โนอาห์ยืดตัวขึ้นและบิดตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้า. ลองนึกภาพเขากำลังนั่งพักเหนื่อยบนไม้ท่อนใหญ่ขณะทอดตามองโครงเรือขนาดมหึมาที่อยู่ตรงหน้า. กลิ่นฉุนของน้ำมันดินร้อนๆคลุ้งไปทั่ว และเสียงเครื่องมือทำไม้หลากหลายชนิดดังก้องป่า. จากจุดที่โนอาห์นั่งอยู่ เขามองเห็นลูกชายแต่ละคนกำลังช่วยกันต่อเรือใหญ่ลำนี้อย่างขะมักเขม้น. ทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้ และภรรยาทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขามาเป็นสิบๆปีแล้ว. พวกเขาต่อเรือเสร็จไปหลายส่วน แต่ก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ!

ใครๆก็คิดว่าพวกเขาโง่. ยิ่งเรือเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเท่าไร ผู้คนก็ยิ่งหัวเราะเยาะกับความคิดที่ว่าโลกจะจมมิดอยู่ใต้น้ำ. มหันตภัยที่โนอาห์เตือนพวกเขาดูเหมือนเป็นเรื่องเหลือเชื่อและเหลวไหลสิ้นดี! พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนที่ยอมเสียเวลาทั้งชีวิตไปกับเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ แถมครอบครัวของเขาก็พลอยเป็นไปด้วย. แต่พระยะโฮวาพระเจ้าของโนอาห์ไม่คิดว่าเขาโง่เลยแม้แต่น้อย.

พระคำของพระเจ้ากล่าวว่า “[โนอาห์] ดำเนินกับพระเจ้า.” (เยเนซิศ 6:9) นี่หมายความว่าอย่างไร? คำกล่าวนี้ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าทรงลงมาเดินอยู่บนแผ่นดินโลกหรือโนอาห์ขึ้นไปบนสวรรค์. แต่โนอาห์เชื่อฟังพระเจ้าทุกอย่างและรักพระองค์มากจนอาจกล่าวได้ว่าเขากับพระยะโฮวากำลังเดินไปด้วยกันเหมือนเพื่อนสนิท. หลายพันปีต่อมา คัมภีร์ไบเบิลกล่าวถึงโนอาห์ว่า “โดยความเชื่อนี้ เขาจึงกล่าวโทษโลก.” (ฮีบรู 11:7) นี่หมายความว่าอย่างไร? และพวกเราในทุกวันนี้จะเรียนอะไรได้จากความเชื่อของโนอาห์?

บุรุษผู้ชอบธรรมในโลกที่ชั่วช้า

โนอาห์เติบโตขึ้นในยุคที่โลกเสื่อมทรามลงอย่างรวดเร็วจนเต็มไปด้วยความชั่ว. โลกชั่วช้ามาตั้งแต่สมัยฮะโนคปู่ทวดของโนอาห์ซึ่งเป็นผู้ชอบธรรมอีกคนหนึ่งที่ดำเนินกับพระเจ้า. ฮะโนคได้พยากรณ์ว่าวันแห่งการพิพากษามนุษย์โลกที่ดูหมิ่นพระเจ้ากำลังจะมาถึง. ตอนนี้เมื่อถึงสมัยของโนอาห์ โลกเสื่อมทรามลงยิ่งกว่าสมัยของฮะโนคอีก. ที่จริง ในสายพระเนตรพระยะโฮวา โลกพินาศย่อยยับไปแล้วเพราะทั่วแผ่นดินเต็มไปด้วยความรุนแรง. (เยเนซิศ 5:22; 6:11; ยูดา 14, 15) โลกเสื่อมทรามลงขนาดนั้นได้อย่างไร?

มีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นท่ามกลางเหล่าทูตสวรรค์ที่เป็นบุตรกายวิญญาณของพระเจ้า. ทูตสวรรค์องค์หนึ่งได้กบฏต่อพระยะโฮวาแล้วทำให้ตัวเองกลายเป็นซาตานพญามารโดยใส่ร้ายพระเจ้าและล่อลวงอาดามฮาวาให้ทำบาป. พอมาถึงสมัยของโนอาห์ ทูตสวรรค์องค์อื่นๆได้เริ่มขัดขืนอำนาจการปกครองที่เที่ยงธรรมของพระเจ้าด้วย. ทูตสวรรค์ที่กบฏเหล่านี้ละทิ้งหน้าที่ที่พระเจ้ามอบหมายให้ในสวรรค์. พวกเขาลงมาบนแผ่นดินโลกและแปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่ออยู่กินกับผู้หญิงสวยๆ. ทูตสวรรค์ที่หยิ่งยโสและเห็นแก่ตัวเหล่านี้กลายเป็นอิทธิพลที่ไม่ดีท่ามกลางมวลมนุษย์.—เยเนซิศ 3:1-5; 6:1, 2; ยูดา 6, 7

นอกจากนั้น การอยู่กินกันแบบผิดธรรมชาติระหว่างทูตสวรรค์ที่แปลงร่างกับผู้หญิงที่เป็นมนุษย์ทำให้ลูกที่เกิดมามีร่างกายใหญ่โตราวกับยักษ์และมีกำลังมหาศาล. คัมภีร์ไบเบิลเรียกลูกผสมเหล่านี้ว่าเนฟิลิม ซึ่งมีความหมายตามตัวอักษรว่า “นักโค่น” หรือคนที่ทำให้คนอื่นล้ม. พวกเนฟิลิมที่เป็นอันธพาลและ มีนิสัยดุร้ายเหล่านี้ทำให้แผ่นดินโลกเต็มไปด้วยความโหดร้ายและเสื่อมทรามยิ่งกว่าเดิม. เพราะเหตุนี้ ในทัศนะของพระผู้สร้าง “มนุษย์กระทำความชั่วมากทวีขึ้นบนแผ่นดินและทรงเห็นว่าความคิดนึกในใจของเขาล้วนเป็นความชั่วเสมอไป.” พระยะโฮวาจึงตัดสินพระทัยที่จะกวาดล้างสังคมมนุษย์ที่ชั่วช้านี้ภายในเวลา 120 ปี.—เยเนซิศ 6:3-5

โนอาห์และภรรยาต้องปกป้องลูกๆจากอิทธิพลที่ชั่วช้า

คิดดูสิว่าการดูแลครอบครัวในยุคนั้นคงเป็นเรื่องยากเพียงไร! แต่โนอาห์ก็ทำได้. เขามีภรรยาที่ดี. เมื่อโนอาห์อายุได้ 500 ปี ภรรยาของเขาให้กำเนิดลูกชายสามคนคือเซม ฮาม และยาเฟ็ธ. * โนอาห์กับภรรยาต้องช่วยกันปกป้องลูกจากอิทธิพลชั่วที่อยู่รอบตัว. เด็กผู้ชายมักจะชื่นชม “คนเก่ง” และ ‘คนที่มีชื่อเสียง’ ซึ่งพวกเนฟิลิมก็เป็นอย่างนั้น. คงเป็นไปไม่ได้ที่โนอาห์กับภรรยาจะปิดหูปิดตาลูกๆไม่ให้รับรู้เรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับคนร่างยักษ์ที่ชั่วช้าเหล่านี้ แต่พวกเขาสามารถสอนลูกให้รู้ความจริงที่น่าประทับใจเกี่ยวกับพระยะโฮวาพระเจ้าผู้เกลียดชังความชั่วทุกรูปแบบ. พวกเขาจำเป็นต้องช่วยให้ลูกเข้าใจว่าพระยะโฮวาทรงปวดร้าวพระทัยมากเพียงใดเมื่อเห็นผู้คนบนโลกใช้ความรุนแรงและมีน้ำใจขัดขืนดื้อดึง.—เยเนซิศ 6:6

พ่อแม่สมัยนี้คงเข้าใจความรู้สึกของโนอาห์กับภรรยาของเขาเป็นอย่างดี. โลกของเราในทุกวันนี้ก็เต็มไปด้วยความรุนแรงและน้ำใจกบฏขัดขืนเช่นกัน. แม้แต่ความบันเทิงสำหรับเด็กก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้. พ่อแม่ที่ฉลาดสุขุมจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อต้านทานอิทธิพลเช่นนั้น โดยสอนลูกให้รู้จักพระยะโฮวาพระเจ้าผู้รักสันติซึ่งจะขจัดความรุนแรงให้หมดสิ้นไป. (บทเพลงสรรเสริญ 11:5; 37:10, 11) พวกเขาทำได้แน่! โนอาห์และภรรยาของเขาเคยทำสำเร็จมาแล้ว. ลูกชายของโนอาห์เติบโตขึ้นเป็นคนดีและแต่งงานกับผู้หญิงที่เต็มใจรับใช้พระยะโฮวาพระเจ้าเที่ยงแท้และให้พระองค์มาเป็นอันดับแรกในชีวิต.

“เจ้าจงต่อเรือใหญ่”

วันหนึ่ง ชีวิตของโนอาห์เปลี่ยนไปอย่างที่ไม่มีวันหวนกลับ. พระยะโฮวาตรัสกับผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์คนนี้และบอกเขาว่าพระองค์ประสงค์จะทำลายโลกชั่วในสมัยนั้น. พระเจ้าทรงสั่งโนอาห์ว่า “เจ้าจงต่อเรือใหญ่ด้วยไม้โกเฟอร์.”—เยเนซิศ 6:14

เรือของโนอาห์ไม่เหมือนกับเรือทั่วๆไปอย่างที่บางคนคิด. เรือลำนี้ไม่มีหัวเรือหรือท้ายเรือ ไม่มีกระดูกเรือหรือหางเสือ และไม่มีส่วนโค้ง แต่มีรูปทรงคล้ายหีบหรือกล่องขนาดยักษ์. พระยะโฮวาทรงบอกขนาดของเรือ ทั้งความกว้าง ความยาว และความสูง รวมทั้งแบบแปลนคร่าวๆ และบอกให้โนอาห์ใช้น้ำมันดินทาทั้งด้านในและด้านนอก. พระเจ้ายังบอกโนอาห์ด้วยว่าทำไมพระองค์ทรงสั่งเช่นนั้น. พระองค์ตรัสว่า “เราเองจะเป็นผู้ให้น้ำท่วมแผ่นดิน ... สรรพสัตว์ที่อยู่บนแผ่นดินจะตายเสียสิ้น.” อย่างไรก็ตาม พระยะโฮวาตรัสกับโนอาห์ว่า “ให้เจ้าเข้าอยู่ใน [เรือ] ทั้งบุตรภรรยาและบุตรสะใภ้.” นอกจากนี้ โนอาห์ต้องรวบรวมสัตว์ทุกชนิดเข้าในเรือเพื่อเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ต่อไป. เฉพาะคนและสัตว์ที่อยู่บนเรือเท่านั้นที่จะรอดชีวิตจากมหาอุทกภัยที่กำลังจะมาถึง!—เยเนซิศ 6:17-20

งานที่โนอาห์ต้องทำไม่ใช่งานง่ายๆ. เรือลำนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ยาวประมาณ 133 เมตร กว้าง 22 เมตร และสูง 13 เมตร. ขนาดของมันใหญ่กว่าเรือเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดที่ ต่อด้วยไม้ในปัจจุบันหลายเท่า. โนอาห์หาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงงานนี้ บ่นว่าเป็นงานที่ยากเกินไป หรือแก้ไขรายละเอียดบางอย่างเพื่อให้งานง่ายขึ้นไหม? คัมภีร์ไบเบิลบอกว่า “พระเจ้ารับสั่งให้โนฮาทำอย่างไร, โนฮาก็กระทำอย่างนั้นทุกสิ่งทุกประการ.”—เยเนซิศ 6:22

โครงการนี้ใช้เวลานานหลายสิบปี บางทีอาจนานถึง 40 หรือ 50 ปีทีเดียว. พวกเขาต้องโค่นต้นไม้ ลากซุง ผ่าไม้เป็นท่อน ไสไม้ และต่อไม้เข้าด้วยกัน. เรือนี้ต้องมีสามชั้น แบ่งเป็นห้องๆ และมีประตูด้านข้าง. ดูเหมือนว่าชั้นบนสุดของเรือมีหน้าต่างหรือช่องรับแสงอยู่โดยรอบ ส่วนหลังคาลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลลงได้.—เยเนซิศ 6:14-16

หลังจากผ่านไปหลายสิบปีและเรือเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น โนอาห์คงมีความสุขมากที่ครอบครัวของเขาร่วมมือเป็นอย่างดี! แต่ยังมีงานอีกอย่างหนึ่งที่ท้าทายยิ่งกว่าการสร้างเรือใหญ่เสียอีก. คัมภีร์ไบเบิลบอกเราว่าโนอาห์เป็น “ผู้ประกาศความชอบธรรม.” (2 เปโตร 2:5) เขานำหน้าในงานนี้อย่างกล้าหาญ. เขาพยายามเตือนผู้คนว่าสังคมมนุษย์ที่ชั่วช้าและไม่เลื่อมใสพระเจ้ากำลังจะถูกกวาดล้างให้หมดไป. คนเหล่านั้นมีปฏิกิริยาอย่างไร? พระเยซูคริสต์ตรัสถึงคนในสมัยนั้นว่า “พวกเขาไม่แยแส.” พระองค์ตรัสว่าคนเหล่านั้นมัวแต่หมกมุ่นกับชีวิตประจำวัน ทั้งการกิน การดื่ม และการแต่งงาน จนไม่สนใจคำเตือนของโนอาห์. (มัดธาย 24:37-39) แน่นอนว่าโนอาห์กับครอบครัวคงถูกผู้คนเยาะเย้ย และบางคนอาจถึงกับข่มขู่และหาทางทำร้ายเขาด้วยซ้ำ.

แม้จะเห็นหลักฐานว่าพระเจ้าทรงอวยพรโนอาห์ แต่ผู้คนก็เยาะเย้ยและไม่ใส่ใจคำเตือนของเขา

ถึงกระนั้น โนอาห์กับครอบครัวก็ไม่เลิกรา. แม้ผู้คนรอบข้างจะมองว่าการสร้างเรือซึ่งพวกเขาให้ความสำคัญอันดับแรกเป็นเรื่องโง่เขลาและไร้สาระ แต่โนอาห์กับครอบครัวก็ยังทำงานนั้นต่อไปด้วยความซื่อสัตย์. ครอบครัวคริสเตียนในทุกวันนี้ได้บทเรียนหลายอย่างจากความเชื่อของโนอาห์และครอบครัว. ที่จริง เรากำลังมีชีวิตอยู่ในสมัยที่คัมภีร์ไบเบิลเรียกว่า “สมัยสุดท้าย” ของระบบโลกปัจจุบัน. (2 ติโมเธียว 3:1) พระเยซูตรัสว่าสมัยของเราก็เหมือนกับสมัยของโนอาห์. ถ้าคริสเตียนที่ประกาศข่าวสารเรื่องราชอาณาจักรของพระเจ้าถูกผู้คนในโลกปฏิเสธอย่างไม่แยแส เยาะเย้ยถากถาง หรือถึงกับกดขี่ข่มเหง พวกเขาก็น่าจะนึกถึงตัวอย่างของโนอาห์. พวกเขาไม่ใช่คนแรกที่เจอปัญหาเหล่านี้.

‘จงเข้ามาในเรือ’

หลายสิบปีผ่านไป เรือใหญ่ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว. ตอนนี้โนอาห์อายุเกือบ 600 ปี และเขาสูญเสียคนที่รักไปหลายคน. ลาเม็คพ่อของเขาตายไปแล้ว. * ห้าปีต่อมา เมทูเซลาห์ปู่ของโนอาห์ก็ตายเมื่ออายุ 969 ปี. เขาเป็นคนที่อายุยืนที่สุดในประวัติศาสตร์ที่คัมภีร์ไบเบิลบันทึกไว้. (เยเนซิศ 5:27) ทั้งเมทูเซลาห์และลาเม็คมีช่วงอายุคาบเกี่ยวกับอาดาม มนุษย์คนแรก.

ในปีเดียวกันนั้น โนอาห์ได้รับข่าวจากพระยะโฮวาพระเจ้าอีกครั้งว่า ‘เจ้าจงเข้ามาในเรือหมดทั้งครอบครัว.’ พระเจ้ายังสั่งโนอาห์ให้รวบรวมสัตว์ทุกชนิดเข้าในเรือด้วย คือสัตว์ที่สะอาดซึ่งเหมาะจะใช้เป็นเครื่องบูชาอย่างละเจ็ดคู่และสัตว์อื่นๆอย่างละคู่.—เยเนซิศ 7:1-3

ภาพที่เห็นคงน่าอัศจรรย์จนยากจะลืมเลือนได้. จากที่ไกลลิบสุดขอบฟ้า สรรพสัตว์นับร้อยนับพันตัวพากันมาที่เรือ. บ้างก็บินมา บ้างก็เดินหรือคลานมา. บางตัวก็เดินตุปัดตุเป๋หรือเดินต้วมเตี้ยม. สัตว์แต่ละชนิดมีขนาด รูปร่าง และนิสัยแตกต่างกันไป บ้างก็ดุบ้างก็เชื่อง. โนอาห์ผู้น่าสงสารคงจะเหนื่อยมากตอนที่พยายามต้อนและตะโกนเรียกสัตว์ป่าเหล่านั้นให้เข้าไปในคอกที่สร้างไว้บนเรือ. บันทึกกล่าวว่า สัตว์ต่างๆ “ได้เข้าไป [ในเรือ] กับโนฮา.”—เยเนซิศ 7:9

คนช่างสงสัยบางคนอาจถามว่า ‘จะเป็นไปได้อย่างไร? สัตว์ ต่างๆจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบในที่แคบๆแบบนั้นได้อย่างไร?’ ขอให้คิดดูว่า การควบคุมสรรพสัตว์ทั้งหลายหรือทำให้มันเชื่องเป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถของพระผู้สร้างเอกภพจริงๆไหม? อย่าลืมว่าพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าที่สามารถแยกทะเลแดงและทำให้ดวงอาทิตย์หยุดอยู่กับที่. แล้วพระองค์จะทำอย่างที่บันทึกไว้ในเรื่องราวของโนอาห์ไม่ได้หรือ? พระองค์ทำได้แน่ และพระองค์ก็ทำเช่นนั้นจริง!

ที่จริง พระเจ้าจะเลือกใช้วิธีอื่นในการปกป้องสัตว์เหล่านี้ก็ได้. แต่พระองค์เลือกวิธีนี้เพื่อเตือนเราให้ระลึกถึงงานมอบหมายแรกเดิมที่พระองค์ประทานแก่มนุษย์ คือให้พวกเขาดูแลฝูงสัตว์ทั้งหลายบนแผ่นดินโลก. (เยเนซิศ 1:28) พ่อแม่หลายคนในทุกวันนี้สามารถใช้เรื่องของโนอาห์สอนลูกว่าพระยะโฮวาทรงเห็นคุณค่ามนุษย์และสัตว์ที่พระองค์สร้างขึ้น.

พระยะโฮวาทรงบอกโนอาห์ว่าอีกหนึ่งสัปดาห์น้ำจะท่วมโลก. ตลอดสัปดาห์นั้นทั้งครอบครัวคงมีงานยุ่งมาก. ขอให้นึกถึงงานที่พวกเขาต้องทำเพื่อจัดแจงที่อยู่ให้สัตว์ทุกตัว เตรียมเสบียงอาหารให้พวกมัน และยังต้องขนข้าวของสำหรับคนในครอบครัวขึ้นเรือด้วย. ภรรยาของโนอาห์กับภรรยาของเซม ฮาม และยาเฟ็ธ คงพยายามเต็มที่เพื่อทำให้เรือใหญ่ลำนี้เป็นบ้านที่พวกเขาสามารถอยู่อาศัยได้.

แล้วผู้คนที่อยู่นอกเรือล่ะ? ถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยัง “ไม่แยแส” แม้จะเห็นหลักฐานมากมายว่าพระยะโฮวาทรงอวยพรโนอาห์และความพยายามของเขา. พวกเขาคงต้องเห็นฝูงสัตว์แห่กันมาที่เรือแน่ๆ. แต่เราไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของพวกเขา. ผู้คนในสมัยนี้ก็ไม่ใส่ใจหลักฐานมากมายที่แสดงว่าเรากำลังอยู่ในสมัยสุดท้ายของระบบโลกปัจจุบัน. และจริงดังที่อัครสาวกเปโตรพยากรณ์ไว้ คนชอบเยาะเย้ยกำลังเยาะเย้ยถากถางคนที่เชื่อฟังคำเตือนของพระเจ้า. (2 เปโตร 3:3-6) ผู้คนในสมัยโนอาห์ก็คงเยาะเย้ยโนอาห์กับครอบครัวเช่นกัน.

การเยาะเย้ยสิ้นสุดเมื่อไร? บันทึกในคัมภีร์ไบเบิลบอกเราว่าทันทีที่โนอาห์พาครอบครัวและสัตว์ทั้งหมดเข้าไปในเรือแล้ว “พระยะโฮวาทรงปิดประตู.” ถ้าคนที่ชอบเยาะเย้ยยืนอยู่แถวนั้น พวกเขาคงพูดไม่ออกเมื่อเห็นประตูปิด. แต่ถ้าพวกเขายังไม่สะทกสะท้าน ฝนที่เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยคงต้องทำให้พวกเขาตะลึงงัน! ฝนเริ่มตกลงมา ตกลงมา และตกลงมาไม่ขาดสาย จนท่วมแผ่นดินโลกตามคำของพระยะโฮวา.—เยเนซิศ 7:16-21

พระยะโฮวาทรงพอพระทัยไหมเมื่อเห็นคนชั่วตายไป? ไม่เลย! (ยะเอศเคล 33:11) ที่จริง พระเจ้าทรงให้โอกาสอย่างเต็มที่แล้วเพื่อพวกเขาจะเปลี่ยนแนวทางชีวิตและทำสิ่งที่ถูกต้อง. แต่พวกเขาจะเปลี่ยนได้จริงๆหรือ? ชีวิตของโนอาห์ให้คำตอบที่ชัดเจน. โนอาห์แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนในสมัยนั้นมีทางรอด ถ้าพวกเขาดำเนินกับพระยะโฮวาและเชื่อฟังพระองค์อย่างที่โนอาห์ได้ทำ. โดยวิธีนี้เอง โนอาห์ได้กล่าวโทษโลก เพราะความเชื่อของเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าคนชั่วในยุคนั้นสมควรแล้วที่จะถูกลงโทษ. ความเชื่อของโนอาห์ช่วยให้เขากับครอบครัวรอดชีวิต. ถ้าคุณเลียนแบบความเชื่อของโนอาห์ คุณและคนที่คุณรักก็จะรอดชีวิต. เช่นเดียวกับโนอาห์ คุณสามารถดำเนินกับพระยะโฮวาพระเจ้าเหมือนพระองค์เป็นมิตรของคุณ. และมิตรภาพนี้จะยั่งยืนตลอดไป!

^ วรรค 10 ผู้คนในยุคนั้นอายุยืนกว่าคนสมัยนี้มาก เพราะพวกเขาอยู่ใกล้ความสมบูรณ์แข็งแรงที่อาดามและฮาวาทำให้สูญเสียไปมากกว่าเรา.

^ วรรค 20 ลาเม็คตั้งชื่อลูกชายว่าโนอาห์ ซึ่งอาจมีความหมายว่า “การหยุดพัก หรือการปลอบโยน” และพยากรณ์ว่าโนอาห์จะทำสิ่งที่สมกับชื่อของเขา คือเป็นผู้นำมนุษยชาติเข้าสู่การหยุดพักจากงานหนักและเหนื่อยยากบนแผ่นดินที่ถูกแช่งสาป. (เยเนซิศ 5:28, 29) ลาเม็คตายไปก่อนจะเห็นคำพยากรณ์นี้สำเร็จเป็นจริง.