ไทย
“ให้​เรา​เอา​ข้อ​คัมภีร์​มา​เทียบ​กัน”
/assets/ct/29206d32a6/images/syn_placeholder_sqr.png
ห06 15/8 น. 12-15
“ให้​เรา​เอา​ข้อ​คัมภีร์​มา​เทียบ​กัน”

“ให้​เรา​เอา​ข้อ​คัมภีร์​มา​เทียบ​กัน”

ชาย​คน​หนึ่ง​ได้​พบ​แผ่น​พับ​ใบ​หนึ่ง​ตก​อยู่​บน​พื้น​ของ​รถไฟ​ขบวน​ที่​มุ่ง​สู่​นคร​นิวยอร์ก. แผ่น​พับ​นั้น​บอก​ว่า ‘จิตวิญญาณ​มนุษย์​ตาย​ได้.’ ชาย​คน​นี้​ซึ่ง​เป็น​นัก​เทศน์​ได้​เริ่ม​ต้น​อ่าน​แผ่น​พับ​นี้​ด้วย​ความ​สนใจ​ใคร่​รู้. เขา​รู้สึก​แปลก​ใจ​เนื่อง​จาก​เขา​ไม่​เคย​สงสัย​มา​ก่อน​ใน​คำ​สอน​ที่​ว่า​จิตวิญญาณ​เป็น​อมตะ. ใน​ตอน​นั้น เขา​ไม่​รู้​ว่า​ใคร​เป็น​ผู้​เขียน​แผ่น​พับ​นั้น. กระนั้น เขา​ได้​พบ​ว่า​ข้อ​สรุป​นี้​มี​เหตุ​ผล​และ​เป็น​ไป​ตาม​หลัก​พระ​คัมภีร์​และ​เรื่อง​นี้​ก็​คู่​ควร​กับ​การ​ศึกษา​อย่าง​จริงจัง.

นัก​เทศน์​คน​นี้​คือ​จอร์จ สตอรส์. เหตุ​การณ์​ดัง​กล่าว​ได้​เกิด​ขึ้น​ใน​ปี 1837 ปี​เดียว​กับ​ที่​ชาลส์ ดาร์วิน​ได้​จด​แนว​คิด​ซึ่ง​ภาย​หลัง​ได้​พัฒนา​มา​เป็น​ทฤษฎี​วิวัฒนาการ​ไว้​ใน​สมุด​บันทึก​ของ​เขา​เป็น​ครั้ง​แรก. ใน​เวลา​นั้น​คน​ส่วน​ใหญ่​ใน​โลก​ตะวัน​ตก​ยัง​คง​เคร่ง​ศาสนา​อยู่ และ​คน​ส่วน​มาก​มี​ความ​เชื่อ​ใน​พระเจ้า. หลาย​คน​ยัง​อ่าน​คัมภีร์​ไบเบิล​และ​ถือ​ว่า​พระ​คัมภีร์​เป็น​ต้น​ตำรับ.

ภาย​หลัง​สตอรส์​ทราบ​ว่า​แผ่น​พับ​นั้น​เขียน​โดย​เฮนรี กรูว์​จาก​เมือง​ฟิลาเดลเฟีย รัฐ​เพนซิลเวเนีย. กรูว์​ได้​ยึด​มั่น​กับ​หลักการ​ที่​ว่า “พระ​คัมภีร์ . . . อธิบาย​ความ​หมาย​ของ​พระ​คัมภีร์​เอง​ได้​ดี​ที่​สุด.” กรูว์​และ​เพื่อน ๆ ได้​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​โดย​มี​เป้าหมาย​ที่​จะ​ให้​ชีวิต​และ​กิจกรรม​ของ​พวก​เขา​สอดคล้อง​กับ​คำ​แนะ​นำ​ใน​พระ​คัมภีร์. การ​ศึกษา​ของ​พวก​เขา​เผย​ให้​เห็น​ความ​จริง​ที่​ล้ำ​เลิศ​บาง​อย่าง​ตาม​หลัก​พระ​คัมภีร์.

โดย​ได้​รับ​การ​กระตุ้น​จาก​ข้อ​เขียน​ของ​กรูว์ สตอรส์​ตรวจ​สอบ​สิ่ง​ที่​พระ​คัมภีร์​พูด​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​จิตวิญญาณ​อย่าง​ถี่ถ้วน​และ​พิจารณา​เรื่อง​นั้น​กับ​เพื่อน​นัก​เทศน์​บาง​คน. หลัง​จาก​การ​ศึกษา​อย่าง​จริงจัง​เป็น​เวลา​ห้า​ปี ใน​ที่​สุด​สตอรส์​ตัดสิน​ใจ​ที่​จะ​เผยแพร่​ความ​จริง​ตาม​หลัก​พระ​คัมภีร์​อัน​ล้ำ​ค่า​ที่​เขา​ได้​พบ​ใหม่. ที​แรก เขา​ได้​เตรียม​คำ​เทศน์​เรื่อง​หนึ่ง​ที่​จะ​เสนอ​ใน​วัน​อาทิตย์​วัน​หนึ่ง​ใน​ปี 1842. อย่าง​ไร​ก็​ดี เขา​รู้สึก​ว่า​จำเป็น​ต้อง​เสนอ​คำ​เทศน์​อีก​สอง​สาม​เรื่อง​เพื่อ​จะ​ทำ​ให้​หัวเรื่อง​นั้น​ครบ​ถ้วน​อย่าง​เหมาะ​สม. ใน​ที่​สุด คำ​เทศน์​ของ​เขา​ใน​เรื่อง​ที่​ว่า​จิตวิญญาณ​มนุษย์​ตาย​ได้​มี​ทั้ง​หมด​หก​เรื่อง ซึ่ง​เขา​ได้​จัด​พิมพ์​ใน​หนังสือ​ชื่อ คำ​เทศน์​หก​เรื่อง (ภาษา​อังกฤษ). สตอรส์​ได้​เอา​ข้อ​คัมภีร์​มา​เทียบ​กัน​เพื่อ​จะ​เปิด​เผย​ความ​จริง​อัน​ล้ำ​เลิศ​ที่​ถูก​กลบ​ด้วย​คำ​สอน​ของ​คริสต์​ศาสนจักร ซึ่ง​หลู่​เกียรติ​พระเจ้า.

คัมภีร์​ไบเบิล​สอน​ว่า​จิตวิญญาณ​เป็น​อมตะ​ไหม?

คัมภีร์​ไบเบิล​กล่าว​ว่า​เหล่า​สาวก​ผู้​ถูก​เจิม​ของ​พระ​เยซู​ได้​รับ​สภาพ​อมตะ​เป็น​บำเหน็จ​สำหรับ​ความ​ซื่อ​สัตย์​ของ​พวก​เขา. (1 โกรินโธ 15:50-56) สตอรส์​หา​เหตุ​ผล​ว่า หาก​สภาพ​อมตะ​เป็น​บำเหน็จ​สำหรับ​ผู้​ซื่อ​สัตย์​แล้ว จิตวิญญาณ​ของ​คน​ชั่ว​ก็​ไม่​อาจ​เป็น​อมตะ​ได้. แทน​ที่​จะ​เดา​สุ่ม เขา​ได้​ตรวจ​สอบ​ดู​พระ​คัมภีร์. เขา​พิจารณา​มัดธาย 10:28 ใน​ฉบับ​แปล​คิงเจมส์ ซึ่ง​อ่าน​ว่า “จง​กลัว​พระองค์​ผู้​ซึ่ง​สามารถ​ทำลาย​ทั้ง​จิตวิญญาณ​และ​ร่าง​กาย​ใน​นรก.” ดัง​นั้น จิตวิญญาณ​เป็น​สิ่ง​ที่​ทำลาย​ได้. เขา​ยัง​อ้างอิง​ถึง​ยะเอศเคล 18:4 ซึ่ง​กล่าว​ว่า “จิตวิญญาณ​ที่​ได้​ทำ​บาป, จิตวิญญาณ​นั้น​จะ​ตาย.” เมื่อ​พิจารณา​ดู​คัมภีร์​ไบเบิล​ทั้ง​เล่ม ความ​จริง​อัน​ล้ำ​ค่า​ก็​ปรากฏ​ชัด. สตอรส์​เขียน​ว่า “หาก​ความ​คิด​เห็น​ของ​ผม​ใน​เรื่อง​นี้​ถูก​ต้อง ถ้า​เช่น​นั้น หลาย​ตอน​ใน​พระ​คัมภีร์​ซึ่ง​ไม่​ชัดเจน​ใน​เรื่อง​ความ​เชื่อ​โดย​ทั่ว​ไป​ที่​ว่า​จิตวิญญาณ​เป็น​อมตะ​นั้น ก็​กลับ​ชัดเจน น่า​พอ​ใจ​และ​เต็ม​ด้วย​ความ​หมาย​อีก​ทั้ง​มี​พลัง.”

แต่​จะ​ว่า​อย่าง​ไร​กับ​ข้อ​คัมภีร์​เช่น​ที่​ยูดา​ข้อ 7? ข้อ​นี้​อ่าน​ว่า “เช่น​เดียว​กัน เมือง​ซะโดม​และ​เมือง​อะโมรา​และ​เมือง​อื่น ๆ ที่​อยู่​รอบ​นั้น​ได้​ฝัง​ตัว​ของ​ตน​อยู่​ใน​การ​ชั่ว​ลามก, มัวเมา​ไป​ด้วย​อสัตย์​ธรรม​ราคะ, ก็​ได้​ทรง​บัญญัติ​ไว้​เป็น​ตัว​อย่าง, ซึ่ง​ต้อง​ทน​ทรมาน​อาชญา​ใน​ไฟ​นิรันดร์.” เมื่อ​อ่าน​ข้อ​นี้ บาง​คน​อาจ​ลง​ความ​เห็น​ว่า​จิตวิญญาณ​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ถูก​ฆ่า​ใน​เมือง​โซโดม​และ​เมือง​โกโมร์ราห์​ถูก​ทรมาน​ด้วย​ไฟ​ตลอด​กาล. สตอรส์​เขียน​ว่า “ให้​เรา​เอา​ข้อ​คัมภีร์​มา​เทียบ​กัน.” ต่อ​จาก​นั้น เขา​ได้​ยก 2 เปโตร 2:5, 6 ขึ้น​มา​กล่าว​ที่​ว่า “และ​ไม่​ได้​ทรง​ยก​เว้น​มนุษย์​โลก​ครั้ง​โบราณ​นั้น, แต่​ได้​ทรง​อุปถัมภ์​โนฮา . . . ได้​ทรง​บันดาล​ให้​น้ำ​มา​ท่วม​แผ่นดิน​โลก​แห่ง​ทุรชน​ทั้ง​ปวง และ​ได้​ทรง​ลง​โทษ​เมือง​ซะโดม​และ​เมือง​อะโมรา​ให้​กลาย​เป็น​เถ้า​ถ่าน​ถึง​ความ​พินาศ, เพื่อ​ให้​เป็น​ตัว​อย่าง​แก่​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​จะ​ประพฤติ​อธรรม.” ใช่​แล้ว เมือง​โซโดม​และ​โกโมร์ราห์​กลาย​เป็น​เถ้า​ถ่าน ถูก​ทำลาย​ตลอด​กาล​พร้อม​กับ​ชาว​เมือง​นั้น.

สตอรส์​อธิบาย​ว่า “เปโตร​ให้​ความ​กระจ่าง​สำหรับ​พระ​ธรรม​ยูดา. การ​เอา​พระ​ธรรม​ทั้ง​สอง​มา​เทียบ​กัน​แสดง​ให้​เห็น​อย่าง​ชัดเจน​ที่​สุด​ถึง​ความ​ไม่​พอ​พระทัย​ที่​พระเจ้า​ได้​สำแดง​ต่อ​คน​บาป. . . . การ​พิพากษา​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​โลก​สมัย​โบราณ คือ​เมือง​โซโดม​และ​โกโมร์ราห์ เป็น​คำ​กระตุ้น​เตือน, คำ​เตือน​สติ, หรือ ‘ตัว​อย่าง’ ที่​ถาวร​หรือ ‘นิรันดร์’ และ​ตลอด​ไป​สำหรับ​มนุษย์​ทุก​คน​จน​ถึง​อวสาน​ของ​โลก.” ดัง​นั้น ยูดา​พาด​พิง​ถึง​ผล​กระทบ​ของ​ไฟ​ที่​ทำลาย​เมือง​โซโดม​และ​โกโมร์ราห์​ว่า​เป็น​แบบ​ชั่วนิรันดร์. แน่นอน​นั่น​ไม่​ได้​เปลี่ยน​ข้อ​เท็จ​จริง​ที่​ว่า​จิตวิญญาณ​มนุษย์​ตาย​ได้.

สตอรส์​ไม่​ได้​ใช้​ข้อ​คัมภีร์​ที่​สนับสนุน​ความ​คิด​เห็น​ของ​เขา​ขณะ​เดียว​กัน​ก็​มอง​ข้าม​ข้อ​อื่น ๆ. เขา​พิจารณา​บริบท​ของ​แต่​ละ​ข้อ รวม​ทั้ง​ความ​หมาย​โดย​ทั่ว​ไป​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล. หาก​ข้อ​หนึ่ง​ดู​เหมือน​ขัด​แย้ง​กับ​ข้อ​คัมภีร์​อื่น ๆ สตอรส์​ได้​ค้น​ดู​ตอน​อื่น ๆ ของ​คัมภีร์​ไบเบิล​เพื่อ​จะ​ได้​คำ​อธิบาย​ที่​สม​เหตุ​สม​ผล.

การ​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​ของ​รัสเซลล์

ใน​บรรดา​คน​ที่​ได้​เข้า​มา​คบหา​กับ​จอร์จ สตอรส์​ก็​มี​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ได้​จัด​กลุ่ม​การ​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ขึ้น​ใน​เมือง​พิตส์เบิร์ก รัฐ​เพนซิลเวเนีย. เขา​ชื่อ​ชาลส์ เทซ รัสเซลล์. บทความ​แรก ๆ ของ​เขา​เรื่อง​หนึ่ง​เกี่ยว​กับ​หัวข้อ​ใน​พระ​คัมภีร์​ได้​รับ​การ​จัด​พิมพ์​ใน​วารสาร​ผู้​ตรวจ​สอบ​คัมภีร์​ไบเบิล (ภาษา​อังกฤษ) ใน​ปี 1876 เรียบเรียง​โดย​สตอรส์. รัสเซลล์​ยอม​รับ​ว่า​พวก​นัก​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​รุ่น​ก่อน​มี​อิทธิพล​ต่อ​เขา. ต่อ​มา ใน​ฐานะ​บรรณาธิการ​ของ​วารสาร​หอสังเกตการณ์​แห่ง​ซีโอน (ภาษา​อังกฤษ) เขา​หยั่ง​รู้​ค่า​ความ​ช่วยเหลือ​มาก​มาย​จาก​สตอรส์ ทั้ง​โดย​คำ​พูด​และ​จดหมาย.

ตอน​อายุ 18 ปี ซี. ที. รัสเซลล์​ได้​จัด​กลุ่ม​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​และ​ได้​วาง​แบบ​อย่าง​ไว้​สำหรับ​การ​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล. เอ. เอช. แมกมิลแลน นัก​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ที่​สมทบ​กับ​รัสเซลล์​ได้​พรรณนา​วิธี​นี้​ไว้​ว่า “จะ​มี​คน​ยก​คำ​ถาม​หนึ่ง​ขึ้น​มา. พวก​เขา​จะ​พิจารณา​คำ​ถาม​นั้น. พวก​เขา​จะ​ค้น​ดู​ข้อ​คัมภีร์​ทั้ง​หมด​ที่​เกี่ยว​ข้อง​ด้วย​ใน​จุด​นั้น และ​ต่อ​จาก​นั้น เมื่อ​พวก​เขา​จุ​ใจ​ใน​ความ​สอดคล้อง​ลง​รอย​กัน​ของ​ข้อ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​แล้ว ก็​จะ​ลง​ความ​เห็น​และ​ทำ​บันทึก​เรื่อง​นั้น​ไว้​ใน​ที่​สุด.”

รัสเซลล์​เชื่อ​มั่น​ว่า คัมภีร์​ไบเบิล​เมื่อ​มี​การ​พิจารณา​เนื้อหา​ทั้ง​เล่ม คง​ต้อง​เปิด​เผย​ข่าวสาร​ที่​สอดคล้อง​ลง​รอย​กัน​และ​เสมอ​ต้น​เสมอ​ปลาย​ใน​ตัว​เอง​และ​สอดคล้อง​กับ​ลักษณะ​พิเศษ​ของ​ผู้​ประพันธ์ คือ​พระเจ้า. เมื่อ​ไร​ก็​ตาม​ที่​ตอน​ใด ๆ ของ​คัมภีร์​ไบเบิล​ดู​เหมือน​เข้าใจ​ยาก รัสเซลล์​เชื่อ​ว่า​ตอน​นั้น ๆ น่า​จะ​ได้​รับ​การ​อธิบาย​และ​ทำ​ให้​เข้าใจ​ง่าย​จาก​ตอน​อื่น ๆ ของ​คัมภีร์​ไบเบิล.

นัก​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ใน​ศตวรรษ​ที่ 19 ซึ่ง​ได้​เอา​ข้อ​คัมภีร์​มา​เทียบ​กัน​เพื่อ​ได้​รับ​คำ​อธิบาย: จอร์จ สตอรส์, เฮนรี กรูว์, ชาลส์ เทซ รัสเซลล์, เอ. เอช. แมกมิลแลน

แบบ​แผนที่​ถูก​หลัก​พระ​คัมภีร์

อย่าง​ไร​ก็​ดี ทั้ง​รัสเซลล์, สตอรส์, และ​กรูว์​ต่าง​ก็​ไม่​ใช่​คน​แรก​ที่​ให้​พระ​คัมภีร์​อธิบาย​ความ​หมาย​ของ​ข้อ​คัมภีร์​เอง. แบบ​แผน​ดัง​กล่าว​ย้อน​หลัง​ไป​ถึง​พระ​เยซู​คริสต์ ผู้​ก่อ​ตั้ง​ศาสนา​คริสเตียน. พระองค์​ทรง​ใช้​ข้อ​คัมภีร์​หลาย ๆ ข้อ​เพื่อ​อธิบาย​ความ​หมาย​ที่​แท้​จริง​ของ​ข้อ​ความ​ตอน​หนึ่ง. ตัว​อย่าง​เช่น เมื่อ​พวก​ฟาริซาย​ติเตียน​เหล่า​สาวก​ของ​พระ​เยซู​เรื่อง​การ​เด็ด​รวง​ข้าว​กิน​ใน​วัน​ซะบาโต พระองค์​แสดง​ให้​เห็น​จาก​เรื่อง​ราว​ที่​บันทึก​ใน 1 ซามูเอล 21:6 ว่า​ควร​นำ​กฎ​เรื่อง​วัน​ซะบาโต​มา​ใช้​อย่าง​ไร. ผู้​นำ​ศาสนา​คุ้น​เคย​กับ​เรื่อง​ราว​นั้น เป็น​เรื่อง​ที่​ดาวิด​กับ​พรรค​พวก​รับประทาน​ขนม​ถวาย. ต่อ​จาก​นั้น​พระ​เยซู​ทรง​อ้างอิง​ถึง​ตอน​หนึ่ง​ใน​พระ​บัญญัติ​ที่​บอก​ว่า​เฉพาะ​แต่​พวก​ปุโรหิต​ใน​เชื้อ​สาย​ของ​อาโรน​เท่า​นั้น​ที่​รับประทาน​ขนม​ถวาย​ได้. (เอ็กโซโด 29:32, 33; เลวีติโก 24:9) กระนั้น​ก็​ยัง​มี​การ​บอก​ให้​ดาวิด​รับประทาน​ขนม​นั้น. พระ​เยซู​ทรง​สรุป​การ​อ้าง​เหตุ​ผล​ที่​โน้ม​น้าว​ใจ​โดย​ยก​จาก​พระ​ธรรม​โฮเซอา​ขึ้น​มา​กล่าว​ที่​ว่า “ถ้า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​เข้าใจ​ความ​ใน​ข้อ​นี้​ซึ่ง​ว่า, ‘เรา​ประสงค์​ความ​เมตตา, แต่​มิ​ได้​ประสงค์​เครื่อง​บูชา,’ ท่าน​ก็​คง​จะ​ไม่​ได้​ปรับ​โทษ​คน​ที่​ไม่​มี​ความ​ผิด.” (มัดธาย 12:1-8) ช่าง​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​เลิศ​เสีย​จริง ๆ ใน​การ​เอา​ข้อ​คัมภีร์​ข้อ​หนึ่ง​มา​เทียบ​กับ​ข้อ​อื่น ๆ เพื่อ​จะ​ได้​รับ​ความ​เข้าใจ​ที่​ถูก​ต้อง!

อัครสาวก​เปาโล​พิสูจน์​หลักฐาน​การ​สอน​ของ​ท่าน​โดย​การ​อ้างอิง​ถึง​ข้อ​คัมภีร์​ต่าง ๆ

เหล่า​สาวก​ของ​พระ​เยซู​ได้​ใช้​แบบ​อย่าง​เดียว​กัน​ใน​การ​อ้างอิง​ถึง​พระ​คัมภีร์​เพื่อ​อธิบาย​ข้อ​คัมภีร์​ข้อ​หนึ่ง. เมื่อ​อัครสาวก​เปาโล​สอน​ประชาชน​ใน​เมือง​เทสซาโลนิเก “ท่าน​หา​เหตุ​ผล​จาก​พระ​คัมภีร์​กับ​พวก​เขา . . . อธิบาย​และ​พิสูจน์​ด้วย​ข้อ​อ้างอิง ว่า​จำเป็น​ที่​พระ​คริสต์​ต้อง​ทน​ทุกข์​และ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย.” (กิจการ 17:2, 3, ล.ม.) ใน​จดหมาย​ที่​ท่าน​เขียน​ภาย​ใต้​การ​ดล​ใจ​จาก​พระเจ้า​ด้วย​เช่น​กัน เปาโล​ให้​คัมภีร์​ไบเบิล​อธิบาย​ความ​หมาย​ของ​ข้อ​คัมภีร์​ต่าง ๆ. ตัว​อย่าง​เช่น เมื่อ​เขียน​ถึง​ชาว​ฮีบรู ท่าน​ได้​ยก​ข้อ​คัมภีร์​หลาย​ข้อ​ขึ้น​มา​กล่าว​เพื่อ​พิสูจน์​ว่า​พระ​บัญญัติ​เป็น​เงา​ของ​สิ่ง​ดี​ที่​จะ​มี​มา.—เฮ็บราย 10:1-18.

ใช่​แล้ว นัก​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​ที่​จริง​ใจ​ใน​ศตวรรษ​ที่ 19 และ​ต้น​ศตวรรษ​ที่ 20 เพียง​แต่​ฟื้นฟู​แบบ​อย่าง​นี้​ของ​คริสเตียน. แบบ​แผน​ของ​การ​เอา​ข้อ​คัมภีร์​ต่าง ๆ มา​เทียบ​กัน​ยัง​คง​มี​อยู่​ใน​วารสาร​หอสังเกตการณ์. (2 เธซะโลนิเก 2:15) พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใช้​หลักการ​นี้​เมื่อ​วิเคราะห์​ข้อ​คัมภีร์​หนึ่ง.

จง​พิจารณา​บริบท

เมื่อ​เรา​อ่าน​คัมภีร์​ไบเบิล เรา​จะ​เลียน​แบบ​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​ของ​พระ​เยซู​และ​เหล่า​สาวก​ที่​ซื่อ​สัตย์​ของ​พระองค์​ได้​อย่าง​ไร? ที​แรก เรา​อาจ​พิจารณา​บริบท​ของ​ข้อ​คัมภีร์​ที่​อ่าน​อยู่​นั้น. บริบท​จะ​ช่วย​เรา​ให้​เข้าใจ​ความ​หมาย​ได้​อย่าง​ไร? เพื่อ​เป็น​ตัว​อย่าง ให้​เรา​พิจารณา​คำ​ตรัส​ของ​พระ​เยซู​ที่​บันทึก​ใน​มัดธาย 16:28 ที่​ว่า “เรา​กล่าว​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า, ใน​พวก​ท่าน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่​มี​บาง​คน​ซึ่ง​ยัง​จะ​ไม่​ชิม​ความ​ตาย​กว่า​จะ​ได้​เห็น​บุตร​มนุษย์​มา​ใน​แผ่นดิน [“ราชอาณาจักร,” ล.ม.] ของ​ท่าน.” บาง​คน​อาจ​เข้าใจ​ว่า​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ไม่​ได้​สำเร็จ​เป็น​จริง​เพราะ​สาวก​ของ​พระ​เยซู​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​อยู่​ด้วย​ตอน​ที่​พระองค์​ตรัส​ถ้อย​คำ​ดัง​กล่าว​นั้น​ได้​เสีย​ชีวิต​ไป​ก่อน​การ​สถาปนา​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ใน​สวรรค์. คัมภีร์​ไบเบิล​ของ​ผู้​แปล (ภาษา​อังกฤษ) ถึง​กับ​แสดง​ความ​เห็น​เกี่ยว​กับ​ข้อ​นี้​ว่า “คำ​พยากรณ์​นี้​ไม่​ได้​สำเร็จ​เป็น​จริง และ​ภาย​หลัง​คริสเตียน​รู้สึก​ว่า​จำเป็น​ต้อง​อธิบาย​ข้อ​นี้​ใน​เชิง​อุปมา.”

อย่าง​ไร​ก็​ดี บริบท​ของ​ข้อ​นี้ รวม​ทั้ง​บริบท​ของ​เรื่อง​ราว​ที่​คล้าย​กัน​ซึ่ง​บันทึก​โดย​มาระโก​และ​ลูกา ช่วย​เรา​เข้าใจ​ความ​หมาย​ที่​แท้​จริง​ของ​ข้อ​คัมภีร์​นี้. มัดธาย​บรรยาย​เรื่อง​อะไร​ต่อ​ไป​ทันที​หลัง​จาก​คำ​พูด​ที่​ยก​มา​กล่าว​ข้าง​ต้น? ท่าน​ได้​เขียน​ว่า “ครั้น​ล่วง​ไป​ได้​หก​วัน​แล้ว, พระ​เยซู​ทรง​พา​เปโตร, ยาโกโบ, และ​โยฮัน​น้อง​ของ​ยาโกโบ ขึ้น​ภูเขา​สูง​แต่​ลำพัง. แล้ว​รูป​กาย​ของ​พระองค์​ก็​เปลี่ยน​ไป​ต่อ​หน้า​เขา​เหล่า​นั้น.” (มัดธาย 17:1, 2) นอก​จาก​นี้ ทั้ง​มาระโก​และ​ลูกา​ต่าง​ก็​เชื่อม​โยง​คำ​อธิบาย​ของ​พระ​เยซู​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร​เข้า​กับ​เรื่อง​ราว​การ​จำแลง​พระ​กาย. (มาระโก 9:1-8; ลูกา 9:27-36) มี​การ​แสดง​ให้​เห็น​พระ​เยซู​เสด็จ​มา​ด้วย​อำนาจ​แห่ง​ราชอาณาจักร​ใน​การ​จำแลง​พระ​กาย​ของ​พระองค์ การ​ปรากฏ​ของ​พระองค์​ด้วย​สง่า​ราศี​ต่อ​หน้า​อัครสาวก​สาม​คน. เปโตร​ยืน​ยัน​ความ​เข้าใจ​เช่น​นี้​โดย​การ​พูด​ถึง “อำนาจ​และ​การ​ประทับ​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้าของ​เรา” เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​ที่​ท่าน​เป็น​ประจักษ์​พยาน​เกี่ยว​กับ​การ​จำแลง​พระ​กาย​ของ​พระ​เยซู.—2 เปโตร 1:16-18, ล.ม.

คุณ​ให้​คัมภีร์​ไบเบิล​อธิบาย​ความ​หมาย​ของ​ข้อ​คัมภีร์​ไหม?

จะ​ว่า​อย่าง​ไร​หาก​คุณ​ไม่​สามารถ​เข้าใจ​ข้อ​คัมภีร์​ข้อ​หนึ่ง​แม้​แต่​หลัง​จาก​ได้​พิจารณา​บริบท​ของ​ข้อ​นั้น​แล้ว? คุณ​อาจ​ได้​รับ​ประโยชน์​จาก​การ​เอา​ข้อ​คัมภีร์​นั้น​มา​เทียบ​กับ​ข้อ​คัมภีร์​อื่น ๆ โดย​คิด​ถึง​ความ​หมาย​โดย​ทั่ว​ไป​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล​ตั้ง​แต่​ต้น​จน​จบ. เครื่อง​มือ​ที่​ดี​เลิศ​อย่าง​หนึ่ง​ใน​การ​ทำ​เช่น​นี้​อาจ​พบ​ได้​ใน​พระ​คัมภีร์​บริสุทธิ์​ฉบับ​แปล​โลก​ใหม่ ซึ่ง​ปัจจุบัน​หา​ได้​ทั้ง​เล่ม​หรือ​เป็น​บาง​ส่วน​ใน 57 ภาษา. เครื่อง​มือ​นี้​เป็น​รายการ​ข้อ​อ้างอิง​ซึ่ง​โยง​กับ​ข้อ​คัมภีร์​อื่น ๆ ที่​ปรากฏ​อยู่​ใน​ช่อง​กลาง​ของ​แต่​ละ​หน้า​ใน​ฉบับ​ต่าง ๆ หลาย​ฉบับ. คุณ​สามารถ​พบ​ข้อ​อ้างอิง​เหล่า​นั้น​มาก​กว่า 125,000 ข้อ​ใน​พระ​คัมภีร์​บริสุทธิ์​ฉบับ​แปล​โลก​ใหม่—พร้อม​ด้วย​ข้อ​อ้างอิง (ภาษา​อังกฤษ). “คำนำ” ของ​คัมภีร์​ไบเบิล​ฉบับ​ดัง​กล่าว​อธิบาย​ว่า “การ​เทียบ​ข้อ​อ้างอิง​ใน​ช่อง​กลาง​อย่าง​ถี่ถ้วน​กับ​การ​ตรวจ​สอบ​เชิงอรรถ​ข้าง​ล่าง​จะ​เผย​ให้​เห็น​การ​ประสาน​เชื่อม​โยง​กัน​ของ​พระ​ธรรม 66 เล่ม​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล ซึ่ง​พิสูจน์​ว่า​พระ​ธรรม​เหล่า​นั้น​ประกอบ​กัน​เป็น​หนังสือ​เล่ม​เดียว ที่​มี​ขึ้น​โดย​การ​ดล​ใจ​จาก​พระเจ้า.”

ให้​เรา​ดู​ว่า​การ​ใช้​ข้อ​อ้างอิง​ที่​โยง​ไป​ถึง​ข้อ​อื่น​จะ​ช่วย​เรา​ให้​เข้าใจ​ข้อ​คัมภีร์​ข้อ​หนึ่ง​ได้​อย่าง​ไร. ยก​ตัว​อย่าง​ประวัติ​ของ​อับราม หรือ​อับราฮาม. ขอ​พิจารณา​คำ​ถาม​นี้: ใคร​เป็น​ผู้​นำ​ตอน​ที่​อับราม​กับ​ครอบครัว​ออก​จาก​เมือง​อูร์. เยเนซิศ 11:​31 อ่าน​ว่า “เธรา​ก็​พา​อับราม​บุตร​ของ​ตน​กับ​โลต . . . และ​นาง​ซาราย​บุตร​สะใภ้ . . . ออก​ไป​จาก​เมือง​อูระ​แขวง​แผ่นดิน​เคเซ็ด, จะ​เข้า​ไป​ใน​แผ่นดิน​คะนาอัน; เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​มา​ถึง​เมือง​ฮาราน​แล้ว​ก็​ตั้ง​อยู่​ที่​นั่น.” เมื่อ​อ่าน​ข้อ​ความ​ดัง​กล่าว เรา​อาจ​ลง​ความ​เห็น​ว่า​เธรา บิดา​ของ​อับราม​เป็น​ผู้​นำ. อย่าง​ไร​ก็​ดี ใน​ฉบับ​แปล​โลก​ใหม่ เรา​พบ​ข้อ​อ้างอิง​ใน​ข้อ​นี้​ที่​โยง​ไป​ถึง​ข้อ​อื่น 11 ข้อ. ข้อ​สุด​ท้าย​ที่​อ้าง​ถึง​คือ​กิจการ 7:2 ซึ่ง​เรา​อ่าน​คำ​ตักเตือน​ของ​ซะเตฟาโน​ที่​ให้​แก่​ชาว​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​ว่า “พระเจ้า​ซึ่ง​ทรง​สง่า​ราศี​ได้​ปรากฏ​แก่​อับราฮาม บิดา​ของ​เรา​เมื่อ​ท่าน​ยัง​อยู่​ใน​ประเทศ​เมโซปะตาเมีย​ก่อน ที่​ได้​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ฮาราน, และ​ได้​ตรัส​แก่​ท่าน​ว่า, ‘จง​ออก​จาก​แผ่นดิน​และ​จาก​ญาติ​พี่​น้อง​ของ​ตน​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ที่​เรา​จะ​ชี้​ให้​เจ้า.’ ” (กิจการ 7:2, 3) ซะเตฟาโน​ทำ​ให้​ข้อ​นี้​สับสน​ด้วย​การ​บอก​ว่า​อับราม​ออก​จาก เมือง​ฮาราน​ไหม? เห็น​ได้​ชัด​ว่า​ไม่ เพราะ​ข้อ​นี้​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​แห่ง​พระ​คำ​ของ​พระเจ้า​ที่​มี​ขึ้น​โดย​การ​ดล​ใจ.—เยเนซิศ 12:1-3.

ถ้า​เช่น​นั้น ทำไม​เยเนซิศ 11:31 จึง​กล่าว​ว่า “เธรา​ก็​พา​อับราม​บุตร​ของ​ตน” กับ​คน​อื่น​ใน​ครอบครัว​ของ​เขา​ออก​ไป​จาก​เมือง​อูร์? เธรา​ยัง​คง​เป็น​ประมุข​ซึ่ง​เป็น​ปฐม​บรรพบุรุษ. ท่าน​ยินยอม​ไป​กับ​อับราม​และ​ด้วย​เหตุ​นี้​จึง​ได้​รับ​เกียรติ​ใน​การ​ย้าย​ครอบครัว​ไป​เมือง​ฮาราน. โดย​การ​เทียบ​ข้อ​คัมภีร์​ทั้ง​สอง​นี้​และ​ทำ​ให้​ประสาน​กัน เรา​จึง​สามารถ​เข้าใจ​อย่าง​ชัดเจน​ถึง​สิ่ง​ที่​ได้​เกิด​ขึ้น. อับราม​โน้ม​น้าว​ใจ​บิดา​ของ​ท่าน​ด้วย​ความ​นับถือ​ให้​ออก​จาก​เมือง​อูร์​ตาม​พระ​บัญชา​ของ​พระเจ้า.

เมื่อ​อ่าน​พระ​คัมภีร์ เรา​ควร​คำนึง​ถึง​บริบท​และ​ความ​หมาย​โดย​ทั่ว​ไป​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล​ตั้ง​แต่​ต้น​จน​จบ. คริสเตียน​ได้​รับ​การ​กระตุ้น​เตือน​ว่า “พวก​เรา​ได้​รับ ไม่​ใช่​วิญญาณ​ของ​โลก แต่​พระ​วิญญาณ​ซึ่ง​มา​จาก​พระเจ้า เพื่อ​เรา​ทั้ง​หลาย​จะ​รู้​ถึง​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ซึ่ง​พระเจ้า​ได้​ทรง​โปรด​ประทาน​แก่​เรา. เรา​ไม่​ได้​พูด​ถึง​เรื่อง​เหล่า​นี้​ด้วย​ถ้อย​คำ​ที่​เรา​ได้​รับ​การ​สอน​โดย​ปัญญา​ของ​มนุษย์ แต่​พูด​ด้วย​ถ้อย​คำ​ที่​เรา​ได้​รับ​การ​สอน​โดย​พระ​วิญญาณ โดย​ที่​เรา​นำ​เรื่อง​ฝ่าย​วิญญาณ​มา​เทียบ​กับ​ถ้อย​คำ​ฝ่าย​วิญญาณ.” (1 โกรินโธ 2:11-13, ล.ม.) ที่​จริง เรา​ต้อง​ทูล​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา​เพื่อ​จะ​เข้าใจ​พระ​คำ​ของ​พระองค์​และ​พยายาม “นำ​เรื่อง​ฝ่าย​วิญญาณ​มา​เทียบ​กับ​ถ้อย​คำ​ฝ่าย​วิญญาณ” โดย​การ​ตรวจ​ดู​บริบท​ของ​ข้อ​คัมภีร์​ที่​กำลัง​พิจารณา​นั้น​และ​ค้น​ดู​ข้อ​คัมภีร์​ต่าง ๆ ที่​เกี่ยว​ข้อง​ด้วย. ขอ​ให้​เรา​ค้น​หา​ความ​จริง​ที่​เป็น​ดุจ​อัญมณี​อัน​เจิดจ้า​ต่อ ๆ ไป​โดย​การ​ศึกษา​พระ​คำ​ของ​พระเจ้า.