ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

กฎหมายของพระเจ้าที่ให้กับชาติอิสราเอลยุติธรรมไหม?

กฎหมายของพระเจ้าที่ให้กับชาติอิสราเอลยุติธรรมไหม?

เมื่อไม่นานมานี้ ศาลอาญาในประเทศแถบตะวันตกได้ตัดสินประหารชีวิตชายสองคนด้วยข้อหาฆ่าคนตาย ภายหลังได้มารู้ว่าหลักฐานที่ใช้ในการตัดสินนั้นไม่เป็นความจริง ทนายความพยายามเต็มที่เพื่อช่วยให้คนหนึ่งในนั้นพ้นโทษ แต่ไม่สามารถช่วยอีกคนหนึ่งได้เพราะเขาถูกประหารชีวิตไปแล้ว

เนื่องจากหลายคดีอาจไม่ได้รับความยุติธรรม คัมภีร์ไบเบิลจึงกระตุ้นว่า “จงติดตามความยุติธรรมเท่านั้น” (พระบัญญัติ 16:20, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971 ) เมื่อผู้พิพากษายึดมั่นกับความยุติธรรม ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ ระบบกฎหมายของพระเจ้าที่ให้กับชาติอิสราเอลโบราณตั้งอยู่บนหลักของความยุติธรรมและไม่ลำเอียง ขอให้เรามาดูว่ากฎหมายเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า “ทางทั้งปวงของพระองค์ยุติธรรม” จริง ๆ ไหม?—พระบัญญัติ 32:4

ผู้พิพากษาต้อง “เฉลียวฉลาด มีความเข้าใจ และมีประสบการณ์”

ประชาชนได้รับประโยชน์ถ้าผู้พิพากษามีความสามารถ ยุติธรรม และไม่คดโกง กฎหมายของพระเจ้าที่ให้กับชาติอิสราเอลเน้นว่าผู้พิพากษาต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้ ตอนต้นของการเดินทางในดินแดนที่แห้งแล้ง พระเจ้าบอกโมเซให้เลือก “คนที่มีความสามารถ ที่ยำเกรงพระเจ้า ที่ไว้ใจได้ และที่เกลียดสินบน” เพื่อทำหน้าที่ผู้พิพากษา (เอ็กโซโด 18:21, 22, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน ) อีก 40 ปีต่อมา โมเซเน้นอีกครั้งว่าคนที่จะพิพากษาประชาชนต้องเป็น “คนที่เฉลียวฉลาด มีความเข้าใจ และมีประสบการณ์”—พระบัญญัติ 1:13-17, พระคัมภีร์ โดยคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์

หลายร้อยปีต่อมา เยโฮซาฟาต * กษัตริย์แห่งยูดาห์สั่งผู้พิพากษาว่า “ซึ่งพวกท่านจะกระทำนั้นจงระวังให้ดีด้วยการพิพากษาตัดสินนั้นมิใช่สำหรับมนุษย์ แต่สำหรับพระยะโฮวา และพระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วยในการพิพากษานั้น เหตุฉะนั้นจงให้ความกลัวเกรงพระยะโฮวาสวมทับพวกท่านไว้ จงกระทำโดยระวังอย่างดี เหตุว่าฝ่ายพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเรานั้นซึ่งคดโกง หรือซึ่งจะเห็นแก่หน้าบุคคล หรือรับสินบนไม่มีเป็นอันขาด” (2 โครนิกา 19:6, 7) กษัตริย์เตือนผู้พิพากษาว่าถ้าพวกเขาพิพากษาตัดสินอย่างมีอคติและด้วยความโลภ พระเจ้าจะถือว่าพวกเขามีความผิดที่ทำให้คนอื่นได้รับผลเสียหาย

เมื่อผู้พิพากษาชาวอิสราเอลทำตามมาตรฐานที่สูงส่งเหล่านี้ ประชาชนจะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการปกป้อง และกฎหมายของพระเจ้ายังให้หลักการที่ช่วยผู้พิพากษาตัดสินอย่างยุติธรรมด้วยแม้จะเป็นคดีที่ยากที่สุดก็ตาม หลักการเหล่านั้นมีอะไรบ้าง?

หลักการที่ทำให้ตัดสินอย่างยุติธรรม

แม้ผู้พิพากษาที่ถูกเลือกมาจะเป็นคนฉลาดและมีความสามารถ แต่พระยะโฮวาไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาพิพากษาตัดสินโดยอาศัยความสามารถและความเฉลียวฉลาดของตัวเอง พระเจ้าให้หลักการหรือคำแนะนำที่ช่วยพวกเขาให้ตัดสินได้อย่างถูกต้อง ต่อไปนี้คือคำแนะนำบางอย่างที่ผู้พิพากษาของชาวอิสราเอลต้องทำตาม

สอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พระเจ้าบอกโมเซให้สั่งผู้พิพากษาชาวอิสราเอลว่า “จงฟังข้อพิพาทระหว่างพี่น้องของท่าน และจงตัดสินอย่างยุติธรรม” (พระบัญญัติ 1:16, ฉบับคาทอลิก) ผู้พิพากษาจะตัดสินได้อย่างยุติธรรมก็ต่อเมื่อพวกเขามีข้อมูลที่เป็นความจริงทั้งหมด ดังนั้น พระเจ้าจึงสั่งผู้ที่มีส่วนในการพิจารณาคดีว่า “ท่านจะต้องสอบสวนอย่างถี่ถ้วนและสืบถามให้ละเอียด” ก่อนดำเนินการต่อไปผู้พิพากษาในศาลจะต้องทำให้แน่ใจว่าข้อกล่าวหาในคดีอาญานั้น “เป็นจริง”—พระบัญญัติ 13:14; 17:4

ฟังคำให้การของพยานหลายคน คำให้การของพยานมีความสำคัญมากต่อการสอบสวน กฎหมายของพระเจ้ากำหนดว่า “อย่าตัดสินคดีผู้ใดเมื่อมีพยานเพียงปากเดียว แต่ละคดีจะต้องมีพยานยืนยันสองสามปาก” (พระบัญญัติ 19:15, ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย ) สำหรับคนที่เป็นพยานในศาล กฎหมายของพระเจ้าสั่งว่า “อย่าเล่าลือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง อย่าร่วมมือกับคนชั่วร้ายโดยการเป็นพยานเท็จ”—เอ็กโซโด 23:1, ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย

ต้องซื่อสัตย์สุจริตในการพิจารณาคดี มีการกำหนดโทษของคนที่ให้การเท็จในศาลว่า “ผู้พิพากษาจะสอบสวนคดีอย่างถี่ถ้วน ถ้าปรากฏว่าพยานให้การเท็จใส่ร้ายกล่าวหาพี่น้องของตน ท่านทั้งหลายจะต้องลงโทษพยานคนนั้นอย่างที่เขาต้องการลงโทษพี่น้องของเขา ด้วยวิธีนี้ท่านจะต้องขจัดความชั่วนี้ให้หมดไปจากกลุ่มของท่าน” (พระบัญญัติ 19:18, 19, ฉบับคาทอลิก) ดังนั้น คนที่ให้การเท็จเพื่อจะได้มรดกของอีกคนหนึ่ง ตัวเขาเองต้องถูกปรับโทษตามจำนวนที่เขาอยากได้ ถ้าเขาให้การเท็จเพราะอยากให้คนที่ไม่มีความผิดตาย ตัวเขาเองจะต้องถูกลงโทษให้ถึงตาย หลักการนี้ทำให้พยานที่ให้การในศาลไม่กล้าให้การเท็จ

พิพากษาตัดสินอย่างไม่ลำเอียง เมื่อมีหลักฐานพร้อมหมดแล้วผู้พิพากษาก็ต้องตัดสินอย่างรอบคอบ มาถึงตอนนี้ กฎหมายสำคัญข้อหนึ่งของพระเจ้าที่ผู้พิพากษาควรจำไว้เสมอก็คือ “อย่าบิดเบือนความยุติธรรม อย่าลำเอียงเข้าข้างคนจนหรือคนใหญ่คนโต แต่จงตัดสินความอย่างเที่ยงธรรม” (เลวีติโก 19:15, ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย ) ผู้พิพากษาต้องไม่ตัดสินโดยอาศัยรูปลักษณ์ภายนอกหรือฐานะทางสังคมของผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ตัดสินตามความเป็นจริงในทุกคดีความ

 หลักการเหล่านี้บอกไว้ชัดเจนในกฎหมายที่พระเจ้าให้ไว้กับชาติอิสราเอลหลายพันปีมาแล้ว แต่ในทุกวันนี้ก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้ในการตัดสินความ ถ้าผู้พิพากษาทำตามหลักการเหล่านี้ก็จะตัดสินได้อย่างยุติธรรมเสมอ

ถ้าผู้พิพากษาทำตามหลักการของพระเจ้าก็จะตัดสินได้อย่างยุติธรรมเสมอ

ประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากความยุติธรรมแท้

โมเซถามเพื่อนร่วมชาติชาวอิสราเอลว่า “มีประเทศไหนเป็นประเทศใหญ่ ที่มีกฎหมายและข้อพิพากษาอันยุติธรรมเหมือนอย่างข้อกฎหมายเหล่านี้ ที่เราตั้งไว้ให้แก่เจ้าทั้งหลายวันนี้?” (พระบัญญัติ 4:8) ที่จริงแล้ว ไม่มีชาติไหนที่มีความสุขเท่ากับชาติอิสราเอลที่ได้รับประโยชน์มากจากกฎหมายนี้อีกแล้ว กษัตริย์โซโลมอนขึ้นปกครองตั้งแต่วัยหนุ่ม เขาพยายามทำตามกฎหมายของพระเจ้า ตอนนั้น ประชาชน “อยู่อย่างปลอดภัย” และมีความสงบสุขและความมั่งคั่ง ผู้คน “กินและดื่มและมีจิตใจเบิกบาน”—1 กษัตริย์ 4:20, 25, ฉบับ 1971

น่าเสียดายที่ภายหลังชาติอิสราเอลไม่สนใจทำตามกฎหมายของพระเจ้า พระองค์จึงใช้ผู้ส่งข่าวยิระมะยาห์ให้ไปประกาศว่า “นี่แน่ะ เขาทั้งหลายได้ทิ้งคำโอวาทของพระยะโฮวา แลมีความปัญญาอย่างใดในพวกเขา” (ยิระมะยา 8:9) ผลก็คือเมืองเยรูซาเลมกลายเป็นเมืองที่มี “การนองเลือด” และเต็มไปด้วย “พฤติกรรมอันน่าชิงชัง” ในที่สุด เมืองนี้ก็ถูกทำลายและทิ้งให้ร้างเปล่าถึง 70 ปี—ยะเอศเคล 22:2, ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย; ยิระมะยา 25:11

ผู้ส่งข่าวยะซายาห์มีชีวิตอยู่ในสมัยที่มีปัญหายุ่งยากมากในประวัติศาสตร์ของชาติอิสราเอล เมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเขาจึงอยากประกาศความจริงที่สำคัญเรื่องพระยะโฮวาพระเจ้าและกฎหมายของพระองค์ ที่ว่า “เมื่อคำพิพากษาของพระองค์มายังโลก ชาวโลกจึงได้เรียนรู้ความชอบธรรม”—ยะซายา 26:9, ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย

ยะซายาห์ดีใจมากเมื่อพระเจ้าดลใจให้เขาบอกล่วงหน้าเกี่ยวกับกษัตริย์มาซีฮา ซึ่งก็คือพระเยซูคริสต์ เขาบอกว่า “ท่านจะไม่พิพากษาตามสิ่งที่ตาท่านได้เห็น หรือตัดสินตามสิ่งที่หูท่านได้ยิน แต่ท่านจะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรม และตัดสินให้กับคนต่ำต้อยของแผ่นดินด้วยความเที่ยงธรรม” (ยะซายา 11:3, 4, ฉบับมาตรฐาน ) เป็นเรื่องยอดเยี่ยมจริง ๆ สำหรับทุกคนที่จะมีกษัตริย์มาซีฮาเป็นผู้ปกครอง—มัดธาย 6:10

^ วรรค 6 ชื่อเยโฮซาฟาตมีความหมายว่า “พระยะโฮวาเป็นผู้พิพากษา”