ไทย
ธุรกิจบันเทิงเคยเป็นพระเจ้าของผม
/assets/ct/a63ae92c98/images/syn_placeholder_sqr.png
ต93 8/11 น. 12-16
ธุรกิจบันเทิงเคยเป็นพระเจ้าของผม

ธุรกิจ​บันเทิง​เคย​เป็น​พระเจ้า​ของ​ผม

เสียง​ปรบ​มือ​กึกก้อง​ยาว​นาน​เป็น​เสียง​ที่​ไพเราะ​เสนาะ​หู​ของ​ผม. เสียง​นั้น​ทำ​ให้​ผม​มี​กำลังใจ ทำ​ให้​การ​ฝึก​ซ้อม​หลาย​ชั่วโมง​นับ​ไม่​ถ้วน​นั้น​ดู​คุ้มค่า. ผม​เป็น​นัก​แสดง​กายกรรม​กลาง​เวหา และ​หลงใหล​คลั่งไคล้​กับ​ความ​สำเร็จ.

ส่วน​ของ​การ​แสดง​ของ​ผม​ก็​คือ​การ​ตีลังกา​ข้าม​หลัง​ช้าง, การ​ยืน​ด้วย​ศีรษะ​บน​เสา​ที่​เลี้ยง​ประคอง​โดย​ไหล่​ของ​ชาย​อีก​คน​หนึ่ง​อย่าง​น่า​หวาด​เสียว, การ​แสดง​กล​ที่​สลับ​ซับซ้อน, และ​การ​เรียก​เสียง​หัวเราะ​จาก​ผู้​ชม​ใน​ฐานะ​ตัว​ตลก.

นั่น​เป็น​เวลา​กว่า 45 ปี​มา​แล้ว ตอน​ผม​อายุ​ได้​เพียง 17 ปี. เดี๋ยว​นี้ ผม​รู้สึก​พิศวง​ใน​สมรรถภาพ​ของ​ร่าง​กาย​วัย​หนุ่ม​อัน​กระฉับกระเฉง​ที่​สามารถ​แสดง​ผาด​โผน​จาก​การ​ฝึก​หัด​อย่าง​มี​ระเบียบ​วินัย​และ​มี​กฎเกณฑ์​เข้มงวด​ใน​การ​ดำเนิน​ชีวิต​อย่าง​ระมัดระวัง. แทบ​จะ​กล่าว​ได้​ว่า​ธุรกิจ​บันเทิง​กลาย​เป็น​ชีวิต​จิตใจ​ของ​ผม, พระเจ้า​ของ​ผม, และ​เป็น​อยู่​เช่น​นั้น​นาน​กว่า 20 ปี.

การ​เข้า​สู่​วงการ​ละคร​สัตว์

ผม​เกิด​ใน​เมือง​เค็ม​พ์​ซี รัฐ​นิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย. เรา​ยาก​จน—บ้าน​ของ​เรา​มี​กระสอบ​ข้าว​โพด​ที่​ทา​ด้วย​สี​ขาว​เป็น​ผนัง​ห้อง​และ​เศษ​สังกะสี​เก่า​เป็น​หลังคา. ไม่​กี่​ปี​ต่อ​มา เรา​ย้าย​ลึก​ลง​ไป​ทาง​ใต้​อีก ถึง​เมือง​ทารี. ครอบครัว​ของ​เรา​ไม่​ได้​เคร่ง​ศาสนา แม้​ว่า​เรา​จะ​เป็น​สมาชิก​ใน​นาม​ของ​นิกาย เชิร์ช ออฟ ไครสต์ ก็​ตาม.

ใน​ปี 1939 คุณ​พ่อ​ของ​ผม​เข้า​รับ​ราชการ​ทหาร. คุณ​แม่​จึง​เก็บ​เสื้อ​ผ้า​ของ​เรา​ซึ่ง​เป็น​สมบัติ​อย่าง​เดียว​ที่​มี​อยู่ แล้ว​ย้าย​ไป​ซิดนีย์ พร้อม​ด้วย​พี่​สาว​น้อง​สาว​สาม​คน​และ​ผม. ที่​นั่น ผม​ได้​เข้า​โรง​เรียน​ฝึก​นัก​กายกรรม​และ​แสดง​ความ​สามารถ​ที่​มี​อยู่​ใน​ตัว​ออก​มา​อย่าง​น่า​ประหลาด. ใน​เวลา​ไม่​กี่​เดือน ผม​กลาย​เป็น​นัก​กายกรรมที่​เชี่ยวชาญ. ครั้น​แล้ว​ใน​ปี 1946 ผม​ได้​รับ​ข้อ​เสนอ​ให้​ทำ​งาน​ใน​คณะ​ละคร​สัตว์​เพื่อ​ฝึก​เป็น​นัก​กายกรรม​กลาง​เวหา.

ละคร​สัตว์​คณะ​นั้น​แสดง​ไม่​ซ้ำ​เมือง​แทบ​ทุก​คืน. ฝูง​ชน​มา​ชม​ความ​ตื่น​ตา​ตื่น​ใจ​ของ​ละคร​สัตว์ แต่​แน่นอน สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ไม่​เห็น​คือ​การ​ต่อย​ตี​กัน​และ​เสียง​เอะอะ​โวยวาย​จาก​การ​เมา​สุรา​ที่​มี​อยู่​หลัง​ฉาก. พวก​เขา​ยัง​ไม่​รู้​ถึง​พฤติกรรม​ที่​หละหลวม​ทาง​ศีลธรรม​ของ​นัก​แสดง​หลาย​คน​ที่​พวก​เขา​ชื่น​ชอบ​กัน​อย่าง​มาก.

ผม​ไป​งาน​เลี้ยง​เป็น​ประจำ​และ​ดู​เหมือน​ว่า​มี​ส่วน​พัวพัน​ใน​การ​ชก​ต่อย​กัน​เสมอ. ผม​ดีใจ​ที่​ไม่​เคย​ชอบ​การ​ดื่ม​จัด. ผม​ยัง​หลีก​เลี่ยง​การ​ใช้​ภาษา​หยาบคาย และ​ทน​ไม่​ได้​ที่​ได้​ยิน​ใคร​พูด​คำ​สบถ​ต่อ​หน้า​ผู้​หญิง. นั่น​เป็น​สาเหตุ​หลาย​ครั้ง​ที่​ทำ​ให้​ผม​มี​ส่วน​ใน​การ​ชก​ต่อย.

ใน​เมือง​ใหญ่ ๆ ทุก​เมือง​ที่​เรา​แสดง จะ​มี​การ​ส่ง​คน​ไป​หา​บาทหลวง​คาทอลิก​ท้องถิ่น พร้อม​ด้วย​บัตร​เข้า​ชม​ฟรี​สำหรับ​บาทหลวง และ​มี​การ​บริจาค​ให้​ทาง​โบสถ์. ถือ​กัน​ว่า​การ​ทำ​เช่น​นี้​นำ​โชค​มา​ให้ ทั้ง​ทำ​ให้​มั่น​ใจ​ว่า​ละคร​สัตว์​จะ​มี​ผู้​เข้า​ชม​มาก​มาย.

เปลี่ยน​เป็น​การ​แสดง​เบ็ดเตล็ด

ใน​ปี 1952 นัก​แสดง​เบ็ดเตล็ด​บาง​คน​บอก​ผม​ว่า​วิธี​ที่​จะ​ทำ​เงิน​มาก​ขึ้น​และ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ยิ่ง​ขึ้น​คือ​การ​แสดง​เบ็ดเตล็ด. ดัง​นั้น ผม​จึง​เริ่ม​การ​แสดง​เบ็ดเตล็ด​หลาย​หลาก​ด้วย​การ​ท่อง​เที่ยว​ไป​ตาม​ที่​ต่าง ๆ. จาก​นั้น ผม​ก็​เวียน​แสดง​ตาม​ไนต์คลับ และ​ใน​ที่​สุด​ก็​ได้​แสดง​ตาม​โรง​ละคร​ชั้น​นำ​หลาย​แห่ง​ใน​ออสเตรเลีย​และ​นิวซีแลนด์. ผม​ปรากฏ​ตัว​พร้อม​กับ​นัก​แสดง​ชื่อ​ดัง ใน​ขณะ​เดียว​กัน​ก็​สร้าง​ชื่อเสียง​โด่งดัง​ให้​ตัว​เอง​ใน​ฐานะ​นัก​แสดง​กล​และ​นัก​กายกรรม.

ผม​รู้สึก​ว่า​การ​เปลี่ยน​มา​แสดง​เบ็ดเตล็ด​เป็น​การ​เลือก​ที่​ถูก​ต้อง แต่​ผม​ผิด​หวัง​ที่​ว่า งาน​เลี้ยง​ต่าง ๆ, การ​ผิด​ศีลธรรม, และ​การ​ดื่ม​จัด​ใน​วงการ​แสดง​เบ็ดเตล็ด​นั้น​แย่​ยิ่ง​กว่า​ใน​คณะ​ละคร​สัตว์. ตอน​นี้ ผม​ต้อง​ติด​ต่อ​กับ​พวก​รัก​ร่วม​เพศ​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง. การ​ใช้​ยา​เสพย์ติด​ก็​เริ่ม​ปรากฏ​ให้​เห็น แต่​ผม​ดีใจ​ที่​ไม่​เคย​เข้า​ไป​พัวพัน​กับ​สิ่ง​เหล่า​นั้น.

ผม​มี​แต่​คิด​เรื่อง​สร้าง​ชื่อเสียง​ให้​กับ​ตน​เอง​และ​ปรับ​ปรุง​การ​แสดง​ให้​ดี​ขึ้น. ธุรกิจ​บันเทิง​และ​การ​สรรเสริญ​เยินยอ​ที่​ได้​รับ​เป็น​สิ่ง​เดียว​ที่​ผม​อยาก​ได้. สิ่ง​เหล่า​นี้​ช่วย​ให้​ผม​ได้​สม​ตาม​ความ​ปรารถนา. ผม​ถึง​กับ​ปลง​ใจ​ว่า​จะ​ไม่​มี​วัน​แต่งงาน. สำหรับ​ผม​แล้ว​ไม่​ต้องการ​รับผิดชอบ​ใด ๆ—ผม​กำลัง​สนุก​เหลือ​เกิน. ธุรกิจ​บันเทิง​เป็น​พระเจ้า​ของ​ผม. แต่​แผนการ​ที่​วาง​ไว้​อย่าง​เลิศ​ลอย​ก็​ล้มเหลว​เสีย​ได้.

การ​สมรส

วัน​หนึ่ง ขณะ​ที่​ผม​กำลัง​หา​นัก​เต้น​ระบำ​ปลาย​เท้า​หญิง​ที่​มี​ความ​สามารถ​เพื่อ​ร่วม​ใน​การ​แสดง​เบ็ดเตล็ด​ไป​ตาม​ที่​ต่าง ๆ ผม​ได้​พบ​หญิง​สาว​ที่​สวย​ที่​สุด​คน​หนึ่ง​เท่า​ที่​ผม​เคย​เห็น​มา. เธอ​ชื่อ​โรบิน. เธอ​ไม่​ได้​เป็น​นัก​เต้น​ระบำ​ปลาย​เท้า​ที่​เก่ง​กาจ​เท่า​นั้น แต่​ยัง​เป็น​นัก​ดัด​ตน​ตัว​ยง​อีก​ด้วย. ผม​ปีติ​ยินดี​ที่​เธอ​เต็ม​ใจ​รับ​งาน​นี้​และ​ได้​มา​เป็น​เพื่อน​ร่วม​กับ​ผม​ใน​การ​แสดง​คู่​ที่​ประสบ​ความ​สำเร็จ. ห้า​เดือน​ต่อ​มา ใน​เดือน​มิถุนายน 1957 เรา​แต่งงาน​กัน. ต่อ​จาก​นั้น​เป็น​เวลา​สาม​ปี เรา​ทำ​งาน​ตาม​ไนต์คลับ, ร่วม​แสดง​ตาม​ที่​ต่าง ๆ, และ​ออก​โทรทัศน์.

หลัง​จาก​ที่​เรา​แต่งงาน​แล้ว เรา​เก็บ​ตัว​และ​หลีก​เลี่ยง​การ​คบหา​กับ​นัก​แสดง​อื่น ๆ ใน​งาน​สังคม​มาก​เท่า​ที่​จะ​มาก​ได้. แม้​แต่​เมื่อ​ไป​แสดง​ตาม​ไนต์คลับ​ต่าง ๆ ผม​จะ​ทำ​ให้​แน่​ใจ​ว่า​โรบิน​อยู่​ใน​ห้อง​แต่ง​ตัว​จน​กว่า​จะ​ถึง​เวลา​ที่​เรา​ต้อง​ขึ้น​เวที. ตัว​ตลก​พูด​เรื่อง​ตลก​ที่​หยาบ​โลน และ​นัก​ดนตรี​บาง​คน​ใช้​ยา​เสพย์ติด. คน​พวก​นี้​ส่วน​ใหญ่​แล้ว​ดื่ม​เหล้า​เป็น​กิจวัตร​และ​ใช้​ภาษา​หยาบคาย.

ทำ​งาน​ใน​ต่าง​ประเทศ

ใน​ปี 1960 เรา​ได้​รับ​สัญญา​ว่า​จ้าง​ให้​ไป​แสดง​ต่าง​ประเทศ. ‘นี่​เป็น​โอกาส​ทอง​ของ​เรา​แล้ว’ ผม​คิด. แต่ ใน​ตอน​นี้​เรา​มี​ลูก​สาว​ตัว​น้อย ๆ คือ​จูลี ที่​ต้อง​คิด​ถึง. กระนั้น ผม​ก็​หอบ​หิ้ว​ครอบครัว​ไป​ทั่ว​ตะวัน​ออก​ไกล มี​ชีวิต​อยู่​กับ​การ​เดิน​ทาง ซึ่ง​บาง​ครั้ง​แสดง​ถึง​ห้า​รอบ​ต่อ​คืน. เป็น​เช่น​นี้​นาน​กว่า​หนึ่ง​ปี และ​จาก​นั้น เรา​ก็​กลับ​ออสเตรเลีย.

เนื่อง​จาก​การ​แสดง​ของ​เรา​ได้​บรรลุ​ถึง​ระดับ​นานา​ชาติ ดัง​นั้น​จึง​เป็น​ที่​ต้องการ​มาก. แต่​มี​โอกาส​จำกัด​ใน​ออสเตรเลีย​เพราะ​มี​ประชากร​จำนวน​น้อย​เมื่อ​เทียบเคียงกัน​แล้ว. ดัง​นั้น​ใน​ปี 1965 เรา​จึง​ไป​ต่าง​ประเทศ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง. คราว​นี้ เรา​ไม่​ได้​มี​เพียง​จูลี แต่​มี​ลูก​สาว​ตัว​น้อย ๆ อีก​คน​หนึ่ง​คือ อะแมนดา. ใน​ช่วง​ห้า​ปี​ต่อ​มา เรา​ทำ​งาน​ใน 18 ประเทศ​ด้วย​กัน.

ผม​ทำ​ให้​ครอบครัว​ตก​เข้า​สู่​ความ​ยุ่งยาก​อัน​น่า​หวาด​หวั่น​เนื่อง​จาก​ความ​คิด​ฝัง​หัว​ที่​ต้องการ​ทำ​อะไร​ให้​ได้​ดี​ที่​สุด. คราว​หนึ่ง​ผม​จ้าง​ชาย​คน​หนึ่ง​ให้​ถือ​ปืน​ลูกปราย ยืน​เฝ้า​ป้องกัน​ลูก ๆ ของ​เรา​ซึ่ง​อยู่​ห่าง​จาก​ที่​เรา​กำลัง​แสดง​อยู่​เพียง 60 เมตร​เท่า​นั้น. บ่อย​ครั้ง ผม​โต้​แย้ง​กับ​เจ้าของ​ไนต์คลับ​ซึ่ง​ต้องการ​ให้​โรบิน​นั่ง​กับ​แขก​เพื่อ​คะยั้นคะยอ​แขก​ให้​ดื่ม​เหล้า แต่​พวก​สำมะเลเทเมา​ดัง​กล่าว​คาด​หมาย​มาก​กว่า​นั้น. เรา​ทำ​งาน​ตาม​ไนต์คลับ​กับ​พวก​เต้น​ระบำ​เปลื้อง​ผ้า, โสเภณี, และ​พวก​รัก​ร่วม​เพศ ซึ่ง​บาง​คน​ใน​พวก​นั้น​ยื่น​ข้อ​เสนอ​ลามก​อนาจาร​ให้​ผม​หรือ​ไม่​ก็​ภรรยา. และ​พวก​นัก​ดนตรี​ใน​วง​ร็อก​มัก​จะ​มึน​เมา​ยา​เสพย์ติด.

ใน​ระหว่าง​ที่​เรา​เดิน​ทาง ผม​มี​เวลา​มาก​มาย​ใน​ช่วง​กลางวัน​สำหรับ​การ​เที่ยว​ชม​โน่น​ชม​นี่. ผม​ไป​เที่ยว​เป็น​ประจำ​ตาม​สวน​สัตว์, สุเหร่า, วัด, โบสถ์, หรือ​ใน​ที่​ที่​มี​เทศกาล​ทาง​ศาสนา. ผม​ไป​ใน​ที่​เหล่า​นี้​เนื่อง​จาก​อยาก​รู้​อยาก​เห็น ไม่​ใช่​เพราะ​มี​ใจ​เอนเอียง​ไป​ใน​ทาง​ศาสนา​แต่​อย่าง​ใด. ผม​ประหลาด​ใจ​ที่​มี​การ​นมัสการ​หลาย​สิ่ง​หลาย​อย่าง. มี​รูป​ปั้น​ของ​คน​ซึ่ง​มี​หัว​เป็น​สัตว์ และ​สัตว์​ซึ่ง​มี​หัว​เป็น​คน​ทั้ง​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง. ใน​ประเทศ​หนึ่ง ผู้​คน​ถึง​กับ​นมัสการ​อวัยวะ​เพศ​ของ​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง คง​เชื่อ​กัน​ว่า​การ​ทำ​เช่น​นี้​จะ​เพิ่ม​ความ​สามารถ​ใน​ทาง​เพศ​และ​การ​สืบ​พันธุ์​ของ​ผู้​ที่​นมัสการ.

ใน​อีก​ประเทศ​หนึ่ง เด็ก​ชาย​และ​ผู้​ชาย​ที่​โต​แล้ว​จะ​เอา​มีด​สาม​คม​สับ​หลัง​ของ​ตน​เอง​จน​กระทั่ง​เลือด​ไหล. วัน​ที่​ผม​อยู่​ใน​ประเทศ​นั้น ชาย​สาม​คน​เสีย​ชีวิต​เนื่อง​จาก​เลือด​ออก​มาก​เกิน​ไป. ใน​โบสถ์​ซึ่ง​เป็น​ที่​รู้​จัก​กัน​ดี​แห่ง​หนึ่ง ผม​รู้สึก​ขยะแขยง​ที่​เห็น​หีบ​สารภาพ​บาป​ติด​ป้าย​ว่า “สารภาพ​หนึ่ง​ครั้ง 1 ฟรังก์; สารภาพ​สอง​ครั้ง 2 ฟรังก์; สารภาพ​สาม​ครั้ง 2.50 ฟรังก์.” ผม​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ถ้า​นั่น​คือ​ศาสนา ผม​ไม่​ขอ​ร่วม​ด้วย​หรอก!’

กลับ​ออสเตรเลีย

ใน​ปี 1968 เรา​ส่ง​จูลี​กลับ​บ้าน แต่​สำหรับ​พวก​เรา​ที่​เหลือ​อยู่​ต้อง​ใช้​เวลา​อีก 18 เดือน​เพื่อ​เก็บ​เงิน​ให้​พอ​จ่าย​ค่า​โดยสาร​กลับ​บ้าน. ใน​ปี 1970 เรา​มา​ถึง​บ้าน​พร้อม​ด้วย​เงิน​หรือ​ชื่อเสียง​เพียง​เล็ก​น้อย​อัน​เป็น​ผล​จาก​งาน​หนัก​ของ​เรา. เงิน​ส่วน​ใหญ่​หมด​ไป​กับ​เครื่อง​แต่ง​ตัว, โน้ต​เพลง, การ​เดิน​ทาง, ที่​พัก, และ​เอเย่น​ต์​ที่​ทุจริต​คด​โกง. ที่​เรา​มี​ก็​แค่​อุปกรณ์​ที่​ใช้​แสดง​บน​เวที​และ​สิ่ง​ที่​สามารถ​นำ​ใส่​กระเป๋า​เดิน​ทาง​ของ​เรา​ได้.

หลัง​จาก​กลับ​ออสเตรเลีย ผม​ขยาย​กิจการ​ใหญ่​ขึ้น​และ​ได้​กลาย​เป็น​เอเย่น​ต์​ติด​ต่อ​งาน​แสดง​เอง. ผม​ได้​รับ​สัญญา​ว่า​จ้าง​ให้​เป็น​ตัว​ตลก​ใน​ละคร​เรื่อง​ยาว​ทาง​โทรทัศน์​ซึ่ง​มี​ชื่อ​ว่า เดอะ เยลโลว์ เฮาส์. ผม​เขียน​และ​ผลิต​การ​แสดง​ละคร​ใบ้​และ​ละคร​ตลก​ของ​เด็ก​ให้​กับ​สโมสร​ต่าง ๆ ขณะ​เดียว​กัน​ผม​ยัง​คง​แสดง​กับ​โรบิน​ต่อ​ไป. ธุรกิจ​บันเทิง​ยัง​คง​เป็น​พระเจ้า​ของ​ผม. โรบิน​และ​ลูก ๆ เริ่ม​ได้​รับ​ความ​เสียหาย เพราะ​ผม​ไม่​ได้​แสดง​บทบาท​สามี​หรือ​พ่อ.

ข้อ​ท้าทาย​ของ​ศาสนา

วัน​หนึ่ง แม่ยาย​ของ​ผม​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​กับ​เรา เอา​หนังสือ ความ​จริง​ซึ่ง​นำ​ไป​สู่​ชีวิต​ถาวร มา​ให้​โรบิน​ดู. “ลอง​อ่าน​ดู​ซิ” เธอ​บอก. “เกี่ยว​กับ​ศาสนา แต่​เป็น​ศาสนา​ที่​ต่าง​ออก​ไป.” โรบิน​ปฏิเสธ โดย​บอก​ว่า​จาก​สิ่ง​ที่​ได้​เห็น​ใน​ต่าง​ประเทศ​ทำ​ให้​เธอ​ไม่​สนใจ​ศาสนา. อย่าง​ไร​ก็​ตาม คุณ​แม่​ของ​เธอ​ไม่​เลิก​รา. คุณ​แม่​ตาม​โรบิน​อยู่​สัปดาห์​หนึ่ง โดย​รบเร้า​ว่า​เธอ​จะ​ต้อง​อ่าน​หนังสือ​เล่ม​นั้น​ให้​ได้. ใน​ที่​สุด โรบิน​ยอม​แพ้ เพียง​เพื่อ​ให้​คุณ​แม่​ของ​เธอ​สบาย​ใจ.

ราว​กับ​ว่า​ใน​ทันใด​นั้น​ตา​ของ​โรบิน​เปิด​ออก เธอ​อธิบาย​ใน​ภาย​หลัง. เธอ​รู้สึก​ประทับใจ​ใน​คำ​ตอบ​สำหรับ​คำ​ถาม​มาก​มาย​ที่​เธอ​มี จน​เธอ​อยาก​รู้​มาก​ขึ้น​อีก. สอง​สัปดาห์​ต่อ​มา คุณ​แม่​ของ​เธอ​จัดแจง​ให้​พยาน​พระ​ยะโฮวา​สอง​คน​มา​เยี่ยม​ที่​บ้าน​ของ​เรา. หลัง​จาก​มา​เยี่ยม​ได้​สอง​สาม​ครั้ง พวก​เขา​ก็​เชิญ​เรา​ไป​ยัง​การ​ประชุม​ใหญ่​ซึ่ง​จัด​ขึ้น​ใกล้ ๆ. ผม​ไป​อย่าง​เสีย​ไม่​ได้. แท้​จริง ผม​รู้สึก​ประทับใจ​ถึง​ขนาด​ที่​ว่า​เรา​เริ่ม​เข้า​ร่วม​การ​ประชุม​ต่าง ๆ ที่​หอ​ประชุม​ของ​พยาน​ฯ.

กระนั้น ธุรกิจ​บันเทิง​ยัง​คง​เป็น​พระเจ้า​ของ​ผม ดัง​นั้น​ใน​ไม่​ช้า​ผม​ก็​ตระหนัก​ว่า ผม​กับ​พวก​พยาน​ฯ​ไป​กัน​ไม่​ได้. อย่าง​ไร​ก็​ตาม โรบิน​ต้องการ​เรียน​รู้​ความ​จริง​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ต่อ​ไป แม้​ผม​จะ​ไม่​เรียน​ก็​ตาม. ผม​รู้สึก​เดือดดาล. ผม​คิด​ว่า ‘คน​พวก​นี้​มี​สิทธิ​อะไร​ที่​เข้า​มา​ยุ่ง​เรื่อง​ของ​ผม​กับ​ภรรยา โดย​เอา​สิ่ง​ไร้​สาระ​ทาง​ศาสนา​มา​ใส่​สมอง​ของ​เธอ?’

แม้​ผม​ขู่​ว่า​จะ​ทำ​ให้​ชีวิต​สมรส​ขาด​สะบั้น​แต่​ก็​ไร้​ผล. โรบิน​ยัง​คง​แน่วแน่​และ​ศึกษา​ต่อ​ไป. เธอ​ถึง​กับ​เริ่ม​ออก​ไป​พูด​คุย​กับ​คน​อื่น ๆ ตาม​บ้าน​เกี่ยว​กับ​ความ​เชื่อ​ของ​เธอ. ผม​ทน​ไม่​ได้​อีก​ต่อ​ไป เมื่อ​เธอ​บอก​ผม​ว่า​เธอ​ต้องการ​รับ​บัพติสมา​และ​เป็น​พยาน​ฯ​ที่​อุทิศ​ตัว. อย่าง​ไร​ก็​ตาม เธอ​ได้​รับ​คำ​แนะ​นำ​ให้​คอย​จน​กระทั่ง​เลิก​ทำ​งาน​ธุรกิจ​บันเทิง​เสีย​ก่อน.

‘อะฮ้า!’ ผม​คิด. ‘ผม​ชนะ​แล้ว. พวก​เขา​คง​ไม่​อยาก​ได้​เธอ. เธอ​จะ​ไม่​มี​วัน​เลิก​การ​แสดง.’ แต่​ผม​คิด​ผิด. โรบิน​ให้​เวลา​ผม​หนึ่ง​ปี เธอ​บอก​ว่า​หลัง​จาก​นั้น​เธอ​จะ​เลิก. ผม​หัวเราะ โดย​เชื่อ​ว่า​เธอ​จะ​ไม่​มี​วัน​ทิ้ง​การ​แสดง​ซึ่ง​เธอ​ชอบ​มาก. แต่​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ผม​คิด​ผิด​ถนัด. หนึ่ง​ปี​ต่อ​มา เธอ​หัน​หลัง​ให้​กับ​ธุรกิจ​บันเทิง​และ​รับ​บัพติสมา. ส่วน​จูลี ลูก​สาว​ของ​เรา​และ​คุณ​แม่​ของ​โรบิน​ก็​รับ​บัพติสมา​เช่น​กัน.

ผม​ต่อ​สู้​กับ​ความ​จริง

หลัง​จาก​นั้น ผม​ว่า​ร้าย​โรบิน​ต่าง ๆ นานา โดย​บอก​เธอ​ว่า​เธอ​ทำ​ให้​ผม​ผิด​หวัง เธอ​ไม่​ได้​สนใจ​ใน​ตัว​ผม. “ธุรกิจ​บันเทิง​เป็น​ชีวิต​จิตใจ​ของ​ผม. ไม่​มี​อะไร​อีก​แล้ว​ที่​ผม​จะ​ทำ​ได้” ผม​โอด​ครวญ. “ปัญหา​ยุ่งยาก​ของ​ผม​เป็น​ความ​ผิด​ของ​คุณ​คน​เดียว.” ผม​ถึง​กับ​ขู่​จะ​ทำ​ร้าย​ร่าง​กาย​พวก​พยาน​ฯ​ซึ่ง​ผม​โทษ​พวก​เขา​ว่า​เป็น​สาเหตุ​ทำ​ให้​การ​แสดง​ของ​เรา​ต้อง​มี​อัน​เลิก​ไป​และ​เป็น​ต้น​เหตุ​ของ​ปัญหา​ทั้ง​หมด​ระหว่าง​เรา.

โรบิน​เริ่ม​วาง​วารสาร​เกี่ยว​กับ​พระ​คัมภีร์​ทั่ว​บ้าน โดย​หวัง​ว่า​ผม​จะ​อ่าน. วิธี​นี้​ไม่​ได้​ผล ดัง​นั้น เธอ​จึง​เลิก​ทำ​ใน​ที่​สุด. แต่​เธอ​ไม่​เคย​เลิก​อธิษฐาน​ถึง​พระ​ยะโฮวา ขอ​ให้​ผม​ยอม​เรียน​ความ​จริง​โดย​วิธี​ใด​วิธี​หนึ่ง​และ​พวก​เรา​ทั้ง​ครอบครัว​จะ​ได้​อยู่​ใน​โลก​ใหม่​ด้วย​กัน.

ต่อ​มา​ระยะ​หนึ่ง ผม​เริ่ม​ยอม​ฟัง​พวก​พยาน​ฯ​เมื่อ​พวก​เขา​มา​เยี่ยม​ที่​บ้าน และ​เป็น​ครั้ง​คราว​ผม​ยอม​ไป​ประชุม​ตาม​คำ​ชวน​ของ​ลูก ๆ. แต่​ผม​วิพากษ์วิจารณ์​ทุก​สิ่ง​ที่​ได้​ยิน​ที่​นั่น. กระนั้น ผม​ยอม​รับ​กับ​ตน​เอง​ว่า ผู้​คน​ที่​หอ​ประชุม​ของ​พยาน​ฯ​ซึ่ง​มี​กัน​หลาย​ชาติ—ไม่​ว่า​อาหรับ, กรีก, อิตาลี, อังกฤษ, และ​ออสเตรเลีย—ทุก​คน​ดู​เข้า​กัน​ได้​ดี. พวก​เขา​เป็น​มิตร​เสมอ และ​ไม่​มี​ใคร​ใช้​ภาษา​หยาบคาย​หรือ​พูด​คุย​ใน​เรื่อง​ผิด​ศีลธรรม.

การ​ช่วยเหลือ​จาก​คริสเตียน​แท้

ใน​ที่​สุด ผม​ยอม​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​เป็น​ประจำ​กับ​เท็ด วีแลนด์ คน​ที่​มี​ความ​กรุณา​และ​ถ่อม​เป็น​พิเศษ. เขา​รับใช้​ที่​เบเธล สำนักงาน​สาขา​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. มี​อยู่​ครั้ง​หนึ่ง ตอน​ที่​ผม​กำลัง​เกรี้ยวกราด​ใส่​โรบิน เท็ด​เรียก​ผม​ลง​ไป​ที่​รถยนต์​ของ​เขา แล้ว​ก้ม​เข้า​ไป​ใน​ที่​เก็บ​ของ​ท้าย​รถ และ​เอา​มะม่วง​ให้​ผม​กล่อง​หนึ่ง. บังเอิญ​มะม่วง​เป็น​ผลไม้​โปรด​ของ​ผม แต่​ผม​ไม่​คิด​ว่า​เท็ด​รู้. เป็น​เช่น​นี้​อยู่​หลาย​สัปดาห์ คือ​แต่​ละ​ครั้ง​ที่​เท็ด​มา​เยี่ยม​จะ​มี​มะม่วง​หนึ่ง​กล่อง. วัน​หนึ่ง เขา​ก้ม​เข้า​ไป​เอา​ของ​ใน​ที่​เก็บ​ของ​ท้าย​รถ​ซึ่ง​ผม​คิด​ว่า​เป็น​กล่อง​ผลไม้​เหมือน​เดิม แล้ว​ก็​หัน​มา​ด้วย​สี​หน้า​ราบ​เรียบ​บอก​ว่า “คุณ​คิด​ว่า​จะ​แขวน​สิ่ง​นี้​ไว้​บน​ผนัง​ได้​ไหม?” สิ่ง​นั้น​คือ​ข้อ​คัมภีร์​ประจำ​ปี ซึ่ง​พวก​พยาน​ฯ​ติด​ไว้​ใน​บ้าน​ของ​ตน. ผม​จะ​พูด​อะไร​ได้? ผม​ก็​แขวน​สิ่ง​นั้น​ไว้​บน​ผนัง.

ขณะ​ที่​การ​ศึกษา​พระ​คัมภีร์​ของ​ผม​กับ​เท็ด​ก้าว​หน้า เขา​แสดง​ให้​ผม​เห็น​จาก​พระ​คัมภีร์​ว่า​ธุรกิจ​บันเทิง​ไม่​ได้​เสนอ​อนาคต​ที่​แท้​จริง​ให้. เขา​อธิบาย​ว่า ความ​หวัง​อัน​แน่นอน​อย่าง​เดียว​สำหรับ​อนาคต​ที่​มี​ความ​สุข​ขึ้น​อยู่​กับ​ความ​สำเร็จ​เป็น​จริง​ของ​คำ​พยากรณ์​ใน​พระ​คัมภีร์​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร ซึ่ง​พระ​คริสต์​ทรง​สอน​ให้​เรา​อธิษฐาน​ขอ. (มัดธาย 6:9, 10) ถึง​แม้​ผม​ยัง​มี​สัญญา​ว่า​จ้าง​ทาง​ธุรกิจ​บันเทิง​ที่​ต้อง​ปฏิบัติ​ตาม แต่​ผม​ก็​เริ่ม​เข้า​ร่วม​การ​ประชุม​ประจำ​ประชาคม​อย่าง​สม่ำเสมอ. ผม​ลง​ทะเบียน​ใน​โรง​เรียน​การ​รับใช้​ตาม​ระบอบ​ของ​พระเจ้า​และ​ถึง​กับ​เริ่ม​มี​ส่วน​ใน​การ​เผยแพร่​ตาม​บ้าน.

ผม​เริ่ม​มอง​เห็น​ว่า​ธุรกิจ​บันเทิง​ไม่​มี​อะไร​เสนอ​ให้. ผม​ไม่​เห็น​ได้​อะไร​ทาง​ด้าน​วัตถุ​ตลอด​เวลา​ที่​ทุ่มเท​ตัว​เอง​ให้​กับ​สิ่ง​ที่​เคย​เป็น​พระเจ้า​ของ​ผม. ครอบครัว​ต้อง​ลำบาก—ต้อง​มี​ชีวิต​อยู่​กับ​การ​เดิน​ทาง​ทั่ว​โลก. ที่​จริง ธุรกิจ​บันเทิง​เกือบ​จะ​ทำ​ให้​ชีวิต​สมรส​ของ​ผม​พัง​ทลาย. แต่​บัด​นี้ พระ​ผู้​สูง​สุด​แห่ง​เอกภพ​กำลัง​เสนอ​โอกาส​ที่​จะ​มี​ชีวิต​ตลอด​ไป​ใน​อุทยาน​บน​แผ่นดิน​โลก​ภาย​ใต้​การ​ครอบครอง​แห่ง​ราชอาณาจักร​ของ​พระองค์.

ดัง​นั้น ผม​จึง​ทำ​การ​ตัดสิน​ใจ​ครั้ง​สำคัญ​ที่​สุด​ใน​ชีวิต. เมื่อ​หมด​สัญญา​งาน​แสดง​ของ​ผม ผม​จึง​ตัด​สาย​สัมพันธ์​กับ​วงการ​นี้​อย่าง​สิ้นเชิง. ผม​ไม่​เคย​หวน​กลับ​ไป​ที่​ไนต์คลับ​ใด ๆ หรือ​สมาคม​คบหา​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​ทำ​ธุรกิจ​บันเทิง​เป็น​อาชีพ. เท็ด​ทบทวน​คำ​ถาม​กับ​ผม ซึ่ง​ผู้​ที่​ประสงค์​จะ​รับ​บัพติสมา​ต้อง​พิจารณา. อย่าง​ไร​ก็​ตาม เท็ด​เสีย​ชีวิต และ​ไม่​นาน​หลัง​จาก​นั้น​ผม​ก็​รับ​บัพติสมา ใน​วัน​ที่ 26 กรกฎาคม 1975. ผม​คอย​ท่า​ที่​จะ​พบ​กับ​บุคคล​ยอด​เยี่ยม​คน​นี้​ใน​โลก​ใหม่ เมื่อ​เขา​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย.—โยฮัน 5:28, 29.

ไม่​ขาด​พระ​พร

พระ​ยะโฮวา​ทรง​ให้​เรา​มาก​กว่า​ที่​เรา​เคย​ได้​รับ​ตลอด​ช่วง​หลาย​ปี​ที่​อยู่​ใน​วงการ​ธุรกิจ​บันเทิง​นั้น. พระองค์​ทรง​ปลด​ปล่อย​ผม​จาก​โลก​บันเทิง​ที่​เสื่อม​ทราม​ผิด​ศีลธรรม. พระองค์​ทรง​ตอบ​คำ​อธิษฐาน​ของ​ภรรยา​ผู้​ซื่อ​สัตย์​ของ​ผม ซึ่ง​ยืนหยัด​กับ​ผม​และ​ไม่​ยอม​เลิก​รา. พระองค์​ทรง​อวย​พร​เรา​ที่​มี​แม่ยาย​และ​ลูก​สาว​คน​โต​สอง​คน​พร้อม​ด้วย​ลูก​เขย​ซึ่ง​ล้วน​แต่​ขยัน​ขันแข็ง​ใน​งาน​รับใช้​ฝ่าย​คริสเตียน. เลติเชีย ลูก​สาว​คน​เล็ก​ของ​เรา​และ​มีคา หลาน​คน​โต​จาก​ทั้ง​หมด​สาม​คน เป็น​ผู้​เผยแพร่​ข่าว​ดี​ที่​ยัง​ไม่​รับ​บัพติสมา. พระ​ยะโฮวา​ยัง​อวย​พระ​พร​ผม​ให้​มี​สิทธิ​พิเศษ​รับใช้​เป็น​ผู้​ปกครอง​ใน​ประชาคม​คริสเตียน.

โรบิน​และ​ผม​ไม่​มี​ทาง​ตอบ​แทน​พระ​ยะโฮวา​ได้​หมด​สำหรับ​สิ่ง​ที่​พระองค์​ทรง​กระทำ​เพื่อ​เรา. กระนั้น เรา​สามารถ​เตือน​คน​อื่น ๆ—โดย​เฉพาะ​คน​หนุ่ม​สาว—ถึง​อันตราย​ต่าง ๆ ใน​โลก​ของ​ธุรกิจ​บันเทิง​และ​ประเภท​ของ​ความ​บันเทิง​แบบ​ผิด ๆ. เรา​สามารถ​เตือน​พวก​เขา​โดย​อาศัย​การ​สังเกต​ส่วน​ตัว​ของ​เรา​ถึง​ความ​ทุกข์​เดือดร้อน​อัน​เป็น​ผล​จาก​การ​ผิด​ศีลธรรม, ยา​เสพย์ติด, การ​ดื่ม​จัด, ประเภท​ของ​ดนตรี​ที่​เสื่อม​ทราม, เพลง​ที่​เน้น​เรื่อง​เพศ​แบบ​ผิด​ทำนอง​คลอง​ธรรม, และ​อันตราย​ต่าง ๆ ที่​พัวพัน​อยู่​ด้วย​เมื่อ​ไป​เที่ยว​บ่อย ๆ ตาม​ไนต์คลับ​หรือ​การ​แสดง​คอนเสิร์ต​ร็อก. สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้ง​หมด​เป็น​ส่วน​ของ​โลก​ซึ่ง​อยู่​ภาย​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​ซาตาน​พญา​มาร​โดย​สิ้นเชิง.—2​โกรินโธ 4:4.

เป็น​การ​ง่าย​ที่​จะ​เข้า​ไป​ติด​กับดัก​การ​นมัสการ​ซาตาน​โดย​ไม่​รู้​ตัว ดัง​ที่​ผม​เคย​เป็น​คราว​ที่​ถือ​เอา​ธุรกิจ​บันเทิง​เป็น​เสมือน​พระเจ้า. อย่าง​ไร​ก็​ตาม เวลา​นี้​ภรรยา​และ​ผม​มี​ความ​สุข​ที่​ได้​หนุน​ใจ​หนุ่ม​สาว​ทั้ง​หลาย​ให้​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา พระเจ้า​องค์​เดียว​ที่​สามารถ​สนอง​ความ​ปรารถนา​ทุก​อย่าง​ของ​หัวใจ—พระเจ้า​ซึ่ง​ใฝ่​พระทัย​พวก​เรา​อย่าง​แท้​จริง​ใน​ทุก​วิถี​ทาง.—เล่า​โดย วิเวียน เอ. วีกส์.

[รูป​ภาพ​หน้า 14]

หญิง​สาว​ที่​ผม​แต่งงาน​ด้วย​เป็น​นัก​ดัด​ตน

[รูป​ภาพ​หน้า 15]

โรบิน​และ​ผม​ใน​ปัจจุบัน