ไทย
ในฐานะแม่ม่ายดิฉันได้รับการประโลมใจอย่างแท้จริง
/assets/ct/4979f4be7e/images/syn_placeholder_sqr.png
ห91 1/2 น. 25-29
ในฐานะแม่ม่ายดิฉันได้รับการประโลมใจอย่างแท้จริง

ใน​ฐานะ​แม่​ม่าย​ดิฉัน​ได้​รับ​การ​ประโลม​ใจ​อย่าง​แท้​จริง

เล่า​โดย ลิลี อาร์เธอร์

ผู้​เผยแพร่​หนุ่ม​ซึ่ง​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา​กำลัง​เยี่ยม​ตาม​บ้าน​ใน​โอทาคามันด์​ประเทศ​อินเดีย. ตาม​ธรรมเนียม​แล้ว​ผู้​หญิง​จะ​ไม่​เปิด​ประตู​ให้​กับ​คน​แปลก​หน้า​เช่น​นี้. สอง​สาม​ชั่วโมง​ผ่าน​ไป​เขา​รู้สึก​เหนื่อย​และ​ท้อ​ใจ จึง​หัน​กลับ​บ้าน. แต่​เขา​หยุด และ​โดย​ไม่​รู้​สาเหตุ เขา​ได้​รับ​การ​กระตุ้น​ให้​เยี่ยม​บ้าน​ถัด​ไป. ดู​ซิ​ว่า​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น ซึ่ง​จะ​เล่า​โดย​ผู้​หญิง​ที่​เปิด​ประตู​ให้​เขา.

พร้อม​ด้วย​ลูก​สาว​อายุ​สอง​เดือน​อยู่​ใน​อ้อม​แขน​ของ​ดิฉัน​และ​ลูก​ชาย​อายุ​ขวบ​กับ​สิบ​เดือน​ยืน​อยู่​ข้าง ๆ ดิฉัน​เปิด​ประตู​ทันที​และ​เห็น​คน​แปลก​หน้า​ยืน​อยู่​ที่​นั่น. คืน​ก่อน​หน้า​ดิฉัน​ประสบ​ความ​ซึมเศร้า​สุด​ประมาณ. ดิฉัน​ปรารถนา​จะ​ได้​การ​ปลอบ​ประโลม​จึง​ได้​อธิษฐาน​ว่า “พระ​บิดา​ผู้​สถิต​ทาง​ภาค​สวรรค์ ได้​โปรด​ปลอบ​ประโลม​ฉัน​ด้วย​พระ​คำ​ของ​พระองค์.” และ​ตอน​นี้ ดิฉัน​ประหลาด​ใจ​เมื่อ​ชาย​แปลก​หน้า​อธิบาย​ว่า “ผม​กำลัง​นำ​ข่าวสาร​ที่​ประโลม​ใจ​และ​ความ​หวัง​จาก​พระ​วจนะ​ของ​พระเจ้า​มา​ให้​คุณ.” ดิฉัน​คิด​ว่า​เขา​ต้อง​เป็น​ผู้​เผยแพร่​ที่​พระเจ้า​ทรง​ส่ง​มา​แน่. แต่​สภาพการณ์​อะไร​ที่​ทำ​ให้​ฉัน​ต้อง​อธิษฐาน​ขอ​การ​ช่วยเหลือ​ใน​ตอน​นั้น?

เรียน​ความ​จริง​จาก​พระ​คัมภีร์

ดิฉัน​เกิด​ปี 1922 ใน​หมู่​บ้าน​กูดาเลอร์​แถบ​หุบเขา​นิลกิริ​อัน​งดงาม​ซึ่ง​อยู่​ตอน​ใต้​ของ​อินเดีย. คุณ​แม่​ของ​ดิฉัน​เสีย​ชีวิต​ตอน​ที่​ดิฉัน​อายุ​ได้​สาม​ขวบ. ต่อ​มา คุณ​พ่อ​ซึ่ง​เป็น​นัก​เทศน์​โปรเตสแตนต์​ก็​แต่งงาน​ใหม่. ทันที​ที่​เรา​สามารถ​พูด​ได้ คุณ​พ่อ​สอน​ดิฉัน​กับ​น้อง​ชาย​และ​น้อง​สาว​ให้​อธิษฐาน. ตอน​อายุ​สี่​ขวบ ขณะ​ที่​คุณ​พ่อ​นั่ง​ที่​โต๊ะ​อ่าน​คัมภีร์​ไบเบิล​ตาม​กิจวัตร ดิฉัน​จะ​นั่ง​ที่​พื้น​อ่าน​ไบเบิล​ฉบับ​ส่วน​ตัว​ของ​ดิฉัน.

เมื่อ​เติบโต​ขึ้น ดิฉัน​มี​อาชีพ​เป็น​ครู. เมื่อ​อายุ​ได้ 21 ปี คุณ​พ่อ​ก็​จัด​การ​แต่งงาน​ให้​ดิฉัน. สามี​และ​ดิฉัน​ได้​รับ​พระ​พร​โดย​มี​ลูก​ชาย​ชื่อ​ซันเดอร์​และ​ต่อ​มา​ลูก​สาว​ชื่อรัตนา. แต่​ช่วง​ที่​รัตนา​ใกล้​จะ​คลอด สามี​ของ​ดิฉัน​ป่วย​หนัก และ​หลัง​จาก​นั้น​ไม่​นาน​เขา​ก็​เสีย​ชีวิต. เมื่อ​อายุ 24 ปี​ดิฉัน​กลาย​เป็น​หญิง​ม่าย​อย่าง​กะทันหัน​พร้อม​ทั้ง​ต้อง​รับผิดชอบ​ลูก​น้อย​สอง​คน.

ตอน​นั้น ดิฉัน​อ้อน​วอน​ขอ​พระเจ้า​ทรง​ปลอบ​ประโลม​ดิฉัน​ด้วย​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์ และ​วัน​ต่อ​มา​นั่น​เอง​ที่​พยาน​พระ​ยะโฮวา​มา​เยี่ยม​ดิฉัน. ดิฉัน​เชิญ​เขา​เข้า​ใน​บ้าน​และ​รับ​หนังสือ​ชื่อ “จง​ให้​พระเจ้า​เป็น​องค์​สัตย์​จริง.” ใน​คืน​นั้น​ขณะ​ที่​อ่าน​หนังสือ​นั้น​ดิฉัน​เห็น​ชื่อ​พระ​ยะโฮวา​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า และ​สิ่ง​นี้​เป็น​เรื่อง​แปลก​มาก​สำหรับ​ดิฉัน. ภาย​หลัง พยาน​ฯ​คน​นั้น​ก็​กลับ​มา​อีก​และ​เปิด​ให้​ดิฉัน​ดู​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล​ว่า​นี้​เป็น​ชื่อ​ของ​พระเจ้า.

จาก​นั้น​ต่อ​มา​ไม่​นาน ดิฉัน​เรียน​รู้​ว่า คำ​สอน​ต่าง ๆ เช่น ตรีเอกานุภาพ​และ​ไฟ​นรก​ไม่​ได้​อาศัย​หลัก​ใน​พระ​คัมภีร์. ดิฉัน​ได้​รับ​ความ​หวัง​และ​คำ​ปลอบ​ประโลม​ตอน​ที่​รู้​ว่า​ภาย​ใต้​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า แผ่นดิน​โลก​จะ​กลาย​เป็น​อุทยาน​และ​บรรดา​คน​ที่​เรา​รัก​ซึ่ง​ตาย​ไป​จะ​กลับ​มา​โดย​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย. ที่​สำคัญ​ที่​สุด ดิฉัน​เริ่ม​รู้​จัก​และ​รัก​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​องค์​เที่ยง​แท้​ผู้​สดับ​คำ​อธิษฐาน​ของ​ดิฉัน​และ​ทรง​ช่วย​ดิฉัน.

แบ่ง​ปัน​ความ​รู้​ที่​พบ​ใหม่

ดิฉัน​เริ่ม​แปลก​ใจ​ว่า​ทำไม​ดิฉัน​จึง​ได้​มอง​ข้าม​ข้อ​คัมภีร์​เหล่า​นั้น​ที่​มี​พระ​นาม​ของ​พระเจ้า. และ​เหตุ​ใด​ใน​การ​อ่าน​คัมภีร์​ด้วย​ตน​เอง​ดิฉัน​ไม่​ได้​เห็น​ความ​หวัง​อัน​ชัดเจน​เรื่อง​ชีวิต​นิรันดร์​ใน​อุทยาน​บน​แผ่นดิน​โลก? ดิฉัน​กำลัง​สอน​ใน​โรง​เรียน​ที่​ดำเนิน​การ​โดย​กลุ่ม​มิชชันนารี​โปรเตสแตนต์ ดัง​นั้น ดิฉัน​จึง​เปิด​ข้อ​คัมภีร์​หลาย​ข้อ​ให้​ผู้​จัด​การ​โรง​เรียน​ดู. (เอ็กโซโด 6:3; บทเพลง​สรรเสริญ 37:29; 83:18; ยะซายา 11:6-9; วิวรณ์ 21:3, 4) ดิฉัน​พูด​ว่า​เรา​อาจ​จะ​มอง​ข้าม​ข้อ​คัมภีร์​เหล่า​นี้​ไป. แต่​น่า​แปลก​ที่​ผู้​จัด​การ​ดู​เหมือน​ไม่​ค่อย​จะ​พอ​ใจ.

ต่อ​มา ดิฉัน​เขียน​จดหมาย​ถึง​ครู​ใหญ่​ซึ่ง​อยู่​อีก​เมือง​หนึ่ง พร้อม​กับ​อ้างอิง​ข้อ​คัมภีร์​เหล่า​นั้น. ดิฉัน​ขอร้อง​เพื่อ​จะ​มี​โอกาส​พูด​คุย​กับ​เธอ. เธอ​ตอบ​ว่า​บิดา​ของ​เธอ​ซึ่ง​เป็น​นัก​เทศน์​ที่​มี​ชื่อเสียง​ใน​ประเทศ​อังกฤษ จะ​พิจารณา​เรื่อง​นี้​กับ​ดิฉัน. พี่​ชาย​ของ​ครู​ใหญ่​เป็น​สังฆนายก​ที่​มี​ชื่อ.

ดิฉัน​เตรียม​จุด​สำคัญ​และ​ข้อ​คัมภีร์​ต่าง ๆ และ​นำ​หนังสือ “จง​ให้​พระเจ้า​เป็น​องค์​สัตย์​จริง” ของ​ดิฉัน​และ​พา​ลูก ๆ ไป​ยัง​เมือง​ที่​อยู่​ติด​กัน. ดิฉัน​อธิบาย​อย่าง​กระตือรือร้น​ว่า​พระ​ยะโฮวา​เป็น​ใคร และ​ชี้​แจง​ว่า​ไม่​มี​ตรีเอกานุภาพ รวม​ทั้ง​เรื่อง​อื่น ๆ ที่​ดิฉัน​ได้​เรียน​รู้​มา. พวก​เขา​ฟัง​อยู่​ครู่​หนึ่ง​แต่​ไม่​พูด​อะไร​สัก​คำ. จาก​นั้น​นัก​เทศน์​จาก​อังกฤษ​กล่าว​ว่า “ฉัน​จะ​อธิษฐาน​เผื่อ.” แล้ว​เขา​ก็​อธิษฐาน​ให้​ดิฉัน​และ​ส่ง​ดิฉัน​ออก​ไป.

การ​ให้​คำ​พยาน​ตาม​ถนน

วัน​หนึ่ง​พยาน​พระ​ยะโฮวา​เชิญ​ดิฉัน​ร่วม​การ​ประกาศ​ตาม​ถนน​โดย​ใช้​วารสาร​หอสังเกตการณ์ และ​ตื่นเถิด. ดิฉัน​บอก​เขา​ว่า​นี้​เป็น​เรื่อง​ที่​ดิฉัน​ไม่​สามารถ​ทำ​ได้​เลย. ใน​อินเดีย​ผู้​คน​มัก​จะ​คิด​ถึง​เรื่อง​ที่​เลว​ที่​สุด​เกี่ยว​กับ​ผู้​หญิง​ที่​ยืน​อยู่​ตาม​ถนน​หรือ​เดิน​ไป​ตาม​บ้าน​ต่าง ๆ. การ​ทำ​เช่น​นั้น​จะ​นำ​ความ​เสื่อม​เสีย​มา​สู่​ชื่อเสียง​ที่​ดี​ของ​ผู้​หญิง​คน​นั้น​และ​ถึง​ครอบครัว​ของ​เธอ​ด้วย. เนื่อง​จาก​ดิฉัน​รัก​และ​นับถือ​คุณ​พ่อ​อย่าง​ยิ่ง ดิฉัน​ไม่​ต้องการ​นำ​ความ​เสื่อม​เสีย​มา​สู่​ท่าน.

แต่​พยาน​ฯ​คน​นี้​ชี้​ให้​เห็น​ข้อ​คัมภีร์​ที่​กล่าว​ว่า “ศิษย์​ของ​เรา​เอ๋ย จง​มี​ปัญญา​ขึ้น และ​กระทำ​ให้​ใจ​ของ​เรา​มี​ความ​ยินดี เพื่อ​เรา​จะ​มี​คำ​ตอบ​คน​ที่​ตำหนิ​เรา​ได้.” (สุภาษิต 27:11) เขา​พูด​ว่า “คุณ​ทำ​ให้​พระทัย​ของ​พระ​ยะโฮวา​ยินดี​โดย​การ​แสดง​อย่าง​เปิด​เผย​ว่า​คุณ​เป็น​ตัว​แทน​ของ​พระองค์​และ​ราชอาณาจักร​ของ​พระองค์.” ความ​ปรารถนา​ที่​เหนือ​กว่า​สิ่ง​ใด ๆ ของ​ดิฉัน​คือ​ทำ​ให้​พระทัย​ของ​พระ​ยะโฮวา​ยินดี ดิฉัน​จึง​หยิบ​กระเป๋า​ใส่​วารสาร​และ​ไป​ประกาศ​ตาม​ท้องถนน​กับ​เขา. กระทั่ง​ทุก​วัน​นี้ ดิฉัน​นึก​ภาพ​ไม่​ออก​ว่า​ดิฉัน​ทำ​ได้​อย่าง​ไร. ตอน​นั้น​เป็น​ปี 1946 เป็น​เวลา​ประมาณ​สี่​เดือน​หลัง​จาก​ที่​ได้​มี​การ​ติด​ต่อ​กัน.

ได้​รับ​การ​หนุน​ใจ​เพื่อ​เอา​ชนะ​ความ​กลัว

ใน​ปี 1947 ดิฉัน​รับ​งาน​สอน​หนังสือ​ใน​เขต​ชาน​เมือง​มัทราส อยู่​ด้าน​ชายฝั่ง​ตะวัน​ออก​ของ​อินเดีย ดัง​นั้น ดิฉัน​จึง​ย้าย​ไป​ที่​นั่น​พร้อม​กับ​ลูก ๆ. พยาน​พระ​ยะโฮวา​กลุ่ม​เล็ก ๆ ประมาณ​แปด​คน​ประชุม​กัน​เป็น​ประจำ​ใน​เมือง. เพื่อ​จะ​เข้า​ร่วม​การ​ประชุม​เรา​ต้อง​เดิน​ทาง​ถึง 25 กิโลเมตร. สมัย​นั้น​ตาม​ปกติ​ใน​อินเดีย​ผู้​หญิง​จะ​ไม่​เดิน​ทาง​ตาม​ลำพัง. พวก​เธอ​จะ​พึ่ง​สามี​ให้​พา​ไป. ดิฉัน​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ขึ้น​รถ​ประจำ​ทาง​อย่าง​ไร วิธี​ที่​จะ​ซื้อ​ตั๋ว จะ​ลง​รถ​ได้​อย่าง​ไร และ​อื่น ๆ. ดิฉัน​รู้​ว่า​ดิฉัน​ควร​จะ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา แต่​ทำ​อย่าง​ไร​ล่ะ? ดัง​นั้น ดิฉัน​จึง​อธิษฐาน “โอ้​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า ดิฉัน​ไม่​สามารถ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​หาก​ไม่​รับใช้​พระองค์. แต่​เป็น​ไป​ไม่​ได้​เด็ดขาด​สำหรับ​ดิฉัน​ใน​ฐานะ​สตรี​อินเดีย​ที่​จะ​ไป​ประกาศ​ตาม​บ้าน.”

ดิฉัน​หวัง​ว่า​พระ​ยะโฮวา​จะ​ทรง​ยอม​ให้​ดิฉัน​ตาย​เพื่อ​จะ​ได้​พ้น​จาก​ความ​ขัด​แย้ง​นี้. อย่าง​ไร​ก็​ดี ดิฉัน​คิด​จะ​อ่าน​บาง​สิ่ง​จาก​พระ​คัมภีร์. พอ​ดี​ดิฉัน​เปิด​ไป​ที่​พระ​ธรรม​ยิระมะยา ซึ่ง​กล่าว​ว่า “อย่า​ว่า​ตัว​ข้าพเจ้า​เป็น​เด็ก เพราะ​เจ้า​จะ​ต้อง​ไป​ถึง​บรรดา​คน​ที่​เรา​จะ​ใช้​ให้​ไป​นั้น และ​สิ่ง​อัน​ใด​ที่​เรา​จะ​สั่ง​เจ้า เจ้า​จะ​ต้อง​พูด​สิ่ง​นั้น​ให้​เขา อย่า​กลัว​หน้า​เขา เพราะ​เรา​อยู่​ด้วย​เจ้า​เพื่อ​จะ​ช่วย​เจ้า​ให้​พ้น​ได้.”—ยิระมะยา 1:7, 8.

ดิฉัน​รู้สึก​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ทรง​ตรัส​กับ​ดิฉัน​จริง ๆ. ดัง​นั้น ดิฉัน​จึง​มี​ความ​กล้า​ขึ้น​และ​ใน​ทันที​นั้น​เอง​ดิฉัน​นั่ง​ลง​ที่​จักร​เย็บ​ผ้า และ​เย็บ​กระเป๋า​เพื่อ​ใช้​ใส่​วารสาร​ต่าง ๆ. หลัง​จาก​อธิษฐาน​อย่าง​จริงจัง ดิฉัน​ไป​ประกาศ​ตาม​บ้าน​ตาม​ลำพัง เสนอ​หนังสือ​ทั้ง​หมด และ​ถึง​กับ​เริ่ม​การ​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​ใน​วัน​นั้น. ดิฉัน​มุ่ง​มั่น​ที่​จะ​ให้​พระ​ยะโฮวา​เป็น​อันดับ​แรก​ใน​ชีวิต และ​มอบ​ความ​มั่น​ใจ​และ​ความ​ไว้​วางใจ​ทั้ง​สิ้น​แด่​พระองค์. งาน​ประกาศ​ตาม​บ้าน​จึง​กลาย​เป็น​กิจวัตร​ใน​ชีวิต​ของ​ดิฉัน แม้​จะ​มี​การ​พูด​ตำหนิ​ติเตียน​ก็​ตาม. ทั้ง ๆ ที่​มี​การ​ต่อ​ต้าน กิจกรรม​ของ​ดิฉัน​สร้าง​ความ​ประทับใจ​ให้​กับ​บาง​คน​อย่าง​ยิ่ง.

เรา​ทราบ​เรื่อง​นี้​ตอน​ที่​ดิฉัน​กับ​ลูก​สาว​ไป​ตาม​บ้าน​ใน​เมือง​มัทราส​หลาย​ปี​ต่อ​มา. สุภาพ​บุรุษ​ชาว​ฮินดู​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​ผู้​พิพากษา​ศาล​สูง​สุด​ได้​กล่าว​โดย​ที่​คำนวณ​อายุ​ดิฉัน​ผิด​ไป​ว่า “ฉัน​รู้​จัก​วารสาร​นี้​ตั้ง​แต่​คุณ​ยัง​ไม่​เกิด​ด้วย​ซ้ำ. สาม​สิบ​ปี​มา​แล้ว​สุภาพสตรี​คน​หนึ่ง​เคย​ยืน​อยู่​ที่​ถนน​เม้าท์​เป็น​ประจำ​และ​เสนอ​วารสาร​เหล่า​นี้.” เขา​ต้องการ​เป็น​สมาชิก​บอกรับ​วารสาร​นี้.

อีก​บ้าน​หนึ่ง​เป็น​ชาว​ฮินดู​วรรณะ​พราหมณ์​ที่​เกษียณ​อายุ​ราชการ​แล้ว​เชิญ​เรา​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​และ​พูด​ว่า “เป็น​เวลา​หลาย​ปี​มา​แล้ว​สุภาพสตรี​คน​หนึ่ง​เคย​เสนอ​วารสาร​หอสังเกตการณ์ บน​ถนน​เม้าท์. ฉัน​จะ​รับ​สิ่ง​ที่​คุณ​เสนอ​เพราะ​เห็น​แก่​ผู้​หญิง​คน​นั้น.” ดิฉัน​อด​ยิ้ม​ไม่​ได้​เพราะ​รู้​ว่า​ผู้​หญิง​ที่​คน​ทั้ง​สอง​เอ่ย​ถึง​ก็​คือ​ตัว​ดิฉัน​เอง.

ได้​รับ​พระ​พร​และ​เข้มแข็ง​ขึ้น

ดิฉัน​แสดง​สัญลักษณ์​ของ​การ​อุทิศ​ตัว​แด่​พระ​ยะโฮวา​ด้วย​การ​รับ​บัพติสมา​ใน​น้ำ​ใน​เดือน​ตุลาคม​ปี 1947. เวลา​นั้น ตลอด​ทั้ง​ประเทศ​มี​เฉพาะ​ดิฉัน​คน​เดียว​ที่​เป็น​สตรี​พยาน​ฯ​ซึ่ง​พูด​ภาษา​ทมิฬ แต่​ปัจจุบัน​นี้​มี​สตรี​ทมิฬ​นับ​ร้อย​ซึ่ง​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา​ที่​ซื่อ​สัตย์​เอา​การ​เอา​งาน.

หลัง​จาก​ที่​ดิฉัน​รับ​บัพติสมา​แล้ว เกิด​การ​ต่อ​ต้าน​ขัด​ขวาง​รอบ​ด้าน. พี่​ชาย​ของ​ดิฉัน​เขียน​จดหมาย​มา​ว่า “เธอ​ได้​ก้าว​เลย​ความ​ถูก​ต้อง​เหมาะ​สม​และ​ขนบธรรมเนียม​ทั้ง​สิ้น.” นอก​จาก​นั้น ดิฉัน​ได้​รับ​การ​ต่อ​ต้าน​จาก​โรง​เรียน​ที่​ดิฉัน​ทำ​งาน​และ​จาก​ชุมชน​ที่​ดิฉัน​อยู่. ทว่า​ดิฉัน​กลับ​ติด​สนิท​ใกล้​ชิด​กับ​พระ​ยะโฮวา​ยิ่ง​ขึ้น​โดย​การ​อธิษฐาน​อย่าง​ไม่​ละลด​และ​ด้วย​ใจ​จริง. หาก​ตื่น​ขึ้น​มา​กลาง​ดึก ดิฉัน​จะ​จุด​ตะเกียง​น้ำมัน​ก๊าด​และ​ศึกษา​ทันที.

เมื่อ​ได้​รับ​การ​เสริม​กำลัง ดิฉัน​จึง​อยู่​ใน​ฐานะ​ดี​กว่า​ที่​จะ​ประโลม​ใจ​และ​ช่วยเหลือ​คน​อื่น ๆ. สตรี​สูง​อายุ​ชาว​ฮินดู​คน​หนึ่ง​ที่​ดิฉัน​ศึกษา​ด้วย​ได้​ยืนหยัด​มั่นคง​ใน​การ​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา. เมื่อ​เธอ​เสีย​ชีวิต สตรี​ใน​บ้าน​อีก​คน​หนึ่ง​กล่าว​ว่า “สิ่ง​ที่​ทำ​ให้​พวก​เรา​มี​ความ​สุข​ก็​คือความ​ภักดี​ของ​เธอ​ที่​มี​ต่อ​พระเจ้า​ผู้​ซึ่ง​เธอ​เลือก​ที่​จะ​นมัสการ​จวบ​จบ​บั้น​ปลาย​ชีวิต​ของ​เธอ.”

สตรี​อีก​คน​หนึ่ง​ที่​ดิฉัน​ศึกษา​ด้วย​ไม่​เคย​ยิ้ม​เลย. ใบ​หน้า​ของ​เธอ​มัก​จะ​สะท้อน​ให้​เห็น​ความ​กังวล​และ​ความ​เศร้า​เสมอ. แต่​ภาย​หลัง​ที่​ได้​สอน​เธอ​เกี่ยว​กับ​พระ​ยะโฮวา ดิฉัน​สนับสนุน​เธอ​ให้​อธิษฐาน​ถึง​พระองค์ เนื่อง​จาก​พระองค์​ทรง​ทราบ​ความ​ทุกข์​ยาก​ของ​เรา​และ​ทรง​ดู​แล​เรา. สัปดาห์​ต่อ​มา​ใบ​หน้า​ของ​เธอ​แล​ดู​ผ่อง​ใส. นับ​เป็น​ครั้ง​แรก​ที่​ดิฉัน​ได้​เห็น​รอย​ยิ้ม​ของ​เธอ. เธอ​อธิบาย​ว่า “ดิฉัน​อธิษฐาน​ถึง​พระ​ยะโฮวา และ​ดิฉัน​มี​สันติ​สุข​ใน​จิตใจ​และ​หัวใจ.” เธอ​อุทิศ​ชีวิต​ของ​เธอ​แด่​พระ​ยะโฮวา​และ​ยัง​คง​ซื่อ​สัตย์​ทั้ง ๆ ที่​มี​อุปสรรค​มาก​มาย.

สมดุล​ต่อ​หน้า​ที่​รับผิดชอบ​ต่าง ๆ

เนื่อง​จาก​ต้อง​ดู​แล​ลูก​เล็ก ๆ สอง​คน ดิฉัน​รู้สึก​ว่า​ความ​ปรารถนา​ที่​จะ​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​เต็ม​เวลา​ฐานะ​เป็น​ไพโอเนียร์​ไม่​อาจ​เป็น​จริง​ขึ้น​มา​ได้. แต่​แล้ว​ก็​มี​การ​รับใช้​อีก​ทาง​หนึ่ง​ที่​เปิด​ออก​เมื่อ​มี​ความ​ต้องการ​ผู้​แปล​สรรพหนังสือ​ทาง​พระ​คัมภีร์​เป็น​ภาษา​ทมิฬ. ด้วย​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา​ดิฉัน​จึง​สามารถ​รับผิดชอบ​งาน​ที่​ได้​รับ​มอบหมาย​นี้ และ​ใน​ขณะ​เดียว​กัน​ทำ​งาน​เป็น​ครู​ซึ่ง​เป็น​งาน​ประจำ ดู​แล​ลูก ๆ ทำ​งาน​บ้าน เข้า​ร่วม​การ​ประชุม​ทุก​รายการ และ​ร่วม​งาน​เทศนา​ประกาศ. ใน​ที่​สุด เมื่อ​ลูก ๆ โต​ขึ้น ดิฉัน​จึง​ได้​เป็น​ไพโอเนียร์​พิเศษ นับ​เป็น​สิทธิ​พิเศษ​ที่​ให้​ความ​ยินดี​ตลอด 33 ปี​ที่​ผ่าน​มา.

แม้​เมื่อ​ซันเดอร์​และ​รัตนา​ยัง​เยาว์​วัย​อยู่ ดิฉัน​พยายาม​ปลูกฝัง​ความ​รัก​ต่อ​พระ​ยะโฮวา​และ​ความ​ปรารถนา​ที่​จะ​เอา​ใจ​ใส่​ผล​ประโยชน์​ของ​พระองค์​เป็น​สิ่ง​แรก​ใน​ทุก​แง่​มุม​แห่ง​ชีวิต​ของ​พวก​เขา. พวก​เขา​รู้​ว่า​บุคคล​แรก​ที่​เขา​ควร​จะ​พูด​ด้วย​เมื่อ​ตื่น​ขึ้น​คือ​พระ​ยะโฮวา และ​พระองค์​ต้อง​เป็น​คน​สุด​ท้าย​ที่​เขา​ควร​จะ​คุย​ด้วย​ก่อน​จะ​เข้า​นอน. และ​พวก​เขา​รู้​ด้วย​ว่า​ไม่​ควร​มอง​ข้าม​การ​เตรียม​ตัว​เพื่อ​เข้า​ร่วม​ประชุม​และ​ร่วม​การ​ประกาศ เพียง​เพราะ​มี​การ​บ้าน​ที่​ได้​จาก​โรง​เรียน. ขณะ​ที่​ดิฉัน​สนับสนุน​พวก​เขา​ให้​ทำ​ให้​ดี​ที่​สุด​ใน​การ​ศึกษา​เล่า​เรียน แต่​ก็​ไม่​เคย​เรียก​ร้อง​ให้​เขา​ทำ​คะแนน​สูง ๆ เพราะ​กลัว​ว่า​เขา​จะ​ให้​สิ่ง​นั้น​เป็น​สิ่ง​สำคัญ​ที่​สุด​ใน​ชีวิต​ของ​เขา.

หลัง​จาก​ที่​พวก​เขา​รับ​บัพติสมา เขา​ใช้​ช่วง​ปิด​เทอม​เป็น​ไพโอเนียร์. ดิฉัน​สนับสนุน​รัตนา​เพื่อ​จะ​เป็น​คน​กล้า​หาญ ไม่​เก็บ​ตัว​และ​ขี้อาย​ดัง​ที่​ดิฉัน​เคย​เป็น. เมื่อ​เสร็จ​การ​ศึกษา​มัธยม​ปลาย​และ​การ​อบรม​ด้าน​ธุรกิจ เธอ​เริ่ม​เป็น​ไพโอเนียร์​และ​ต่อ​มา​ก็​เป็น​ไพโอเนียร์​พิเศษ. ต่อ​มา​เธอ​แต่งงาน​กับ​ริชาร์ด กาเบรียล​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ดู​แล​เดิน​ทาง ซึ่ง​เดี๋ยว​นี้​รับใช้​ฐานะ​ผู้​ประสาน​งาน​คณะ​กรรมการ​สาขา​ของ​สมาคม​วอชเทาเวอร์​ที่​อินเดีย. พวก​เขา​และ​อาบิเกล​ลูก​สาว​ของ​เขา​รับใช้​เต็ม​เวลา ณ สำนักงาน​สาขา​ที่​อินเดีย และ​แอนดรู​ลูก​ชาย​ของ​เขา​เป็น​ผู้​ประกาศ​ข่าว​ดี.

อย่าง​ไร​ก็​ดี ตอน​ที่​ซันเดอร์​อายุ​ราว 18 ปี เขา​ทำ​ให้​ดิฉัน​ช้ำ​ใจ​เมื่อ​เขา​เลิก​คบหา​กับ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. หลาย​ปี​ต่อ​มา​เป็น​เวลา​ที่​ดิฉัน​ทุกข์​ใจ​อย่าง​ยิ่ง. ดิฉัน​เพียร​อ้อน​วอน​พระ​ยะโฮวา​เพื่อ​ขอ​ทรง​ยก​โทษ​ให้​ไม่​ว่า​ความ​ผิด​ใด ๆ ก็​ตาม​ที่​ดิฉัน​อาจ​ได้​ทำ​ลง​ไป​ขณะ​ที่​เลี้ยง​ดู​เขา​และ​ขอ​ทรง​ให้​สติ​ซันเดอร์​เพื่อ​เขา​จะ​กลับ​มา. แต่​แล้ว เมื่อ​เวลา​ผ่าน​ไป ดิฉัน​สูญ​สิ้น​ความ​หวัง​ทุก​อย่าง. และ​แล้ว​วัน​หนึ่ง หลัง​จาก​เวลา 13 ปี​เขา​กลับ​มา​และ​บอก​ดิฉัน​ว่า “แม่​ครับ ไม่​ต้อง​ห่วง​ผม ทุก​อย่าง​จะ​เรียบร้อย.”

ไม่​นาน​จาก​นั้น​ซันเดอร์​ออก​ความ​พยายาม​เป็น​พิเศษ​เพื่อ​อาวุโส​ขึ้น​ฝ่าย​วิญญาณ. เขา​ก้าว​หน้า​จน​ถึง​ขั้น​เป็น​ที่​ไว้​วางใจ​ให้​เป็น​ผู้​ดู​แล​ประชาคม​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ต่อ​มา​เขา​ออก​จาก​งาน​ที่​ให้​ค่า​จ้าง​สูง​เพื่อ​จะ​เป็น​ไพโอเนียร์. ขณะ​นี้​เขา​และ​เอสเธอร์​ภรรยา​ของ​เขา​รับใช้​งาน​นี้​ด้วย​กัน​ใน​เมือง​บังกาลอร์​ทาง​ภาค​ใต้​ของ​อินเดีย.

การ​ปลอบ​ประโลม​ชั่ว​ชีวิต

ดิฉัน​มัก​จะ​ขอบพระคุณ​พระ​ยะโฮวา​เสมอ​สำหรับ​การ​ทรง​ยอม​ให้​ดิฉัน​ผ่าน​การ​หล่อ​หลอม​ด้วย​อุปสรรค​และ​ความ​ทุกข์​เป็น​เวลา​หลาย​ปี. หาก​ไม่​ได้​รับ​ประสบการณ์​ต่าง ๆ เหล่า​นั้น ดิฉัน​อาจ​จะ​ไม่​ได้​รับ​สิทธิ​พิเศษ​อัน​ล้ำ​ค่า​ที่​ได้​ชิม​คุณ​ความ​ดี ความ​เมตตา​กรุณา และ​การ​สำแดง​ความ​รัก​และ​การ​เอา​พระทัย​ใส่​อย่าง​อ่อนโยน​ของ​พระองค์​ถึง​ขนาด​นี้. (ยาโกโบ 5:11) ช่าง​อบอุ่น​หัวใจ​ที่​จะ​อ่าน​ใน​พระ​คัมภีร์​ถึง​ความ​เอา​พระทัย​ใส่​และ​ความ​ห่วงใย​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​มี​ต่อ “ลูก​กำพร้า​และ​หญิงม่าย.” (พระ​บัญญัติ 24:19-21) ทว่า​ไม่​มี​สิ่ง​ใด​จะ​เทียบ​ได้​กับ​ความ​ประเล้าประโลม​และ​ความ​สบาย​ใจ​ที่​ได้​ประสบ​ความ​ใฝ่​พระทัย​และ​ความ​ห่วงใย​จาก​พระองค์​จริง ๆ.

ดิฉัน​เรียน​รู้​ที่​จะ​ให้​ความ​มั่น​ใจ​และ​ความ​วางใจ​ทั้ง​สิ้น​ใน​พระองค์ ไม่​หมาย​พึ่ง​ความ​คิด​ของ​ดิฉัน​เอง แต่​รับ​พระองค์​ให้​เข้า​ส่วน​ใน​ทุก​วิถี​ทาง​ของ​ดิฉัน. (บทเพลง​สรรเสริญ 43:5; สุภาษิต 3:5, 6) ขณะ​ที่​เป็น​แม่​ม่าย​สาว ดิฉัน​อธิษฐาน​ถึง​พระเจ้า​เพื่อ​ขอ​การ​ปลอบ​ประโลม​ใจ​จาก​พระ​วจนะ​ของ​พระองค์. มา​ตอน​นี้ ใน​วัย 68 ปี ดิฉัน​พูด​ได้​อย่าง​แท้​จริง​ว่า​การ​เข้าใจ​พระ​คัมภีร์​และ​นำ​คำ​แนะ​นำ​นั้น​ไป​ใช้ ทำ​ให้​ดิฉัน​ได้​รับ​การ​ปลอบ​ประโลม​ใจ​สุด​ที่​จะ​ประมาณ.

[รูปภาพ​ของ ลิลี อาร์เธอร์ หน้า 25]

[รูปภาพ​หน้า 26]

ลิลี อาร์เธอร์​พร้อม​กับ​สมาชิก​ครอบครัว​ของ​เธอ