พอถึงปี 1916 มหาสงครามที่ตอนหลังเรียกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้นมาปีกว่าแล้วซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายสูญเสียผู้คนไปมากมาย

หอสังเกตการณ์ 1 มกราคม 1916 ตั้งข้อสังเกตว่า “ผลกระทบอย่างหนึ่งจากมหาสงครามในยุโรปคือผู้คนหันมาสนใจศาสนามากขึ้นและเป็นห่วงอนาคตมากขึ้น” บทความนี้บอกด้วยว่า “ให้เรามีชีวิตอยู่เพื่อใช้โอกาสและความสามารถที่เรามีในการบอกข่าวสารของพระเจ้าอย่างกระตือรือร้นและอยู่เพื่อพระองค์”

ข้อคัมภีร์ประจำปี 1916 เน้นให้พี่น้องมี “ความเชื่อมั่นคง” ตามที่บอกไว้ในโรม 4:20 (ฉบับคิงเจมส์ ) นักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลหลายคนทำตามข้อคัมภีร์นี้และได้รับพรจากพระยะโฮวามากมาย

พวกพิลกริมช่วยให้มีกำลังใจ

ผู้แทนเดินทางของสมาคมว็อชเทาเวอร์ที่เรียกว่าพิลกริมเดินทางไปให้กำลังใจและให้คำแนะนำพวกนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลตามเมืองต่าง ๆ  ปี 1916 พิลกริมอย่างน้อย 69 คนเดินทาง 8 แสนกิโลเมตรเพื่อทำงานนี้

ตอนที่วอลเตอร์ ทอร์นที่เป็นพิลกริมคนหนึ่งบรรยายในการประชุมใหญ่ที่นอร์ฟอล์ก เวอร์จิเนีย เขาเปรียบเทียบการต่อสู้ของคริสเตียนกับมหาสงครามว่า “เราประมาณได้ว่ามี 20-30 ล้านคนที่เข้าร่วมสงคราม . . . แต่คนในโลกไม่รู้ว่ามี [ทหาร] อีกฝ่ายหนึ่งด้วย ก็คือทหารของผู้เป็นนาย พวกเขาเหมือนกับทหารของกิดโอนที่กำลังทำสงครามโดยไม่ได้จับอาวุธจริง ๆ พวกเขากำลังทำสงครามเพื่อความจริง ความถูกต้องชอบธรรมและพวกเขากำลังต่อสู้อย่างสุดความสามารถเพื่อความเชื่อ”

รับใช้ด้วยความลำบากในช่วงสงคราม

ในฝรั่งเศส ช่วงครึ่งหลังของปี 1916 มีคนได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก็ถูกฆ่ามากกว่าหนึ่งล้านคนในยุทธการซอมม์ครั้งที่ 1 ส่วนในที่อื่น ๆ ของ ฝรั่งเศสพวกพี่น้องทำงานหนักเพื่อสนับสนุนชั้นเรียนหรือประชาคมต่าง ๆ แม้จะอยู่ในช่วงสงครามที่ยากลำบาก หอสังเกตการณ์ 15 มกราคม 1916 ได้ลงจดหมายจากโจเซฟ เลอแฟฟเรอนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลที่ต้องหนีออกจากบ้านเกิดในเดอแน็ง ฝรั่งเศสเพราะถูกกองทัพเยอรมันบุกในปี 1914 เขาลงใต้มาที่ปารีสและเริ่มสมทบกับชั้นเรียนของนักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลที่มีแห่งเดียวที่นั่น ต่อมาเขานำการประชุมทุกส่วนทั้ง ๆ ที่สุขภาพไม่ดี

หลังจากนั้น ทีโอฟิล เลกีมที่หนีมาจากเดอแน็งเหมือนกันมาสบทบกับโจเซฟ ตอนแรกพี่น้องเลกีมไปโอแชลก่อนและเริ่มแปลบทความจากหอสังเกตการณ์ ส่งให้พี่น้องที่ถูกขังอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในฝรั่งเศส พวกทหารที่สงสัยความเคลื่อนไหวของเขาบีบให้เขาออกจากโอแชล พี่น้องเลอแฟฟเรอรู้สึกว่าการที่พี่น้องเลกีมมาปารีสเป็นคำตอบสำหรับคำอธิษฐานของเขา

งานที่พวกเขาทำในปารีสได้ผลดีมาก พี่น้องเลกีมบอกว่า “ตอนนี้เรามีผู้เข้าร่วมชั้นเรียนประมาณ 45 คน . . . ความรู้สึกที่ว่าเป็นสิทธิพิเศษที่ได้อุทิศตัวทำให้พวกเขาทำความก้าวหน้าอย่างดีด้านความเชื่อ และเกือบทุกคนในชั้นเรียนเข้าร่วมประชุมให้คำพยานประจำสัปดาห์ (จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมเล่าประสบการณ์ให้คนอื่นฟัง)”

พวกเขารักษาความเป็นกลาง

สงครามขยายขอบเขตมาเรื่อย ๆ ทำให้พี่น้องของเราเจอกับประเด็นเรื่องความเป็นกลาง บริเตนออกกฎหมายให้ผู้ชายทุกคนที่อายุ 18-40 ปีไปเกณฑ์ทหาร แต่นักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลหลายคนรักษาความเป็นกลางไว้อย่างมั่นคง

ตัวอย่างเช่น หอสังเกตการณ์ 15 เมษายน 1916 ได้ลงจดหมายของดับเบิลยู โอ วอร์เดนจากสกอตแลนด์ เขาเขียนว่า “ตอนนี้ลูกชายคนหนึ่งของผมอายุย่าง 19 เขาได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่ารับใช้ผู้ เป็นนายโดยปฏิเสธการเป็นทหาร ถ้าเขาจะถูกยิงเพราะยังปฏิเสธต่อไปผมมั่นใจว่าพระยะโฮวาจะช่วยให้เขามั่นคงในความจริงและความถูกต้องชอบธรรม”

เจมส์ เฟรเดอริก สกอตต์ คอลพอร์เทอร์ที่ยังหนุ่มจากเอดินบะระ สกอตแลนด์หาทางไม่ไปเกณฑ์ทหารแต่เขาถูกดำเนินคดี หลังจากที่ศาลฟังหลักฐานทุกอย่างแล้วก็สรุปว่าพี่น้องสกอตต์ “อยู่ในข่ายที่จะได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย” และตัดสินว่าเขาไม่มีความผิด

ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ไม่ได้รับการยกเว้น ประมาณเดือนกันยายน พี่น้องผู้ชาย 264 คนที่ไปเกณฑ์ทหาร มี 23 คนได้ทำงานที่ไม่เกี่ยวกับการรบ หอสังเกตการณ์ 15 ตุลาคม 1916 รายงานว่าคนอื่น ๆ ที่ “ทุกข์ทรมานเพราะถูกลงโทษหลายรูปแบบ” ถูกใช้ให้ “ทำงานที่สำคัญต่อชาติ เช่น สร้างถนน ทำเหมืองหินและงานอื่น ๆ” มีพี่น้องเพียง 5 คนเท่านั้นที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเป็นทหาร

ชาลส์ เทซ รัสเซลล์ตาย

วันที่ 16 ตุลาคม 1916 ชาลส์ เทซ รัสเซลล์ที่นำหน้านักศึกษาคัมภีร์ไบเบิลในตอนนั้นเดินทางไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ ทางตะวันตกของสหรัฐและไม่ได้กลับบ้านอีกเลย บ่ายวันอังคารที่ 31 ตุลาคมพี่น้องรัสเซลล์อายุ 64 ปีตายตอนอยู่บนรถไฟที่เมืองแพมพา เทกซัส

พี่น้องหลายคนนึกไม่ออกว่าใครจะมาแทนพี่น้องรัสเซลล์ได้ หอสังเกตการณ์ 1 ธันวาคม 1916 บอกเกี่ยวกับความต้องการของพี่น้องรัสเซลล์เรื่องงานประกาศที่เขานำหน้ามานานไว้คร่าว ๆ แต่คำถามที่ว่าใครจะมาสานต่องานที่เขาทำไว้ยังไม่มีคำตอบ

ตอนต้นปี 1917 คำถามนี้จะได้รับคำตอบในการประชุมประจำปีของสมาคมว็อชเทาเวอร์ไบเบิลแอนด์แทร็กต์แห่งเพนซิลเวเนีย ผู้เข้าร่วมประชุมลงคะแนนเสียงเลือกและผลเป็นเอกฉันท์ แต่ความเป็นเอกฉันท์ก็อยู่ได้แค่ไม่กี่เดือนเพราะมีการทดสอบครั้งใหญ่รอพวกเขาอยู่