ไทย
รับใช้อยู่ภายใต้พระหัตถ์ที่เปี่ยมด้วยความรักของพระยะโฮวา
/assets/ct/4979f4be7e/images/syn_placeholder_sqr.png
ห96 1/5 น. 25-26
รับใช้อยู่ภายใต้พระหัตถ์ที่เปี่ยมด้วยความรักของพระยะโฮวา

รับใช้​อยู่​ภาย​ใต้​พระ​หัตถ์​ที่​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก​ของ​พระ​ยะโฮวา

เล่า​โดย ลัมโพรส ซูมโพส

ผม​เผชิญ​ทาง​เลือก​อัน​สำคัญ​ยิ่ง​คือ จะ​ยอม​รับ​ข้อ​เสนอ​ของ​คุณ​อา​ที่​ร่ำรวย​เพื่อ​จะ​เป็น​ผู้​จัด​การ​กิจการ​อสังหาริมทรัพย์​ที่​ใหญ่​โต​ของ​เขา—ด้วย​วิธี​นี้​จึง​เป็น​การ​แก้​ปัญหา​การ​เงิน​ของ​ครอบครัว​ผม—หรือ​จะ​เป็น​ผู้​รับใช้​เต็ม​เวลา​ของ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า. ขอ​ผม​อธิบาย​ว่า มี​องค์​ประกอบ​อะไร​บ้าง​ที่​โน้ม​น้าว​ให้​มี​การ​ตัดสิน​ใจ​อย่าง​ที่​ผม​ได้​ทำ​ไป​ใน​ที่​สุด.

ผม​เกิด​ใน​เมือง​โวโลส ประเทศ​กรีซ ใน​ปี 1919. คุณ​พ่อ​ผม​ขาย​เครื่อง​แต่ง​กาย​ชาย และ​เรา​มี​ความ​มั่งคั่ง​ทาง​วัตถุ. แต่​เนื่อง​จาก​ภาวะ​เศรษฐกิจ​ตก​ต่ำ​ใน​ช่วง​ปลาย​ทศวรรษ​ปี 1920 คุณ​พ่อ​ถูก​บีบ​ให้​ล้ม​ละลาย​และ​สูญ​เสีย​ธุรกิจ​เครื่อง​แต่ง​กาย​ชาย. ผม​รู้สึก​เสียใจ​ทุก​ครั้ง​ที่​เห็น​สี​หน้า​ที่​แสดง​ถึง​ความ​สิ้น​หวัง​ของ​คุณ​พ่อ.

ครอบครัว​ผม​อยู่​ด้วย​ความ​แร้นแค้น​สาหัส​ระยะ​หนึ่ง. ทุก​วัน​ผม​จะ​เลิก​เรียน​ก่อน​เวลา​หนึ่ง​ชั่วโมง​เพื่อ​เข้า​คิว​รับ​อาหาร​ปัน​ส่วน. กระนั้น ทั้ง ๆ ที่​แร้นแค้น เรา​ก็​มี​ชีวิต​ครอบครัว​ที่​สงบ. ผม​เคย​คิด​ฝัน​อยาก​จะ​เป็น​หมอ แต่​พอ​อายุ​สิบ​ห้า​ก็​ต้อง​เลิก​เรียน​หนังสือ​และ​เริ่ม​ทำ​งาน​เพื่อ​ช่วย​ครอบครัว​ให้​อยู่​รอด.

ครั้น​แล้ว ระหว่าง​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง พวก​เยอรมัน​กับ​อิตาลี​เข้า​ยึด​กรีซ และ​เกิด​การ​ขาด​แคลน​อาหาร​รุนแรง. ผม​มัก​เห็น​เพื่อน ๆ กับ​คน​ที่​รู้​จัก​มัก​คุ้น​ตาย​อยู่​ตาม​ถนน​เพราะ​ความ​หิว​โหย—ภาพ​อัน​น่า​สยดสยอง​ที่​ผม​จะ​ไม่​มี​วัน​ลืม​เลย! คราว​หนึ่ง ครอบครัว​เรา​ทน​อยู่​ถึง 40 วัน​โดย​ไม่​มี​ขนมปัง​ซึ่ง​เป็น​อาหาร​หลัก​ใน​กรีซ. เพื่อ​จะ​อยู่​รอด ผม​กับ​พี่​ชาย​ไป​ยัง​หมู่​บ้าน​ใกล้​เคียง​และ​ได้​มันฝรั่ง​จาก​เพื่อน​และ​ญาติ ๆ.

การ​ป่วย​กลาย​เป็น​พระ​พร

ตอน​ต้น​ปี 1944 ผม​ป่วย​หนัก​ด้วย​โรค​เยื่อ​หุ้ม​ปอด​อักเสบ. ระหว่าง​สาม​เดือน​ที่​อยู่​ใน​โรง​พยาบาล ลูก​พี่​ลูก​น้อง​คน​หนึ่ง​เอา​หนังสือ​เล่ม​เล็ก​สอง​เล่ม​มา​ให้​และ​บอก​ว่า “อ่าน​ดู​สิ ผม​แน่​ใจ​ว่า​คุณ​จะ​ชอบ​หนังสือ​พวก​นี้​นะ.” หนังสือ​เล่ม​เล็ก​ชื่อ ใคร​เป็น​พระเจ้า? และ การ​คุ้มครอง พิมพ์​โดย​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์ ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์. หลัง​จาก​อ่าน ผม​บอก​เรื่อง​ที่​มี​อยู่​ใน​หนังสือ​สอง​เล่ม​นี้​กับ​ผู้​ป่วย​ด้วย​กัน.

พอ​ออก​จาก​โรง​พยาบาล ผม​เริ่ม​สมทบ​กับ​ประชาคม​โวโลส​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. แต่​ผม​ถูก​จำกัด​ให้​อยู่​แต่​ใน​บ้าน​ใน​ฐานะ​คนไข้​นอก​เป็น​เวลา​หนึ่ง​เดือน และ​ผม​ใช้​เวลา​หก​ถึง​แปด​ชั่วโมง​ใน​วัน​หนึ่ง ๆ อ่าน​หอสังเกตการณ์ ฉบับ​เก่า ๆ รวม​ทั้ง​สิ่ง​พิมพ์​อื่น ๆ ที่​พิมพ์​โดย​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์. ผล​ก็​คือ ความ​เติบโต​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​ผม​ค่อนข้าง​เร็ว.

รอด​ตาย​หวุดหวิด

วัน​หนึ่ง​ตอน​กลาง​ปี 1944 ผม​กำลัง​นั่ง​บน​ม้า​นั่ง​ใน​สวน​สาธารณะ​ใน​โวโลส. ทันใด​นั้น หน่วย​รบ​กึ่ง​ทหาร​กลุ่ม​หนึ่ง​ซึ่ง​สนับสนุน​การ​เข้า​ยึด​ของ​กองทัพ​เยอรมัน​ได้​เข้า​ล้อม​สถาน​ที่​นั้น​และ​จับ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น. พวก​เรา​ราว 24 คน​ถูก​นำ​ตัว​ผ่าน​ถนน​ต่าง ๆ ไป​สู่​สำนักงาน​ใหญ่​ของ​เกสตาโป​ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​ที่​โกดัง​ยาสูบ.

หลัง​จาก​ไม่​กี่​นาที ผม​ได้​ยิน​คน​หนึ่ง​เรียก​ชื่อ​ผม​กับ​ชื่อ​คน​ที่​ผม​คุย​กับ​เขา​ใน​สวน​สาธารณะ. นาย​ทหาร​กรีก​คน​หนึ่ง​เรียก​เรา​ไป​พบ​และ​บอก​เรา​ว่า ตอน​ที่​ญาติ​ผม​คน​หนึ่ง​เห็น​พวก​เรา​ถูก​ทหาร​คุม​ตัว​ไป ญาติ​คน​นั้น​บอก​เขา​ว่า​เรา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา. แล้ว​นาย​ทหาร​กรีก​บอก​ว่า​เรา​ได้​รับ​การ​ปล่อย​ให้​กลับ​บ้าน​ได้ และ​เขา​ให้​บัตร​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา​แก่​เรา​เพื่อ​จะ​ใช้​ใน​กรณี​ที่​ถูก​จับ​อีก.

วัน​ต่อ​มา​เรา​รู้​ว่า​พวก​เยอรมัน​ได้​ประหาร​ชีวิต​คน​ที่​ถูก​จับ​ส่วน​ใหญ่​เพื่อ​เป็น​การ​แก้​เผ็ด​ที่​ทหาร​เยอรมัน​สอง​คน​ถูก​ฆ่า​โดย​หน่วย​รบ​องค์การ​ใต้​ดิน​ของ​กรีก. นอก​จาก​ความ​เป็น​ไป​ได้​ใน​การ​ถูก​ช่วย​ให้​รอด​ตาย​แล้ว ผม​ยัง​เรียน​รู้​คุณค่า​ของ​ความ​เป็น​กลาง​แบบ​คริสเตียน​ด้วย​ใน​โอกาส​นั้น.

ใน​ฤดู​ใบ​ไม้​ร่วง​ปี 1944 ผม​แสดง​เครื่องหมาย​การ​อุทิศ​ตัว​ของ​ผม​แด่​พระ​ยะโฮวา​ด้วย​การ​รับ​บัพติสมา​ใน​น้ำ. ระหว่าง​ฤดู​ร้อน​หลัง​จาก​นั้น พวก​พยาน​ฯ​ได้​เตรียม​การ​ให้​ผม​ไป​สมทบ​กับ​ประชาคม​สกลิโทร​บน​ภูเขา ที่​ที่​ผม​อาจ​ฟื้น​สุขภาพ​ได้​เต็ม​ที่. เวลา​นั้น​สงคราม​กลาง​เมือง​ซึ่ง​เกิด​ขึ้น​ตาม​มา​หลัง​สิ้น​สุด​การ​ยึด​ครอง​ของ​เยอรมัน​ก็​แพร่​ใน​กรีซ​อย่าง​ไม่​อาจ​ควบคุม​ได้. บังเอิญ​หมู่​บ้าน​ที่​ผม​อยู่​ถูก​ใช้​เป็น​ฐาน​ปฏิบัติการ​แห่ง​หนึ่ง​ของ​กำลัง​รบ​แบบ​กองโจร. บาทหลวง​คน​หนึ่ง​กับ​คน​ชั่ว​ช้า​อีก​คน​หนึ่ง​กล่าวหา​ผม​ว่า​เป็น​สาย​ลับ​กองทัพ​รัฐบาล​และ​ให้​ผม​ถูก​สอบสวน​โดย​ศาล​ทหาร​ที่​กำลัง​รบ​แบบ​กองโจร​ตั้ง​ขึ้น​เอง.

เมื่อ​มี​การ​ทำที​เป็น​พิจารณา​คดี​หัวหน้า​กำลัง​รบ​แบบ​กองโจร​ใน​เขต​นั้น​ก็​อยู่​ที่​นั่น. พอ​ผม​อธิบาย​เหตุ​ผล​ที่​ผม​อยู่​ใน​หมู่​บ้าน​นี้​จบ​และ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า ใน​ฐานะ​คริสเตียน ผม​เป็น​กลาง​อย่าง​เด็ดขาด​ใน​สงคราม​กลาง​เมือง หัวหน้า​คน​นั้น​ได้​บอก​คน​อื่น ๆ ว่า “ถ้า​ใคร​ทำ​ร้าย​คน ๆ นี้ ฉัน​จะ​เอา​เรื่อง.”

ต่อ​มา ผม​กลับ​ไป​บ้าน​เกิด​ที่​โวโลส​ด้วย​ความ​เชื่อ​ที่​เข้มแข็ง​ยิ่ง​กว่า​สุขภาพ​ร่าง​กาย​เสีย​อีก.

ความ​ก้าว​หน้า​ฝ่าย​วิญญาณ

ไม่​นาน​หลัง​จาก​นั้น​ผม​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​เป็น​ผู้​รับใช้​แผนก​บัญชี​ใน​ประชาคม​ท้องถิ่น. แม้​มี​ความ​ลำบาก​ที่​สงคราม​กลาง​เมือง​ก่อ​ขึ้น—ซึ่ง​รวม​ถึง​การ​จับ​กุม​บ่อย​ครั้ง​ด้วย​ข้อ​กล่าวหา​ว่า​ชักชวน​ให้​เปลี่ยน​ศาสนา​ซึ่ง​พวก​นัก​เทศน์​นัก​บวช​เป็น​ผู้​ยุยง—การ​เข้า​ร่วม​ใน​งาน​รับใช้​ฝ่าย​คริสเตียน​ทำ​ให้​ผม​และ​คน​อื่น​ใน​ประชาคม​ของ​เรา​เกิด​ความ​ชื่นชม​ยินดี​มาก​มาย.

ครั้น​แล้ว พอ​ต้น​ปี 1947 ผู้​ดู​แล​เดิน​ทาง​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ได้​มา​เยี่ยม​เรา. นี่​เป็น​การ​เยี่ยม​ครั้ง​แรก​ภาย​หลัง​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง. คราว​นั้น​เอง ประชาคม​ที่​เจริญ​ก้าว​หน้า​ของ​เรา​ใน​โวโลส​ได้​ถูก​แบ่ง​เป็น​สอง​ประชาคม และ​ผม​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​ให้​เป็น​ผู้​ดู​แล​ผู้​เป็น​ประธาน​ของ​หนึ่ง​ใน​สอง​ประชาคม​นั้น. ช่วง​เวลา​นั้น​องค์การ​กำลัง​รบ​กึ่ง​ทหาร​และ​องค์การ​ชาติ​นิยม​กำลัง​แพร่​ความ​กลัว​ท่ามกลาง​ประชาชน. นัก​เทศน์​นัก​บวช​ฉวย​โอกาส​จาก​สภาพการณ์​นั้น. พวก​เขา​ทำ​ให้​พวก​เจ้าหน้าที่​หัน​มา​ต่อ​ต้าน​พยาน​พระ​ยะโฮวา​โดย​การ​แพร่​ข่าว​ลือ​เท็จ​ว่า​เรา​เป็น​คอมมิวนิสต์​หรือ​พวก​สนับสนุน​กลุ่ม​ซ้าย​จัด.

การ​จับ​กุม​และ​จำ​คุก

ระหว่าง​ปี 1947 ผม​ถูก​จับ​ราว​สิบ​ครั้ง​และ​ถูก​พิจารณา​คดี​ใน​ศาล​สาม​ครั้ง. แต่​ละ​ครั้ง​ผม​ถูก​ตัดสิน​ให้​พ้น​โทษ. ใน​ฤดู​ใบ​ไม้​ผลิ​ปี 1948 ผม​ถูก​ตัดสิน​ให้​จำ​คุก​สี่​เดือน​เนื่อง​จาก​การ​ชักชวน​ให้​เปลี่ยน​ศาสนา. ผม​ถูก​ขัง​ใน​เรือน​จำ​โวโลส. ระหว่าง​นั้น จำนวน​ผู้​ประกาศ​ราชอาณาจักร​ใน​ประชาคม​เรา​เพิ่ม​เป็น​สอง​เท่า และ​หัวใจ​พี่​น้อง​ก็​เปี่ยม​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี​และ​ความ​สุข.

ใน​เดือน​ตุลาคม​ปี 1948 ขณะ​ที่​ผม​กำลัง​ประชุม​กับ​อีก​หก​คน​ซึ่ง​นำ​หน้า​อยู่​ใน​ประชาคม ตำรวจ​ห้า​คน​บุก​เข้า​มา​ใน​บ้าน​และ​ใช้​ปืน​จี้​จับ​เรา​ไป. พวก​เขา​นำ​ตัว​เรา​ไป​สถานี​ตำรวจ​โดย​ไม่​ชี้​แจง​เหตุ​ผล​สำหรับ​การ​จับ​กุม​นั้น และ​ที่​นั่น​เรา​ถูก​ตี. ผม​ถูก​ตำรวจ​คน​หนึ่ง​ที่​เคย​เป็น​นัก​มวย​ชก​ซ้ำ ๆ ที่​หน้า. แล้ว​เรา​ก็​ถูก​โยน​เข้า​ห้อง​ขัง.

หลัง​จาก​นั้น เจ้าหน้าที่​ผู้​รับผิดชอบ​ได้​เรียก​ผม​ไป​ที่​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​เขา. พอ​ผม​เปิด​ประตู เขา​ขว้าง​ขวด​หมึก​ใส่​ผม ซึ่ง​ได้​พลาด​ไป​โดน​ผนัง​ทำ​ให้​ขวด​หมึก​แตก. เขา​ทำ​อย่าง​นี้​เพื่อ​พยายาม​จะ​ขู่​ผม​ให้​กลัว. เขา​ยื่น​กระดาษ​กับ​ปากกา​ให้​ผม​และ​สั่ง​ว่า “เขียน​ชื่อ​พวก​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​โวโลส​ลง​ไป​ให้​หมด และ​เอา​ราย​ชื่อ​มา​ให้​ฉัน​ตอน​เช้า. ถ้า​แก​ไม่​เขียน แก​ก็​รู้​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​แก!”

ผม​ไม่​ตอบ แต่​เมื่อ​กลับ​ไป​ห้อง​ขัง ผม​กับ​พี่​น้อง​คน​อื่น ๆ อธิษฐาน​ถึง​พระ​ยะโฮวา. ผม​เขียน​แต่​ชื่อ​ผม​เท่า​นั้น​บน​กระดาษ​และ​รอ​ให้​เรียก​ตัว. แต่​ผม​ไม่​ได้​ยิน​อะไร​อีก​จาก​เจ้าหน้าที่​คน​นั้น. ระหว่าง​คืน​นั้น กอง​ทหาร​ฝ่าย​ต่อ​ต้าน​ยก​มา และ​เจ้าหน้าที่​คน​นั้น​นำ​คน​ของ​เขา​เข้า​ต่อ​สู้. ใน​การ​ปะทะ​ที่​ติด​ตาม​มา​นั้น เขา​ได้​รับ​บาดเจ็บ​สาหัส และ​ต้อง​ถูก​ตัด​ขา​ออก​ข้าง​หนึ่ง. ใน​ที่​สุด มี​การ​พิจารณา​คดี​ของ​เรา และ​เรา​ถูก​ฟ้อง​ด้วย​ข้อ​หา​จัด​การ​ชุมนุม​อย่าง​ไม่​ถูก​กฎหมาย. เรา​ทั้ง​เจ็ด​คน​ถูก​ตัดสิน​ให้​จำ​คุก​ห้า​ปี.

เนื่อง​จาก​ผม​ไม่​ยอม​เข้า​ร่วม​พิธี​มิสซา​วัน​อาทิตย์​ใน​เรือน​จำ ผม​จึง​ถูก​ส่ง​ไป​ขัง​เดี่ยว. ใน​วัน​ที่​สาม ผม​ขอ​พูด​กับ​พัศดี​เรือน​จำ. ผม​พูด​กับ​เขา​ว่า “ผม​ขอ​อนุญาต​พูด​หน่อย​นะ​ครับ ดู​เหมือน​ไม่​มี​เหตุ​ผล​เลย​นะ​ครับ​ที่​จะ​ลง​โทษ​คน​ที่​เต็ม​ใจ​ถูก​จำ​คุก​ห้า​ปี​เพราะ​ความ​เชื่อ​ของ​เขา.” เขา​คิด​อย่าง​จริงจัง​ใน​เรื่อง​นี้ และ​ใน​ที่​สุด​เขา​บอก​ว่า “ตั้ง​แต่​พรุ่ง​นี้ คุณ​จะ​ทำ​งาน​ที่​นี่ เคียง​ข้าง​ผม​ใน​ห้อง​ทำ​งาน​ของ​ผม.”

ใน​ที่​สุด ผม​ได้​ทำ​งาน​เป็น​ผู้​ช่วย​แพทย์​ใน​เรือน​จำ. ผล​ก็​คือ ผม​ได้​เรียน​รู้​หลาย​อย่าง​เกี่ยว​กับ​การ​ดู​แล​สุขภาพ สิ่ง​ที่​เป็น​ประโยชน์​มาก​ที​เดียว​ใน​อีก​หลาย​ปี​ให้​หลัง. ขณะ​อยู่​ใน​เรือน​จำ ผม​มี​หลาย​โอกาส​ที่​จะ​ประกาศ และ​สาม​คน​ได้​ตอบรับ​และ​ได้​มา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา.

หลัง​จาก​ถูก​จำ​คุก​เกือบ​สี่​ปี ใน​ที่​สุด​ผม​ก็​ถูก​ปล่อย​ตัว​ใน​ปี 1952 โดย​มี​การ​คุม​ประพฤติ. ต่อ​มา ผม​ต้อง​ขึ้น​ศาล​ใน​โครินท์​ด้วย​ประเด็น​ความ​เป็น​กลาง. (ยะซายา 2:4) ที่​นั่น ผม​ถูก​คุม​ขัง​ใน​เรือน​จำ​ทหาร​ไม่​นาน​เท่า​ไร และ​การ​ทารุณ​ก็​เริ่ม​อีก​รอบ. เจ้าหน้าที่​บาง​คน​ใช้​วิธี​ขู่​แบบ​ใหม่ ๆ โดย​พูด​ว่า “ฉัน​จะ​แยก​หัวใจ​แก​เป็น​ชิ้น ๆ ด้วย​มีด​สั้น​นี่” หรือ​ไม่​ก็ “อย่า​หวัง​นะ​ว่า​จะ​ตาย​ง่าย ๆ ด้วย​กระสุน​แค่​หก​นัด.”

การ​ทดลอง​อีก​ชนิด​หนึ่ง​ที่​ต่าง​ออก​ไป

แต่​ไม่​นาน​ผม​ก็​ได้​กลับ​บ้าน รับใช้​กับ​ประชาคม​โวโลส​อีก​ครั้ง​และ​ทำ​งาน​อาชีพ​แบบ​ไม่​เต็ม​เวลา. วัน​หนึ่ง​ผม​ได้​รับ​จดหมาย​จาก​สำนักงาน​สาขา​ของ​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์​ใน​เอเธนส์ เชิญ​ผม​ให้​รับ​การ​อบรม​เป็น​เวลา​สอง​สัปดาห์​แล้ว​เริ่ม​เยี่ยม​ตาม​ประชาคม​ต่าง ๆ ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​ฐานะ​ผู้​ดู​แล​หมวด. ขณะ​เดียว​กัน คุณ​อา​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ไม่​มี​บุตร​และ​มี​กิจการ​อสังหาริมทรัพย์​ใหญ่​โต​ก็​ได้​ขอ​ผม​ให้​จัด​การ​ทรัพย์​สิน​ของ​เขา. ครอบครัว​ผม​ยัง​คง​อยู่​อย่าง​ฝืดเคือง​และ​งาน​นี้​คง​จะ​แก้​ปัญหา​ด้าน​เศรษฐกิจ​ของ​พวก​เขา​ได้.

ผม​ไป​หา​คุณ​อา​เพื่อ​แสดง​ความ​ขอบคุณ​สำหรับ​ข้อ​เสนอ​ของ​ท่าน แต่​ผม​บอก​ท่าน​ว่า​ผม​ได้​ตัดสิน​ใจ​รับ​งาน​มอบหมาย​พิเศษ​ใน​งาน​เผยแพร่​ของ​คริสเตียน​แล้ว. ตอน​นั้น​เอง​ท่าน​ผุด​ลุก​ขึ้น จ้อง​ผม​อย่าง​เคร่ง​ขรึม​ครู่​หนึ่ง แล้ว​จู่ ๆ ก็​ออก​จาก​ห้อง​ไป. ท่าน​กลับ​มา​พร้อม​กับ​ของ​กำนัล​ด้วย​ใจ​เอื้อเฟื้อ​เป็น​เงิน​ที่​พอ​จะ​จุน​เจือ​ครอบครัว​ผม​ได้​หลาย​เดือน​ที​เดียว. ท่าน​บอก​ว่า “เอา​เงิน​นี้​ไป และ​ใช้​มัน​ตาม​ที่​เธอ​ต้องการ.” จน​วัน​นี้ ผม​ก็​ยัง​ไม่​อาจ​พรรณนา​ความ​รู้สึก​ของ​ผม​ใน​ตอน​นั้น​ได้. ผม​รู้สึก​ราว​กับ​ได้​ยิน​พระ​สุรเสียง​พระ​ยะโฮวา​ตรัส​แก่​ผม​ว่า ‘เจ้า​เลือก​ถูก​แล้ว. เรา​อยู่​กับ​เจ้า.’

ด้วย​ความ​เห็น​ชอบ​จาก​ครอบครัว ผม​จาก​ไป​เอเธนส์​ใน​เดือน​ธันวาคม 1953. ถึง​แม้​มี​แต่​คุณ​แม่​เท่า​นั้น​ได้​มา​เป็น​พยาน​ฯ​แต่​สมาชิก​คน​อื่น​ใน​ครอบครัว​ผม​ก็​ไม่​ได้​ต่อ​ต้าน​การ​ที่​ผม​ทำ​กิจกรรม​คริสเตียน. พอ​ผม​ไป​ถึง​สำนักงาน​สาขา​ใน​เอเธนส์ สิ่ง​น่า​ประหลาด​ใจ​อีก​สิ่ง​หนึ่ง​คอย​ผม​อยู่. มี​โทรเลข​จาก​น้อง​สาว​ผม​บอก​ว่า การ​ที่​คุณ​พ่อ​ต่อ​สู้​เป็น​เวลา​สอง​ปี​เพื่อ​ให้​มี​การ​รับประกัน​เรื่อง​เงิน​สงเคราะห์​ด้าน​สวัสดิการ​ได้​บรรลุ​ผล​สำเร็จ​ใน​วัน​นั้น​เอง. ผม​จะ​ขอ​อะไร​มาก​กว่า​นี้​อีก​ล่ะ? ผม​รู้สึก​ราว​กับ​ผม​มี​ปีก พร้อม​จะ​บิน​ขึ้น​สูง​ใน​งาน​รับใช้​พระ​ยะโฮวา!

การ​ใช้​ความ​ระมัดระวัง

ใน​ปี​แรก ๆ ที่​ผม​อยู่​ใน​งาน​หมวด ผม​ต้อง​ระมัดระวัง​มาก​เพราะ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ถูก​กดขี่​ข่มเหง​อย่าง​รุนแรง​จาก​พวก​เจ้าหน้าที่​ทาง​ศาสนา​และ​ทาง​การ​เมือง. เพื่อ​จะ​เยี่ยม​พี่​น้อง​คริสเตียน​ของ​เรา โดย​เฉพาะ​ผู้​ที่​อยู่​ใน​เมือง​และ​หมู่​บ้าน​เล็ก ๆ ผม​เดิน​หลาย​ชั่วโมง​ตอน​กลางคืน. พวก​พี่​น้อง​ซึ่ง​เสี่ยง​กับ​การ​ถูก​จับ​ได้​ชุมนุม​กัน​และ​รอ​คอย​การ​มา​ของ​ผม​ด้วย​ความ​อด​ทน​อยู่​ที่​บ้าน​หลัง​หนึ่ง. การ​เยี่ยม​เหล่า​นั้น​ทำ​ให้​พวก​เรา​ทุก​คน​ได้​มี​การ​หนุน​กำลังใจ​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​อย่าง​ดี​ยิ่ง​จริง ๆ!—โรม 1:11, 12.

เพื่อ​หลีก​เลี่ยง​การ​ถูก​จำ​ได้ บาง​ครั้ง​ผม​ใช้​การ​ปลอม​ตัว. ครั้ง​หนึ่ง ผม​แต่ง​ตัว​เหมือน​คน​เลี้ยง​แกะ​เพื่อ​จะ​ผ่าน​ด่าน​ตรวจ​ไป​หา​พี่​น้อง​ที่​ชุมนุม​กัน​อยู่​ซึ่ง​จำเป็น​ต้อง​ได้​รับ​การ​บำรุง​เลี้ยง​ฝ่าย​วิญญาณ​อย่าง​ยิ่ง. อีก​โอกาส​หนึ่ง ใน​ปี 1955 ผม​กับ​เพื่อน​พยาน​ฯ​ปลอม​ตัว​เป็น​คน​ขาย​กระเทียม​เพื่อ​เลี่ยง​การ​เร้า​ความ​สงสัย​ของ​ตำรวจ. งาน​มอบหมาย​ของ​เรา​คือ​ไป​พบ​พี่​น้อง​คริสเตียน​บาง​คน​ซึ่ง​เลิก​เป็น​ผู้​ประกาศ​อยู่​ใน อาร์กาส ออเรสทีคอน ซึ่ง​เป็น​เมือง​เล็ก ๆ.

เรา​แสดง​ตัว​เป็น​พ่อค้า​ใน​ตลาด​ของ​เมือง​นั้น. แต่​ตำรวจ​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ตรวจตรา​บริเวณ​นั้น​รู้สึก​สงสัย และ​แต่​ละ​ครั้ง​ที่​เขา​ผ่าน​มา เขา​จ้อง​เรา​ด้วย​ความ​สนใจ. ใน​ที่​สุด เขา​พูด​กับ​ผม​ว่า “คุณ​ดู​ไม่​เหมือน​คน​ขาย​กระเทียม.” ขณะ​นั้น​เอง หญิง​สาว​สาม​คน​เข้า​มา​และ​แสดง​ความ​สนใจ​จะ​ซื้อ​กระเทียม. ผม​ชี้​ที่​สินค้า​ของ​ผม ร้อง​ว่า “ตำรวจ​หนุ่ม​คน​นี้​กิน​กระเทียม​อย่าง​นี้​แหละ และ​ดู​สิ​ว่า​เขา​แข็งแรง​และ​หล่อ​แค่​ไหน!” หญิง​สาม​คน​นั้น​มอง​ตำรวจ​คน​นั้น​และ​หัวเราะ. เขา​เอง​ก็​ยิ้ม​แล้ว​จาก​ไป.

พอ​เขา​ไป​ผม​จึง​ถือ​โอกาส​ไป​ยัง​ร้าน​ที่​พี่​น้อง​ฝ่าย​วิญญาณ​ของ​เรา​ทำ​งาน​เป็น​ช่าง​ตัด​เสื้อ. ผม​ขอ​พวก​เขา​คน​หนึ่ง​ให้​เย็บ​กระดุม​ที่​ผม​ดึง​ขาด​จาก​เสื้อ​นอก​ของ​ผม. ขณะ​ที่​เขา​ทำ​อยู่ ผม​ชะโงก​เข้า​ไป​และ​กระซิบ​ว่า “ผม​มา​จาก​สำนักงาน​สาขา​เพื่อ​เยี่ยม​คุณ.” ที​แรก​พี่​น้อง​เหล่า​นี้​กลัว เนื่อง​จาก​เขา​ไม่​ได้​ติด​ต่อ​กับ​เพื่อน​พยาน​ฯ​หลาย​ปี​แล้ว. ผม​ให้​กำลังใจ​พวก​เขา​อย่าง​ดี​ที่​สุด​เท่า​ที่​ทำ​ได้​และ​นัด​พบ​เขา​หลัง​จาก​นั้น​ใน​สุสาน​ของ​เมือง​เพื่อ​พูด​คุย​กัน​อีก. น่า​ยินดี การ​เยี่ยม​นั้น​ให้​กำลังใจ​และ​พวก​เขา​กลับ​มี​ความ​กระตือรือร้น​แรง​กล้า​อีก​ใน​งาน​รับใช้​ฝ่าย​คริสเตียน.

ได้​เพื่อน​ร่วม​งาน​ที่​ซื่อ​สัตย์

ใน​ปี 1956 สาม​ปี​หลัง​จาก​เริ่ม​งาน​เดิน​ทาง ผม​พบ​นิกี คริสเตียน​สาว​ผู้​ซึ่ง​รัก​งาน​ประกาศ​มาก​และ​ปรารถนา​จะ​ใช้​ชีวิต​ใน​งาน​เผยแพร่​เต็ม​เวลา. เรา​รัก​กัน​และ​แต่งงาน​กัน​ใน​เดือน​มิถุนายน 1957. ผม​ไม่​แน่​ใจ​ว่า​นิกี​จะ​สามารถ​รับมือ​ได้​หรือ​ไม่​กับ​ข้อ​เรียก​ร้อง​จาก​งาน​เดิน​ทาง​ภาย​ใต้​สภาพการณ์​ที่​เป็น​ปฏิปักษ์​ซึ่ง​ขณะ​นั้น​มี​อย่าง​แพร่​หลาย​ต่อ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ใน​กรีซ. ด้วย​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา เธอ​รับมือ​ได้ ดัง​นั้น เธอ​จึง​เป็น​ผู้​หญิง​คน​แรก​ที่​ร่วม​กับ​สามี​ใน​งาน​หมวด​ใน​กรีซ.

เรา​อยู่​ใน​งาน​เดิน​ทาง​ด้วย​กัน​ต่อ​ไป​เป็น​เวลา​สิบ​ปี รับใช้​ประชาคม​ส่วน​ใหญ่​ใน​กรีซ. บ่อย​ครั้ง เรา​สวม​ชุด​ปลอม​ตัว​และ​ถือ​กระเป๋า​เดิน​ทาง​เดิน​หลาย​ชั่วโมง​ตอน​กลางคืน​เพื่อ​ไป​ถึง​ประชาคม​หนึ่ง ๆ. แม้​ว่า​เรา​มัก​เผชิญ​การ​ต่อ​ต้าน​มาก​มาย เรา​รู้สึก​ตื่นเต้น​ที่​ได้​เห็น​กับ​ตา​ถึง​การ​เพิ่ม​พูน​ที่​น่า​ประทับใจ​ของ​จำนวน​พยาน​ฯ.

การ​รับใช้​ที่​เบเธล

ใน​เดือน​มกราคม 1967 นิกี​กับ​ผม​ได้​รับ​เชิญ​ให้​รับใช้​ที่ เบเธล ชื่อ​ที่​ใช้​เรียก​สำนักงาน​สาขา​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. คำ​เชิญ​นั้น​ทำ​ให้​เรา​ทั้ง​สอง​ประหลาด​ใจ แต่​เรา​ก็​รับ​คำ​เชิญ​นั้น มั่น​ใจ​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ทรง​นำ​ใน​เรื่อง​นี้. ขณะ​ที่​เวลา​ผ่าน​ไป เรา​ได้​มา​หยั่ง​รู้​ค่า​ว่า​เป็น​สิทธิ​พิเศษ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​จริง ๆ ที่​ได้​รับใช้ ณ ศูนย์กลาง​กิจกรรม​ตาม​ระบอบ​ของ​พระเจ้า.

สาม​เดือน​หลัง​จาก​เรา​เข้า​ไป​รับใช้​ที่​เบเธล ฝ่าย​ทหาร​ได้​เข้า​ยึด​อำนาจ และ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​จึง​ต้อง​ดำเนิน​งาน​ต่อ​ไป​ใน​แบบ​ลับ ๆ ยิ่ง​ขึ้น​อีก. เรา​เริ่ม​ประชุม​กัน​เป็น​กลุ่ม​เล็ก ๆ, จัด​การ​ประชุม​หมวด​ของ​เรา​ใน​ป่า, ประกาศ​อย่าง​สุขุม​รอบคอบ, และ​พิมพ์​และ​จำหน่าย​จ่าย​แจก​หนังสือ​อธิบาย​คัมภีร์​ไบเบิล​อย่าง​ลับ ๆ. ไม่​ยาก​ที่​จะ​ปรับ​ตัว​เข้า​กับ​สภาพการณ์​เหล่า​นี้ เพราะ​เรา​เพียง​แต่​นำ​วิธี​ดำเนิน​กิจกรรม​ที่​เรา​เคย​ใช้​เมื่อ​หลาย​ปี​ที่​แล้ว​มา​ใช้​อีก​เท่า​นั้น​เอง. ทั้ง ๆ ที่​มี​ข้อ​จำกัด จำนวน​พยาน​ฯ​ก็​เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ที่​มี​ไม่​ถึง 11,000 คน​ใน​ปี 1967 เป็น​กว่า 17,000 คน​ใน​ปี 1974.

หลัง​จาก​เกือบ 30 ปี​ใน​งาน​รับใช้​ที่​เบเธล นิกี​กับ​ผม​ยัง​คง​ได้​รับ​พระ​พร​ฝ่าย​วิญญาณ​ต่อ​ไป ถึง​แม้​มี​ข้อ​จำกัด​ด้าน​สุขภาพ​และ​อายุ​ก็​ตาม. เป็น​เวลา​กว่า​สิบ​ปี​ที่​เรา​อยู่​ที่​อาคาร​ของ​เบเธล​ซึ่ง​ตั้ง​อยู่​บน​ถนน​คาร์ทาลี​ใน​เอเธนส์. ใน​ปี 1979 มี​การ​อุทิศ​สาขา​ใหม่​ใน​มารูซี ใน​เขต​ชาน​เมือง​เอเธนส์. แต่​นับ​จาก​ปี 1991 เรา​ก็​ได้​มี​อาคาร​สำนักงาน​สาขา​ใหม่​ที่​กว้างขวาง​ใน​เอ​ลีโอ​นา​ซึ่ง​อยู่​ห่าง​ออก​ไป​ทาง​เหนือ​ของ​เอเธนส์ 60 กิโลเมตร. ที่​นี่ ผม​รับใช้​ใน​แผนก​พยาบาล​ซึ่ง​การ​อบรม​ที่​ผม​ได้​รับ​ขณะ​เป็น​ผู้​ช่วย​แพทย์​ใน​เรือน​จำ​นั้น​เป็น​ประโยชน์​มาก​ที​เดียว.

ระหว่าง​สี่​สิบ​กว่า​ปี​ที่​ผม​อยู่​ใน​งาน​รับใช้​เต็ม​เวลา ผม​ได้​มา​ตระหนัก​ถึง​ความ​เป็น​จริง​แห่ง​คำ​สัญญา​ของ​พระ​ยะโฮวา​เหมือน​กับ​ท่าน​ยิระมะยา ที่​ว่า “เขา​เหล่า​นั้น​จะ​รบ​ต่อ​สู้​เจ้า, แต่​เขา​จะ​ไม่​ชนะ​แก่​เจ้า, เพราะ​เรา​อยู่​ด้วย​เจ้า​เพื่อ​จะ​ให้​เจ้า​รอด, พระ​ยะโฮวา​ได้​ตรัส.” (ยิระมะยา 1:19) ใช่​แล้ว นิกี​กับ​ผม​ได้​รับ​ถ้วย​ที่​เปี่ยม​ล้น​ด้วย​พระ​พร​จาก​พระ​ยะโฮวา. เรา​ปีติ​ยินดี​เสมอ​ด้วย​ความ​ห่วงใย​รักใคร่​และ​พระ​กรุณา​อัน​ไม่​พึง​ได้​รับ​ของ​พระองค์.

ผม​ขอ​สนับสนุน​คน​หนุ่ม​สาว​ที่​อยู่​ใน​องค์การ​ของ​พระ​ยะโฮวา ให้​มุ่ง​ทำ​งาน​เผยแพร่​เต็ม​เวลา. ด้วย​วิธี​นี้ พวก​เขา​จะ​สามารถ​ตอบรับ​คำ​เชิญ​จาก​พระ​ยะโฮวา​ที่​ให้​มา​ลอง​ดู​ว่า​พระองค์​จะ​ทรง​ทำ​ให้​คำ​สัญญา​ของ​พระองค์​เป็น​จริง​หรือ​ไม่ ‘ที่​จะ​เปิด​ประตู​แห่ง​ฟ้า​สวรรค์​และ​เท​พระ​พร​ให้​จน​เหลือ​ล้น.’ (มาลาคี 3:10) จาก​ประสบการณ์​ของ​ผม​เอง ผม​สามารถ​รับรอง​กับ​คน​หนุ่ม​สาว​อย่าง​พวก​คุณ​ได้​เลย​ว่า พระ​ยะโฮวา​จะ​ทรง​อวย​พระ​พร​จริง ๆ แก่​คุณ​ทุก​คน​ที่​วางใจ​เต็ม​ที่​ใน​พระองค์​ด้วย​การ​ทำ​เช่น​นั้น.

[รูป​ภาพ​หน้า 26]

ลัมโพรส ซูมโพส กับ นิกี ภรรยา​ของ​เขา