ไทย
ความจำเป็นที่ต้องมีสันนิบาตชาติ
/assets/ct/29206d32a6/images/syn_placeholder_sqr.png
ต91 8/9 น. 5-7
ความจำเป็นที่ต้องมีสันนิบาตชาติ

ความ​จำเป็น​ที่​ต้อง​มี​สันนิบาต​ชาติ

สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​หนึ่ง​เป็น​มหันตภัย​แห่ง​ความ​ตาย​และ​ความ​หายนะ​ใน​ช่วง​เวลา​สี่​ปี ความ​พินาศ​วอด​วาย​ใน​ระดับ​ที่​ไม่​เคย​พบ​เห็น​กัน​มา​ก่อน. โดย​แบ่ง​ออก​เป็น​พันธมิตร​สอง​กลุ่ม​ใหญ่ ๆ ที่​ต่อ​สู้​กัน มหาอำนาจ​ของ​โลก​และ​ชาติ​อื่น ๆ กรีฑา​ทัพ​สู่​สมรภูมิ ต่าง​ฝ่าย​ต่าง​ก็​มั่น​ใจ​ใน​ชัย​ชนะ ประชาชน​ผู้​พา​ให้​หลง​คิด​ไป​ว่า​สงคราม​คือ​การ​ผจญ​ภัย​อัน​เกริก​เกียรติ​ก็​พา​กัน​ส่ง​เสียง​โห่​ร้อง​อวย​ชัย​สนับสนุน.

แต่​เพียง​ชั่ว​ไม่​กี่​เดือน โลก​ก็​ได้​เรียน​รู้​อย่าง​ปวด​ร้าว​ถึง​ค่า​เสียหาย​อัน​สูง​ลิ่ว​น่า​สยดสยอง​แห่ง​สงคราม. และ​เมื่อ​สงคราม​สงบ​แล้ว การ​นอง​เลือด​ประหัต​ประหาร​กัน​อย่าง​มโหฬาร การ​สูญ​เสีย​ชีวิต​มนุษย์​และ​ทรัพย์​สิน​อย่าง​ไร้​ความ​ปรานี ทำ​ให้​โลก​ซวนเซ​ไป​ภาย​ใต้​หนี้สิน​มหาศาล​จาก​สงคราม. ต้อง​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง​เพื่อ​ป้องกัน​มิ​ให้​การ​สู้​รบ​เช่น​นั้น​เกิด​ขึ้น​อีก. ทำไม​ไม่​จัด​ระบบ​ซึ่ง​นานา​ชาติ​สามารถ​แก้​ข้อ​พิพาท​ของ​ตน​อย่าง​สันติ​แทน​ที่​จะ​ใช้​กำลัง​ทหาร? เป็น​ความ​คิด​ใหม่​หรือ? หา​มิ​ได้.

สาเหตุ​ที่​ความ​เพียร​พยายาม​หน​ก่อน​ล้มเหลว

ก่อน​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​หนึ่ง มี​การ​จัด​ตั้ง​ศาล​ขึ้น​เพื่อ​พยายาม​แก้​กรณี​พิพาท​อย่าง​สันติ. นั่น​คือ​ศาล​ถาวร​พิจารณา​คดี ณ กรุง​เฮก​ประเทศ​เนเธอร์แลนด์. ใน​ช่วง​ต้น ๆ ทศวรรษ​ปี 1900 หลาย​คน​หวัง​กัน​ว่า​ศาล​นี้​จะ​กลาย​เป็น​ศูนย์กลาง ที่​ซึ่ง​การ​เจรจา​จะ​เข้า​มา​แทน​ที่​สงคราม. แต่​เกิด​อะไร​ขึ้น​ใน​การ​ประชุม​สันติภาพ ณ กรุง​เฮก​เมื่อ​ปี 1899 และ 1907 ซึ่ง​นำ​ไป​สู่​การ​จัด​ตั้ง​ศาล​นี้​ขึ้น​ที่​เรียก​กัน​โดย​ทั่ว​ไป​ว่า​ศาล​เฮก?

ณ การ​ประชุม​ทั้ง​สอง​ครั้ง ชาติ​ที่​ส่ง​ผู้​แทน​เข้า​ร่วม​ไม่​ยินยอม​ที่​จะ​มี​อนุญาโตตุลาการ (คน​กลาง​ที่​ยินยอม​ให้​เป็น​ตัว​แทน​ตัดสิน​ข้อ​พิพาท) ทั้ง​ไม่​ยอม​จำกัด​หรือ​ลด​อาวุธ​ที่​ได้​สะสม​ไว้. อัน​ที่​จริง พวก​เขา​ปฏิเสธ​ข้อ​เสนอ​ใด ๆ ใน​การ​ปลด​อาวุธ​และ​ขัด​ขวาง​แผนการ​ใด ๆ ซึ่ง​เรียก​ร้อง​ให้​ยุติ​ความ​ขัด​แย้ง​โดย​เจรจา​ผ่าน​ทาง​คน​กลาง.

เหตุ​ฉะนั้น เมื่อ​ศาล​เฮก​เริ่ม​ปฏิบัติ​งาน​ใน​ที่​สุด ชาติ​ต่าง ๆ ก็​ได้​ตรวจ​สอบ​จน​แน่​ใจ​ว่า​ศาล​นี้​มิ​ได้​จำกัด​เอกราช​อัน​สมบูรณ์​ของ​ตน. โดย​วิธี​ใด? โดย​ถือ​เอา​ประโยชน์​ส่วน​ตน​ดัง​นี้: พวก​เขา​จะ​นำ​คดี​ขึ้น​สู่​ผู้​พิพากษา​หรือ​ไม่​ก็​ได้. และ​ประเทศ​ซึ่ง​นำ​กรณี​พิพาท​มา​สู่​ศาล ก็​ไม่​มี​พันธะ​ต้อง​ปฏิบัติ​ตาม​คำ​ตัดสิน​ที่​มี​ออก​มา.

อย่าง​ไร​ก็​ดี การ​ปก​ป้อง​อำนาจ​อธิปไตย​ของ​ชาติอย่าง​ระมัดระวัง​เช่น​นี้​ล่อแหลม​ต่อ​สันติภาพ​และ​ความ​ปลอด​ภัย​ของ​โลก. ฉะนั้น การ​แข่งขัน​ด้าน​อาวุธ​ดำเนิน​ต่อ​ไป​อย่าง​ปราศจาก​การ​ควบคุม​จน​ใน​ที่​สุด​ฉุด​เอา​มนุษยชาติ​โถม​กำลัง​กระหน่ำ​กระสุน​ใส่​กัน​ซึ่ง​ทำ​ให้​สันติภาพ​ย่อยยับ​ไป​ใน​ฤดู​ร้อน​ปี 1914.

น่า​หัวเราะ​ขณะ​ที่​นาที​สุด​ท้าย​ของ​สันติภาพ​กำลัง​จะ​หมด​ไป เซอร์เบีย​ตอบ​การ​ยื่น​คำ​ขาด​ของ​ออสเตรีย แสดง​ความ​เต็ม​ใจ “จะ​ยอม​รับ​การ​ตก​ลง​อย่าง​สันติ​โดย​ยื่น​เสนอ​เรื่อง​นี้ . . . สู่​การ​ตัดสิน​ของ​ศาล​ยุติธรรม​ระหว่าง​ชาติ ณ กรุง​เฮก.” แต่​เนื่อง​จาก​การ​ใช้​ศาล​เฮก​ไม่​เป็น​ข้อ​ผูก​มัด ออสเตรีย​รู้สึก​ว่า​ไม่​จำเป็น​ต้อง​รับ “ข้อ​ตก​ลง​อย่าง​สันติ” ซึ่ง​มี​ลู่​ทาง​เป็น​ได้​นี้. ฉะนั้น จึง​ประกาศ​สงคราม​เพื่อ​รักษา​สันติภาพ—และ​สังเวย​ศพ​ทหาร​และ​พลเรือน​กว่า 20 ล้าน​คน.

นัก​เทศน์​นัก​บวช​เรียก​ร้อง​สันนิบาต

เมื่อ​เดือน​พฤษภาคม​ปี 1919 บิชอพ​เอพิสโคพัล ชอนซี เอ็ม. บรูสเตอร์ แถลง ณ การ​ประชุม​ใหญ่​เขต​ดิโอซีส​ใน​สหรัฐ​ว่า “ความ​หวัง​ของ​โลก​เรื่อง​สันติภาพ​อัน​ชอบธรรม​และ​ถาวร​อยู่​ที่​การ​ปรับ​โครง​สร้าง​กฎหมาย​ของ​ชาติ​ต่าง ๆ ใหม่ ด้วย​ผู้​มี​อำนาจ​ชุด​ใหม่. . . . กฎหมาย​ระหว่าง​ชาติ​ต้อง​ทรง​ไว้​ซึ่ง​สิทธิ​อำนาจ​ที่​มี​ข้อ​ผูก​มัด​ยิ่ง​กว่า​การ​ลง​ความ​เห็น​ใน​การ​ประชุม​ใหญ่​ของ​กรุง​เฮก [ซึ่ง​จัด​ตั้ง​ศาล​เฮก]. เพราะ​ฉะนั้น ความ​ร่วม​มือ​ของ​ชาติ​ต่าง ๆ ต้อง​เป็น​ไป​ใน​ลักษณะ​ของ​สมาคม พร้อม​ทั้ง​มี​คุณลักษณะ​ของ​พันธะ​สัญญา​หรือ​สันนิบาต.”

พระ​คาร์ดินัล​โรมัน​คาทอลิก​เม​อร์​เซีย​แห่ง​เบล​เยี่ยม​ให้​ความ​เห็น​อย่าง​เดียว​กัน. เขา​กล่าว​ไว้​ใน​การ​ให้​สัมภาษณ์​เมื่อ​เดือน​มีนาคม 1919 ดัง​นี้ “ภารกิจ​ประการ​สำคัญ​ของ​รัฐบาล​ต่อ​คน​รุ่น​อนาคต​คือ​ทำ​ให้​อาชญากรรม​ซึ่ง​โลก​ยัง​รู้สึก​ถึง​บาดแผล​อัน​เจ็บ​ปวด​นั้น​ไม่​มี​วัน​กลับ​คืน​มา​อีก.” เขา​เรียก​เหล่า​ผู้​เจรจา​สนธิสัญญา​สันติภาพ​แวร์ซาย​ส์​ว่า “เป็น​ผู้​ก่อ​สร้าง​โลก​ใหม่” และ​สนับสนุน​การ​จัด​ตั้ง​สันนิบาต​ชาติ​เพื่อ​บรรลุ​จุด​มุ่ง​หมาย​นี้. เขา​หวัง​ว่า​สันนิบาต​นี้​จะ​กลาย​เป็น​ผู้​พิทักษ์​รักษา​สันติภาพ​อย่าง​ถาวร.

ข่าว​หน้า​หนึ่ง​ของ​หนังสือ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ ฉบับ​ประจำ​วัน​ที่ 2 มกราคม 1919 พาด​หัว​ข่าว​ว่า “สันตะปาปา​หวัง​ใน​การ​ตั้ง​สันนิบาต​ชาติ.” ย่อ​หน้า​แรก​แจ้ง​ว่า “ใน​สา​ส์น​ขึ้น​ปี​ใหม่​ที่​ส่ง​ถึง​อเมริกา . . . สันตะปาปา​เบเน​ดิก​ท์​แสดง​ความ​หวัง​ว่า​การ​ประชุม​สันติภาพ​อาจ​จะ​ให้​กำเนิด​ระเบียบ​โลก​ใหม่ ด้วย​สันนิบาต​ชาติ.” สันตะปาปา​มิ​ได้​ใช้​สำนวน​ว่า “ระเบียบ​โลก​ใหม่” โดย​ตรง​ใน​สา​ส์น​ของ​เขา. อย่าง​ไร​ก็​ดี ความ​หวัง​ที่​เขา​แสดง​ออก​เพื่อ​สันนิบาต​นั้น​ยิ่ง​ใหญ่​ถึง​ขนาด​ที่​ไม่​ว่า​สำนัก​ข่าว​แอสโซซิเอเทด เพรส หรือ​สำนัก​ข่าว​วาติกัน ดู​เหมือน​จะ​คิด​ว่า​สำนวน​นี้​ช่าง​เหมาะ​สม.

ลอง​พิจารณา​ถึง​ความ​หวัง​เหล่า​นี้​ตาม​สมัย​ของ​พวก​เขา. มนุษยชาติ​ที่​ประสบ​ปัญหา​เดือดร้อน​กำลัง​ร่ำร้อง​ให้​ยุติ​สงคราม. สงคราม​ที่​มี​มาก​เกิน​ไป ตลอด​หลาย​ศตวรรษ​เกิน​ไป​ยัง​ความ​สูญ​เสีย​เหลือ​คณานับ. และ​บัด​นี้​สงคราม​ครั้ง​โหด​ร้าย​ที่​สุด​ก็​ได้​ยุติ​ลง​ใน​ที่​สุด. คำ​พูด​ของ​สันตะปาปา​ต่อ​โลก​ที่​โหย​หา​ความ​หวัง​อย่าง​สุด​แสน​ก็​ได้​ดัง​ขึ้น​ว่า “ขอ​ให้​สันนิบาต​ชาติ​ก่อ​กำเนิด​ซึ่ง​โดย​ยก​เลิก​การ​เกณฑ์​ทหาร จะ​ลด​การ​สร้าง​อาวุธ ซึ่ง​โดย​การ​จัด​ตั้ง​คณะ​กรรมการ​ตัดสิน​ความ​ระหว่าง​ชาติ จะ​ขจัด​หรือ​ตก​ลง​ข้อ​พิพาท ซึ่ง​การ​ก่อ​ตั้ง​สันติภาพ​ลง​บน​พื้น​ฐาน​อัน​แข็ง​แกร่ง​ดุจ​หิน​นั้น จะ​ให้​หลัก​ประกัน​แก่​ทุก​คน​ถึง​เอกราช​และ​สิทธิ​ของ​ความ​เสมอ​ภาค.” ถ้า​สันนิบาต​ชาติ​สามารถ​บรรลุ​ตาม​ที่​กล่าว​มา​นี้​ได้​ทั้ง​หมด​ก็​นับ​ว่า​จะ​สร้าง “ระเบียบ​โลก​ใหม่” ขึ้น​มา​ได้​จริง.

เหตุ​ใด​จึง​ล้ม

ตาม​ที่​ปรากฏ​บน​กระดาษ จุด​หมาย​และ​วิธี​การ​ของ​สันนิบาต​ชาติ​ฟัง​ดู​สวย​หรู ช่าง​ใช้​การ​ได้​จริง มี​ผล​ทาง​ปฏิบัติ​อย่าง​ยิ่ง. พันธะ​สัญญา​แห่ง​สันนิบาต​ชาติ​บอก​ว่า​วัตถุ​ประสงค์​คือ “ส่ง​เสริม​ความ​ร่วม​มือ​ระหว่าง​ชาติ​และ​เพื่อ​บรรลุ​สันติภาพ​และ​ความ​ปลอด​ภัย​ระหว่าง​ชาติ.” การ​สัมฤทธิ์​ผล​ทาง​สันติภาพ​และ​ความ​ปลอด​ภัย​นั้น​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​ที่​ชาติ​ต่าง ๆ จะ​ร่วม​แรง​ร่วม​ใจ​กัน​และ​การ “ยอม​รับ​พันธะ​ที่​จะ​ไม่​หัน​เข้า​หา​สงคราม.”

ดัง​นั้น ถ้า​ความ​ขัด​แย้ง​ขั้น​วิกฤติ​ปะทุ​ขึ้น ชาติ​สมาชิก​ที่​เกี่ยว​ข้อง​ซึ่ง​ได้​ให้​สัตยา​บรรณ​ว่า​จะ​รักษา​สันติภาพ ก็​ต้อง​ส่ง​คดีความ “เข้า​สู่​การ​ตัดสิน​หรือ​หา​ข้อ​ตก​ลง​ทางกฎหมาย​หรือ​มอบ​การ​ไต่สวน​ไว้​กับ​สภา” ของ​สันนิบาต. นอก​จาก​นั้น สันนิบาต​ชาติ​ได้​ผนวก​ศาล​ตัดสิน​ความ​ถาวร​ใน​กรุง​เฮก​เข้า​ไว้​ใน​ระบบ​รักษา​สันติภาพ​ด้วย. ผู้​คน​คิด​กัน​ว่า แน่​ละ ทั้ง​หมด​นี้​จะ​ขจัด​ความ​เสี่ยง​ภัย​จาก​สงคราม​ใหญ่​อีก​ครั้ง. แต่​ก็​มิ​ได้​เป็น​เช่น​นั้น.

นัก​ประวัติศาสตร์​บาง​คน​บอก​ว่า เหตุ​ผล​ประการ​หนึ่ง​ที่​สันนิบาต​รักษา​สันติภาพ​ไว้​ไม่​สำเร็จ​คือ​ความ​ล้มเหลว​ของ “ประเทศ​สมาชิก​ต่าง ๆ ซึ่ง​ไม่​เห็น​ความ​สำคัญ​ของ​ราคา​ที่​ต้อง​จ่าย​เพื่อ​สันติภาพ.” การ​จำกัด​อาวุธ​เป็น​ส่วน​สำคัญ​ของ​ราคา​ดัง​กล่าว. แต่​ชาติ​ต่าง ๆ ไม่​ยอม​จ่าย​ค่า​นั้น. ฉะนั้น ประวัติศาสตร์​จึง​ซ้ำ​รอย—สร้าง​ความ​ปวด​ร้าว​อย่าง​สุด​แสน​สาหัส. ชาติ​ต่าง ๆ แข่ง​กัน​สร้าง​อาวุธ​ยุทโธปกรณ์​อีก. สันนิบาต​หมด​ปัญญา​ที่​จะ​ชักจูง​ชาติ​ต่าง ๆ ให้​ร่วม​มือ​ยุติ​การ​แข่งขัน​นั้น. คำ​วอน​ขอ​และ​การ​อ้าง​เหตุ​ผล​ต่าง ๆ ไร้​ผล​โดย​สิ้นเชิง. ชาติ​เหล่า​นั้น​ลืม​บทเรียน​ขนาน​ใหญ่​เมื่อ​ปี 1914 ที่​ว่า การ​สะสม​คลัง​แสง​ขนาด​มหึมา​นั่น​เอง​รัง​แต่​จะ​สร้าง​ความ​รู้สึก​ผยอง​ใน​แสนยานุภาพ​ทาง​ทหาร​ที่​เหนือ​กว่า.

การ​ยอม​รับ​เรื่อง​คุณค่า​ของ “ความ​ปลอด​ภัย​ร่วม​กัน” ก็​เป็น​อีก​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ค่า​ที่​ต้อง​จ่าย​เพื่อ​สันติภาพ. การ​โจมตี​ชาติ​หนึ่ง​ต้อง​ถือ​ว่า​ทุก​ชาติ​ถูก​โจมตี​ด้วย. แต่​ที่​จริง​แล้ว​เป็น​อย่าง​ไร​เมื่อ​ชาติ​หนึ่ง​ใช้​การ​รุกราน​แทน​ที่​จะ​เจรจา? แทน​ที่​จะ​ร่วม​ใจ​กัน​ยุติ​ความ​ขัด​แย้ง​นั้น ชาติ​ต่าง ๆ ก็​แบ่ง​ฝัก​แบ่ง​ฝ่าย​ออก​เป็น​กลุ่ม​พันธมิตร​ต่าง​พวก หา​ทาง​ปก​ป้อง​กลุ่ม​ตน. นั้น​เป็น​ภาพ​ลวง​เดียว​กัน​กับ​ที่​ได้​ฉุด​พวก​เขา​ลง​สู่​วัง​วน​แห่ง​ปี 1914 นั่น​เอง!

สันนิบาต​ชาติ​นั้น​เกิด​จุด​เปราะ​ขึ้น​อีก​เมื่อ​สหรัฐ​ไม่​เข้า​ร่วม​ด้วย. หลาย​คน​คิด​ว่า​สหรัฐ “เป็น​ชาติ​ใหญ่​มี​ทรัพยากร​ที่​จะ​ทำ​ให้​เกิด​ผล​ได้” และ​การ​เข้า​มา​ร่วม​ของ​สหรัฐ​ใน​สันนิบาต​อาจ​ทำ​ให้​มี​ความ​เป็น​สากล​มาก​ขึ้น​ซึ่ง​จำเป็น​อย่าง​ยิ่ง​ต่อ​ความ​สำเร็จ​ผล.

แต่​ก็​มี​เหตุ​ผล​อื่น ๆ อีก​ที่​ทำ​ให้​สันนิบาต​ล้มเหลว. ลอง​พิจารณา​วลี​เชิง​ลบ​ใน​ตอน​ต้น​ของ​สนธิสัญญา: “สมาชิก​ชาติ​ใด​ของ​สันนิบาต​อาจ​ลา​ออก​จาก​สันนิบาต​ได้​หลัง​จาก​แจ้ง​ความ​จำนง​เป็น​เวลา​สอง​ปี.” (มาตรา 1 (3)) แม้​จะ​แฝง​ด้วย​ความ​ปรารถนา​ดี​เพียง​ไร​ก็​ตาม ข้อ​คิด​เห็น​นี้​ทำ​ให้​สันนิบาต​ขาด​เสถียรภาพ และ​สิ่ง​นี้​ได้​กัด​กร่อน​ความ​ปลง​ใจ​ของ​ชาติ​เหล่า​นั้น​ที่​จะ​ยึด​อยู่​กับ​สันนิบาต.

การ​เปิด​ทาง​ให้​ถอน​ตัว​ออก ทำ​ให้​การ​ดำรง​ชีพ​ของ​สันนิบาต​ขึ้น​อยู่​ใน​อุ้ง​มือ​ของ​ชาติ​สมาชิก​ซึ่ง​จะ​ถอน​ตัว​ออก​เมื่อ​ไร​ก็​ได้. ส่วน​ผสม​กลับ​มี​ความ​สำคัญ​ยิ่ง​กว่า​เนื้อ​ทั้ง​ก้อน​เสีย​แล้ว. ฉะนั้น เมื่อ​ถึง​เดือน​พฤษภาคม 1941 17 ชาติ​ได้​ถอน​ตัว​จาก​สันนิบาต. ปืน​ใหญ่​ของ​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง​กำลัง​ทลาย​ความ​หวัง​ว่า​จะ​มี “ระเบียบ​โลก​ใหม่” ให้​ย่อยยับ​และ​เป็น​เหตุ​ให้​สันนิบาต​ชาติ​ล่ม​จม.

ต้อง​มี​ทาง​ที่​ดี​กว่า!

[จุด​เด่น/ภาพ​หน้า 7]

สันนิบาต​ชาติ​ป้องกัน​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง​ไม่​ได้

[รูป​ภาพ​หน้า 7]

เมือง​คัสซิโน อิตาลี​กำลัง​ถูก​ถล่ม​โดย​ลูก​ระเบิด 15​มีนาคม 1944.

[รูป​ภาพ]

U.S. Army