ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

 บท​สิบ​ห้า

เธอเสี่ยงชีวิตปกป้องประชาชนของพระเจ้า

เธอเสี่ยงชีวิตปกป้องประชาชนของพระเจ้า

1-3. (ก) ทำไม​เอศเธระ​อาจ​รู้สึก​กลัว​ขณะ​ที่​เดิน​ไป​ใกล้​ท้อง​พระ​โรง? (ข) เรา​จะ​พิจารณา​คำ​ถาม​อะไร​เกี่ยว​กับ​เอศเธระ?

เอศเธระ​พยายาม​ทำ​ใจ​ให้​สงบ​ขณะ​เดิน​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​ที่​พระ​ราชวัง​ใน​กรุง​ชูชาน. นี่​ไม่​ใช่​เรื่อง​ง่าย​สำหรับ​เธอ. ทุก​สิ่ง​ใน​ราชวัง​ล้วน​ถูก​ออก​แบบ​ขึ้น​เพื่อ​ทำ​ให้​รู้สึก​ครั่นคร้าม ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ภาพ​โค​ตัว​ผู้​มี​ปีก​ที่​สลัก​นูน​บน​ผนัง ภาพ​เหล่า​พล​ธนู​และ​สิงโต​ซึ่ง​ตกแต่ง​ด้วย​อิฐ​เคลือบ​หลาก​สี และ​เสา​หิน​ที่​แกะ​เป็น​ลาย​เส้น​และ​รูป​ปั้น​ขนาด​มหึมา. นอก​จาก​นั้น พระ​ราชวัง​นี้​ตั้ง​อยู่​บน​พื้น​ที่​สูง​ใกล้​เทือก​เขา​ซากรอส​ที่​มี​หิมะ​ปก​คลุม​และ​สามารถ​มอง​เห็น​แม่น้ำ​โชอัสเพส​ได้. ทุก​ราย​ละเอียด​ใน​พระ​ราชวัง​นี้​ล้วน​ทำ​ให้​ผู้​มา​เยือน​ตระหนัก​ถึง​อำนาจ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​บุรุษ​ที่​เอศเธระ​กำลัง​จะ​ไป​พบ ผู้​ที่​เรียก​ตัว​เอง​ว่า “จอม​ราชัน” ซึ่ง​ก็​คือ​สามี​เธอ.

2 สามี​หรือ? คง​ไม่​มี​หญิง​สาว​ชาว​ยิว​ที่​เชื่อ​ใน​พระเจ้า​คน​ใด​อยาก​แต่งงาน​กับ​คน​อย่าง​กษัตริย์​อะหัศวะโรศ. * เขา​ไม่​ได้​เป็น​เหมือน​อับราฮาม​ผู้​ถ่อม​ใจ​ซึ่ง​ยอม​ฟัง​ซาราห์​ตาม​การ​ชี้​นำ​ของ​พระเจ้า. (เย. 21:12) กษัตริย์​องค์​นี้​ไม่​รู้​อะไร​เลย​เรื่อง​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​เอศเธระ​และ​กฎหมาย​ของ​พระองค์. แต่​อะหัศวะโรศ​รู้​กฎหมาย​ของ​เปอร์เซีย​เป็น​อย่าง​ดี​ซึ่ง​ห้าม​สิ่ง​ที่​เอศเธระ​กำลัง​จะ​ทำ. เธอ​จะ​ทำ​อะไร​หรือ? กฎหมาย​นั้น​บัญญัติ​ว่า​ใคร​ก็​ตาม​ที่​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​เปอร์เซีย​โดย​ไม่​มี​รับสั่ง​อาจ​มี​โทษ​ถึง​ตาย. เอศเธระ​ไม่​ได้​ถูก​เรียก​ให้​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์  แต่​เธอ​ต้อง​เข้า​เฝ้า​ให้​ได้. ขณะ​ที่​เดิน​ไป​ใกล้​ท้อง​พระ​โรง​ซึ่ง​เป็น​จุด​ที่​กษัตริย์​อาจ​มอง​เห็น​ได้​จาก​บัลลังก์ เอศเธระ​คง​รู้สึก​ว่า​ตัว​เอง​กำลัง​เดิน​ไป​สู่​ความ​ตาย.—อ่าน​เอศเธระ 4:11; 5:1

3 ทำไม​เธอ​ต้อง​เสี่ยง​ชีวิต​เช่น​นั้น? และ​เรา​จะ​เรียน​อะไร​ได้​จาก​ความ​เชื่อ​ของ​หญิง​สาว​ผู้​โดด​เด่น​คน​นี้? ก่อน​อื่น ให้​เรา​ดู​ว่า​หญิง​สามัญ​ชน​อย่าง​เอศเธระ​กลาย​เป็น​ราชินี​ผู้​สูง​ศักดิ์​แห่ง​เปอร์เซีย​ได้​อย่าง​ไร.

ภูมิหลัง​ของ​เอศเธระ

4. เอศเธระ​มี​ภูมิหลัง​เช่น​ไร และ​เธอ​มา​อยู่​กับ​มาระดะคาย​ได้​อย่าง​ไร?

4 เอศเธระ​เป็น​เด็ก​กำพร้า. เรา​แทบ​ไม่​รู้​อะไร​เลย​เกี่ยว​กับ​พ่อ​แม่​ของ​เธอ​ซึ่ง​ตั้ง​ชื่อ​ให้​เธอ​ว่า​ฮะดัดซา. ชื่อ​นี้​ใน​ภาษา​ฮีบรู​หมาย​ถึง “ต้น​เมอร์เทิล” ซึ่ง​เป็น​ไม้​พุ่ม​มี​ดอก​สี​ขาว​น่า​รัก. หลัง​จาก​พ่อ​แม่​ของ​เอศเธระ​เสีย​ชีวิต มาระดะคาย​ญาติ​ผู้​ใจ​ดี​ได้​รับ​หนู​น้อย​กำพร้า​คน​นี้​มา​เลี้ยง. มาระดะคาย​เป็น​ลูก​พี่​ลูก​น้อง​ของ​เอศเธระ​แต่​อายุ​แก่​กว่า​มาก. เขา​รับ​เธอ​มา​อยู่​ที่​บ้าน​และ​เลี้ยง​เหมือน​ลูก​ของ​ตน​เอง.—เอศ. 2:5-7, 15

มาระดะคาย​คง​ต้อง​ภูมิ​ใจ​ใน​ตัว​ลูก​บุญธรรม​มาก

5, 6. (ก) มาระดะคาย​เลี้ยง​ดู​เอศเธระ​อย่าง​ไร? (ข) เอศเธระ​กับ​มาระดะคาย​มี​ความ​เป็น​อยู่​อย่าง​ไร​ใน​กรุง​ชูชาน?

5 มาระดะคาย​และ​เอศเธระ​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​หลวง​ของ​เปอร์เซีย​ใน​ฐานะ​ชาว​ยิว​ที่​ถูก​เนรเทศ. ศาสนา​และ​กฎหมาย​ที่​พวก​เขา​ยึด​ถือ​คง​ทำ​ให้​ชาว​เปอร์เซีย​ดูถูก​ดูแคลน​พวก​เขา. เอศเธระ​คง​สนิท​กับ​มาระดะคาย​มาก​ขึ้น​เมื่อ​เขา​สอน​เธอ​เกี่ยว​กับ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ผู้​ทรง​เมตตา​กรุณา​ซึ่ง​ช่วยเหลือ​ประชาชน​ของ​พระองค์​หลาย​ครั้ง​แล้ว​และ​จะ​ทำ​เช่น​นั้น​อีก. (เลวี. 26:44, 45) ด้วย​เหตุ​นี้ เอศเธระ​กับ​มาระดะคาย​คง​รัก​และ​ผูก​พัน​กัน​มาก.

6 มาระดะคาย​อาจ​เป็น​ข้าราชการ​คน​หนึ่ง​ใน​พระ​ราชวัง​ที่​กรุง​ชูชาน. เขา​มัก​นั่ง​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​กับ​เหล่า​ข้า​ราชบริพาร​ของ​กษัตริย์. (เอศ. 2:19, 21; 3:3) เรา​ไม่​รู้​ว่า​เอศเธระ​ทำ​อะไร​บ้าง​ช่วง​ที่​เธอ​เติบโต​ขึ้น แต่​เรา​แน่​ใจ​ว่า​เธอ​ คง​ดู​แล​พ่อ​บุญธรรม​และ​บ้าน​ของ​เขา​เป็น​อย่าง​ดี. บ้าน​ของ​ทั้ง​สอง​คง​อยู่​ใน​เขต​ของ​คน​ยาก​จน​และ​อยู่​คน​ละ​ฝั่ง​แม่น้ำ​กับ​พระ​ราชวัง. เอศเธระ​คง​ชอบ​ไป​ตลาด​ใน​กรุง​ชูชาน ซึ่ง​พวก​พ่อค้า​มัก​เอา​สินค้า​มา​วาง​ขาย มี​ทั้ง​เครื่อง​เงิน​และ​เครื่อง​ทอง​ต่าง ๆ. เอศเธระ​คง​คิด​ไม่​ถึง​ว่า วัน​หนึ่ง​เธอ​จะ​ได้​ประดับ​ตัว​ด้วย​สิ่ง​ของ​ที่​สวย​งาม​และ​หรูหรา​เช่น​นั้น. เธอ​ไม่​รู้​เลย​ว่า​อนาคต​ของ​ตัว​เอง​จะ​เป็น​เช่น​ไร.

“รูป​ร่าง​งาม​และ​สะสวย”

7. เหตุ​ใด​พระ​นาง​วัศธี​ถูก​ถอด​จาก​ตำแหน่ง​ราชินี และ​เกิด​อะไร​ขึ้น​หลัง​จาก​นั้น?

7 มี​ข่าว​ลือ​ไป​ทั่ว​กรุง​ชูชาน​ว่า​เกิด​เรื่อง​ใหญ่​ขึ้น​ใน​ราชสำนัก. วัน​หนึ่ง กษัตริย์​อะหัศวะโรศ​จัด​งาน​เลี้ยง​ใหญ่​ให้​บรรดา​เจ้านาย​และ​ขุนนาง​ทั้ง​หลาย​โดย​มี​อาหาร​ชั้น​เลิศ​และ​เหล้า​องุ่น​อย่าง​ดี. กษัตริย์​สั่ง​คน​ให้​ไป​ตาม​พระ​นาง​วัศธี​ราชินี​ผู้​เลอ​โฉม​มา​เข้า​เฝ้า ตอน​นั้น​นาง​กำลัง​กิน​เลี้ยง​อยู่​กับ​เหล่า​สตรี. แต่​พระ​นาง​วัศธี​ไม่​ยอม​เสด็จ​มา. กษัตริย์​ทรง​อับอาย​และ​กริ้ว​มาก​จึง​ถาม​เหล่า​ที่​ปรึกษา​ว่า​ควร​ลง​โทษ​พระ​นาง​วัศธี​อย่าง​ไร. ผล​คือ นาง​ถูก​ถอด​จาก​ตำแหน่ง​ราชินี. จาก​นั้น มี​การ​ส่ง​ข้าราชสำนัก​หลาย​คน​ออก​ไป​ทั่ว​อาณาจักร​เพื่อ​เสาะ​หา​สาว​พรหมจารี​ที่​มี​รูป​ร่าง​หน้า​ตา​สวย​งาม​ให้​มา​เป็น​ราชินี​องค์​ใหม่.—เอศ. 1:1–2:4

8. (ก) ทำไม​มาระดะคาย​อด​ห่วง​ไม่​ได้​เมื่อ​เห็น​เอศเธระ​เติบโต​ขึ้น? (ข) เรา​จะ​ใช้​คำ​แนะ​นำ​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ที่​ให้​มี​ทัศนะ​ที่​สมดุล​ใน​เรื่อง​ความ​สวย​งาม​อย่าง​ไร? (ดู​สุภาษิต 31:30 ด้วย)

8 เรา​อาจ​เห็น​ภาพ​มาระดะคาย​มอง​เอศเธระ​ด้วย​ความ​เอ็นดู. เขา​คง​รู้สึก​ภูมิ​ใจ​ที่​เห็น​เอศเธระ​เติบโต​ขึ้น​เป็น​หญิง​สาว​ที่​งดงาม​ยิ่ง กระนั้น​ก็​ อด​ห่วง​ไม่​ได้. คัมภีร์​ไบเบิล​กล่าว​ว่า เธอ “รูป​ร่าง​งาม​และ​สะสวย.” (เอศ. 2:7) คัมภีร์​ไบเบิล​ช่วย​เรา​ให้​มี​ทัศนะ​ที่​สมดุล​ใน​เรื่อง​ความ​สวย​งาม แม้​รูป​ร่าง​หน้า​ตา​ที่​สะสวย​เป็น​สิ่ง​ที่​ใคร ๆ ชื่นชม แต่​ต้อง​มี​สติ​ปัญญา​และ​ความ​ถ่อม​ด้วย. มิ​ฉะนั้น ความ​สวย​จะ​ไม่​มี​ค่า​อะไร​เลย แถม​ยัง​ทำ​ให้​คน​นั้น​กลาย​เป็น​คน​หยิ่ง​และ​มี​นิสัย​ที่​น่า​รังเกียจ. (อ่าน​สุภาษิต 11:22 ) คุณ​เห็น​ด้วย​กับ​เรื่อง​นี้​ไหม? กระนั้น ความ​สวย​งาม​ของ​เอศเธระ​จะ​เป็น​คุณ​หรือ​โทษ? เวลา​เท่า​นั้น​ที่​บอก​ได้.

9. (ก) เกิด​อะไร​ขึ้น​เมื่อ​คน​ของ​กษัตริย์​สังเกต​เห็น​เอศเธระ และ​ทำไม​เธอ​รู้สึก​เศร้า​เสียใจ​มาก​เมื่อ​ถูก​แยก​จาก​มาระดะคาย? (ข) ทำไม​มาระดะคาย​ยอม​ให้​เอศเธระ​แต่งงาน​กับ​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​ไม่​นมัสการ​พระเจ้า? (ดู​กรอบ​ด้วย)

9 คน​ของ​กษัตริย์​สังเกต​เห็น​เอศเธระ. เธอ​กับ​สาว​งาม​คน​อื่น ๆ ถูก​นำ​ตัว​ไป​ที่​พระ​ราชวัง​ซึ่ง​อยู่​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ ทำ​ให้​เธอ​กับ​มาระดะคาย​พัด​พราก​จาก​กัน. (เอศ. 2:8) ทั้ง​สอง​คง​รู้สึก​เศร้า​เสียใจ​มาก เพราะ​พวก​เขา​รัก​และ​ผูก​พัน​กัน​เหมือน​พ่อ​ลูก​จริง ๆ. มาระดะคาย​คง​ไม่​อยาก​ให้​ลูก​บุญธรรม​แต่งงาน​กับ​คน​ที่​ไม่​นมัสการ​พระเจ้า ถึง​จะ​เป็น​กษัตริย์​ก็​ตาม แต่​เขา​ก็​ทำ​อะไร​ไม่​ได้. * เมื่อ​มาระดะคาย​สั่ง​สอน​เธอ​เป็น​ครั้ง​สุด​ท้าย​ก่อน​จะ​จาก​กัน เอศเธระ​คง​ตั้งใจ​ฟัง​ทุก​ถ้อย​คำ. ขณะ​ถูก​นำ​ตัว​ไป​ที่​พระ​ราชวัง​ชูชาน ใน​ใจ​เธอ​คง​มี​คำ​ถาม​มาก​มาย. จาก​นี้​ไป​ชีวิต​เธอ​จะ​เป็น​อย่าง​ไร?

‘ทุก​คน​ที่​เห็น​เธอ’ ชื่น​ชอบ​เธอ

10, 11. (ก) สภาพ​แวด​ล้อม​ใหม่​อาจ​มี​ผล​ต่อ​เอศเธระ​อย่าง​ไร? (ข) มาระดะคาย​ทำ​อะไร​ที่​แสดง​ว่า​เขา​เป็น​ห่วง​เอศเธระ?

10 ชีวิต​ของ​เอศเธระ​เปลี่ยน​ไป​อย่าง​สิ้นเชิง. เธอ​เป็น​หนึ่ง​ใน​หมู่ “หญิง​สาว​เป็น​อัน​มาก” ที่​ถูก​เลือก​มา​จาก​ทั่ว​จักรวรรดิ​เปอร์เซีย. ธรรมเนียม ภาษา และ​ความ​คิด​ของ​หญิง​สาว​เหล่า​นี้​แตกต่าง​กัน​มาก. พวก​เธอ​อยู่​ใน​การ​ดู​แล​ของ​เจ้า​พนักงาน​ชื่อ​เฮฆาย​เป็น​เวลา 1 ปี. เขา​มี​หน้า​ที่​ทำ​ให้​หญิง​สาว​เหล่า​นี้​ดู​ดี​และ​สวย​งาม​ที่​สุด โดย​ประทิน​ผิว​และ​นวด​ตัว​พวก​เธอ​ด้วย​น้ำมัน​หอม. (เอศ.  2:8, 12) เมื่อ​ต้อง​อยู่​ใน​สภาพ​แวด​ล้อม​เช่น​นั้น​คง​ง่าย​ที่​หญิง​สาว​เหล่า​นี้​จะ​เริ่ม​สนใจ​แต่​เรื่อง​ความ​สวย​ความ​งาม​ที่​ไร้​แก่น​สาร​และ​แข่งขัน​ชิง​ดี​กัน. เอศเธระ​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น​ไหม?

11 มาระดะคาย​เป็น​ห่วง​เอศเธระ​มาก. คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า เขา​จะ​พยายาม​เข้า​ไป​ใกล้​ตึก​ของ​ผู้​หญิง​เหล่า​นี้​ทุก​วัน​เพื่อ​ถาม​ข่าว​คราว​ของ​เอศเธระ. (เอศ. 2:11) มาระดะคาย​คง​มี​ความ​สุข​และ​ภูมิ​ใจ​ใน​ตัว​ลูก​สาว​คน​นี้​มาก​เมื่อ​ได้​ยิน​ข่าว​ของ​เธอ​จาก​คน​รับใช้​ใน​ตึก. เพราะ​เหตุ​ใด?

12, 13. (ก) หลาย​คน​รู้สึก​อย่าง​ไร​ต่อ​เอศเธระ? (ข) ทำไม​มาระดะคาย​คง​ดีใจ​มาก​ที่​รู้​ว่า​เอศเธระ​ไม่​ได้​บอก​คน​อื่น​ว่า​เธอ​เป็น​ลูก​หลาน​ชาว​ยิว?

12 เอศเธระ​เป็น​ที่​โปรดปราน​ของ​เฮฆาย เขา​ช่วยเหลือ​และ​ดู​แล​เธอ​อย่าง​ ดี. เฮฆาย​ให้​สาว​ใช้ 7 คน​คอย​ปรนนิบัติ​เธอ​และ​ให้​เธอ​อยู่​ใน​ห้อง​พัก​ที่​ดี​ที่​สุด. บันทึก​ใน​พระ​คัมภีร์​กล่าว​ว่า ‘ทุก​คน​ที่​เห็น​เอศเธระ​ก็​ชื่น​ชอบ​เธอ.’ (เอศ. 2:9, 15, ฉบับ​อมตธรรม​ร่วม​สมัย ) เธอ​ชนะ​ใจ​ทุก​คน​เพราะ​ความ​สวย​เท่า​นั้น​ไหม? ไม่ เอศเธระ​มี​สิ่ง​อื่น​ที่​มี​ค่า​ยิ่ง​กว่า​ความ​สวย. นั่น​คือ​อะไร?

เอศเธระ​รู้​ว่า​ความ​ถ่อม​และ​สติ​ปัญญา​มี​ค่า​ยิ่ง​กว่า​รูป​ร่าง​หน้า​ตา​ที่​งดงาม

13 พระ​คัมภีร์​บอก​ว่า “เอศเธระ​นั้น​ยัง​ไม่​ได้​บอก​ว่า​พี่​น้อง​และ​วงศ์​ญาติ​ของ​ตน​เป็น​ผู้​ใด: ด้วย​ว่า​มาระดะคาย​ได้​ห้าม​ไม่​ให้​บอก​แก่​ผู้​ใด​ให้​รู้​ความ​นั้น.” (เอศ. 2:10) มาระดะคาย​สั่ง​เธอ​ไม่​ให้​บอก​คน​อื่น​ว่า​เธอ​เป็น​ลูก​หลาน​ชาว​ยิว. เขา​คง​รู้​ว่า​พวก​ขุนนาง​ชาว​เปอร์เซีย​มี​อคติ​ต่อ​ชาว​ยิว​อย่าง​มาก. มาระดะคาย​คง​ดีใจ​สัก​เพียง​ไร​ที่​รู้​ว่า​เอศเธระ​ยัง​สุขุม​รอบคอบ​และ​เชื่อ​ฟัง​เขา​แม้​จะ​อยู่​ไกล​หู​ไกล​ตา​เช่น​นี้.

14. หนุ่ม​สาว​ใน​ทุก​วัน​นี้​จะ​เลียน​แบบ​เอศเธระ​ได้​อย่าง​ไร?

 14 คล้าย​กัน หนุ่ม​สาว​ใน​ทุก​วัน​นี้​ก็​ทำ​ให้​พ่อ​แม่​หรือ​ผู้​ที่​เลี้ยง​ดู​เขา​ชื่น​ใจ​ยินดี​ได้. แม้​อยู่​ไกล​สายตา​พ่อ​แม่​หรือ​อยู่​กับ​คน​ที่​สนใจ​แต่​เรื่อง​ไร้​สาระ ไม่​มี​ศีลธรรม หรือ​ชั่ว​ช้า​เลว​ทราม พวก​เขา​ก็​ทำ​ให้​พระ​บิดา​ผู้​อยู่​ใน​สวรรค์​มี​พระทัย​ยินดี​ได้​โดย​ต้านทาน​อิทธิพล​ที่​ไม่​ดี​และ​ยึด​มั่น​กับ​มาตรฐาน​ของ​พระเจ้า​เช่น​เดียว​กับ​เอศเธระ.—อ่าน​สุภาษิต 27:11

15, 16. (ก) เอศเธระ​ชนะ​ใจ​กษัตริย์​โดย​วิธี​ใด? (ข) ทำไม​เอศเธระ​อาจ​รู้สึก​ยาก​ที่​ต้อง​ปรับ​ตัว​ให้​เข้า​กับ​การ​เปลี่ยน​แปลง​ครั้ง​ใหญ่?

15 เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​เอศเธระ​ต้อง​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์ เธอ​สามารถ​เลือก​ใส่​อะไร​ก็​ได้​ที่​จะ​ทำ​ให้​เธอ​ดู​สวย​ขึ้น. แต่​เอศเธระ​แสดง​ความ​ถ่อม เธอ​ไม่​ได้​ขอ​สิ่ง​ใด​เพิ่ม​เติม​นอก​จาก​สิ่ง​ที่​เฮฆาย​แนะ​นำ. (เอศ. 2:15) เธอ​คง​รู้​ว่า​ความ​สวย​เพียง​อย่าง​เดียว​ไม่​อาจ​ชนะ​ใจ​กษัตริย์​ได้ แต่​ความ​อ่อนน้อม​ถ่อม​ตน​ต่าง​หาก​ที่​มี​คุณค่า​และ​หา​ได้​ยาก​ยิ่ง​ใน​ราชสำนัก​แห่ง​นี้. เธอ​คิด​ถูก​ไหม?

16 บันทึก​ใน​พระ​คัมภีร์​บอก​ว่า “ฝ่าย​กษัตริย์​ได้​รัก​นาง​เอศเธระ​มาก​กว่า​หญิง​ทั้ง​ปวง, และ​นาง​เอศเธระ​นั้น​ได้​รับ​ความ​ชอบ​และ​ความ​โปรดปราน​ใน​พระ​เนตร​ของ​กษัตริย์​มาก​ยิ่ง​กว่า​หญิง​พรหมจารี​ทั้ง​หลาย​เหล่า​นั้น; และ​กษัตริย์​จึง​เอา​ราชมงกุฎ​ใส่​ศีรษะ​นาง​เอศเธระ, และ​ตั้ง​ไว้​เป็น​มเหสี​แทน​พระ​นาง​วัศธี​นั้น.” (เอศ. 2:17) ตอน​นี้​เอศเธระ​คือ​ราชินี​องค์​ใหม่ มเหสี​ของ​กษัตริย์​ผู้​ทรง​อำนาจ​ที่​สุด​ใน​สมัย​นั้น. สาว​ยิว​ผู้​ถ่อม​ตน​คน​นี้​คง​รู้สึก​ยาก​มาก​ที่​ต้อง​ปรับ​ตัว​ให้​เข้า​กับ​การ​เปลี่ยน​แปลง​ครั้ง​ใหญ่​นี้. ตำแหน่ง​ใหม่​นี้​จะ​ทำ​ให้​เธอ​เป็น​คน​หยิ่ง​ไหม? ไม่​เลย!

17. (ก) เอศเธระ​แสดง​อย่าง​ไร​ว่า​เธอ​ยัง​คง​เชื่อ​ฟัง​คำ​สั่ง​ของ​พ่อ​บุญธรรม? (ข) เหตุ​ใด​จึง​สำคัญ​มาก​ที่​เรา​จะ​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​เอศเธระ?

17 เอศเธระ​ยัง​เชื่อ​ฟัง​คำ​สั่ง​ของ​มาระดะคาย​พ่อ​บุญธรรม​เสมอ. เธอ​ยัง​ไม่​ได้​บอก​ใคร​ว่า​เป็น​ชาว​ยิว. ไม่​เพียง​เท่า​นั้น เมื่อ​มาระดะคาย​รู้​ว่า​มี​คน​วาง​แผน​ลอบ​ปลง​พระ​ชนม์​กษัตริย์​และ​บอก​ให้​เอศเธระ​ไป​เตือน​พระ​สวามี เธอ​ก็​เชื่อ​ฟัง ทำ​ให้​ผู้​วาง​แผน​เหล่า​นั้น​ถูก​ประหาร. (เอศ. 2:20-23) นอก​จาก​นั้น เธอ​ยัง​ แสดง​ความ​เชื่อ​ใน​พระเจ้า​โดย​เป็น​คน​ถ่อม​และ​เชื่อ​ฟัง​เสมอ. สำหรับ​เรา​ใน​ทุก​วัน​นี้​เป็น​เรื่อง​สำคัญ​มาก​ที่​จะ​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​เอศเธระ เพราะ​การ​ไม่​เชื่อ​ฟัง​และ​การ​ขัด​ขืน​กลาย​เป็น​เรื่อง​ธรรมดา. แต่​คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​แท้​จะ​ถือ​ว่า​การ​เชื่อ​ฟัง​เป็น​สิ่ง​ที่​สำคัญ​มาก​เช่น​เดียว​กับ​เอศเธระ.

ความ​เชื่อ​ของ​เอศเธระ​ถูก​ทดสอบ

18. (ก) ทำไม​มาระดะคาย​ไม่​ยอม​ก้ม​หัว​ให้​ฮามาน? (ดู​เชิงอรรถ​ด้วย) (ข) ชาย​หญิง​ที่​ซื่อ​สัตย์​หลาย​คน​ใน​ทุก​วัน​นี้​เลียน​แบบ​มาระดะคาย​อย่าง​ไร?

18 กษัตริย์​อะหัศวะโรศ​ได้​แต่ง​ตั้ง​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ฮามาน​ให้​มี​ตำแหน่ง​สูง​ใน​ราชสำนัก. เขา​ได้​เป็น​หัวหน้า​เหล่า​เสนาบดี เป็น​ที่​ปรึกษา​คน​สำคัญ​และ​มี​อำนาจ​สูง​สุด​ใน​จักรวรรดิ​รอง​จาก​กษัตริย์. กษัตริย์​ถึง​กับ​ออก​กฎหมาย​ว่า​ใคร​ก็​ตาม​ที่​พบ​ฮามาน​ต้อง​โค้ง​คำนับ​เขา. (เอศ. 3:1-4) กฎหมาย​นี้​ทำ​ให้​มาระดะคาย​ลำบาก​ใจ. เขา​เต็ม​ใจ​เชื่อ​ฟัง​กษัตริย์​ทุก​เรื่อง​ถ้า​นั่น​ไม่​ขัด​กับ​พระ​บัญชา​ของ​พระเจ้า. แต่​ฮามาน​เป็น​ชาว​อะฆาฆ. นั่น​หมาย​ความ​ว่า​เขา​คง​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​อะฆาฆ​กษัตริย์​ชาว​อะมาเล็ค​ที่​ถูก​ซามูเอล​ประหาร. (1 ซามู. 15:33) ชาว​อะมาเล็ค​ชั่ว​ช้า​มาก​ถึง​ขนาด​ที่​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู​ต่อ​พระ​ยะโฮวา​และ​ชาว​อิสราเอล. ดัง​นั้น พระเจ้า​จึง​พิพากษา​ลง​โทษ​ชาว​อะมาเล็ค​ทั้ง​ชาติ​โดย​กำจัด​พวก​เขา​จน​สิ้น​ซาก. * (บัญ. 25:19) ถ้า​อย่าง​นั้น ชาว​ยิว​ผู้​ซื่อ​สัตย์​จะ​โค้ง​คำนับ​ชาว​อะมาเล็ค​คน​นี้​ได้​อย่าง​ไร? มาระดะคาย​ไม่​มี​วัน​ทำ​เช่น​นั้น. เขา​จะ​ไม่​ยอม​ก้ม​หัว​ให้​ฮามาน​เด็ดขาด. ชาย​หญิง​ที่​ซื่อ​สัตย์​หลาย​คน​ใน​ทุก​วัน​นี้​ยอม​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ยึด​มั่น​กับ​หลักการ​ที่​ว่า “พวก​ข้าพเจ้า​ต้อง​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า​ใน​ฐานะ​ผู้​มี​อำนาจ​ปกครอง ไม่​ใช่​เชื่อ​ฟัง​มนุษย์.”—กิจ. 5:29

19. ฮามาน​ต้องการ​ทำ​อะไร และ​เขา​พูด​ให้​กษัตริย์​คล้อย​ตาม​อย่าง​ไร?

19 ฮามาน​โกรธ​มาก. แต่​เขา​คิด​ว่า​แค่​ฆ่า​มาระดะคาย​คน​เดียว​ยัง​ไม่​พอ. เขา​ต้องการ​กำจัด​เพื่อน​ร่วม​ชาติ​ของ​มาระดะคาย​ทุก​คน! ฮามาน​ไป​เฝ้า​ กษัตริย์​และ​พูด​ใส่​ร้าย​ชาว​ยิว. เขา​ไม่​ได้​บอก​กษัตริย์​ว่า​คน​เหล่า​นี้​เป็น​ชน​ชาติ​ใด แต่​พูด​ทำนอง​ว่า​เป็น​กลุ่ม​คน​ที่​ไม่​มี​ความ​สำคัญ​อะไร​และ “กระจัด​กระจาย​ไป​อยู่​กับ​พลไพร่​ทั้ง​ปวง​ตลอด​ทั่ว​อาณา​เขต​ของ​พระองค์.” ที่​ร้าย​กว่า​นั้น เขา​บอก​ว่า​ชน​กลุ่ม​นี้​ไม่​เชื่อ​ฟัง​กฎหมาย​ของ​กษัตริย์​และ​อาจ​ลุก​ฮือ​ก่อ​กบฏ​ได้. เขา​เสนอ​จะ​ถวาย​เงิน​จำนวน​มาก​ให้​กษัตริย์​ใช้​ใน​การ​ฆ่า​ล้าง​เผ่า​พันธุ์​ชาว​ยิว. * กษัตริย์​อะหัศวะโรศ​จึง​มอบ​แหวน​ตรา​ประจำ​พระองค์​แก่​ฮามาน​ทำ​ให้​เขา​มี​อำนาจ​สิทธิ์​ขาด​ที่​จะ​ออก​คำ​สั่ง​ตาม​ใจ​ชอบ.—เอศ. 3:5-10

20, 21. (ก) คำ​สั่ง​ของ​ฮามาน​มี​ผล​ต่อ​ชาว​ยิว​ที่​อยู่​ทั่ว​จักรวรรดิ​เปอร์เซีย​รวม​ทั้ง​มาระดะคาย​อย่าง​ไร? (ข) มาระดะคาย​ขอ​ให้​เอศเธระ​ทำ​อะไร?

20 ไม่​ช้า​ม้า​เร็ว​ก็​นำ​หมาย​ประกาศ​ไป​ให้​ข้าหลวง​ทั่ว​จักรวรรดิ​เปอร์เซีย​อัน​กว้าง​ใหญ่​เพื่อ​แจ้ง​ว่า​ชาว​ยิว​ทั้ง​หมด​ต้อง​ถูก​ประหาร. คิด​ดู​สิ​เมื่อ​ข่าว​นี้​แพร่​ไป​ ถึง​กรุง​เยรูซาเลม ผู้​คน​ที่​นั่น​จะ​รู้สึก​อย่าง​ไร. ตอน​นั้น​ชาว​ยิว​ที่​เหลือ​อยู่​ซึ่ง​กลับ​มา​จาก​การ​เป็น​เชลย​ที่​กรุง​บาบิโลน​กำลัง​ช่วย​กัน​บูรณะ​กรุง​เยรูซาเลม​และ​ยัง​ไม่​ทัน​สร้าง​กำแพง​ป้องกัน​เมือง​ด้วย​ซ้ำ. เมื่อ​มาระดะคาย​ได้​ยิน​ข่าว​ที่​น่า​ตกตะลึง​นี้ เขา​คง​นึก​ถึง​ชาว​ยิว​เหล่า​นั้น รวม​ทั้ง​เพื่อน​และ​ญาติ ๆ ใน​เมือง​ชูชาน. เขา​ลุก​ขึ้น​ฉีก​เสื้อ​ผ้า นุ่ง​ห่ม​ผ้า​เนื้อ​หยาบ เอา​ขี้เถ้า​ใส่​หัว แล้ว​ร้อง​คร่ำ​ครวญ​เสียง​ดัง​อยู่​กลาง​กรุง​ชูชาน. ชาว​ยิว​ใน​เมือง​ต่าง ๆ รวม​ทั้ง​ที่​อยู่​ใน​กรุง​ชูชาน​ต่าง​เดือดร้อน​ใจ แต่​ฮามาน​กลับ​นั่ง​ดื่ม​เหล้า​อยู่​กับ​กษัตริย์​โดย​ไม่​รู้สึก​รู้​สา.—อ่าน​เอศเธระ 3:12–4:1

21 มาระดะคาย​รู้​ว่า​เขา​ต้อง​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง. แต่​เขา​จะ​ทำ​อะไร​ได้? เมื่อ​เอศเธระ​รู้​ว่า​มาระดะคาย​กำลัง​ทุกข์​ใจ​มาก เธอ​ส่ง​เสื้อ​ผ้า​ไป​ให้​เขา แต่​เขา​ไม่​รับ. มาระดะคาย​อาจ​ข้อง​ใจ​มา​นาน​แล้ว​ว่า​ทำไม​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​จึง​ยอม​ให้​เอศเธระ​บุตร​สาว​ที่​รัก​ถูก​เอา​ตัว​ไป​เป็น​ราชินี​ของ​กษัตริย์​นอก​รีต. ตอน​นี้​เขา​อาจ​เริ่ม​เข้าใจ​แล้ว. มาระดะคาย​จึง​ฝาก​ข่าว​ไป​ถึง​ราชินี​เอศเธระ ขอ​ให้​พระ​นาง​ไป​เข้า​เฝ้า​และ​ทูล​อ้อน​วอน​กษัตริย์ “เพื่อ​เห็น​แก่​ชน​ชาติ​ของ​พระ​นาง.”—เอศ. 4:4-8, ฉบับ 1971

22. เหตุ​ใด​เอศเธระ​อาจ​กลัว​ที่​จะ​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​ผู้​เป็น​สามี​เธอ? (ดู​เชิงอรรถ​ด้วย)

22 เมื่อ​ทราบ​ข่าว เอศเธระ​คง​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง​นัก. ความ​เชื่อ​ของ​เธอ​กำลัง​ถูก​ทดสอบ. เมื่อ​ดู​จาก​ถ้อย​คำ​ที่​เธอ​ฝาก​ไป​บอก​มาระดะคาย เรา​รู้​ว่า​เธอ​กลัว. เธอ​เตือน​เขา​ให้​นึก​ถึง​กฎหมาย​ของ​กษัตริย์​ที่​ว่า ถ้า​ผู้​ใด​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​โดย​ไม่​มี​รับสั่ง ผู้​นั้น​ต้อง​ตาย​สถาน​เดียว​เว้น​แต่​กษัตริย์​จะ​ยื่น​คทา​ทองคำ​ให้. เอศเธระ​อาจ​คิด​ว่า​เธอ​คง​ไม่​ได้​รับ​ความ​เมตตา​จาก​กษัตริย์ เมื่อ​นึก​ถึง​เหตุ​การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​พระ​นาง​วัศธี​ตอน​ที่​เธอ​ไม่​ยอม​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์​ตาม​รับสั่ง. เอศเธระ​ บอก​มาระดะคาย​ว่า​กษัตริย์​ไม่​ได้​รับสั่ง​ให้​เธอ​เข้า​เฝ้า​มา 30 วัน​แล้ว. เนื่อง​จาก​ไม่​ได้​เข้า​เฝ้า​นาน​ขนาด​นั้น เอศเธระ​คง​สงสัย​ว่า​กษัตริย์​ที่​เอา​ใจ​ยาก​ผู้​นี้​ยัง​โปรดปราน​เธอ​อยู่​หรือ​ไม่. *เอศ. 4:9-11

23. (ก) มาระดะคาย​ช่วย​เอศเธระ​ให้​มี​ความ​เชื่อ​มั่น​ใน​พระเจ้า​อย่าง​ไร? (ข) ทำไม​เรา​ควร​เลียน​แบบ​มาระดะคาย?

23 มาระดะคาย​ตอบ​อย่าง​หนักแน่น​เพื่อ​ช่วย​เอศเธระ​ให้​มี​ความ​เชื่อ​มั่น​ใน​พระเจ้า. เขา​บอก​ว่า​ถ้า​เธอ​ไม่​ลง​มือ​ทำ​อะไร พระเจ้า​จะ​ช่วย​ชาว​ยิว​ด้วย​วิธี​อื่น. แต่​เธอ​จะ​แน่​ใจ​ได้​หรือ​ว่า​เธอ​เอง​จะ​รอด​พ้น​จาก​น้ำ​มือ​ของ​ศัตรู​ถ้า​การ​ข่มเหง​เริ่ม​ขึ้น. คำ​พูด​ของ​มาระดะคาย​แสดง​ว่า​เขา​มี​ความ​เชื่อ​มั่น​ใน​พระ​ยะโฮวา. เขา​เชื่อ​ว่า​พระองค์​จะ​ไม่​ปล่อย​ให้​ประชาชน​ของ​พระองค์​ถูก​กวาด​ล้าง​และ​จะ​ทำ​ให้​คำ​สัญญา​ทุก​อย่าง​สำเร็จ​เป็น​จริง. (ยโฮ. 23:14) มาระดะคาย​ถาม​เอศเธระ​ว่า “บาง​ที​ที่​เจ้า​มา​รับ​ตำแหน่ง​ราชินี​ก็​เพื่อ​ยาม​คับขัน​นี้​ก็​เป็น​ได้​ใคร​จะ​รู้?” (เอศ. 4:12-14, ฉบับ​อมตธรรม​ร่วม​สมัย ) เรา​น่า​จะ​เลียน​แบบ​มาระดะคาย​มิ​ใช่​หรือ? เขา​วางใจ​ใน​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​อย่าง​เต็ม​เปี่ยม. แล้ว​เรา​ล่ะ?—สุภา. 3:5, 6

ความ​เชื่อ​ที่​เข้มแข็ง​ทำ​ให้​เธอ​ไม่​กลัว​ตาย

24. เอศเธระ​แสดง​ความ​เชื่อ​และ​ความ​กล้า​หาญ​อย่าง​ไร?

24 ถึง​เวลา​ที่​เอศเธระ​ต้อง​ตัดสิน​ใจ. เธอ​สั่ง​คน​ให้​ไป​แจ้ง​มาระดะคาย​ว่า​ให้​ชาว​ยิว​อด​อาหาร​พร้อม​กับ​เธอ​เป็น​เวลา 3 วัน. นอก​จาก​นั้น เธอ​ยัง​ฝาก​บอก​มาระดะคาย​ด้วย​ว่า “ถึง​เรา​จะ​ต้อง​ตาย​ก็​ตาย​เถิด” นี่​แสดง​ว่า​เธอ​มี​ความ​เชื่อ​และ​กล้า​หาญ​มาก. ผู้​รับใช้​ของ​พระเจ้า​ทุก​คน​ต้อง​มี​คุณลักษณะ 2 อย่าง​นี้. (เอศ. 4:15-17) ตลอด 3 วัน​นั้น​เธอ​คง​อธิษฐาน​อย่าง​แรง​กล้า​ยิ่ง​กว่า​ที่​เคย​ทำ​มา​ทั้ง​ชีวิต. ใน​ที่​สุด​ก็​ถึง​เวลา​ที่​ต้อง​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์. เอศเธระ​แต่ง​ตัว​ด้วย​เครื่อง​ ทรง​ของ​มเหสี​ที่​งาม​ที่​สุด. เธอ​พยายาม​ทำ​ทุก​สิ่ง​เพื่อ​ให้​กษัตริย์​พอ​ใจ. แล้ว​เธอ​ก็​ไป​เข้า​เฝ้า​กษัตริย์.

เอศเธระ​ยอม​เสี่ยง​ชีวิต​ปก​ป้อง​ประชาชน​ของ​พระเจ้า

25. จง​พรรณนา​ว่า​เหตุ​การณ์​เป็น​เช่น​ไร​เมื่อ​เอศเธระ​เข้า​เฝ้า​พระ​สวามี.

25 เอศเธระ​เดิน​ไป​ยัง​ท้อง​พระ​โรง​ที่​กษัตริย์​ประทับ​อยู่ ดัง​ที่​พรรณนา​ใน​ตอน​ต้น. เธอ​คง​วิตก​กังวล​มาก​และ​อธิษฐาน​อยู่​ใน​ใจ​ตลอด​ทาง. ตอน​นี้​เธอ​ยืน​อยู่​ใกล้​ท้อง​พระ​โรง​ตรง​จุด​ที่​กษัตริย์​อะหัศวะโรศ​อาจ​มอง​เห็น​ได้​จาก​บัลลังก์. เธอ​อาจ​พยายาม​อ่าน​ความ​รู้สึก​จาก​สี​หน้า​ของ​กษัตริย์. ถ้า​ต้อง​รอ​ให้​กษัตริย์​มอง​เห็น เธอ​คง​รู้สึก​ว่า​ช่วง​เวลา​นั้น​ช่าง​เนิ่นนาน​เหลือ​เกิน. แต่​ใน​ที่​สุด​พระ​สวามี​ก็​เห็น​เธอ. กษัตริย์​แปลก​ใจ​มาก แต่​ก็​ไม่​ได้​แสดง​สี​หน้า​ขุ่นเคือง. แล้ว​พระองค์​ก็​ยื่น​คฑา​ทองคำ​ออก​มา!—เอศ. 5:1, 2

26. ทำไม​คริสเตียน​แท้​ต้อง​มี​ความ​กล้า​หาญ​เหมือน​เอศเธระ และ​ทำไม​ภารกิจ​ของ​เธอ​เพิ่ง​เริ่ม​ต้น?

26 กษัตริย์​ยอม​ให้​เอศเธระ​เข้า​เฝ้า​และ​รับ​ฟัง​สิ่ง​ที่​เธอ​ทูล​ขอ. เอศเธระ​ยืนหยัด​อยู่​ฝ่าย​พระเจ้า​และ​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ประชาชน​ของ​พระองค์. เธอ​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ยอด​เยี่ยม​ใน​เรื่อง​ความ​เชื่อ​สำหรับ​ผู้​รับใช้​ทุก​คน​ของ​พระเจ้า​ตลอด​ทุก​ยุค​ทุก​สมัย. คริสเตียน​แท้​ใน​ทุก​วัน​นี้​จะ​จด​จำ​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​เช่น​นี้​ไว้​เสมอ. พระ​เยซู​ตรัส​ว่า​สาวก​แท้​ของ​พระองค์​ต้อง​มี​ความ​รัก​แบบ​เสีย​สละ. (อ่าน​โยฮัน 13:34, 35 ) เพื่อ​จะ​แสดง​ความ​รัก​ดัง​กล่าว​ได้​เรา​ต้อง​มี​ความ​กล้า​หาญ​เหมือน​เอศเธระ. แม้​ว่า​เธอ​ยอม​เสี่ยง​ชีวิต​ปก​ป้อง​ประชาชน​ของ​พระเจ้า แต่​ภารกิจ​ของ​เธอ​เพิ่ง​เริ่ม​ต้น. เธอ​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​ให้​กษัตริย์​เชื่อ​ว่า​ฮามาน​เสนาบดี​คน​โปรด​ของ​พระองค์​เป็น​ผู้​วาง​แผน​ชั่ว​ช้า​นี้? เธอ​จะ​ปก​ป้อง​เพื่อน​ร่วม​ชาติ​อย่าง​ไร? เรา​จะ​พิจารณา​คำ​ถาม​เหล่า​นี้​ใน​บท​ถัด​ไป.

^ วรรค 2 นัก​วิชาการ​ส่วน​ใหญ่​เชื่อ​ว่า​อะหัศวะโรศ​คือ​กษัตริย์​เซอร์เซส​ที่ 1 ผู้​ปกครอง​จักรวรรดิ​เปอร์เซีย​ใน​ช่วง​ต้น​ศตวรรษ​ที่ 5 ก่อน ส.ศ.

^ วรรค 18 ฮามาน​อาจ​เป็น​หนึ่ง​ใน​ชาว​อะมาเล็ค​กลุ่ม​สุด​ท้าย​ที่​รอด​ชีวิต​จาก​การ​กวาด​ล้าง​ใน​อดีต เพราะ​ชาว​อะมาเล็ค​ส่วน​ใหญ่​ที่ “เหลือ​อยู่” ถูก​ฆ่า​ไป​แล้ว​ตั้ง​แต่​สมัย​กษัตริย์​ฮิศคียาห์.—1 โคร. 4:43

^ วรรค 19 ฮามาน​เสนอ​จะ​ให้​เหรียญ​เงิน 10,000 ตะลันต์​แก่​กษัตริย์ ซึ่ง​ปัจจุบัน​มี​ค่า​เท่า​กับ​เงิน​หลาย​ร้อย​ล้าน​ดอลลาร์. ถ้า​กษัตริย์​อะหัศวะโรศ​คือ​เซอร์เซส​ที่ 1 จริง ๆ พระองค์​คง​ยินดี​รับ​ข้อ​เสนอ​ของ​ฮามาน. เซอร์เซส​ต้องการ​เงิน​จำนวน​มาก​เพื่อ​จะ​ใช้​ทำ​สงคราม​กับ​กองทัพ​กรีก แต่​สุด​ท้าย​เขา​ก็​พ่าย​แพ้​ย่อยยับ.

^ วรรค 22 กษัตริย์​เซอร์เซส​ที่ 1 ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​คน​ฉุนเฉียว เจ้า​อารมณ์​และ​โมโห​ร้าย. เฮโรโดทุส​นัก​ประวัติศาสตร์​ชาว​กรีก​บันทึก​เหตุ​การณ์​บาง​อย่าง​ไว้​ตอน​ที่​เซอร์เซส​ไป​รบ​กับ​กองทัพ​กรีก. กษัตริย์​สั่ง​ให้​เอา​เรือ​มา​ผูก​ต่อ​กัน​เพื่อ​ทำ​เป็น​สะพาน​ข้าม​ช่องแคบ​เฮลเลสพอนต์. เมื่อ​พายุ​พัด​สะพาน​พัง​พินาศ กษัตริย์​เซอร์เซส​สั่ง​ให้​ตัด​หัว​นาย​ช่าง​คุม​งาน​ทุก​คน และ​ถึง​กับ​สั่ง​ให้​ทหาร “ลง​โทษ” ช่องแคบ​เฮลเลสพอนต์​โดย​เฆี่ยน​น้ำ​พร้อม​กับ​อ่าน​คำ​สาป​แช่ง​ด้วย​เสียง​ดัง. ใน​การ​รบ​ครั้ง​เดียว​กัน เมื่อ​เศรษฐี​คน​หนึ่ง​มา​อ้อน​วอน​ไม่​ให้​เอา​ลูก​ชาย​ไป​เป็น​ทหาร กษัตริย์​เซอร์เซส​สั่ง​ให้​ฟัน​ลูก​ชาย​เขา​ขาด​เป็น​สอง​ท่อน​แล้ว​เสียบ​ประจาน.