ข้ามไปยังเนื้อหา

15 กุมภาพันธ์ 2018
อาร์เมเนีย

กว่าอาร์เมเนียจะยอมรับสิทธิ์ไม่เป็นทหารเนื่องจากขัดกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

กว่าอาร์เมเนียจะยอมรับสิทธิ์ไม่เป็นทหารเนื่องจากขัดกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

เมื่อ​เร็ว ๆ นี้ ศาล​สิทธิ​มนุษยชน​แห่ง​ยุโรป (ECHR) ได้​ประกาศ​คำ​ตัดสิน​ที่​ช่วย​สนับสนุน​สิทธิ​ของ​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​มาก​ขึ้น​อีก เมื่อ​วัน​ที่ 12 ตุลาคม 2017 ECHR ได้​ตัดสิน​คดี​อาด​ยัน​และ​บุคคล​อื่น ๆ ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย ซึ่ง​ผล​การ​ตัดสิน​ทำ​ให้​เห็น​ชัด​ว่า​รัฐบาล​ควร​ให้​คน​ที่​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เพราะ​เหตุ​ผล​นี้​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​ไหน

หลาย​ปี​มา​แล้ว​ที่ ECHR ไม่​ยอม​รับ​สิทธิ์​ของ​คน​ที่​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี ทำ​ให้​หลาย​คน​ต้อง​ถูก​ข่มเหง​และ​จำ​คุก แต่​ใน​ปี 2011 ท่าที​ของ ECHR ต่อ​เรื่อง​นี้​ก็​เปลี่ยน​ไป เห็น​ได้​จาก​คำ​ตัดสิน​คดี​บายัตยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย ซึ่ง ECHR ยอม​รับ​ว่า​การ​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​เป็น​สิทธิ​ขั้น​พื้น​ฐาน และ​ต่อ​มา​ใน​คดี​อาด​ยัน ECHR ก็​ตัดสิน​ว่า​คน​ที่​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เพราะ​เหตุ​ผล​นี้​มี​สิทธิ์​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​ที่​ไม่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​กองทัพ​และ​ไม่​ใช่​การ​ลง​โทษ

ประวัติ​สั้น ๆ เกี่ยว​กับ​การ​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ใน​อาร์เมเนีย​ทำ​ให้​เห็น​ว่า​คำ​ตัดสิน​ของ ECHR ใน​คดี​บายัตยัน คดี​อาด​ยัน และ​คน​อื่น ๆ ส่ง​ผล​ให้​วิธี​ปฏิบัติ​ของ​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ต่อ​คน​ที่​ปฏิเสธ​การ​ทหาร​เพราะ​เหตุ​ผล​นี้​เปลี่ยน​ไป​มาก​ที​เดียว

อาร์เมเนีย​สัญญา​ว่า​จะ​ออก​กฎหมาย ACS แต่​ผิด​สัญญา

ไม่​ใช่​การ​ทำ​งาน แต่​เป็น​การ​ลง​โทษ เมื่อ​เข้า​เป็น​สมาชิก​สภา​ยุโรป​ใน​ปี 2001 อาร์เมเนีย​สัญญา​ว่า​จะ​ออก​กฎหมาย​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​พลเรือน (ACS) ที่​สอดคล้อง​กับ​มาตรฐาน​ของ​ประเทศ​ใน​ยุโรป ซึ่ง​หมาย​ถึง​การ​จัด​ให้​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​ได้​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​ที่​ไม่​อยู่​ใน​การ​ควบคุม​ของ​ทหาร​และ​ไม่​ใช่​การ​ลง​โทษ และ​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ยัง​สัญญา​ด้วย​ว่า​จะ​อภัยโทษ​ทุก​คน​ที่​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี * แต่​อาร์เมเนีย​ก็​ไม่​ทำ​ตาม​ที่​สัญญา​ไว้ โดย​เรียก​นาย​วาฮัน บายัตยัน​ไป​เป็น​ทหาร ทั้ง ๆ ที่​เขา​เป็น​พยาน​พระ​ยะโฮวา​และ​ปฏิเสธ​ที่​จะ​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี ใน​ปี 2002 นาย​บายัตยัน​ถูก​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด​และ​ถูก​จำ​คุก​เพราะ​ไม่​เป็น​ทหาร ตอน​นั้น​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ไม่​มี​กฎหมาย ACS ต่อ​มา​ใน​ปี 2003 นาย​บายัตยัน​ยื่น​ฟ้อง​ต่อ ECHR ว่า​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ละเมิด​สิทธิ​เสรีภาพ​ทาง​มโนธรรม​และ​ทาง​ศาสนา​โดย​สั่ง​จำ​คุก​เขา

ถูก​ลง​โทษ​เพราะ​กฎหมาย​บกพร่อง ปี 2004 รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ออก​กฎหมาย ACS ให้​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แทน​ได้ และ​ชาย​หนุ่ม​พยาน​ฯ​หลาย​คน​ยอม​รับ​ทาง​เลือก​นี้ แต่​หลัง​จาก​เริ่ม​ทำ​งาน พวก​เขา​ก็​พบ​ว่า​โครงการ​นี้​ควบคุม​ดู​แล​โดย​เจ้าหน้าที่​ทหาร​ไม่​ใช่​พลเรือน พวก​เขา​จึง​เลิก​ทำ​งาน​ใน​โครงการ​นั้น ทำ​ให้​พวก​เขา​ถูก​จับ ถูก​ดำเนิน​คดี และ​บาง​คน​ก็​ถูก​จำ​คุก เดือน​พฤษภาคม 2006 นาย​ไฮค์ คาชาเทอยัน​กับ​พยาน​ฯ​อีก 18 คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ได้​ยื่น​คำ​ร้อง​ต่อ ECHR ว่า​ถูก​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ละเมิด​สิทธิ์​โดย​ดำเนิน​คดี​พวก​เขา​อย่าง​ผิด​กฎหมาย *

หลาย​ปี​ผ่าน​ไป​ไม่​มี​อะไร​คืบ​หน้า เป็น​เวลา​หลาย​ปี​ที่​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ไม่​ได้​แก้ไข​กฎหมาย ACS เพื่อ​ให้​มี​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​รูป​แบบ​อื่น พยาน​ฯ​จึง​ไม่​ยอม​รับ​กฎหมาย​ที่​บกพร่อง​นี้​และ​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ก็​สั่ง​จำ​คุก​พวก​เขา​อยู่​เรื่อย ๆ ใน​ช่วง​ปี 2004 (ที่​มี​การ​ออก​กฎหมาย ACS) จน​ถึง​ปี 2013 (ที่​มี​การ​แก้ไข​กฎหมาย ACS) มี​พยาน​ฯ 317 คน​ถูก​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด​และ​ถูก​จำ​คุก​คน​ละ 2-3 ปี

ใน​ช่วง​นั้น ECHR แทบ​ไม่​ได้​จัด​การ​อะไร​กับ​ปัญหา​นี้ ใน​ปี 2009 ECHR ได้​พิจารณา​คำ​ร้อง​ของ​นาย​บายัตยัน​ที่​ชี้​แจง​ว่า​การ​ที่​เขา​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​เป็น​ไป​ตาม​ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา​ยุโรป​ที่​คุ้มครอง​สิทธิ​เสรีภาพ​ทาง​มโนธรรม​และ​ศาสนา แต่ ECHR ก็​ยัง​ยึด​ติด​กับ​แนว​ทาง​การ​ตัดสิน​แบบ​เดิม ๆ ที่​ทำ​มา​หลาย​สิบ​ปี นั่น​คือ ปล่อย​ให้​แต่​ละ​ประเทศ​ตัดสิน​ใจ​เอง​ว่า​จะ​ยอม​รับ​หรือ​ไม่​ยอม​รับ​สิทธิ​ที่​จะ​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี ถ้า​ประเทศ​ไหน​ไม่​ยอม​รับ กติกา​ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา​ก็​ไม่​สามารถ​ปก​ป้อง​ประชาชน​ของ​ประเทศ​นั้น​จาก​การ​ถูก​ดำเนิน​คดี​ได้ เมื่อ​ทนาย​ของ​นาย​บายัตยัน​เห็น​ว่า​คำ​ตัดสิน​ของ ECHR ครั้ง​นี้​ไม่​สอดคล้อง​กับ​แนว​ปฏิบัติ​ของ​นานา​ประเทศ​ที่​ให้​สิทธิ​เสรีภาพ​กับ​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี เขา​จึง​ส่ง​คำ​ร้อง​ไป​ยัง​ที่​ประชุม​ใหญ่​ของ ECHR เพื่อ​ให้​พิจารณา​อีก​ครั้ง

ที่​ประชุม​ใหญ่​ของ ECHR พิจารณา​คดี​บายัตยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย วัน​ที่ 24 พฤศจิกายน 2010

การ​เปลี่ยน​แปลง​ครั้ง​ใหญ่ คดี​พลิก​เมื่อ​ที่​ประชุม​ใหญ่​ของ ECHR ได้​พิจารณา​คำ​ร้อง​ของ​นาย​บายัตยัน​อีก​ครั้ง และ​ใน​วัน​ที่ 7 กรกฎาคม 2011 เป็น​ครั้ง​แรก​ที่ ECHR ประกาศ​ชัด​ว่า​การ​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​เป็น​สิทธิ​ที่​ได้​รับ​การ​คุ้มครอง​ตาม​กติกา​ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา​ยุโรป และ​อธิบาย​ว่า​เนื่อง​จาก​อนุ​สัญญา​นี้​เป็น “เครื่อง​มือ​ที่​ใช้​ได้​ทุก​ยุค​ทุก​สมัย” ดัง​นั้น เมื่อ​จะ​ตี​ความ​ก็​ต้อง​คำนึง​ถึง​กฎหมาย​ใหม่ ๆ ที่​ออก​มา​เพื่อ​ให้ “เกิด​ความ​สอดคล้อง​ลง​รอย​กัน​อย่าง​แท้​จริง​กับ​นานา​ประเทศ​ทั้ง​ใน​และ​นอก​ยุโรป” คำ​ตัดสิน​จาก​ที่​ประชุม​ใหญ่​ครั้ง​นี้​ไม่​เพียง​ทำ​ให้​สิทธิ​ที่​จะ​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​เป็น​ที่​ยอม​รับ​มาก​ขึ้น​ใน​ยุโรป​เท่า​นั้น แต่​ยัง​ผลัก​ดัน​ให้​อาร์เมเนีย​จัด​ให้​มี​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​พลเรือน​สำหรับ​ผู้​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​อีก​ด้วย

“การ​ปฏิเสธ​เข้า​รับ​ราชการ​ทหาร​ด้วย​เหตุ​ผล​ที่​ว่า​ผู้​ปฏิเสธ​มี​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​หรือ​มี​ความ​เชื่อ​ทาง​ศาสนา​หรือ​ความ​เชื่อ​อื่น ๆ ที่​ขัด​แย้ง​อย่าง​รุนแรง​กับ​การ​เป็น​ทหาร ใน​กรณี​เช่น​นี้​ถือ​ว่า​มี​เหตุ​ผล​หนักแน่น​เพียง​พอ​และ​มี​ความ​จำเป็น​ที่​จะ​ต้อง​ได้​รับ​การ​ปก​ป้อง​ตาม​ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา”—คดี​อาด​ยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย [ที่​ประชุม​ใหญ่​ฯ], no. 23459/03, § 110, ECHR 2011

รัฐบาล​อาร์เมเนีย​แก้ไข​กฎหมาย ACS

ยัง​ไม่​มี​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​พลเรือน ฤดู​ร้อน​ปี 2011 พยาน​ฯ 4 คน​ใน​อาร์เมเนีย​รวม​ทั้ง​อาร์​ตู​ร์ อาด​ยัน ถูก​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด​และ​ถูก​จำ​คุก​เพราะ​ไม่​ยอม​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​ตาม​กฎหมาย ACS ภาย​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​กองทัพ ทั้ง​สี่​คน​ยื่น​คำ​ร้อง​ต่อ ECHR ว่า​ถูก​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ละเมิด​สิทธิ์ และ​งาน​บริการ​สังคม​ที่​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​จัด​ให้​ตั้ง​แต่​ปี 2004 ไม่​สอดคล้อง​กับ​มาตรฐาน​ยุโรป​และ​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ของ​พวก​เขา

กองทัพ​ยัง​ควบคุม​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม วัน​ที่ 27 พฤศจิกายน 2012 ECHR ประกาศ​คำ​ตัดสิน​ใน​คดี​คา​ชา​ท​รี​อัน​และ​บุคคล​อื่น​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย ซึ่ง​ฝ่าย​โจทย์​คือ​พยาน​ฯ 19 คน​ที่​เลิก​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​เมื่อ​รู้​ว่า​โครงการ​นี้​อยู่​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​กองทัพ​ไม่​ใช่​พลเรือน ตอน​นั้น ECHR ตัดสิน​ว่า​การ​ดำเนิน​คดี​และ​คุม​ขัง​พยาน​ฯ​เหล่า​นี้​เป็น​การ​กระทำ​ที่​ผิด​กฎหมาย และ​ถึง​แม้ ECHR จะ​ยอม​รับ​ว่า​สาเหตุ​ที่​พยาน​ฯ​ยื่น​ฟ้อง​ก็​เพราะ​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​อยู่​ใต้​การ​ควบคุม​ของ​กองทัพ แต่​คำ​ตัดสิน​คดี​คา​ชา​ท​รี​อัน ก็​ไม่​ช่วย​เปลี่ยน​แปลง​สถานการณ์​แต่​อย่าง​ใด

งาน​บริการ​สังคม​ที่​แท้​จริง ฤดู​ร้อน​ปี 2013 รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ออก​กฎหมาย ACS ฉบับ​แก้ไข​ซึ่ง​สอดคล้อง​กับ​สัญญา​ที่​ให้​ไว้​ตั้ง​แต่​ปี 2001 ต่อ​มา​ใน​เดือน​ตุลาคม 2013 พยาน​ฯ​ส่วน​ใหญ่​ที่​ถูก​จำ​คุก​ใน​อาร์เมเนีย​ได้​รับ​การ​ปล่อย​ตัว มี​ไม่​กี่​คน​ที่​เลือก​อยู่​ใน​คุก​จน​ครบ​กำหนด​เพราะ​พวก​เขา​ใกล้​จะ​พ้น​โทษ​อยู่​แล้ว​ตอน​ที่​มี​คำ​สั่ง​ให้​ปล่อย​ตัว จาก​นั้น​เป็น​ต้น​มา ทุก​คน​ใน​อาร์เมเนีย​ที่​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ก็​สามารถ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แทน​ได้​ตาม​กฎหมาย ACS ฉบับ​ใหม่

คดี​ที่​ยื่น​ต่อ ECHR คืบ​หน้า​เรื่อย ๆ

คำ​ตัดสิน​ของ ECHR ทั้ง​ใน​คดี​บายัตยัน และ​คดี​คา​ชา​ท​รี​อัน ระบุ​ชัดเจน​ว่า​การ​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​เป็น​สิทธิ​ขั้น​พื้น​ฐาน​ที่​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ต้อง​เคารพ แต่ ECHR ก็​ไม่​ได้​ตัดสิน​ออก​มา​ว่า​งาน​บริการ​สังคม​ตาม​กฎหมาย ACS ต้อง​ไม่​อยู่​ภาย​ใต้​การ​ควบคุม​ดู​แล​ของ​กองทัพ

จน​กระทั่ง​วัน​ที่ 12 ตุลาคม 2017 ECHR ได้​อุด​ช่อง​โหว่​นี้​ด้วย​การ​ประกาศ​คำ​ตัดสิน​คดี​อาด​ยัน​และ​บุคคล​อื่น ๆ ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย คำ​ตัดสิน​นั้น​บอก​ว่า ใน​เมื่อ​สิทธิ์​ที่​จะ​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​เป็น​สิทธิ์​ที่​ได้​รับ​การ​คุ้มครอง​ตาม​กฎหมาย รัฐบาล​อาร์เมเนีย​จึง​ต้อง​จัด​ให้​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ได้​ทำ​งาน​แบบ​ที่​พวก​เขา​ยอม​รับ​และ​สอดคล้อง​กับ​มาตรฐาน​ของ​ยุโรป งาน​บริการ​สังคม​สำหรับ​ผู้​ที่​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร​จะ​ต้อง​ไม่​อยู่​ใต้​การ​ควบคุม​ดู​แล​ของ​กองทัพ​และ​ต้อง​ไม่​ใช่​การ​ลง​โทษ นอก​จาก​นั้น ECHR ยัง​ตัดสิน​ให้​รัฐบาล​อาร์เมเนีย​ชด​ใช้​เยียว​ยา​ทุก​คน​ที่​เคย​ถูก​ลง​โทษ​เพราะ​ความ​บกพร่อง​ของ​กฎหมาย​ก่อน​หน้า​นี้

“ศาล​เห็น​ว่า​สิทธิ์​ที่​จะ​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ตาม​ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา​ฯ​คง​เป็น​เรื่อง​หลอก​ลวง​ถ้า​รัฐบาล​ยัง​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​จัด​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​ที่​ไม่​ใช่​แบบ​พลเรือน​อย่าง​แท้​จริง​หรือ​เป็น​การ​ลง​โทษ ไม่​ว่า​โดย​การ​ออก​กฎหมาย​หรือ​ใน​ทาง​ปฏิบัติ”—คดี​อาด​ยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย, no. 75604/11, § 67, ECHR 2017

ประเด็น​คลี่คลาย

จน​ถึง​เดือน​มกราคม 2018 มี​ชาย​หนุ่ม​พยาน​ฯ​ใน​อาร์เมเนีย 161 คน​แล้ว​ที่​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​จน​ครบ​กำหนด​และ​อีก 105 คน​กำลัง​ทำ​อยู่ ทั้ง​พยาน​ฯ​และ​เจ้าหน้าที่​ที่​ดู​แล​งาน​นี้​ต่าง​ก็​พอ​ใจ​ใน​ผล​สำเร็จ การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​นี้​เป็น​ประโยชน์​กับ​ชุมชน​จริง ๆ และ​ทุก​คน​ที่​ขอ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แทน​การ​เป็น​ทหาร​ก็​รู้สึก​สบาย​ใจ นอก​จาก​นั้น การ​ทำ​งาน​แบบ​นี้​ยัง​ช่วย​ขจัด​ปัญหา​ด้าน​สิทธิ​มนุษยชน​ใน​อาร์เมเนีย​ที่​เรื้อรัง​มา​นาน​อีก​ด้วย

อังเดร กา​ร์​บอน​โน ทนาย​คน​หนึ่ง​ของ​พยาน​ฯ​ใน​อาร์เมเนีย​ได้​ชมเชย​รัฐบาล​ที่​แก้ไข​ปัญหา​นี้ เขา​บอก​ว่า “เมื่อ​ย้อน​ดู​คำ​ตัดสิน​ของ ECHR ใน​คดี​ต่าง ๆ ที่​พยาน​ฯ​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย เรา​เริ่ม​เห็น​ความ​คืบ​หน้า​ใน​การ​แก้​ปัญหา​นี้​ตั้ง​แต่​การ​ตัดสิน​คดี​บายัตยัน ใน​ปี 2011 และ​คำ​ตัดสิน​คดี​คา​ชา​ท​รี​อัน กับ​คดี​อาด​ยัน ก็​เปิด​ทาง​ให้​มี​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​พลเรือน​ซึ่ง​ไม่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​กองทัพ เรา​หวัง​ว่า​ประเทศ​อื่น​ที่​ยัง​ไม่​มี​ทาง​เลือก​แบบ​นี้​จะ​สังเกต​เห็น​ความ​สำเร็จ​ของ​อาร์เมเนีย​ที่​จัด​ให้​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ได้​ทำ​งาน​แบบ​ที่​ยอม​รับ​ได้​และ​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​สังคม​อย่าง​แท้​จริง”

บาง​ประเทศ​ที่​มี​การ​เกณฑ์​ทหาร​และ​ไม่​มี​กฎหมาย​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​พลเรือน (ACS) แบบ​ที่​ยอม​รับ​ได้

 

ไม่​มี​กฎหมาย ACS

มี​กฎหมาย ACS แต่​เป็น​การ​ลง​โทษ

มี​กฎหมาย ACS แต่​ไม่​ใช้

อาเซอร์ไบจาน

 

 

X

เบลารุส

 

X

 

เอริเทรีย

X

 

 

ลิทัวเนีย

X *

 

 

สิงคโปร์

X

 

 

เกาหลี​ใต้

X

 

 

ทาจิกิสถาน

 

 

X

ตุรกี

X

 

 

เติร์ก​เมนิสถาน

X

 

 

เหตุ​การณ์​ตาม​ลำดับ​เวลา

  1. 12 ตุลาคม 2017

    ECHR ประกาศ​คำ​ตัดสิน​คดี​อาด​ยัน​และ​บุคคล​อื่น ๆ ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย

  2. มกราคม 2014

    พยาน​ฯ​กลุ่ม​แรก​เริ่ม​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​หลัง​จาก​แก้ไข​กฎหมาย ACS

  3. 12 พฤศจิกายน 2013

    ครั้ง​แรก​ใน​รอบ 20 กว่า​ปี​ที่​ไม่​มี​พยาน​ฯ​ติด​คุก​เพราะ​ปฏิเสธ​การ​เป็น​ทหาร

  4. 8 มิถุนายน 2013

    อาร์เมเนีย​แก้ไข​กฎหมาย ACS และ​ประกาศ​ใช้​ใน​เดือน​ตุลาคม 2013

  5. 27 พฤศจิกายน 2012

    ECHR ประกาศ​คำ​ตัดสิน​คดี​คา​ชา​ท​รี​อัน​และ​บุคคล​อื่น ๆ ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย

  6. 10 มกราคม 2012

    ECHR ตัดสิน​คดี​บุค​คา​รัต​ยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย และ​คดี​ซาตู​ร์​ยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย ไป​ใน​ทาง​เดียว​กับ​คดี​บายัตยัน เพราะ​พบ​ว่า​การ​ที่​อาร์เมเนีย​จำ​คุก​พยาน​ฯ​เป็น​การ​ละเมิด​ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา​ยุโรป

  7. 7 กรกฎาคม 2011

    ที่​ประชุม​ใหญ่​ของ ECHR พบ​ว่า​มี​การ​ละเมิด​สิทธิ​เสรีภาพ​ทาง​มโนธรรม (ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา​ยุโรป) และ​ได้​ลง​คะแนน​เสียง 16 ต่อ 1 ให้​พยาน​ฯ​ชนะ​ใน​คดี​บายัตยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย ซึ่ง​เป็น​การ​ปก​ป้อง​สิทธิ​ของ​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี

  8. 27 ตุลาคม 2009

    ECHR ประกาศ​คำ​ตัดสิน​คดี​บายัตยัน​ยื่น​ฟ้อง​รัฐบาล​อาร์เมเนีย โดย​ระบุ​ว่า​ข้อ 9 ของ​อนุ​สัญญา​ยุโรป​จะ​ไม่​ปก​ป้อง​คน​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี พยาน​ฯ​จึง​ร้อง​เรียน​ต่อ​ที่​ประชุม​ใหญ่​ของ ECHR

  9. 2004

    อาร์เมเนีย​ออก​กฎหมาย ACS แต่​ให้​อยู่​ใน​การ​ควบคุม​ของ​กองทัพ

  10. 2001

    อาร์เมเนีย​สัญญา​ว่า​จะ​ออก​กฎหมาย ACS

^ วรรค 6 ความ​เห็น​หมาย​เลข 221 (ปี 2000) ของ​สมัชชา​รัฐสภา​แห่ง​สภา​ยุโรป​ได้​เสนอ​ให้​เชิญ​อาร์เมเนีย​เข้า​เป็น​สมาชิก​สภา​ยุโรป โดย​มี​เงื่อนไข​ว่า “อาร์เมเนีย​ต้อง​ทำ​ตาม​สัญญา​ต่อ​ไป​นี้​คือ... ภาย​ใน 3 ปี​หลัง​จาก​เริ่ม​เป็น​สมาชิก อาร์เมเนีย​ต้อง​ออก​กฎหมาย​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​ที่​สอดคล้อง​กับ​มาตรฐาน​ยุโรป ใน​ระหว่าง​นี้​อาร์เมเนีย​ต้อง​อภัยโทษ​ทุก​คน​ที่​ถูก​จำ​คุก​หรือ​ถูก​กัก​ตัว​อยู่​ใน​ค่าย​ทหาร​ด้วย​เหตุ​ผล​ที่​ไม่​เป็น​ทหาร​เนื่อง​จาก​ขัด​กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี และ​เมื่อ​เริ่ม​ใช้​กฎหมาย​การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แล้ว อาร์เมเนีย​ต้อง​ให้​พวก​เขา​เลือก​ได้​ว่า​จะ​เป็น​ทหาร​ใน​หน่วย​ที่​ไม่​ใช้​อาวุธ​หรือ​จะ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แบบ​ที่​ไม่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​กองทัพ​เลย”

^ วรรค 7 การ​ที่​อาร์เมเนีย​ดำเนิน​คดี​และ​คุม​ขัง​พยาน​ฯ 19 คน​ใน​ปี 2005 เป็น​การ​กระทำ​ที่​ผิด​กฎหมาย เพราะ​ตอน​นั้น​อาร์เมเนีย​ไม่​มี​กฎหมาย​ที่​ระบุ​ว่า​การ​เลิก​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​กลาง​คัน​เป็น​ความ​ผิด​ทาง​อาญา

^ วรรค 39 ใน​ลิทัวเนีย “การ​ทำ​งาน​บริการ​สังคม​แทน​การ​เป็น​ทหาร” อยู่​ภาย​ใต้​การ​ควบคุม​ดู​แล​ของ​กองทัพ