หอสังเกตการณ์—ฉบับศึกษา

เมื่อมีใครเรียก คุณตอบรับไหม?

ไทย
เมื่อมีใครเรียก คุณตอบรับไหม?
/assets/ct/fa815d8e9f/images/syn_placeholder_sqr.png
ห92 1/11 น. 27-31
เมื่อมีใครเรียก คุณตอบรับไหม?

เมื่อ​มี​ใคร​เรียก คุณ​ตอบรับ​ไหม?

เล่า​โดย​ชินอิชิ โตฮารา

ใน​ช่วง​แรก​ของ​ชีวิต ผม​ไม่​ได้​เรียก​หา​พระเจ้า หรือ​แสวง​การ​นำ​ทาง​จาก​พระองค์. คุณ​ปู่​คุณ​ย่า​อพยพ​จาก​ประเทศ​ญี่ปุ่น​มา​ตั้ง​ถิ่น​ฐาน​ที่​ฮาวาย และ​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​ของ​ผม​ก็​เป็น​พุทธ​ศาสนิกชน. ท่าน​ไม่​ได้​ถือ​จริงจัง​ตาม​ความ​เชื่อ​เท่า​ไร ดัง​นั้น ผม​จึง​ไม่​มี​ความ​คิด​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​พระเจ้า​มาก​นัก​ใน​ขณะ​ที่​ผม​เติบโต​ขึ้น.

ต่อ​มา​ผม​ได้​เรียน​รู้​เกี่ยว​กับ​วิวัฒนาการ จึง​คิด​ว่า​ช่าง​โง่​เขลา​เสีย​จริง​ที่​จะ​เชื่อ​ว่า​มี​พระเจ้า. อย่าง​ไร​ก็​ตาม เมื่อ​ผม​ได้​ศึกษา​ใน​ชั้น​สูง​ขึ้น วิชา​วิทยาศาสตร์​ช่วย​ให้​ผม​ได้​เรียน​เกี่ยว​กับ​ดาราศาสตร์, ฟิสิกส์, และ​ชีววิทยา. ใน​ตอน​กลางคืน ผม​จะ​เพ่ง​มอง​ท้องฟ้า แล้ว​นึก​สงสัย​ว่า​ดวง​ดาว​ทั้ง​หลาย​มา​อยู่​ที่​นั่น​ได้​อย่าง​ไร. เริ่ม​มี​เสียง​ถาม​ตัว​เอง​อย่าง​แผ่ว​เบา​อยู่​ภาย​ใน​ว่า ‘เป็น​ไป​ได้​ไหม​ที่​จะ​มี​พระเจ้า​ซึ่ง​ควบคุม​สิ่ง​ทั้ง​หมด​เหล่า​นี้?’ ผม​เริ่ม​มี​ความ​รู้สึก​ว่า​จะ​ต้อง​มี​ใคร​สัก​คน​อยู่​ที่​นั่น. หัวใจ​ของ​ผม​เริ่ม​เรียก​หา ‘พระเจ้า​องค์​นี้​เป็น​ใคร​กัน?’

หลัง​จาก​ที่​จบ​ชั้น​มัธยม ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​ช่าง​เครื่อง​ที่​โรง​งาน​ต้ม​เหล้า​สาเก​แห่ง​หนึ่ง ผม​พบ​ว่า​งาน​รัด​ตัว​จน​ไม่​มี​เวลา​ที่​จะ​ไป​คิด​รำพึง​ถึง​คำ​ถาม​เกี่ยว​กับ​พระเจ้า. ไม่​นาน ผม​ก็​พบ​มาซาโกะ ซึ่ง​ได้​มา​เป็น​ภรรยา​ผม​ใน​ปี 1937 และ​ใน​ที่​สุด เรา​ได้​รับ​พระ​พร​ด้วย​การ​มี​บุตร​สาม​คน. มาซาโกะ​พิสูจน์​ให้​เห็น​ว่า​เธอ​เป็น​คู่​ชีวิต​ที่​สัตย์​ซื่อ​และ​เป็น​มารดา​ที่​ขยัน​ขันแข็ง​จริง ๆ!

เนื่อง​จาก​มี​ครอบครัว ผม​จึง​คิด​จริงจัง​เกี่ยว​กับ​อนาคต​ของ​เรา. อีก​ครั้ง​หนึ่ง ผม​เริ่ม​ออก​ไป​ข้าง​นอก​บ้าน​แล้ว​จ้อง​ดู​ดวง​ดาว. ผม​มั่น​ใจ​ว่า​จะ​ต้อง​มี​พระเจ้า. ผม​ไม่​รู้​ว่า​พระเจ้า​องค์​นั้น​เป็น​ใคร แต่​ผม​ก็​เริ่ม​ร้อง​หา​พระองค์. ผม​วอน​ขอ​ว่า ‘หาก​พระองค์​สถิต​อยู่​ที่​ใด​ที่​หนึ่ง ขอ​ทรง​โปรด​ช่วย​ครอบครัว​ของ​ข้าพเจ้า​ให้​พบ​วิถี​ทาง​ที่​จะ​เดิน​อยู่​ใน​ความ​สุข​ได้.’

เสียง​เรียก​ของ​ผม​ได้​รับ​คำ​ตอบ​ใน​ที่​สุด

ก่อน​หน้า​นี้ เรา​อาศัย​อยู่​กับ​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​ของ​ผม​นับ​ตั้ง​แต่​เรา​แต่งงาน แต่​ใน​ปี 1941 เรา​เริ่ม​ออก​มา​อยู่​ที่​ของ​เรา​เอง​ใน​เมือง​ฮีโล เกาะ​ฮาวาย. พอ​เรา​ย้าย​เข้า​ไป​อยู่​ใน​บ้าน​ใหม่​ของ​เรา ญี่ปุ่น​ก็​โจมตี​เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ใน​วัน​ที่ 7 ธันวาคม 1941. เป็น​ช่วง​ที่​มี​แต่​ความ​ตึงเครียด ทุก​คน​เป็น​ห่วง​กังวล​เกี่ยว​กับ​อนาคต.

หนึ่ง​เดือน​หลัง​จาก​การ​โจมตี​เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ขณะ​ที่​ผม​กำลัง​ขัด​รถ​อยู่ ก็​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​หา​ผม​แล้ว​เสนอ​หนังสือ​เล่ม​หนึ่ง​ชื่อ​ว่า​เด็ก ๆ (ภาษา​อังกฤษ). เขา​แนะ​นำ​ตัว​ว่า​ชื่อ​ราล์ฟ การุตต์ เป็น​ผู้​เผยแพร่​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ผม​ไม่​เข้าใจ​หรอก​ว่า​เขา​กำลัง​พูด​อะไร แต่​ผม​สนใจ​เรื่อง​พระเจ้า จึง​รับ​หนังสือ​เล่ม​นั้น​ไว้. ใน​สัปดาห์​ถัด​มา ราล์ฟ​ก็​กลับ​มา​อีก​และ​เสนอ​การ​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​ที่​บ้าน. แม้​ว่า​ผม​จะ​เคย​ได้​ยิน​เกี่ยว​กับ​คัมภีร์​ไบเบิล แต่​นี่​เป็น​ครั้ง​แรก​ที่​ได้​เห็น​คัมภีร์​ไบเบิล​จริง ๆ. ผม​ตอบรับ​การ​ศึกษา​พระ​คัมภีร์ และ​ภรรยา​ผม​และ​น้อง​สาว​ของ​เธอ​ก็​เข้า​ร่วม​ด้วย.

ความ​จริง​ที่​ว่า​คัมภีร์​ไบเบิล​เป็น​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า​ประทับใจ​ผม​จริง ๆ. (2 ติโมเธียว 3:16, 17) ที่​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ทรง​มี​จุด​มุ่ง​หมาย​นั้น​ยิ่ง​วิเศษ​ยิ่ง​ขึ้น​อีก. พระองค์​เป็น​พระ​ผู้​สร้าง​ที่​ผม​แสวง​มา​ตลอด! (ยะซายา 45:18) เรา​ตื่นเต้น​ที่​เรียน​รู้​ว่า​อุทยาน​แรก​เดิม​ที่​สูญ​เสีย​ไป​จะ​ได้​รับ​การ​ฟื้นฟู​ขึ้น​ใหม่​บน​แผ่นดิน​โลก​นี้​เอง และ​เรา​อาจ​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​อุทยาน​นั้น​ได้. (วิวรณ์ 21:1-4) นี่​คือ​คำ​ตอบ​สำหรับ​การ​เรียก​หา​พระเจ้า​ของ​ผม!

เรา​พูด​กับ​ทุก​คน​เกี่ยว​กับ​ความ​จริง​ที่​เรา​เพิ่ง​พบ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ใคร​ก็​ตาม. คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​คิด​ว่า​เรา​เสีย​สติ​ไป​แล้ว แต่​นั่น​ไม่​ได้​ทำ​ให้​เรา​ท้อ​ใจ. หลัง​จาก​ที่​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​อย่าง​เอา​จริง​เอา​จัง​อยู่​สาม​เดือน ใน​วัน​ที่ 19 เมษายน 1942 ผม​พร้อม​ด้วย​ภรรยา​ก็​รับ​บัพติสมา ซึ่ง​เป็น​สัญลักษณ์​ของ​การ​อุทิศ​ตัว​แด่​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​เรา. โยชิ น้อง​สาว​ของ​มาซาโกะ และ​เจอร์รี สามี​ของ​เธอ ซึ่ง​ใน​เวลา​นั้น​ได้​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​ร่วม​กับ​เรา​ก็​รับ​บัพติสมา​พร้อม​กับ​เรา​ด้วย. เรา​มี​ความ​รู้​เกี่ยว​กับ​คัมภีร์​บริสุทธิ์​เพียง​เล็ก​น้อย แต่​นั่น​ก็​เพียง​พอ​เพื่อ​กระตุ้น​เรา​ให้​มี​ความ​ต้องการ​ที่​จะ​รับใช้​พระเจ้า.

ขณะ​ที่​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง​ยัง​คุ​กรุ่น​อยู่ ผม​ก็​คาด​การณ์​ว่า​อวสาน​ของ​ระบบ​นี้​จวน​จะ​ถึง​แล้ว ผม​และ​ภรรยา​จึง​สำนึก​ถึง​ความ​จำเป็น​ที่​จะ​เตือน​ให้​ประชาชน​ทราบ. ครอบครัว​การุตต์​เป็น​แบบ​อย่าง​สำหรับ​เรา​ใน​เรื่อง​นี้. ทั้ง​ราล์ฟ​และ​ภรรยา​ต่าง​รับใช้​ใน​ฐานะ​ไพโอเนียร์ ซึ่ง​เป็น​ผู้​เผยแพร่​เต็ม​เวลา​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ผม​เปรียบ​เทียบ​สภาพการณ์​ของ​เรา​กับ​ของ​ราล์ฟ. เขา​มี​ภรรยา​และ​บุตร​สี่​คน. ส่วน​ผม​มี​ภรรยา​และ​บุตร​เพียง​สาม​คน. ถ้า​เขา​ทำ​ได้ ผม​ก็​น่า​จะ​ทำ​ได้​ด้วย. ดัง​นั้น ใน​เดือน​ถัด​จาก​ที่​เรา​รับ​บัพติสมา เรา​ก็​สมัคร​เพื่อ​รับใช้​เป็น​ไพโอเนียร์.

แม้​แต่​ก่อน​ที่​จะ​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​เป็น​ไพโอเนียร์ ผม​ก็​ขาย​สิ่ง​ของ​ที่​ไม่​จำเป็น​ทั้ง​หมด รวม​ทั้ง​กีตาร์​ฮาวาย, แซ็กโซโฟน, และ​ไวโอลิน. ก่อน​หน้า​นี้ ผม​เป็น​คน​ที่​หลงใหล​ดนตรี​มาก แต่​ผม​ก็​ทิ้ง​ทุก​สิ่ง​ยก​เว้น​หีบ​เพลง​อัน​เล็ก ๆ ของ​ผม. ยิ่ง​กว่า​นั้น งาน​ที่​ทำ​อยู่​ใน​โรง​งาน​ต้ม​เหล้า​สาเก​ก็​ไม่​น่า​สนใจ​อีก​ต่อ​ไป. (ฟิลิปปอย 3:8) ผม​ต่อ​รถ​พ่วง​คัน​หนึ่ง แล้ว​รอ​คอย​ว่า​พระ​ยะโฮวา​จะ​ทรง​ตอบ​คำ​ทูล​วิงวอน​ของ​ผม​ที่​จะ​ให้​ใช้​ผม​หรือ​ไม่. ผม​ไม่​ต้อง​คอย​นาน. เรา​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​เป็น​ไพโอเนียร์​ตั้ง​แต่​วัน​ที่ 1 มิถุนายน 1942. เรา​มุ่ง​ตรง​สู่​งาน​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​เต็ม​เวลา​ทันที และ​ไม่​เคย​เสียใจ​ที่​ตัดสิน​ใจ​เช่น​นั้น.

งาน​ไพโอเนียร์​ใน​ฮาวาย

พร้อม​กับ​ครอบครัว​การุตต์ เรา​ประกาศ​ทั่ว​ฮาวาย​ซึ่ง​เป็น​เกาะ​ใหญ่ รวม​ทั้ง​โคนา ซึ่ง​เป็น​บริเวณ​ที่​เลื่อง​ชื่อ​ใน​การ​ปลูก​กาแฟ และ​คาอู. ใน​สมัย​นั้น​เรา​ทำ​งาน​โดย​ใช้​เครื่อง​เล่น​จานเสียง ซึ่ง​ออก​จะ​หนัก แต่​เรา​ยัง​หนุ่มแน่น​และ​แข็งแรง. ดัง​นั้น เรา​จะ​ถือ​เครื่อง​เล่น​จานเสียง​ไว้​มือ​หนึ่ง แล้ว​หิ้ว​กระเป๋า​หนังสือ​ไว้​อีก​มือ​หนึ่ง แล้ว​เดิน​ไป​ตาม​ทาง​ซึ่ง​อาจ​นำ​เรา​ไป​สู่​คน​ที่​มี​หู​รับ​ฟัง​ใน​ไร่​กาแฟ​น้อย​ใหญ่​และ​ที่​อื่น ๆ ทุก​ที่. เมื่อ​เรา​ประกาศ​จน​ทั่ว​เกาะ​แล้ว เรา​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​ไป​ที่​โคฮาลา​บน​เกาะ​ใหญ่. โคฮาลา​เป็น​บริเวณ​ที่​มี​การ​ปลูก​สวน​อ้อย​ขนาด​ย่อม มี​ชาว​คอเคเชียน, ชาว​ฟิลิปินส์, ชาว​จีน, ชาว​ฮาวาย, ชาว​ญี่ปุ่น, และ​ชาว​โปรตุเกส​อาศัย​อยู่. แต่​ละ​กลุ่ม​มี​ขนบธรรมเนียม​ประเพณี, ความ​คิด, รสนิยม, และ​ศาสนา​ของ​ตน​เอง.

ครั้น​ผม​เริ่ม​งาน​ไพโอเนียร์ ผม​ก็​ไม่​เคย​จับ​งาน​ฝ่าย​โลก​อีก​เลย. เรา​อาศัย​เงิน​ที่​ผม​เก็บ​ออม​ไว้​อยู่​ชั่ว​ระยะ​หนึ่ง และ​เมื่อ​มี​ความ​จำเป็น ผม​จะ​ใช้​ฉมวก​จับ​ปลา. ไม่​น่า​เชื่อ ผม​กลับ​บ้าน​ด้วย​มี​ปลา​บ้าง​เสมอ. เรา​เก็บ​ผัก​และ​พืช​สมุนไพร​ที่​ขึ้น​เอง​ตาม​ริม​ทาง ซึ่ง​ช่วย​ประดับ​ประดา​จาน​อาหาร​ของ​เรา​ให้​สวย​งาม​ใน​อาหาร​มื้อ​เย็น. ผม​ทำ​เตา​อบ​โดย​ใช้​สังกะสี​เคลือบ​ดีบุก และ​มาซาโกะ​ก็​หัด​ทำ​ขนมปัง. นับ​เป็น​ขนมปัง​ที่​อร่อย​ที่​สุด​ที่​ผม​เคย​รับประทาน​มา.

เมื่อ​เรา​ไป​ที่​ฮอโนลูลู​เพื่อ​ประชุม​ใหญ่​ฝ่าย​คริสเตียน​ใน​ปี 1943 โดนัลด์ แฮสเล็ตต์ ซึ่ง​ใน​เวลา​นั้น​เป็น​ผู้​ดู​แล​สาขา​ใน​ฮาวาย เชิญ​เรา​ให้​ย้าย​ไป​ที่​นั่น​และ​อาศัย​ใน​ห้อง​ชุด​เล็ก ๆ ที่​สร้าง​อยู่​บน​โรง​รถ​ของ​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์. ผม​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​เป็น​คน​ดู​แล​อาคาร​ของ​ทาง​สำนักงาน​สาขา และ​ได้​ชื่นชม​กับ​งาน​ไพโอเนียร์​จาก​ที่​นั่น​เป็น​เวลา​ห้า​ปี.

การ​เรียก​ที่​ไม่​คาด​คิด​มา​ก่อน

ใน​ปี 1943 เรา​ทราบ​มา​ว่า​ทาง​สมาคม​เริ่ม​มี​โรง​เรียน​ฝึก​อบรม​มิชชันนารี​สำหรับ​งาน​รับใช้​ใน​ต่าง​แดน. เรา​อยาก​จะ​เข้า​ร่วม​เหลือ​เกิน! แต่​ครอบครัว​ที่​มี​บุตร​ไม่​ได้​รับ​เชิญ เรา​จึง​ไม่​คิด​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​นี้​อีก. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ใน​ปี 1947 บราเดอร์​แฮสเล็ตต์​บอก​เรา​ว่า​ทาง​สมาคม​อยาก​จะ​ทราบ​ว่า​จะ​มี​ชาว​ฮาวาย​คน​ใด​ที่​เต็ม​ใจ​จะ​รับ​งาน​รับใช้​ต่าง​แดน​ใน​ประเทศ​ญี่ปุ่น​บ้าง. เขา​ถาม​ว่า​เรา​คิด​อย่าง​ไร ผม​จึง​ตอบ​เหมือน​ยะซายา​ว่า “ทรง​ใช้​ข้าพเจ้า​เถิด.” (ยะซายา 6:8) ภรรยา​ของ​ผม​ก็​รู้สึก​เช่น​เดียว​กัน. เรา​ไม่​ลังเล​ที่​จะ​ตอบรับ​การ​ทรง​เรียก​ของ​พระ​ยะโฮวา.

ดัง​นั้น เรา​จึง​ได้​รับ​เชิญ​ให้​เข้า​ร่วม​โรง​เรียน​กิเลียด​ว็อชเทาเวอร์​ไบเบิล เพื่อ​รับ​การ​ฝึก​อบรม​เป็น​มิชชันนารี. คำ​เชิญ​นั้น​รวม​ลูก​เล็ก ๆ สาม​คน​ของ​เรา​ด้วย. อีก​ห้า​คน​ได้​รับ​เชิญ​เช่น​กัน​ก็​คือ โดนัลด์​และ​มาเบล แฮสเล็ตต์, เจอร์รี​และ​โยชิ โตมา, และ​เอลซี ทานิกาวา แล้ว​เรา​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​นิวยอร์ก​พร้อม​กัน ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว​ของ​ปี 1948.

เรา​ข้าม​ทวีป​ด้วย​รถ​โดยสาร​ประจำ​ทาง. หลัง​จาก​ที่​อยู่​บน​รถ​โดยสาร​สาม​วัน เรา​ต่าง​เหนื่อย​อ่อน บราเดอร์​แฮสเล็ตต์​จึง​เสนอ​แนะ​ว่า​เรา​น่า​จะ​หยุด​พัก​และ​นอน​ค้าง​ใน​โรงแรม​สัก​คืน. เมื่อ​เรา​ลง​จาก​รถ​โดยสาร ชาย​คน​หนึ่ง​เดิน​เข้า​มา​หา​เรา แล้ว​ตะโกน​ว่า “ไอ้​ยุ่น! ฉัน​จะ​กลับ​บ้าน​ไป​เอา​ปืน​มา​ยิง​พวก​มัน!”

“พวก​เขา​ไม่​ใช่​คน​ญี่ปุ่น” บราเดอร์​แฮสเล็ตต์​บอก. “พวก​เขา​เป็น​คน​ฮาวาย. คุณ​ดู​ไม่​ออก​หรือ?” เรา​จึง​รอด​ชีวิต​มา​ได้​ด้วย​คำ​พูด​ที่​มี​ปฏิภาณ​ไหว​พริบ​ของ​เขา.

เรา​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ชั้น​เรียน​ที่ 11 ของ​โรง​เรียน​กิเลียด​จริง ๆ หรือ? ดู​เหมือน​ว่า​จะ​เป็น​ความ​ฝัน​อัน​สูง​ส่ง. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ใน​ไม่​ช้า ความ​เป็น​จริง​ก็​ปรากฏ​แจ้ง. ใน​ชั้น​เรียน​ของ​เรา นัก​เรียน 25 คน​ได้​รับ​การ​คัดเลือก​โดย​นายก​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์​ซึ่ง​ใน​เวลา​นั้น​คือ นาธาน เอช. นอรร์ เพื่อ​รับ​การ​ฝึก​อบรม​สำหรับ​งาน​รับใช้​เป็น​มิชชันนารี​ถ้า​เป็น​ได้​ใน​ญี่ปุ่น. เนื่อง​จาก​ผม​มี​เชื้อ​สาย​เป็น​คน​ญี่ปุ่น​และ​พูด​ภาษา​ญี่ปุ่น​ได้​บ้าง ผม​จึง​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​สอน​ภาษา​แก่​นัก​เรียน​กลุ่ม​นี้. เนื่อง​จาก​ผม​ไม่​ชำนาญ​ใน​ภาษา​นี้ จึง​ไม่​ง่าย แต่​ถึง​อย่าง​ไร เรา​ก็​ไป​ได้​ตลอดรอดฝั่ง!

ตอน​นั้น ลอย ลูก​ชาย​ของ​เรา​อายุ​สิบ​ขวบ ส่วน​เธลมา​และ​แซลลี ลูก​สาว​ของ​เรา​อายุ​แปด​และ​หก​ขวบ. ใน​ช่วง​ที่​เรา​เข้า​โรง​เรียน พวก​ลูก ๆ ทำ​อะไร? พวก​เขา​ก็​ไป​โรง​เรียน​ด้วย! มี​รถ​โดยสาร​มา​รับ​พวก​เขา​ใน​ตอน​เช้า แล้ว​ก็​พา​เขา​กลับ​บ้าน​ใน​ตอน​บ่าย​ของ​วัน​นั้น. เมื่อ​ลูก ๆ กลับ​จาก​โรง​เรียน ลอย​จะ​ทำ​งาน​กับ​พี่​น้อง​ชาย​ที่​ฟาร์ม​ของ​สมาคม ส่วน​เธลมา​กับ​แซลลี​จะ​ทำ​งาน​ใน​ห้อง​ซัก​รีด โดย​ช่วย​พับ​ผ้า​เช็ด​หน้า.

ปรับ​ความ​คิด​จิตใจ​ไป​สู่​ที่​ที่​ไม่​รู้​จัก

เมื่อ​เรา​จบ​จาก​กิเลียด​ใน​วัน​ที่ 1 สิงหาคม 1948 เรา​อยาก​จะ​ไป​ถึง​เขต​มอบหมาย​ของ​เรา​เหลือ​เกิน. บราเดอร์​แฮสเล็ตต์​ล่วง​หน้า​เรา​ไป​ก่อน เพื่อ​หา​ที่​พัก​สำหรับ​มิชชันนารี. ใน​ที่​สุด เขา​ก็​พบ​บ้าน​สอง​ชั้น​หลัง​หนึ่ง​ใน​กรุง​โตเกียว และ​ใน​วัน​ที่ 20 สิงหาคม 1949 ครอบครัว​ของ​เรา​ก็​ออก​เดิน​ทาง​มุ่ง​สู่​บ้าน​ใน​อนาคต​ของ​เรา.

ก่อน​ที่​จะ​มา​ถึง​ญี่ปุ่น ผม​เคย​คิด​อยู่​บ่อย ๆ เกี่ยว​กับ​แดน​บูรพา​แห่ง​นี้. ผม​ครุ่น​คิด​ถึง​ความ​จงรักภักดี​ของ​คน​ญี่ปุ่น​ที่​มี​ต่อ​เจ้า​ขุน​ที่​เป็น​มนุษย์​และ​ต่อ​จักรพรรดิ. คน​ญี่ปุ่น​จำนวน​มาก​มอบ​ชีวิต​ของ​เขา​ให้​ผู้​ครอบครอง​ที่​เป็น​มนุษย์​เหล่า​นี้. ใน​ระหว่าง​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง นัก​บิน​กามิกาเซ​ยอม​ตาย​เพื่อ​จักรพรรดิ โดย​ขับ​เครื่องบิน​พุ่ง​เข้า​ใส่​ปล่อง​ควัน​ของ​เรือ​รบ​ศัตรู. ผม​จำ​ได้​ว่า​เคย​คิด​ถึง​ว่า​ถ้า​คน​ญี่ปุ่น​ภักดี​ต่อ​ผู้​ที่​เป็น​เจ้านาย​ที่​เป็น​มนุษย์​ถึง​เพียง​นี้ พวก​เขา​จะ​เป็น​อย่าง​ไร​หาก​ได้​พบ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้ พระ​ยะโฮวา?

ตอน​ที่​เรา​มา​ถึง​ญี่ปุ่น มี​มิชชันนารี​อยู่​เพียง​เจ็ด​คน​และ​ผู้​ประกาศ​หยิบ​มือ​เดียว​ทั่ว​ทั้ง​ประเทศ. พวก​เรา​ทุก​คน​ลง​มือ​ทำ​งาน ผม​พยายาม​ปรับ​ปรุง​ความ​รู้​เกี่ยว​กับ​ภาษา จน​สามารถ​เริ่ม​การ​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​หลาย​ราย​กับ​ผู้​ซึ่ง​หัวใจ​กำลัง​เรียก​หา​พระเจ้า. นัก​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​จำนวน​หนึ่ง​ใน​สมัย​แรก ๆ เหล่า​นั้น​ยัง​คง​รักษา​ความ​ซื่อ​สัตย์​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้.

รับใช้​เป็น​มิชชันนารี​พร้อม​กับ​ลูก ๆ ของ​เรา

เรา​ทำ​งาน​รับใช้​เป็น​มิชชันนารี​ให้​ลุ​ล่วง​ไป​ได้​อย่าง​ไร​โดย​มี​ลูก​เล็ก ๆ สาม​คน​ที่​ต้อง​ดู​แล? พระ​ยะโฮวา​ทรง​หนุน​หลัง​เรื่อง​นี้​ทั้ง​หมด. เรา​ได้​รับ​เบี้ย​เลี้ยง​จำนวน​เล็ก​น้อย​จาก​ทาง​สมาคม ส่วน​มาซาโกะ​ก็​เย็บ​เสื้อ​ผ้า​ให้​ลูก. นอก​จาก​นี้ เรา​ยัง​รับ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​ของ​ผม​บ้าง.

หลัง​จาก​ที่​ลอย​จบ​ชั้น​มัธยม​ต้น เขา​ก็​ทำ​งาน​รับใช้​ที่​สาขา​ของ​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์​ไบเบิล​แอนด์​แทรกต์​ที่​ญี่ปุ่น​อยู่​ระยะ​หนึ่ง. อย่าง​ไร​ก็​ตาม เนื่อง​จาก​ปัญหา​ทาง​ด้าน​สุขภาพ เขา​จึง​ตัดสิน​ใจ​กลับ​ไป​ที่​ฮาวาย​เพื่อ​รับ​การ​รักษา. เวลา​นี้ เขา​และ​ภรรยา​กำลัง​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​อย่าง​ซื่อ​สัตย์​อยู่​ใน​รัฐ​แคลิฟอร์เนีย. การ​สมรส​ของ​เขา​ทำ​ให้​เรา​ได้​ชื่นชม​กับ​หลาน​ที่​ซื่อ​สัตย์​สี่​คน. ทุก​คน​รับ​บัพติสมา และ​คน​หนึ่ง​พร้อม​ด้วย​ภรรยา​กำลัง​รับใช้​ที่​สำนัก​เบเธล​ใน​บรุกลิน ซึ่ง​เป็น​สำนักงาน​กลาง​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ทั่ว​โลก.

ลูก​สาว​ของ​ผม เธลมา​และ​แซลลี ก็​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​เป็น​มิชชันนารี​เมื่อ​เขา​ทั้ง​สอง​เติบโต​ขึ้น. ขณะ​นี้ เธลมา​กำลัง​รับใช้​ใน​ฐานะ​มิชชันนารี​ใน​เมือง​โตยามา. ส่วน​แซลลี​แต่งงาน​กับ​พี่​น้อง​มิชชันนารี​ชื่อ​รอน ทรอสต์ และ​ทั้ง​สอง​ได้​ทำ​งาน​รับใช้​ใน​ประเทศ​ญี่ปุ่น​ใน​ฐานะ​มิชชันนารี​ใน​งาน​ซึ่ง​ต้อง​เดิน​ทาง เป็น​เวลา​กว่า 25 ปี.

จาก​เหนือ​ลง​ใต้

หลัง​จาก​ที่​อยู่​ใน​โตเกียว​สอง​ปี เรา​ก็​ถูก​ส่ง​ไป​ยัง​เมือง​โอซากา​เป็น​เวลา​สอง​ปี. งาน​มอบหมาย​ถัด​ไป​นำ​เรา​ขึ้น​เหนือ​ไป​ยัง​เมือง​เซนได เรา​ทำ​งาน​รับใช้​ที่​นั่น​อยู่​ประมาณ​หก​ปี. ระยะ​เวลา​ที่​อยู่​ใน​เซนได​ช่วย​หล่อ​หลอม​เรา​สำหรับ​งาน​มอบหมาย​ต่าง ๆ ใน​เกาะ​ที่​อยู่​เหนือ​สุด​ของ​ญี่ปุ่น คือ​เกาะ​ฮอกไกโด. ที่​ฮอกไกโด​นี้​เอง​ที่​ลูก​สาว​สอง​คน​ของ​เรา​ได้​รับ​การ​แต่ง​ตั้ง​ให้​เป็น​มิชชันนารี. และ​ก็​ที่​นั่น​อีก​เช่น​กัน​ที่​เรา​ต้อง​ทำ​ตัว​ให้​ชิน​กับ​อุณหภูมิ​ใน​ฤดู​หนาว​ซึ่ง​บาง​ครั้ง​ต่ำ​กว่า​ศูนย์. หลัง​จาก​ที่​อยู่​ใน​ฮาวาย​ซึ่ง​เป็น​เมือง​ร้อน​จึง​เป็น​การ​เปลี่ยน​แปลง​มาก​ที​เดียว.

แล้ว​วัน​หนึ่ง ผม​ก็​ได้​ยิน​การ​ทรง​เรียก​ครั้ง​ใหม่​ใน​รูป​แบบ​ของ​จดหมาย​จาก​ทาง​สมาคม ขอ​ให้​ผม​ไป​เปิด​สำนักงาน​สาขา​ที่​เกาะ​โอกินาวา ซึ่ง​ใน​เวลา​นั้น​ยัง​อยู่​ภาย​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​สหรัฐ​ฯ​อยู่. การ​ย้าย​จาก​จุด​เหนือ​สุด​อัน​หนาว​เย็น​ของ​ประเทศ​ญี่ปุ่น​ไป​ยัง​ที่​ซึ่ง​ใน​เวลา​นี้​ได้​กลาย​มา​เป็น​เขต​ที่​อยู่​ใต้​สุด​ของ​ประเทศ​ญี่ปุ่น​นับ​เป็น​การ​ท้าทาย​มาก​ที​เดียว. ผม​จะ​ทำ​อย่าง​ไร? แม้​จะ​รู้สึก​ว่า​ความ​สามารถ​ยัง​ไม่​พอ แต่​ผม​ก็​ไป​ถึง​เกาะ​โอกินาวา​ใน​เดือน​พฤศจิกายน 1965 โดย​มี​ภรรยา​ที่​สัตย์​ซื่อ​อยู่​เคียง​ข้าง​เหมือน​เช่น​ทุก​ครั้ง. ชีวิต​ที่​เกาะ​โอกินาวา​จะ​เหมือนกับ​ชีวิต​ใน​ประเทศ​ญี่ปุ่น​ไหม? วัฒนธรรม​จะ​เป็น​อย่าง​ไร? ประชาชน​จะ​ตอบรับ​ต่อ​ข่าวสาร​แห่ง​ความ​รอด​จาก​พระ​ยะโฮวา​ไหม?

ตอน​ที่​เรา​ไป​ถึง มี​ผู้​ประกาศ​ไม่​ถึง 200 คน​ใน​โอกินาวา. ปัจจุบัน มี​กว่า 2,000 คน. ใน​สมัย​แรก​เริ่ม ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เวลา​ผม​เป็น​ผู้​ดู​แล​หมวด​และ​อีก​ครึ่ง​หนึ่ง​ของ​เวลา​ผม​เป็น​ผู้​ดู​แล​สาขา. การ​ที่​ได้​เดิน​ทาง​ทั่ว​เกาะ​ต่าง ๆ ช่วย​ให้​ผม​ได้​สร้าง​สัมพันธภาพ​ใกล้​ชิด​กับ​พี่​น้อง​ที่​นั่น และ​ผม​ถือ​ว่า​เป็น​สิทธิ​พิเศษ​ที่​ได้​รับใช้​พวก​เขา.

ปราศจาก​อุปสรรค​หรือ?

งาน​มิชชันนารี​ของ​เรา​ใช่​ว่า​จะ​ไม่​มี​อุปสรรค. ใน​ขณะ​ที่​เรา​กำลัง​พัก​ร้อน​อยู่​ใน​สหรัฐ​ฯ​ใน​ปี 1968 นั้น มาซาโกะ​ก็​ล้ม​ป่วย​และ​ต้อง​รับ​การ​ผ่าตัด. เธอ​มี​เนื้อ​งอก​ใน​ลำไส้​ที่​ต้อง​เอา​ออก ซึ่ง​เธอ​ก็​ฟื้น​ตัว​เร็ว​อย่าง​น่า​ประหลาด. เรา​ไม่​ได้​ประกัน​สุขภาพ จึง​เป็น​ห่วง​ว่า​เรา​อาจ​จะ​ไม่​สามารถ​กลับ​ไป​ทำ​งาน​มอบหมาย​ของ​เรา​ต่อ​ได้. อย่าง​ไร​ก็​ตาม สิ่ง​ที่​ยัง​ความ​ประหลาด​ใจ​แก่​เรา​เป็น​อย่าง​ยิ่ง​ก็​คือ​พี่​น้อง​ใน​ความ​เชื่อ​เอา​ใจ​ใส่​ใน​ทุก​เรื่อง​แทน​เรา.

ใน​ส่วน​ที่​เกี่ยว​กับ​ตัว​ผม​เอง ใน​เวลา​นี้ ผม​ต้อง​รับมือ​กับ​ปัญหา​ซึ่ง​เกิด​กับ​คน​ที่​เป็น​โรค​เบา​หวาน. แม้​ว่า​จะ​ไม่​ถึง​กับ​ตา​บอด แต่​สายตา​ของ​ผม​ก็​เสีย​ไป​มาก. แต่​ด้วย​ความ​รัก​กรุณา​ของ​พระ​ยะโฮวา ผม​สามารถ​รับ​อาหาร​ฝ่าย​วิญญาณ​เป็น​ประจำ​ด้วย​การ​ฟัง​เทป​บันทึก​เสียง​ของ​วารสาร​หอสังเกตการณ์ และ​ตื่นเถิด. พี่​น้อง​ชาย​หญิง​ก็​ช่วย​อ่าน​เรื่อง​ราว​ต่าง ๆ ให้​ผม​ฟัง​ด้วย.

ผม​จะ​ให้​คำ​บรรยาย​สาธารณะ​ต่อ​ไป​ได้​อย่าง​ไร​ใน​เมื่อ​สายตา​ของ​ผม​เสีย​ไป​แล้ว​เช่น​นี้? ตอน​แรก ผม​บันทึก​คำ​บรรยาย​ของ​ผม​ลง​เทป แล้ว​เล่น​เทป​ผ่าน​ระบบ​เสียง​ใน​ขณะ​เดียว​กัน​ผม​จะ​แสดง​ท่า​ทาง​ประกอบ. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ผม​ปรับ​ปรุง​เรื่อง​นี้​โดย​ทำ​ตาม​คำ​เสนอ​แนะ​ของ​ลูก​สาว. เวลา​นี้ ผม​จะ​บันทึก​คำ​บรรยาย​ต่าง ๆ โดย​ใช้​เครื่อง​บันทึก​เสียง​อัน​เล็ก ๆ แล้ว​ให้​คำ​บรรยาย​ใน​ขณะ​ที่​ฟัง​คำ​บรรยาย​ที่​บันทึก​ไว้​ล่วง​หน้า​ด้วย​หู​ฟัง.

เมื่อ​ไร​ก็​ตาม​ที่​เรา​เผชิญ​ปัญหา​จริง ๆ เรา​ไม่​เคย​ละเลย​การ​ทูล​ขอ​พระ​ยะโฮวา. ใน​ที่​สุด พระ​พร​ต่าง ๆ ที่​ได้​จาก​การ​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​แก้ไข​ปัญหา​เหล่า​นั้น​ดู​เหมือน​ว่า​จะ​มี​มาก​กว่า​สิ่ง​ที่​ปรากฏ​ว่า​เป็น​ปัญหา​เสมอ. การ​คง​อยู่​ใน​งาน​รับใช้​พระองค์​ต่อ​ไป​เป็น​วิถี​ทาง​เดียว​ที่​จะ​แสดง​การ​ขอบพระคุณ​พระองค์.

หลัง​จาก​ที่​อยู่​ใน​เกาะ​โอกินาวา 23 ปี เรา​ก็​ได้​รับ​มอบหมาย​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ให้​ไป​ยัง​ตำแหน่ง​ทาง​ภูมิศาสตร์​ซึ่ง​เรา​เคย​รับใช้​มา​ก่อน​เมื่อ​เรา​เหยียบ​ย่าง​เข้า​มา​ใน​ประเทศ​ญี่ปุ่น​เป็น​ครั้ง​แรก. สำนักงาน​ใหญ่​และ​บ้าน​พัก​มิชชันนารี​ที่​ใหญ่​ที่​สุด​ของ​ทาง​สมาคม​ก็​ตั้ง​อยู่​ใน​ที่​ที่​มี​อยู่​แต่​แรก​ของ​อาคาร​สอง​ชั้น​หลัง​นั้น​ใน​โตเกียว ที่​บราเดอร์​แฮสเล็ตต์​ซื้อ​ไว้​เมื่อ​หลาย​ปี​ก่อน.

นอก​จาก​มาซาโกะ​และ​ผม​แล้ว ญาติ ๆ ของ​เรา 11 คน​ก็​กำลัง​รับใช้​ใน​ฐานะ​มิชชันนารี​อยู่​ใน​ประเทศ​ญี่ปุ่น. ทุก​คน​ถือ​ว่า​เป็น​สิทธิ​พิเศษ​ยิ่ง​ที่​ได้​เห็น​ความ​เจริญ​ก้าว​หน้า​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​นำ​มา​สู่​ดินแดน​แห่ง​วัฒนธรรม​ที่​ศาสนา​พุทธ​และ​ศาสนา​ชินโต​มี​อิทธิพล​อยู่. การ​งาน​ใน​ประเทศ​ญี่ปุ่น​นั้น​เริ่ม​จาก​จุด​เล็ก ๆ แต่​พระ​เดชานุภาพ​ของ​พระ​ยะโฮวา​ทรง​สร้าง “ชาติ” หนึ่ง​ขึ้น​ซึ่ง​ประกอบ​ด้วย​ผู้​ประกาศ​ข่าว​ดี​กว่า 167,000 คน.—ยะซายา 60:22.

เมื่อ​ผม​เรียก​หา​พระ​ยะโฮวา พระองค์​ทรง​ตอบ​ผม. เมื่อ​พระองค์​ทรง​เชื้อเชิญ​ผม ผม​ก็​ตอบรับ​อย่าง​ไม่​รอ​รี. ผม​และ​ภรรยา​รู้สึก​ว่า​เรา​ได้​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​น่า​จะ​ทำ. แล้ว​คุณ​ละ? เมื่อ​พระ​ผู้​สร้าง​ทรง​เรียก คุณ​ตอบรับ​ไหม?

[รูปภาพ​หน้า 28]

ครอบครัว​โตฮารา​กับ​เพื่อน​ไพโอเนียร์​ใน​ฮาวาย ปี 1942

[รูปภาพ​หน้า 29]

ลูก ๆ ของ​ครอบครัว​โตฮารา​ที่​กิเลียด​ใน​ปี 1948

[รูปภาพ​หน้า 31]

ชินอิชิ และ​มาซาโกะ โตฮารา​มี​ความ​สุข​ที่​ตอบรับ​การ​ทรง​เรียก​ด้วย​การ​ทำ​งาน​รับใช้​เป็น​มิชชันนารี 43 ปี