถูก​ยก​ออก​ไป​แล้ว!

มาร์ทา​มี​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​และ​เพราะ​ความ​เชื่อ​นี้​เอง​ทำ​ให้​เธอ​กับ​มาเรีย​ได้​เห็น​น้อง​ชาย​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย

23. พระ​ยะโฮวา​และ​พระ​เยซู​ปรารถนา​จะ​ประทาน​อะไร​แก่​คุณ และ​คุณ​ควร​ทำ​อะไร​เพื่อ​จะ​ได้​ของ​ประทาน​นั้น?

23 บันทึก​เรื่อง​นี้​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ไม่​ได้​เป็น​เพียง​เรื่อง​เพ้อ​ฝัน แต่​เป็น​คำ​สอน​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ที่​น่า​อบอุ่น​ใจ​และ​เป็น​เรื่อง​จริง​ทาง​ประวัติศาสตร์​ที่​มี​หลักฐาน​ยืน​ยัน. (โยบ 14:14, 15) พระ​ยะโฮวา​และ​พระ​บุตร​ปรารถนา​อย่าง​ยิ่ง​ที่​จะ​ประทาน​รางวัล​แก่​คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​เหมือน​ที่​พระองค์​ประทาน​แก่​มาร์ทา มาเรีย และ​ลาซะโร. พระองค์​ทั้ง​สอง​จะ​ประทาน​รางวัล​นั้น​แก่​คุณ​ด้วย ถ้า​คุณ​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง​เหมือน​มาร์ทา.

“มาร์ทา​คอย​รับใช้”

24. ข้อ​ความ​สุด​ท้าย​ที่​กล่าว​ถึง​มาร์ทา​คือ​อะไร?

24 หลัง​จาก​เหตุ​การณ์​นั้น คัมภีร์​ไบเบิล​กล่าว​ถึง​มาร์ทา​อีก​เพียง​ครั้ง​เดียว.  ขณะ​นั้น​เป็น​สัปดาห์​สุด​ท้าย​ที่​พระ​เยซู​จะ​อยู่​บน​แผ่นดิน​โลก. พระ​เยซู​รู้​ดี​ว่า​กำลัง​จะ​เจอ​ความ​ทุกข์​อะไร​บ้าง​ใน​กรุง​เยรูซาเลม พระองค์​จึง​เลือก​พัก​อยู่​กับ​ครอบครัว​นี้​ที่​เบทาเนีย​ก่อน​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​นั้น ซึ่ง​อยู่​ห่าง​เพียง​สาม​กิโลเมตร. ขณะ​ที่​พระ​เยซู​และ​ลาซะโร​กำลัง​รับประทาน​อาหาร​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ซีโมน​คน​โรค​เรื้อน เรา​พบ​ข้อ​ความ​สุด​ท้าย​ที่​กล่าว​ว่า “มาร์ทา​คอย​รับใช้.”—โย. 12:2

25. ทำไม​ประชาคม​ต่าง ๆ ใน​ทุก​วัน​นี้​จึง​ยินดี​ที่​มี​ผู้​หญิง​แบบ​มาร์ทา?

25 มาร์ทา​เป็น​สตรี​ที่​ขยัน​ขันแข็ง​จริง ๆ! ครั้ง​แรก​ที่​เรา​อ่าน​พบ​เรื่อง​ราว​ของ​เธอ​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล เธอ​กำลัง​ทำ​งาน​อยู่ และ​ตอน​ที่​กล่าว​ถึง​เธอ​ครั้ง​สุด​ท้าย เธอ​ก็​ยัง​ทำ​งาน​อยู่​และ​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล​คน​รอบ​ข้าง​อย่าง​ดี​ที่​สุด. ใน​ทุก​วัน​นี้ เรา​ยินดี​จริง ๆ ที่​มี​ผู้​หญิง​แบบ​มาร์ทา​ใน​ประชาคม​คริสเตียน พวก​เธอ​เด็ด​เดี่ยว​กล้า​หาญ มี​น้ำใจ​เอื้อเฟื้อ และ​แสดง​ความ​เชื่อ​โดย​รับใช้​ผู้​อื่น​อย่าง​ไม่​เห็น​แก่​ความ​เหนื่อย​ยาก. มาร์ทา​คง​จะ​ทำ​อย่าง​นี้​ต่อ​ไป. นี่​เป็น​สิ่ง​ที่​ฉลาด​สุขุม เพราะ​เธอ​ยัง​ต้อง​เจอ​กับ​อุปสรรค​อีก​มาก​มาย.

26. ความ​เชื่อ​ของ​มาร์ทา​ได้​ช่วย​เธอ​อย่าง​ไร?

26 หลัง​จาก​นั้น​ไม่​กี่​วัน มาร์ทา​ต้อง​ทน​กับ​ความ​โศก​เศร้า​เมื่อ​พระ​เยซู​นาย​ผู้​เป็น​ที่​รัก​ของ​เธอ​สิ้น​พระ​ชนม์​อย่าง​ทุกข์​ทรมาน. นอก​จาก​นั้น พวก​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด​ที่​ฆ่า​พระ​เยซู​ยัง​จ้อง​จะ​ฆ่า​ลาซะโร​ด้วย เพราะ​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​เขา​ทำ​ให้​ผู้​คน​มาก​มาย​มี​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู. (อ่าน​โยฮัน 12:9-11 ) ใน​ที่​สุด ความ​ตาย​ก็​ทำ​ให้​สาย​สัมพันธ์​อัน​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก​ของ​มาร์ทา​กับ​น้อง ๆ สิ้น​สุด​ลง. เรา​ไม่​รู้​ว่า​พวก​เขา​เสีย​ชีวิต​อย่าง​ไร​และ​เมื่อ​ไร แต่​เรา​ค่อนข้าง​แน่​ใจ​ว่า​ความ​เชื่อ​ที่​มี​ค่า​ของ​มาร์ทา​ได้​ช่วย​เธอ​ให้​อด​ทน​จน​ถึง​ที่​สุด. นี่​คือ​เหตุ​ผล​ที่​คริสเตียน​ใน​ทุก​วัน​นี้​ควร​เลียน​แบบ​ความ​เชื่อ​ของ​มาร์ทา.

^ วรรค 11 ใน​สังคม​ชาว​ยิว​สมัย​ศตวรรษ​แรก ผู้​หญิง​ส่วน​ใหญ่​ถูก​กีด​กัน​ทาง​การ​ศึกษา. พวก​เธอ​มัก​ได้​เรียน​แต่​เรื่อง​การ​เอา​ใจ​ใส่​ดู​แล​บ้าน. มาร์ทา​อาจ​มอง​ว่า​เป็น​เรื่อง​ไม่​เหมาะ​ที่​ผู้​หญิง​จะ​นั่ง​แทบ​เท้า​ผู้​คง​แก่​เรียน​เพื่อ​รับ​การ​สอน.