ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

 จากปก | กังวล—จะทำอย่างไรดี?

กังวลเรื่องเงิน

กังวลเรื่องเงิน

พอลซึ่งมีภรรยาและลูกอีกสองคนเล่าว่า “หลังจากเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างหนักในประเทศของเรา อาหารกลายเป็นสิ่งหายากและราคาก็แพง เราต้องต่อแถวเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อจะซื้ออาหาร แต่หลายครั้งอาหารมักจะขายหมดก่อนถึงคิวของเรา ผู้คนซูบผอมหิวโซและบางคนถึงกับเป็นลมกลางถนน ต่อมาสิ่งจำเป็นพื้นฐานมีราคาสูงเป็นล้าน แล้วก็เพิ่มเป็นพันล้าน ในที่สุดเงินกลายเป็นสิ่งไร้ค่า เงินในบัญชีธนาคาร เงินประกัน และเงินบำนาญที่ผมมีก็ไม่มีค่าอะไรเลย”

พอล

พอลจึงคิดได้ว่าเพื่อจะให้ครอบครัวของเขาอยู่รอดได้ เขาจำเป็นต้องทำตาม “สติปัญญา” ที่ใช้ได้จริง (สุภาษิต 3:21, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971 ) เขาเล่าว่า “ถึงผมจะเป็นผู้รับเหมางานไฟฟ้า แต่ผมก็ไม่เลือกงาน ผมทำงานทุกอย่างแม้จะได้เงินน้อยกว่าปกติก็ตาม บางคนจ่ายค่าจ้างผมด้วยอาหารหรือข้าวของเครื่องใช้แทนเงิน ถ้าผมได้สบู่ 4 ก้อน ผมจะเก็บไว้ใช้เอง 2 ก้อนและที่เหลือผมก็จะขาย ครั้งหนึ่งผมได้ลูกเจี๊ยบมา 40 ตัว ผมเลี้ยงมันจนโตแล้วก็เอาไปขายและผมก็ซื้อลูกเจี๊ยบมาเพิ่มอีก 300 ตัว ต่อมา ผมเอาไก่ 50 ตัวไปแลกกับเมล็ดข้าวโพดบดละเอียด 50 กิโลกรัม ทำให้ผมกับครอบครัวมีอาหารกินไปอีกพักใหญ่ ไม่ใช่แค่นั้นพวกเรายังแบ่งอาหารให้กับครอบครัวอื่น ๆ ได้ด้วย”

พอลยังรู้ด้วยว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ใคร ๆ ก็ทำได้คือการเชื่อมั่นในพระเจ้า เมื่อเราทำตามสิ่งที่พระเจ้าบอก พระองค์จะช่วยเรา เมื่อพูดถึงสิ่งจำเป็นในชีวิต พระเยซูบอกว่า “จงเลิกวิตกกังวล . . . พระบิดาของเจ้าทั้งหลายทรงทราบว่าพวกเจ้าต้องมีสิ่งเหล่านี้”—ลูกา 12:29-31

ซาตานศัตรูตัวสำคัญของพระเจ้าทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในโลกมีความกังวล ผู้คนเป็นห่วงกังวลมากเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ แต่บางคนก็พยายามอย่างมากเพื่อจะได้สิ่งของที่บางครั้งก็ไม่จำเป็น หลายคนจึงเลือกที่จะกู้หนี้ยืมสินซึ่งเป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาดเพราะ “คนมักยืมก็เป็นบ่าวทาสแก่ผู้ให้ยืมนั้น”—สุภาษิต 22:7

 บางคนก็ตัดสินใจผิดพลาดด้วย พอลบอกว่า “เพื่อนบ้านหลายคนตัดสินใจทิ้งครอบครัวและเพื่อน ๆ เพื่อไป ‘ทำงานต่างประเทศ’ บางคนไปทั้ง ๆ ที่เอกสารคนเข้าเมืองยังไม่เรียบร้อย ในที่สุดก็หางานทำไม่ได้ พวกเขาต้องคอยหลบตำรวจแถมยังต้องนอนข้างถนนอีกด้วย พวกเขาไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า แต่ครอบครัวของเราอธิษฐานขอให้พระเจ้าช่วยและเราก็ต่อสู้ปัญหาด้านการเงินนี้ไปด้วยกัน”

ทำตามคำแนะนำของพระเยซู

พอลเล่าต่อว่า “พระเยซูเองก็เคยบอกไว้ว่า ‘อย่าวิตกกังวลกับพรุ่งนี้เลย เพราะว่าพรุ่งนี้ก็จะมีความวิตกกังวลของพรุ่งนี้ แต่ละวันมีความทุกข์พออยู่แล้ว’ ดังนั้นทุกวันเมื่อผมอธิษฐาน ผมไม่ได้ขอให้พวกเราอยู่รอดได้ แต่ผมขอพระเจ้าให้ ‘ประทานอาหารแก่พวกเราสำหรับวันนี้’ และพระองค์ก็ช่วยเราจริง ๆ อย่างที่พระเยซูสัญญาไว้ เราไม่ได้เลือกว่าเราอยากได้อะไร มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมไปต่อแถวซื้ออาหารโดยที่ไม่รู้ว่าเขาขายอะไร เมื่อถึงคิวผม ผมก็เห็นว่าเป็นโยเกิร์ตซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบโยเกิร์ตเลย แต่ถึงอย่างไรมันก็คืออาหาร คืนนั้นพวกเราทั้งครอบครัวกินโยเกิร์ตเป็นอาหารเย็น ผมรู้สึกขอบคุณพระเจ้ามากที่ถึงแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติแบบนี้แต่ครอบครัวของเราก็ไม่เคยเข้านอนโดยที่ยังหิวอยู่” *

พระเจ้าสัญญาว่า “เราจะไม่มีวันละทิ้งเจ้าและไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า”—ฮีบรู 13:5

“ตอนนี้สภาพการเงินของเราดีขึ้น แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้พวกเรารู้ว่าวิธีดีที่สุดที่จะรับมือกับความกังวลก็คือการไว้วางใจพระยะโฮวาพระเจ้า * พระองค์จะช่วยเราเสมอตราบใดที่เราทำตามความประสงค์ของพระองค์ เราได้เห็นว่าบทเพลงสรรเสริญ 34:8 เป็นจริงที่ว่า ‘ท่านทั้งหลายจงชิมดูจึงจะรู้ว่าพระยะโฮวาเป็นผู้ประเสริฐ ผู้ใดที่พึ่งอาศัยในพระองค์ก็เป็นสุข’ ผลก็คือ เราไม่กลัวถ้าจะต้องเจอกับสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีอีกครั้ง

พระเจ้าช่วยคนที่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์ให้ ‘มีอาหารกินในวันนี้’

“ตอนนี้เราเข้าใจชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ไม่ใช่งานหรือเงิน แต่เป็นอาหารต่างหาก เรารอคอยอย่างใจจดใจจ่อให้ถึงเวลาที่พระเจ้าสัญญาว่า ‘จะมีธัญญาหารบริบูรณ์บนพื้นแผ่นดิน’ แต่ในระหว่างนี้ ‘เมื่อเรามีเครื่องอุปโภคบริโภคและที่อยู่อาศัย เราควรอิ่มใจกับสิ่งเหล่านี้’ เรายังได้รับกำลังใจจากข้อคัมภีร์ที่บอกว่า ‘จงให้วิถีชีวิตของพวกท่านปราศจากการรักเงิน และจงพอใจในสิ่งที่พวกท่านมีอยู่ เพราะพระองค์ตรัสว่า “เราจะไม่มีวันละทิ้งเจ้าและไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า” เราจึงกล้าพูดว่า “พระยะโฮวาทรงเป็นผู้ช่วยข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่กลัว มนุษย์จะทำอะไรข้าพเจ้าได้เล่า?”’” *

การที่พอลกับครอบครัวทำแบบนี้ได้ต้องมีความเชื่อแท้ในการ “ดำเนินกับพระเจ้า” (เยเนซิศ 6:9) ไม่ว่าเราจะเจอกับปัญหาทางการเงินในตอนนี้หรือในอนาคต ตัวอย่างของพอลที่แสดงความเชื่อในพระเจ้าและทำตามคำแนะนำที่ใช้ได้จริงสอนบทเรียนที่สำคัญให้เรา

แต่ถ้าปัญหาครอบครัวทำให้เรากังวลล่ะ จะทำอย่างไร?

^ วรรค 10 ยะโฮวา เป็นชื่อของพระเจ้าตามที่บอกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล