หลักการในคัมภีร์ไบเบิล: “ท่านทั้งหลายจงสวมความรัก เพราะความรักเป็นสิ่งที่ผูกพันผู้คนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์”โกโลซาย 3:14

ประโยชน์ที่ได้รับ: ความรักที่กล่าวในคัมภีร์ไบเบิลมีความหมายมากกว่ารักโรแมนติกหรือความรักที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ แต่คัมภีร์ไบเบิลพูดถึงการเป็นคนเห็นอกเห็นใจ ให้อภัย อ่อนน้อมถ่อมตน ซื่อสัตย์ กรุณา อ่อนโยน และอดทน เมื่อเอาคุณลักษณะเหล่านี้มาประกอบกันจึงเรียกว่าความรัก (มีคา 6:8; โกโลซาย 3:12, 13) ความรักที่เกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ยั่งยืน แต่รักแท้จะค่อย ๆ เติบโตขึ้นและอยู่ตลอดไป

เบรนดา แต่งงานมาเกือบ 30 ปีแล้วบอกว่า “ความรักของคู่แต่งงานใหม่ที่เรียกว่าข้าวใหม่ปลามันก็ยังเทียบอะไรไม่ได้เลยกับความรักของคู่ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน”

แซม แต่งงานมา 12 ปีแล้ว เล่าว่า “ผมกับภรรยามีความสุขและรู้สึกทึ่งเสมอที่คัมภีร์ไบเบิลมีคำแนะนำที่เรียบง่ายและใช้ได้จริง ถ้าเราทำตามชีวิตครอบครัวก็จะราบรื่น แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ผมทำได้ บางครั้งผมก็มีอารมณ์อ่อนไหว เห็นแก่ตัวบ้าง หรืออาจจะเหนื่อย ถ้ารู้สึกแบบนี้เมื่อไรผมก็จะขอให้พระยะโฮวาช่วยผมเพื่อเอาชนะความรู้สึกที่ไม่ดีนี้ แล้วผมก็จะกอดภรรยา ไม่นานเราก็ลืมเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้น”

“สติปัญญาก็ได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องโดยผลของสติปัญญานั้นเอง”

พระเยซูบอกว่า “สติปัญญาก็ได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องโดยผลของสติปัญญานั้นเอง” (มัดธาย 11:19) เห็นได้ชัดว่าคัมภีร์ไบเบิลเป็นแหล่งของสติปัญญาจริง ๆ ทั้งคำสอนและคำแนะนำต่าง ๆ ใช้ได้จริงกับทุกเชื้อชาติ วัฒนธรรม และทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งคำแนะนำนี้มาจากแหล่งที่สูงสุดซึ่งก็คือพระยะโฮวาพระเจ้า ผู้ที่สร้างเรามาซึ่งรู้ดีที่สุดเกี่ยวกับตัวเรา เรื่องนี้พิสูจน์ได้จากการนำไปใช้จริงในชีวิต คัมภีร์ไบเบิลชวนเราให้ “ชิมดูจึงจะรู้ว่าพระยะโฮวาเป็นผู้ประเสริฐ” (บทเพลงสรรเสริญ 34:8) คุณจะตอบรับคำเชิญนี้ไหม?