แฟรงก์กับเจอร์รีเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน จนกระทั่งคืนหนึ่งที่เจอร์รีจัดงานเลี้ยงจนดึก * พอแฟรงก์บ่นว่าเสียงดังเกินไป เจอร์รีก็ไม่พอใจกับท่าทีของแฟรงก์ พวกเขาเลยทะเลาะกัน หลังจากวันนั้นพวกเขาก็มองหน้ากันไม่ติด

ปัญหาของแฟรงก์กับเจอร์รีเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อคนสองคนมีความเห็นไม่ตรงกัน พวกเขาอาจโกรธกันและต่างคนต่างโทษอีกฝ่าย ถ้าพวกเขาไม่พยายามแก้ปัญหา ทั้งคู่ก็อาจเลิกคบกันไปเลย

คุณอาจเคยเจอปัญหาคล้าย ๆ กันและคงรู้สึกไม่สบายใจ เพราะพวกเราส่วนใหญ่หวังว่าจะเข้ากับเพื่อนและเพื่อนบ้านได้ดีและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ถ้าบางครั้งมีเรื่องผิดใจกัน เราจะทำอย่างไร? เราจะเอาชนะทิฐิของตัวเองและให้อภัยคนที่ทำให้เราเสียความรู้สึกได้ไหม? เราจะแก้ปัญหาโดยหันหน้ามาคุยกันดี ๆ และไม่ทะเลาะกันได้อย่างไร?

อะไรทำให้แฟรงก์กับเจอร์รีทะเลาะกัน? เหตุผลหนึ่งก็คือ พวกเขาทำสิ่งที่ไม่ควรทำซึ่งส่งผลเสียต่อความเป็นเพื่อนของพวกเขา เช่น (1) เจอร์รีไม่เกรงใจเพื่อนบ้าน (2) แฟรงก์แสดงความรำคาญในแบบที่ทำให้เจอร์รีอารมณ์เสีย (3) ทั้งคู่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ (4) ไม่มีใครยอมใคร

แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็ใจเย็นลงและคิดได้ ทั้งสองคนลืมเรื่องที่เกิดขึ้นและหันหน้ามาคุยกันดี ๆ พวกเขาแก้ปัญหาได้อย่างไร? พวกเขาทำตามหลักการที่ใช้ได้จริงซึ่งช่วยให้หลายคนแก้ปัญหาแบบนี้และรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ แถมยังช่วยให้สนิทกันมากขึ้นด้วย

หลักการที่ว่านี้อยู่ในคัมภีร์ไบเบิล หนังสือที่มีการแจกจ่ายมากที่สุดในโลก หนังสือนี้ช่วยเราให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุขและช่วยรักษาบาดแผลทางอารมณ์ได้ เพราะคัมภีร์ไบเบิลสอนให้เรามีนิสัยที่ดีหลายอย่าง เช่น สอนให้รู้จักสังเกตและเข้าใจคนอื่น ให้มีความกรุณา ความรัก และความอดทน—สุภาษิต 14:29; 1 โครินท์ 13:4, 5

 แฟรงก์กับเจอร์รีเป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า คัมภีร์ไบเบิลมีพลังที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตคนเราให้ดีขึ้น ที่จริง ยังมีตัวอย่างของอีกหลายคนที่ต้องเอาชนะนิสัยที่แก้ยากด้วย ให้เรามาอ่านเรื่องของโรเบิร์ตที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียซึ่งเลิกนิสัยเจ้าอารมณ์ และเนลสันที่อยู่ในติมอร์-เลสเตหรือติมอร์ตะวันออกซึ่งละทิ้งความเกลียดชังและกลายมาเป็นเพื่อนกับคนที่เคยเป็นศัตรู คุณอยากรู้ไหมว่าคัมภีร์ไบเบิลช่วยโรเบิร์ตและเนลสันอย่างไร? ตื่นเถิด! ได้สัมภาษณ์พวกเขา

สัมภาษณ์ 1

โรเบิร์ต ขอช่วยเล่าเรื่องชีวิตของคุณให้เราฟังหน่อยได้ไหม?

ผมโตมาในครอบครัวที่ไม่มีความสุข พ่อเป็นคนเจ้าอารมณ์แล้วก็ชอบทุบตีผมบ่อย ๆ บางครั้งผมถูกซ้อมจนสลบ แล้วพ่อก็ปล่อยผมนอนจมกองเลือดอยู่อย่างนั้น ผมกลายเป็นคนรุนแรงและโมโหง่าย ตอนเป็นวัยรุ่นผมถูกส่งเข้าโรงเรียนดัดนิสัยนาน 2 ปี ต่อมา ผมถูกจับเพราะทำร้ายร่างกายคนอื่นอย่างโหดเหี้ยมเลยต้องติดคุกที่มีการคุ้มกันแน่นหนาที่สุด พอถูกปล่อยตัวผมย้ายไปออสเตรเลียเพราะหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่

โรเบิร์ตเคยมีนิสัยก้าวร้าวรุนแรงและขี้โมโห เขาเคยติดคุกด้วย

การย้ายไปที่ใหม่ช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นไหม?

ไม่ได้ช่วยเท่าไรครับ แต่สิ่งที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตผมให้ดีขึ้นคือ คัมภีร์ไบเบิล ผมได้เรียนคัมภีร์ไบเบิลกับพยานพระยะโฮวา แต่ผมก็ยังต้องพยายามควบคุมอารมณ์อยู่เสมอ หลายครั้งผมเครียดมากและรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า วันหนึ่ง ผมอ่านข้อคัมภีร์ที่หนังสือสุภาษิต 19:11 ที่บอกว่า “สติปัญญาย่อมทำให้คนไม่โกรธเร็ว และการไม่ถือโทษนั้นก็เป็นมงคลแก่เขา” ผมอยากทำอย่างนั้นให้ได้ ผมพยายามคิดถึงสาเหตุที่ทำให้คนเรารู้สึก พูดหรือทำอะไรบางอย่าง แล้วผมก็เริ่มเข้าใจคนอื่น รู้จักให้อภัยและอดทนมากขึ้น

คุณลองยกตัวอย่างให้เราฟังได้ไหม?

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมทำให้เพื่อนโมโหโดยไม่ตั้งใจ เขาโกรธมากจนต่อว่าผมต่อหน้าคนอื่น ตอนนั้นพูดได้คำเดียวเลยว่า ผมขายหน้ามาก! แต่ผมนึกถึงคำแนะนำในคัมภีร์ไบเบิลที่บอกว่า “อย่าทำชั่วตอบแทนชั่วแก่ผู้หนึ่งผู้ใดเลย” ผมเลยรีบขอโทษเขา (โรม 12:17) หลังจากนั้น พอเพื่อนใจเย็นลง ผมก็ไปคุยกับเขา ถึงได้รู้ว่าเขามีปัญหาครอบครัวหลายอย่าง เราคืนดีกันและเขายังเอาเสื้อโค้ทอย่างดีมาให้ผมด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อน ลองมาทำให้ผมขายหน้าอย่างนี้ละก็ ผมคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่

คุณจัดการกับปัญหาครอบครัวอย่างไร?

ผมกับภรรยามีลูกชายอายุ 20 ปี ครอบครัวเราก็มีปัญหากันบ้าง แต่ผมเรียนหลายอย่างจากคัมภีร์ไบเบิล รวมทั้งเรียนว่าการพูดคำว่า “ขอโทษ” จากใจจริงเป็นเรื่องสำคัญ มันน่าทึ่งมากที่คำ ๆ เดียวนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เราทะเลาะกัน หรือทำให้ทะเลาะกันน้อยลงได้

 สัมภาษณ์ 2

เนลสัน ท่าทางคุณเป็นคนใจดีและยิ้มง่ายแต่เมื่อก่อนคุณเคยเป็นศัตรูกับหลายคนใช่ไหม?

ครับ ผมเคยเกลียดคนไปทั่ว ตอนเป็นหนุ่มผมเข้าร่วมกลุ่มการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาล ผมเกลียดพรรคการเมืองคู่แข่งที่พยายามจะมากุมอำนาจในเขตของผม แล้วผมก็เรียนศิลปะป้องกันตัวเพื่อจะเป็นนักสู้ที่เก่งกาจ ผมมักจะทำร้ายทุกคนที่ทำให้ผมไม่พอใจ

ตอนเป็นหนุ่ม เนลสันอยู่ในกลุ่มการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาล

อะไรทำให้คุณอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง?

ผมเริ่มเรียนคัมภีร์ไบเบิลและพยายามทำตามสิ่งที่ได้เรียน มีข้อคัมภีร์ 2 ข้อที่โดนใจผมมาก ข้อแรกคือ “สารพัดสิ่งที่เจ้าทั้งหลายต้องการให้คนอื่นทำต่อเจ้า จงทำอย่างนั้นต่อเขา” (มัดธาย 7:12) อีกข้อบอกว่า “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (มัดธาย 22:39) ผมสังเกตดูพยานพระยะโฮวาที่สอนคัมภีร์ไบเบิลให้ผม พวกเขารักผู้คนไม่ว่าจะมีเชื้อชาติอะไรหรือมาจากที่ไหน สิ่งนี้ทำให้ผมอยากเปลี่ยนนิสัยเพื่อแสดงความรักแบบนั้นบ้าง ผมรู้ว่าตัวเองทำสำเร็จเพราะคนที่รู้จักผมไม่กลัวผมเหมือนเมื่อก่อน และถึงกับรู้สึกทึ่งด้วยซ้ำ

คุณเคยเผลอแสดงนิสัยแบบเดิม ๆ ออกมาบ้างไหม?

ผมไม่เคยทำต่อหน้าคนอื่น แต่บางครั้งตอนอยู่บ้าน ผมก็ต้องพยายามมากเพื่อจะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ที่จริง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมโกรธมากจนเผลอตีภรรยา ผมเสียใจจนบอกไม่ถูกแต่เธอให้อภัยผม นั่นยิ่งทำให้ผมตั้งใจมากขึ้นที่จะควบคุมตัวเองให้ได้

คุณบอกว่าผู้คนไม่กลัวคุณเหมือนเมื่อก่อน ยกตัวอย่างได้ไหม?

ได้ครับ มีอยู่วันหนึ่งผมเจอกับสมาชิกคนสำคัญของพรรคการเมืองคู่แข่ง เขาชื่อเอากุสตู ตอนแรกเขาระวังตัวมาก แต่พอผมทักทายเขาอย่างเป็นมิตร บอกเขาว่าเราน่าจะลืมปัญหาไปให้หมด แล้วชวนเขามาที่บ้าน เขาก็ตกลง เขาแปลกใจที่ผมเปลี่ยนไปมากจนเขาเองอยากจะเรียนคัมภีร์ไบเบิลด้วย ตอนนี้ผมกับเอากุสตูไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทกัน แต่เป็นเพื่อนร่วมความเชื่อด้วย

 “อยู่อย่างสันติกับคนทั้งปวง”

ความขัดแย้งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและเข้าใจยาก ถึงแม้คุณพยายามมากเพื่อจะแก้ปัญหา แต่ก็อาจมีบางคนที่ไม่อยากคืนดีและไม่อยากร่วมมือกับคุณ ดังนั้น คัมภีร์ไบเบิลให้คำแนะนำที่เหมาะกับความเป็นจริงโดยบอกว่า “ถ้าเป็นได้ จงพยายามสุดความสามารถ เพื่อจะอยู่อย่างสันติกับคนทั้งปวง”—โรม 12:18

ตัวอย่างของหลายคนในบทความนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าคำแนะนำในคัมภีร์ไบเบิลใช้ได้ผลดีจริง ๆ ถ้าเรายอมทำตาม คัมภีร์ไบเบิลมีพลังที่จะช่วยเราเปลี่ยน “สิ่งที่ฝังรากลึก” (2 โครินท์ 10:4) เมื่อพูดถึงเรื่องสติปัญญา คัมภีร์ไบเบิลบอกว่า “หนทางของปัญญาคือทางอันรื่นรมย์ วิถีทั้งสิ้นของปัญญาคือสันติสุข ปัญญาเป็นต้นไม้แห่งชีวิต แก่ผู้ที่กอดนางไว้ ความสุขมีแก่ผู้ที่ยึดนางไว้มั่น”—สุภาษิต 3:17, 18, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย

ตอนนี้เนลสันกับเอากุสตูเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ถ้าคุณอยากมีความสุขและอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างสันติ หรืออยากมีเพื่อนที่ไม่ทิ้งกันแม้จะเจอกับปัญหา ขอให้คุณลองอ่านและทำตามที่คัมภีร์ไบเบิลบอกแล้วคุณจะไม่ผิดหวังเลย

^ วรรค 3 ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมุติ